LOGINตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน
ความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช
"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด
"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก
"ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."
เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา
"เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"
ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น แววตาที่เคยมีแต่น้ำตาบัดนี้กลับลุกโชนด้วยไฟแค้น เธอเงยหน้าขึ้นมองไปทางท้ายวัด เห็นแสงไฟหน้ารถเอสยูวีของเดชาและกำนันเหี้ยมที่กำลังเลี้ยวโค้งหนีออกไปทางถนนลูกรังหลังวัด
"พวกมันยิงอ้ายกริช... มันสิหนีไปง่าย ๆ จั่งซี่บ่ได้!" อิปิ๊กัดฟันกรอด
เธอหันไปเห็น มอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง (ซาเล้งมรณะ) ของเธอที่จอดอยู่ไม่ไกล อิปิ๊ตัดสินใจในวินาทีนั้น เธอโดดลงจากรถกระบะอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกใจของทุกคน
"ปิ๊ มึงสิไปไสลูก" พ่อผู้ใหญ่บ้านตะโกนเรียก
"ปิ๊สิไปเอาคืนมัน พ่อพายอ้ายกริชไปโรงพยาบาลเด้อ ปิ๊จัดการทางนี้เอง"
เสียงเครื่องยนต์ซาเล้งเก่า ๆ แผดคำรามลั่นทุ่ง อิปิ๊หมอบหมอบราบไปกับตัวรถ มือเล็ก ๆ บิดคันเร่งจนสุดปลอก ฝุ่นสีแดงตลบอบอวลบังวิสัยทัศน์ แต่เธอไม่ต้องใช้ตาดูทาง เพราะทุกหลุมทุกบ่อบนทางลัดเส้นนี้ เธอจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือตัวเอง
"มึงยิงอ้ายกริช มึงทำร้ายย่า... มึงสิหนีไปง่าย ๆ บ่ได้ดอก ไอ้พวกหมาลอบกัด" อิปิ๊กัดฟันกรอดน้ำตาที่เคยไหลอาบแก้มแห้งเหือดไป เปลี่ยนเป็นแววตาที่ดุดันราวกับเสือดาวแห่งที่ราบสูง
ทางด้าน พ่อผู้ใหญ่บ้าน หลังจากเห็นลูกสาวบึ่งรถออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ท่านก็รีบกดโทรศัพท์หา สารวัตรจักรินทร์ ทันที
"สารวัตร พวกมันหนีไปทางเส้นหลังวัดมุ่งหน้าดอนตาปู่ ลูกสาวข่อยขับซาเล้งไล่ตามมันไปแล้ว สารวัตรฟ้าวสกัดด่วน ข่อยสิรีบตามไปช่วยลูก!" พ่อผู้ใหญ่สั่งการเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันไปหาลุงหวัง
"ลุงหวัง! ฝากเบิ่งอ้ายกริชกับย่าบุญมาส่งถึงมือหมอเด้อ ข่อยสิไปเอาตัวลูกสาวข่อยกลับมา"
พ่อผู้ใหญ่คว้าปืนลูกซองคู่ใจ โดดขึ้นมอเตอร์ไซค์อีกคันแล้วบิดตามไปทันที หัวใจคนเป็นพ่อทั้งห่วงลูกสาว ทั้งแค้นใจที่นายทุนมันดูถูกศักดิ์ศรีคนบ้านนา
รถเอสยูวีคันหรูของเดชาพยายามขับตะบึงหนี แต่ทว่าสภาพถนนที่ขรุขระทำให้รถช่วงล่างแพง ๆ ต้องชะลอตัว บักรุ่งสบถด่าพลางหมุนพวงมาลัยหลบหลุมอย่างยากลำบาก
"นายครับ มีซาเล้งบ้าที่ไหนไม่รู้ขับตามหลังมาครับ" บักรุ่งร้องบอกพลางมองกระจกหลัง
"อีปิ๊ มันมาได้จั่งใด๋" เดชาหันไปมอง แสงไฟหน้าซาเล้งที่แกว่งไปมาตามแรงกระแทกดูราวกับดวงตาของปีศาจที่ตามหลอกหลอน
"ชนมันเลย ชนให้มันตกลงไปในนาเลย"
แต่เดชาประเมินฝีมือ "สิงห์นักบิดบ้านนา" ต่ำไป อิปิ๊เห็นทางโค้งหักศอกข้างหน้า เธอใช้จังหวะที่รถใหญ่ต้องเบรกชะลอ หักหัวซาเล้งลงไปในทางด่านแคบ ๆ ที่มีแต่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านได้ เธออ้อมป่าไผ่เพียงพริบตาเดียวก็มาโผล่ที่ "ทางแยกหน้า" ดักหน้ารถเอสยูวีไว้พอดิบพอดี
"เอี๊ยดดดดดด!"
บักรุ่งกระทืบเบรกจนตัวโก่ง รถหยุดห่างจากหน้าซาเล้งเพียงไม่กี่คืบ อิปิ๊ไม่รอช้า เธอคว้า เสียมขุดดิน เล่มยาวที่เสียบอยู่ข้างซาเล้ง กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งตรงไปที่กระจกหน้าของเดชาทันที
"เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!"
เสียงกระจกรถแตกดังสนั่น อิปิ๊ใช้คมเสียมเคาะซ้ำ ๆ ไปที่กระจกฝั่งที่เดชานั่งอยู่ จนกระจกนิรภัยชั้นดีของรถเอสยูวีคันหรูร้าวและแตกเป็นรูโหว่เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของนายทุนใหญ่
"มึงลงมาไอ้คนชั่ว มึงสั่งยิงอ้ายกริช มึงต้องลงมาขมาแผ่นดินโคกอีแหลวก่อนหนี" อิปิ๊แผดเสียงก้องป่า แววตาของเธอแดงก่ำราวกับมีไฟแค้นสุมอก
เดชาพยายามจะเปิดประตูสั่งลูกน้องให้จัดการเธอ แต่ทว่า... ชาวบ้านที่แอบขับมอเตอร์ไซค์ตามอิปิ๊มานับสิบคันเริ่มล้อมรถเอสยูวีไว้ทุกทิศทาง แสงไฟหน้ารถนับสิบดวงสาดส่องเข้าไปในรถ จนเดชาและกำนันเหี้ยมดูเหมือนหนูที่ถูกต้อนจนมุม
"มื้อนี้เงินหมื่นล้านกะช่วยมึงบ่ได้ดอกไอ้เดชา มึงดูถูกคนบ้านนาไว้หลายมื้อนี้พวกกูสิสอนให้มึงฮู้ว่า... ดินที่มึงดูถูกมันหนักหนาซำใด๋" อิปิ๊เงื้อเสียมขึ้นชี้หน้าจอมบงการอย่างเด็ดเดี่ยว
"ลงมา! ไอ้คนใจยักษ์! มึงคิดว่าเงินมึงสิซื้อได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิตคนแม่นบ่" อิปิ๊ใช้สันเสียมทุบกระจกหน้าจนร้าวเป็นรอยใยแมงมุม
"อีปิ๊! มึงอยากตายแม่นบ่!" บักรุ่งเปิดประตูชักปืนสั้นออกมาหมายจะขู่
"ปัง!"
เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นจากฝั่งป่า แต่ไม่ใช่ปืนของบักรุ่งเป็นปืนลูกซองของพ่อผู้ใหญ่บ้านที่ขับมาถึงพอดี กระสุนพุ่งเจาะเข้าที่ยางรถเอสยูวีจนระเบิดดัง ตู้ม! รถเอียงวูบทันที
"วางปืนลงบักรุ่ง ตำรวจล้อมไว้เบิดแล้ว" พ่อผู้ใหญ่บ้านตะโกนลั่น พร้อมกับแสงไฟวับวาบของรถสายตรวจที่ตีโอบเข้ามาจากอีกฝั่งถนน
เดชาและกำนันเหี้ยมหน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม เมื่อเห็นสารวัตรจักรินทร์นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือลงจากรถ สารวัตรเดินตรงเข้ามาใส่กุญแจมือเดชาทันที
"นายเดชา พ่อกำนัน.. คุณถูกจับในข้อหาจ้างวานฆ่า ติดสินบนเจ้าพนักงาน และทุจริตเอกสารทางราชการ หลักฐานจากคุณกริชส่งถึงมือผมหมดแล้ว" สารวัตรพูดเสียงเย็น อิปิ๊ยืนหอบหายใจมือยังกำด้ามเสียมไว้แน่น เธอเดินเข้าไปประจันหน้ากับเดชาที่ถูกคุมตัวอยู่
"เงินมึง... ซื้อคนในโคกอีแหลวบ่ได้เบิดหรอกจ้ะ มื้อนี้ที่ดินของพ่อไกรกะยังเป็นของอ้ายกริช และความจริงกะยังเป็นความจริง... จำไว้เด้อ"
เดชาได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาชาวบ้านที่เริ่มขี่รถตามมาสมทบและก่นด่าสาปแช่งไปตลอดทาง ขณะที่บักรุ่งและกำนันเหี้ยมถูกลากเข้าห้องขังไปพร้อมกันพ่อผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามาสวมกอดอิปิ๊
"พอแล้วลูก... อ้ายกริชปลอดภัยแล้ว ไป...ไปหาอ้ายเขากัน"
อิปิ๊พยักหน้าทั้งน้ำตา ความแค้นหายไปเหลือเพียงความห่วงใยที่ล้นอก เธอรีบโดดขึ้นซาเล้ง บึ่งตามรถพยาบาลไปที่โรงพยาบาลอำเภอทันที โดยไม่สนว่าเสื้อผ้าจะเปื้อนเลือดหรือเปื้อนฝุ่นแค่ไหน
ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก
ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่
ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง
ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา
ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ
ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น







