Masukกริช สถาปนิกหนุ่มมาดเนี้ยบจากเมืองกรุง ผู้ที่มีชีวิตอยู่กับตัวเลข เลเซอร์วัดระยะ และคอนโดหรู ต้องตกกระไดพลอยโจนกลับสู่บ้านเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานีตามคำสั่งประกาศิตของย่า เพื่อมาจัดการมรดกที่ดินผืนสุดท้ายที่เขาแทบจะไม่เคยกลับมาเหยียบเลยตั้งแต่ประถม กริชในวัยเกือบ 30 กลายเป็นเขาพูดอีสานไม่ได้ ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง และที่สำคัญ... เขาเป็นโรคกลัวโคลนขั้นสุด แต่การกลับมาครั้งนี้ทำให้เขาได้พบกับ ปิยะฉัตร หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "อิปิ๊" ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านสุดแสบที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาในวัยเด็ก จากเด็กหญิงน้ำมูกยืดในวันนั้น กลายเป็นสาวแกร่งเกินร้อยที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของชุมชน ปิยะฉัตรไม่ได้มีดีแค่หน้าตาสวยคมแบบสาวที่ราบสูง แต่เธอยังพ่วงตำแหน่ง "เจ้าแม่เกษตรอินทรีย์" ที่พร้อมจะปกป้องผืนดินบ้านเกิดจากพวกนายทุน
Lihat lebih banyakตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลวค่ำคืนกลางฤดูเก็บเกี่ยว กลิ่นรวงข้าวหอมมะลิที่สุกงอมโชยมาตามลมหนาวที่พัดผ่านทุ่งนาสีทอง แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าที่บ้านโคกอีแหลวดูจะนิ่งสงบผิดปกติ ทว่าในเรือนไม้หลังงามของผู้ใหญ่กริช กลับมีความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้น"โอ๊ย อ้ายกริช ปิ๊เจ็บท้อง" เสียงร้องของอิปิ๊ดังฝ่าความเงียบ ทำเอาผู้ใหญ่บ้านหนุ่มที่กำลังนั่งตรวจแบบแปลนโรงเรียนดินถึงกับปากกากระเด็น"ปิ๊ เป็นอะไรจ๊ะ หรือว่ามะขามป้อมเมื่อเย็นมันแผลงฤทธิ์" กริชพุ่งตัวไปที่เตียงหน้าตาตื่น"บ่ใช่ มันเจ็บแบบ... แบบสิออกแล้วอ้าย ฮืออออ อ้ายกริช ปิ๊ปวด" อิปิ๊หน้าซีดเผือด มือเรียวจิกหมอนจนแน่น กริชสติกระเจิง ทำอะไรไม่ถูก จะอุ้มเมียก็กลัวจะทำหล่น จะโทรหาหมอก็ลืมรหัสล็อกหน้าจอ"สติจ๊ะกริช... สติ" กริชตบหน้าตัวเองซ้ายทีขวาทีจนแก้มแดงเถือก แต่มันก็ยังระงับอาการมือไม้สั่นไม่ได้"ปิ๊ อ้าย... อ้ายต้องทำยังไงก่อน กระเป๋า ใช่ กระเป๋าเตรียมคลอด" กริชลนลานวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าแต่แทนที่จะคว้ากระเป๋าผ้าอ้อม เขากลับคว้าเอา ม้วนพิมพ์เขียวกับตลับเมตรคู่ใจออกมากอดไว้แน่น"อ้ายกริช""ฮึ่ย! เอาตลับเมตรมาทำไม
ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก แสงทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านทุ่งรวงข้าวที่สุกปลั่งส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วอาณาบริเวณ “นาสีทองโมเดล” ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรม แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของชายหนุ่มสถาปนิกที่เคยเกือบจะทิ้งความฝัน และหญิงสาวสู้ชีวิตที่มี “ซาเล้ง” เป็นอาวุธคู่กายวันนี้คือวันสำคัญที่สุด... วันเปิดตัว “ห้องสมุดดินและศูนย์เรียนรู้เยาวชนนาสีทอง” ผลงานมาสเตอร์พีซที่กริชทุ่มเททั้งความรู้และความรักสร้างขึ้นมาบรรยากาศที่หน้าอาคารดินทรงหอยทากคึกคักไปด้วยผู้คน แต่เจ้าของโครงการอย่าง ผู้ใหญ่กริช กลับอยู่ในสภาพที่ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้ม เขาไม่ได้ยืนสง่าผ่าเผยเหมือนสถาปนิกในนิตยสาร แต่กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย มือหนึ่งถือยาดมตราโป๊ยเซียนจ่อจมูก อีกมือกุมพุงตัวเองไว้ราวกับคนท้องเสีย“อึก... ปิ๊จ๋า... ให้ใครเอาไอ้รถโม่ปูนที่จอดอยู่ไปเก็บที อ้ายได้กลิ่นฝุ่นปูนแล้วมันพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก” กริชโอดยิ้มๆ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม“อดทนเอาเด้ออ้ายกริช” อิปิ๊ในชุดผ้าซิ่นพื้นเมืองสีเขียวน้ำไหล เดินนวยนาดมาตบหลังสามีเบาๆ วันนี้เธอผิวพรรณผุดผ่อง แก้มอมชมพูผิดกับกริชรา
ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริชความฮอตของ "ผู้ใหญ่กริช" เริ่มลามปามไปไกลกว่าที่คิด เมื่อเพจท่องเที่ยวชื่อดังลงรูปผู้ใหญ่บ้านในลุคสถาปนิกมาดเซอร์ ยืนกางพิมพ์เขียวท่ามกลางทุ่งนาสีทอง พร้อมแคปชั่น“ผู้ใหญ่บ้านหล่อบอกต่อด้วย... อยากนอนเถียงนาพ่อผู้ใหญ่ ” ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่จากเมืองกรุงแห่กันจองห้องพักโฮมสเตย์นาสีทองจนเต็มไปถึงปีหน้า!บ่ายวันนั้น ขณะที่อิปิ๊กำลังนั่งเคี้ยวมะยมดองจนหน้าเบี้ยวเพราะอาการแพ้ท้อง เธอก็เหลือบไปเห็นแขกสาวสวยกลุ่มหนึ่งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวพลิ้วไหว เดินนวยนาดมาหาผู้ใหญ่กริชที่กำลังนั่งล้างคราบโคลนออกจากขาอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นจามจุรี"อุ๊ย ผู้ใหญ่ขา... รบกวนหน่อยค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยแว่วมาถึงหูอิปิ๊"พอดีแอร์ในห้องพักหลังที่ 2 มันมีเสียงแปลก ๆ แถมไม่ค่อยเย็นเลยค่ะ ผู้ใหญ่ช่วยเข้าไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ พวกเราเปิดแอร์ไม่เป็นหรือเครื่องมันจะเสียก็ไม่รู้ค่ะ"กริชเงยหน้าขึ้นเช็ดมือ"อ๋อ... แอร์หลังนั้นผมเพิ่งล้างไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ เดี๋ยวผม" ยังไม่ทันที่กริชจะพูดจบ"เคร้ง!" เสียงถาดสเตนเลสที่อิปิ๊ถืออยู่ร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น แขกสาวสะดุ้งโหยง ส่วนกริชหน้าซีดเผ
ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่บรรยากาศการใส่บาตรกรวดน้ำผ่านพ้นไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแซวของย่าบุญมา แต่เรื่องราวที่ "เรือนใหม่นาสีทอง" ยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะวันนี้ถือเป็นวันมงคลสองต่อ นอกจากจะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ของกริชและอิปิ๊แล้ว ยังเป็นวันที่ชาวบ้านนาสีทองต้องมารวมตัวกันเพื่อหา "ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่" มาแทน พ่อผู้ใหญ่(พ่อของอิปิ๊) ที่เพิ่งได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น กำนันคนใหม่ของตำบลสายวันนั้น ชาวบ้านนับร้อยต่างพากันมานั่งล้อมวงกันที่ลานใต้ถุนเรือนกำนันคนใหม่ กลิ่นหอมของลาบเทาและต้มไก่บ้านโชยมาเป็นระยะ กำนันในชุดกากีเต็มยศยืนยิ้มหน้าบานมองดูลูกเขยคนเก่งที่กำลังเดินจูงมือลูกสาวลงมาหาชาวบ้าน"เอาล่ะ พี่น้องชาวนาสีทอง" กำนันหมายประกาศเสียงก้อง "ตอนนี้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมันว่างลง ข้อยกะเป็นกำนันแล้ว สิให้เบิ่งแยงทั้งตำบลมันกะสิไม่ทั่วถึง วันนี้ข้อยเลยอยากฟังเสียงพวกเจ้าว่า อยากได้ใครมาดูแลหมู่บ้านนาสีทองของเราต่อ"เสียงชาวบ้านซุบซิบกันไปมา จนกระทั่ง ลุงมิ่ง อดีตนักเลงเก่าประจำหมู่บ้านตะโกนขึ้นมา "สิไปหาไกลทำไมล่ะพ่อกำนันก็ไอ้เจ้ากริชลูกเขยพ่อนั่นแหละ มันจบกรุง











