Mag-log inวันต่อมา...
"อ้อมส่งแม่หน้าประตูนะคะ แม่เข้าไปได้ไหมคะ แม่คะถ้ามันเหนื่อย มันหนักก็อย่าทำนะคะ "
อ้อมกล่าวทิ้งท้ายก่อนไปทำงานกับแม่จันทร์ของเธอ แม่ของเธอพยักหน้า เข้าใจว่าลูกสาวเป็นห่วงเพียงใด
"ไม่ต้องห่วงแม่หรอกลูก รีบไปทำงานเถอะ เดี๋ยวเข้างานสาย ลองดูสักตั้งนะลูก"
แม่จันทร์ชูสองนิ้วเดินลงรถ หายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นที่ทำงานใหม่ของเธอ หรือบ้าน มหาประชานิเวศน์นั่นเอง
"อ้าวมาแล้วหรอแม่จันทร์ สวัสดีตอนเช้านะคะ"
แจ่มกล่าวทักทายกับสมาชิกคนใหม่ที่เพิ่งเดินเข้ามา
"มานี่มะ...แจ่มจะพาแม่จันทร์ไปแนะนำ อะไรอยู่ตรงไหนบ้าง"
สักพักทั้งสองคนก็หายไปตามส่วนต่างๆของบ้าน อีกทั้งสวนหลังบ้านที่ร่มรื่นตามประสาบ้านคนรวยด้วย
เสียงฝีเท้าก้าวหนักๆเดินลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้าน
"พี่แจ่มๆๆ แจ่ม ขอยาหน่อยสิปวดหัวจะแย่แล้ว เมื่อคืนหนักไปหน่อย หายไปไหนกันหมดนะ"
สิ้นเสียง เจ้าของเสียงก็นั่งกุมขมับอยู่ตรงบันไดนั่นเอง
"มันหายหัวไปไหนกันหมดวะ"
เคนตะโกนอีกทีเป็นครั้งที่สอง
"พี่แจ่ม..."
แจ่มตกใจได้ยินเสียงแว่วๆเรียกชื่อตัวเองดังมาแต่ไกล
"ขา...คุณเคน แจ่มอยู่นี่คะ ไปกันเถอะแม่จันทร์ คุณหนูของแม่จันทร์ร้องเรียกหาแล้ว คุณหญิงไม่อยู่หลายวันซะด้วย ส่วนคุณผู้ชายก็ไปนอนอีกบ้าน หวังว่าแม่คงเข้าใจนะว่าเขารับแม่มาทำไมมาดูลูกชายเขาคนนี้แหละ"
"มาแล้วคะยา คุณเคน เป็นไงไหวไหมคะ โดนตัวไหนมาละคะ สภาพถึงเยินแบบนี้ นี่แม่จันทร์คนดูแลคุณเคนคะ ต่อไปเรียกใช้แม่จันทร์ได้เลย ส่วนแจ่มจะไปทำอย่างอื่นคะ"
แจ่มยื่นยาแก้ปวดหัวพร้อมแนะนำ แม่จันทร์ให้บุตรชายคุณหญิงทราบไปพลางแต่สภาพของเคนตอนนี้ ไม่รับรู้ว่าใครเป็นใคร สายตาของเคนจึงปรายมองมาไม่เต็มตาด้วยซ้ำ
"อึม... ไม่ไหวละ เอายามาปวดหัวจะแย่ละ ฉันจำใครไม่ได้หรอกตอนนี้ แจ่มอย่าบอกคุณแม่ละว่าฉันดื่มมา แล้วมีสภาพอย่างที่เห็น ฉันขึ้นไปนอนต่อละ"
แม่จันทร์ซึ่งยืนอยู่ข้างๆแจ่ม ยิ้มให้คุณเคนตอนแนะนำตัว แต่คุณเคนของเธอไม่สนใจอะไรเลย จนแจ่มบ่นเป็นหมีกินผึ้ง เมื่อคุณเคนของเธอหายขึ้นชั้นสองไปเพื่อนอนต่อ
"ถ้าเป็นสาวๆคงตาโตใช่ไหมคะคุณเคน นี่เป็นแม่จันทร์หรอกถึงไม่สนใจอะไรเลย"
แม่จันทร์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมคุณหญิงแม่ของเขาถึงจ้างเธอมาดูแลส่วนตัวให้ลูกชาย
"ดิฉันเข้าใจแล้วคะว่าทำไม คุณหญิงถึงจ้างดิฉันมาช่วยดูอีกแรง สังเกตุจากกลิ่นเหล้าเมื่อกี้ ก็แรงไม่เบาเชียว"
แม่จันทร์กล่าวอย่างใจเย็น เมื่อพูดถึงลูกชายคุณหญิงบัวพากับแจ่มที่ยังยืนอยู่เป็นเพื่อนไม่ไปไหน
"เป็นไงละแม่จันทร์ คิดว่าไหวไหมคะ แต่ยังไงก็คิดว่าสงสารเธอ ถูกตามใจมาตั้งแต่เล็ก ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนะ"
"ไหวนะคะ เลี้ยงลูกสาวมาก็ไม่แพ้กัน คนนั้นก็ดื้อใช่เล่น "
แม่จันทร์ปิดปากหัวเราจะเบาๆ แล้วเดินเข้าไปในครัวกับแจ่มเพื่อไปทำข้าวต้มให้คุณเคนของเธอทาน
เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง กลิ่นข้าวต้มโชยไปถึงชั้นสองของบ้าน เคนยันกายลุกจากเตียง ทำจมูกฟุตฟิต เมื่อได้กลิ่นข้าวต้มร้อนๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"ว่าไงแจ่ม"
"ไม่ใช่แจ่มคะ จันทร์เอง"
"เปิดเข้ามาสิ แต่ฉันโป๊อยู่นะเข้ามาเถอะ"
แม่จันทร์แง้มประตูเข้าไปอย่างช้าๆภายในมือถือข้าวต้มร้อนๆในมือหอมฉุยน่ารับประทานเป็นอย่างยิ่ง แม่จันทร์ไม่กล้ามองไปที่เตียง ได้แต่ปรายตามองเพียงเท้าของเคนเท่านั้น
"วางตรงนั้นแหละ เดี๋ยวฉันกิน แล้วก็ออกไปได้แล้ว เดี๋ยวหัวใจเธอจะวายเสียก่อน"
"ค่ะ...รีบทานนะคะเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อนไม่อร่อยคะคุณ"
"รู้แล้วน่าอย่ามาเป็นแม่ของฉันอีกคนจำไว้"
แม่จันทร์ทราบในน้ำเสียงนั้นจึงรีบถอยออกมา เมื่อเจ้าของห้องเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันใด
"ไปแล้วคะ"
เสียงปิดประตูเบาๆเมื่อแม่จันทร์เดินออกไป ไม่เหมือนเสียงแจ่มเดิน แม่จันทร์เดินจนเคนแทบไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเลย ถ้าเป็นแจ่มคงดังไปสามบ้านแปดบ้านก็ว่าได้
"โอ้ย...กี่โมงกี่ยามแล้วนี่ ทำไมปวดหัวขนาดนี้นะ"เคนยกมือกุมขมับ
"กินข้าวต้มซะหน่อยน่าจะดีขึ้น ว่าแล้วก็เอาซะหน่อย"
เป็นเพราะกลิ่นข้าวต้มที่ยั่วยวนใจเคนนั่นเอง จึงทำให้เขาต้องยันกายลุกจากเตียงในสภาพของคนดื่มแล้วแฮ้งค์จนทำอะไรไม่ได้อยู่แบบนั้น เคนเอื้อมมือพร้อมขยับตัวไปยังโต๊ะเล็กๆข้างเตียง ในสภาพที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนัก แล้วตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากคำแรก
ซู้ด...
"อืม...อร่อยนี่ ถ้าเป็นฝีมือแจ่มคงไม่ได้เท่านี้ หรือไม่ฉันอาจจะโยนทิ้งไปเลยก็ได้นะ'
ระหว่างกินข้าวต้มเคนก็คิดวิจารณ์คนใช้ชื่อแจ่มที่อยู่ด้วยกันมานานแต่ฝีมือทำอาหารกลับสู้ป้าจันทร์ไม่ได้เลย
เช้าวันต่อมา...
หลังจากที่เคนไปปาร์ตี้แล้วเมาไม่ได้สติกลับมา แต่ได้ข้าวต้มแม่จันทร์เข้าไปเขาถึงกับตาสว่างเลยทีเดียว หลังจากวันนั้นเคนก็ไม่ได้ออกไปไหนเป็นเพราะเหนื่อยและรู้สึกร่างกายย่ำแย่
"อ้าว...วันนี้ลูกชายตัวดีของเราอยู่บ้านนี่สิ ถึงว่าท้องฟ้ามันมืดครึ้มชอบกล"
เสียงคุณหญิงบัวพา ตะโกนไล่หลังลูกชายเมื่อเห็นเขาเดินเล่นอยู่ในสวน
"คุณแม่ครับอย่าแซวผมนักเลย ยังไงบ้านก็คือที่สุดท้ายที่ผมจะกลับมาตายรังนะครับ ฮึ..ฮึ"
เสียงหัวเราะในลำคอของเคน ทำให้คุณหญิงยิ้มออกมาได้เช่นกัน
"เคนลูก วันนี้จะเข้าบริษัทไหม เห็นให้ศักดิ์ชัยดูแลแทนมาหลายวันแล้วนี่ลูก เข้าไปดูหน่อยก็ดีนะระวังเรื่องบัญชีไว้บ้าง อยา่ไว้ใจใครให้มากนัก แล้วเรื่องแม่บ้านคนใหม่ที่แม่ให้มาดูแลแกเป็นไงบ้าง"
คุณหญิงบัวพาถามความเห็นลูกชาย
"แหม...คุณแม่ก็หาให้ผมซะแก่เลยนะครับ ทำไมกลัวเคนจะจับคนใช้เป็นเมียหรอ ไม่หรอกครับ เคนไม่ใฝ่ต่ำขนาดนั้นหรอก รู้ดีน่าว่าจะเลือกใครทำเมียออกหน้าออกตาครับ"
"อย่าเลยแกนะเห็นใครสวยเป็นไม่ได้ อย่างแม่แพมอะไรนั่น แม่ก็ไม่เอาหรอกนะ อย่าเอามาทำเมียออกหน้าออกตาเด็ดขาด ไม่ไหว ไม่ไหว"
คุณหญิงบัวพาส่ายหน้าไปมา เคนมองแล้วก็อดขำไม่ได้ที่แม่ของเขาไม่ชอบแพมเอาซะเลย
ในความคิดของเขาคงไม่เอาแพมทำเมียออกหน้าออกตาเช่นกัน แต่เอาไว้มีเซ็กซ์ยามแก้เหงาพอได้ แต่ทำเมียคงไม่ได้เพราะแพมทำงานไ่ม่เป็นเอาซะเลย เจียวไข่ยังไหม้ ได้แพมเป็นเมียคงอดตาย นางเก่งแต่เรื่องบนเตียงอย่างเดียว
ที่คอนโดของแพม...
อยู่ๆแพมก็จามไม่รู้สาเหตุติดๆกันสามครั้ง
"ใครนินทาวะ ยิ่งเบื้่อๆอยู่เคนก็ไม่มาหาหลายวันแล้ว โทรก็ไม่โทร มันน่านักถ้าไม่ติดว่ารวยคงสลัดทิ้งไปนานละ ฮึ'
แพมคิดไปพลางก็รู้สึกเซ็งขึ้นมาซะงั้น เธอก็รู้สึกเบื่อเคนเหมือนกันที่คิดจะมาก็มาจะไปก็ไป ไม่สม่ำเสม
อเอาซะเลย ปล่อยให้เธอวิ่งตามจนเริ่มเหนื่อย
"ไปร้านเหล้าดีกว่า ยังไงเคนก็คงยังไม่มาหรอก เฮ้อ...เบื่อโว้ย"
อ้อมเพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่ตอบอะไรนอกจากการเอ่ยขอบคุณในความห่วงใย ก่อนจะกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน แต่ใจและความคิดมันลอยตามร่างของเคนไปไกลจนแทบจะเรียกสติกลับมาไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าถ้าจะก้าวเดินไปด้วยกันมีอุปสรรคขวางกั้นรออยู่เพียบ แถมยังมีเรื่องที่คุณหญิงบัวพาเพิ่งพบความจริงเกี่ยวกับตัวเธอว่าเป็นลูกสาวของแม่บ้านในบ้านของเขาอีก เรื่องนี้อ้อมยิ่งรู้สึกด้อยค่าและไม่มั่นใจขึ้นไปอีกวันต่อมาเมื่อเคนกลับมาที่บ้าน คุณหญิงบัวพาก็เรียกเขามาคุยต่อตามลำพังที่ระเบียงห้องนั่งเล่น"แม่อยากถามอะไรเจ้าสักหน่อยพ่อลูกชายตัวดีให้มันชัดเจนสักที... เจ้าคิดกับอ้อมยังไงแน่"เคนชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยสายตาแน่วแน่แม้น้ำเสียงยังผ่อนหนักผ่อนเบาไม่มั่นใจอยู่บ้าง"ผมเองก็เพิ่งเริ่มรู้ตัวเมื่อเจอเรื่องราวพวกนี้เข้าครับ ว่าผมเริ่มไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเธอ... แต่ผมยังรู้สึกว่าตัวเองยังแก้ปัญหาให้ผู้หญิงอื่นในชีวิตไม่จบ โดยเฉพาะแพม ผมเลยไม่อยากลากเธอเข้ามาเดือดร้อนกับผมในตอนนี้ ผมกลัวว่าเธอจะรับไม่ไหวนะครับคุณแม่"คุณหญิงบัวพาถอนหายใจพลางมองลูกด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะรู้อะไรมากกว่าที่ลูกคิด จากการที่ผ่านโลกมานาน
เคนขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินชื่อจุ๋ม เขารู้ทันทีว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเขาทำงานอยู่คนละที่กับอ้อม อ้อมยังคงปฏิบัติงานอยู่ที่เดิมร่วมกับจุ๋มและดวงดาว อ้อมกับเคนทำงานกันคนละที่ จึงแทบไม่มีโอกาสได้พบปะหรือพูดคุยกันให้คนอื่นสงสัย ยกเว้นภารกิจสำคัญที่ต้องประสานงานร่วมกันเหมือนเมื่อคืนก่อนนี้ จึงมีปาร์ตี้ให้มีดื่มกันเล็กน้อยจนเกิดเรื่องขึ้น"จุ๋ม..." เคนกระซิบชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงทอดอารมณ์ "ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอจะทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร ทั้งที่รู้ดีว่าผมกับอ้อมแค่เพื่อนร่วมงานที่ปรึกษาเชื่อใจกันเท่านั้น"เคนพูดขึ้นมาเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจทั้งมารดาของเขาและดวงดาว แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน คุณหญิงบัวพาเอียงคอเล็กน้อยมองอ้อมด้วยสายตาปรานีแต่คุณหญิงบัวพาก็ต้องตกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อจำได้ว่าอ้อมคือลูกสาวจันทร์แรมแม่บ้านของเธอเอง ซึ่งเรื่องนี้เคนไม่รู้มาก่อน ตอนนี้ขอเคลียร์เรื่องของดวงดาวให้จบก่อน "ฟังนะ... ฉันไม่ได้โกรธเคืองเธอ แต่การมาอ้างสิทธิ์โดยไม่ตรวจสอบความจริงแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ ถ้าเธอเชื่อฟังคำพูดคนอื่นง่ายๆ จนลืมใช้เหตุผลแล้วก่อเรื่องราว คงไม่มีผู้ใหญ่คนไหนอยากมีลูกสะใภ้ที
อ้อมนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ของเธอออกไปทำงานแล้วจึงโทรหาจุ๋มรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ด้วยความร้อนใจ เรื่องงานนานทีปีหนอ้อมจะมีเรื่องแบบนี้ให้เห็น"อ้อมเธอหายไปไหนมาเมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านรึ เธอไปกลับคุณเคนเขาไม่ไปส่งที่บ้านหรือ แสดงว่าเธออยู่กับคุณเคนทั้งคืนเลยละสิ จะบ้าตายบอกใครก็ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าไม่มีอะไรกัน"ดวงดาวและรัศมีได้ยินชื่อเคนก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจในเรื่องของอ้อม"อะไรนะจุ๋มเธอบอกมาซะดีๆคุณเคนกับอ้อมมีอะไรกัน ที่พวกเธอกำลังปิดบังฉันอยู่ คุณเคนเป็นของฉันนะจำไว้ ใครก็ห้ามแตะต้อง"จุ๋มทำหูทวนลมแต่ด้วยความอยากแกล้งให้ดวงดาวเต้นเร่าจุ๋มจึงพูดขึ้นมาลอยๆว่า"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่อ้อมกับคุณเคนเขาไปปาร์ตี้กันแล้วหายไปด้วยกันทั้งคืนก็แค่นั้น"พอพูดจบจุ๋มก็หันกลับไปสนใจเอกสารที่โต๊ะแทน ชลาธรมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยคนที่เขาชอบและคิดจะจีบถูกผู้ชายที่ดูดีมีชาติตระกูลตัดหน้าไปเสียแล้ว"บ้าที่สุดนังอ้อมมันตั้งตัวเป็นศัตรูหัวใจกับฉันใช่ไหมคอยดูนะมันจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้"ดวงดาวเดินกระทืบเท้าออกไปแล้วตรงไปยังโต๊ะรัศมีส่งเสียงร้องไห้ด้วยความน้อยใจเคนที่ไม่รับผิดชอบเธอเลยแถมซ้ำมีคนใหม่อีก
เวลาก็ล่วงเลยไปเรื่อยๆอ้อมก็เมาจนหลับไหลไม่ได้สติ แม่จันทร์ของเธอก็ชะเง้อจนคอแทบหลุดแล้วก็เผลอนอนหลับอยู่บนโซฟากลางบ้านนั่นเองเคนฟุบหลับอยู่ข้างเตียงทนง่วงไม่ไหว ขณะนี้ก็ตีสามเข้าไปแล้ว ถึงแม้จะออกมาปาร์ตี้บ่อยขนาดไหนช่วงหลังมานี่เคยห่างหายไปนานกับการปาร์ตี้กลับดึกๆแบบนี้จนทำให้ร่างกายคุ้นที่ไม่นอนดึกแบบนี้ อ้อมขยับตัวเล็กน้อย พยายามลืมตาว่าที่ไหน แต่มันก็ไม่คุ้นชินเลยว่าใช่บ้านของเธอหรือไม่ อ้อมพยายามมองไปโดยรอบเพราะเริ่มสร่างเมาบ้างแล้ว สิ่งแรกที่เธอคิดได้ตอนนี้คือแม่ของเธอที่ต้องเป็นห่วงเธอมากแน่ จึงหันซ้ายหันขวาแล้วเจอเคนที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียงจึงกรี๊ดสุดเสียงจนเคนตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจเช่นกัน"อ้าวคุณเป็นอะไรร้องซะดังเลย ตื่นแล้วหรือ"เคนรีบเอามือปิดปากอ้อมที่กรี้ดขึ้นมาอย่างดังอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน"นายทำอะไรฉัน ดูสิพาฉันเข้าโรงแรม หรือนายทำอะไรฉันไปแล้ว ไม่นะ ไม่นะฉันต้องเก็บความบริสุทธิ์ไว้ในวันแต่งงาน ไอ้บ้า!"สารพัดคำพร่างพรูออกมาจากปากอ้อมจนเคนต้องรีบเอามือปิดปากเธออีกครั้ง"ยัยแว่น หยุดก่อนฟังฉันก่อนฉันแค่พาเธอมาเช็ดตัวนอนพักเพราะไม่รู้บ้านเธออยู่ไหน แค่นั้นเองที่เห
เคนตามอ้อมมาด้วยความเสน่หา เดี๋ยวนี้อ้อมสวยเซ็กซี่ขึ้น เขาจึงเกิดความหึงหวงขึ้นในใจโดยไม่ทราบสาเหตุ"เธอดื่มมากไปแล้ว ยัยแว่นดูสิไม่เคยดื่มไวน์หรืออย่างไรกันนะกระดกเอากระดกเอา ฉันนี่อยากจะลงโทษเธอเหลือเกินดื้อชะมัด"เคนนั่งมองอ้อมด้วยความห่วงใย แต่อ้อมไม่สนใจคนเจ้าชู้อย่างเคน ถึงแม้เขาจะหล่อเหลาและร่ำรวยเพียงใดก็ตาม ภาพจำของเธอคือชายหนุ่มไปกับดวงดาวตั้งแต่วันนั้น นั่นก็หมายความว่าเขาเป็นผู้ชายของดวงดาวแล้ว"ไอ้คนเจ้าชู้ไม่มีวันเสียหรอกที่เราจะตกเป็นเหยื่อฮึ..."อ้อมสัญญากับตัวเองไว้ว่ายังไงเสียเธอจะไม่ยอมเผลอใจไปหลงเสน่ห์เขาแน่ๆ "พี่อ้อมเมาแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งนะ พี่จุ๋มคิดเงินเลยไหม ดูสิพี่อ้อมไม่ไหวแล้ว"ในตอนนี้เห็นจะมีชลาธรเท่านั้นที่มีสติก็ว่าใคร ส่วนจุ๋มก็เมาไม่แพ้กัน "คิดเงินเลยไอ้น้อง บอกเขามาเก็บที่พี่ แต่พี่ยังไม่อยากกลับเลย อ้อมมันเมาแล้วหรอพี่ยังไม่เมาเลย"จุ๋มโอดครวญติดใจเพลงที่นักร้องกำลังร้องเลยไม่อยากกลับ ทั้งที่ตัวเองก็จะพยุงร่างไม่ไหวแล้ว"อ้อมยังไหวค่ะ อย่าห่วงหน่อยเลยชลาธร พี่ไหว อ้วก...เฮือก"ชลาธรส่ายหัวในความดื้อของอ้อมเขาเรียกเด็กเสริฟเก็บเงิน แล้วจะส่งอ้อมกับจุ
"พี่จุ๋มเป็นอะไรคะ ไม่พูดไม่จาหน้าตาไม่สบายเลย"อ้อมถามจุ๋มที่นั่งข้างๆ ด้วยความเป็นห่วง เป็นใย อย่างน้อยยามที่เธอไม่สบายใจโดนรัศมีและดวงดาวกลั่นแกล้งก็มีพี่จุ๋มนี่แหละที่คอยช่วยให้กำลังใจเสมอมา"คือพี่ทะเลาะกับคนที่บ้านมาจ้ะ ไม่สบายใจนิดหน่อย ขอบใจนะอ้อมที่เป็นห่วงพี่""ไม่เป็นไรนะพี่จุ๋ม เอางี้นะคะวันนี้อ้อมพาพี่ไปเปิดหูเปิดตาดีกว่าไหม ร้านนี้เขาว่าดีกัน นักร้องก็หล่อใช้ได้ร้องเพลงก็เพราะ"อ้อมพูดปลอบประโลมจุ๋มให้เธอคลายกังวล "อ้อมพูดเหมือนท่องราตรีจนช่ำชองแล้วอย่างนั้นแหละ แต่พี่ว่าก็ดีเหมือนกันนะ ช่วงนี้เบื่อๆเจอแต่อะไรก็ไม่รู้ บริษัทก็มีแต่มลพิษทางสายตาทางอารมณ์ ไปปลดปล่อยบ้างก็ดีนะ นี่ก็ใกล้เลิกงานแล้ว เตรียมตัวกันเถอะ แต่อ้อมไม่ต้องอะไรมากแค่นี้ก็สวยระเบิดเถิดเทิงแล้ว ให้คนอิจฉาเล่นๆ "จุ๋มไม่วายที่จะเอ่ยถึงฝ่ายตรงข้ามให้หายอารมณ์เสีย อย่างน้อยมันก็ช่วยได้ ไม่มากก็น้อย"ค่ะ...ไปกัน เอารถใครไปดีคะ วันนี้อาจจะมีการมึนเมากันเกิดขึ้น หรือเราจะนั่งแท็กซี่ไปกันดี"ทั้งสองปรึกษากันก่อนไป อ้อมไม่ลืมที่จะโทรบอกแม่ให้กลับก่อนโดยไม่ต้องรอเธอ เพราะวันนี้จะออกไปเปิดหูเปิดตากับจุ๋ม แม่ของอ้
พอถึงโรงแรม ดวงดาวแกล้งสะลึมสะลือไม่รู้ความ "ถึงแล้วหรือคะ ที่เราจะอยู่ต่อมีความสุขด้วยกันคะเคนที่รัก""ลงไหวไหม เดี๋ยวผมพยุงลงจากรถนะดาว "เคนพยุงดาวลงจากรถอย่างทุลักทุเล เนื่องจากตัวของดาวเองก็อวบอั๋นไม่ใช่น้อย"มาครับ ให้ผมช่วย"เคนพยุงดาวลงจากรถจนถึงห้องที่เปิดรอไว้ บัดนี้เขากับเธออยู่เพียงสอง
เช้าวันนี้เคนไม่เข้าบริษัทอีกเช่นเคย เพราะเมื่อวานจัดการกับเอกสารกองโตไปหมดแล้ว เขาจึงตื่นสายได้และนอนอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์อืด...อืด...อืด...อืดเสียงโทรศัพท์ยังคงดังอยู่เช่นนั้น เคนคว้ามือควักไขว้่ไปมา เพื่อควานหาที่มาของเสียง มันยังคงดังอยู่เช่นนั้นไม่เลิก เขาลืมตายสะลึมสะลือมองหาโทรศัพท์"
ฮือ...ฮ่าเสียงของเคนแสดงความพึงพอใจในแพมเป็นอย่างมาก เรื่องบนเตียงแพมเก่งมากอยู่แล้วแพมเงยหน้ามองเคน ที่บัดนี้เธอทำให้เขาสุขสมและเอาอยู่"ชอบไหมคะที่รักที่แพมทำให้แบบนี้"แพมละปากจากเจ้าโลกที่กำลังแข็งขืนพร้อมออกรบอยู่ในที"ชอบสิแพม ไม่มีใครเด็ดเท่าเธอแล้ว เธอลืมอะไรไปหรือเปล่าจ๊ะแพม"น้ำเสียงของ
เสียงฝีเท้าของดวงดาวเดินกระทืบเท้าไปหาอ้อม"อ้อม...มีคนมาหาเธอนะ ยืนรออยู่ข้างหน้า เร็วๆหน่อยเขามีเวลาไม่มากนัก"ดวงดาวชักสีหน้าปนอิจฉาในที ที่คนที่เธอคิดกับเป็นคนละคนกัน พร้อมกับเร่งรีบอ้อม"ใครเหรอ...อ้อมไม่เคยนัดใคร"อ้อมยังสงสัยไม่เลิก จนดวงดาวชักหมั่นไส้ ชักสีหน้าให้อ้อมเห็น"แน่ละ หน้าตาแบบเธ







