Accueil / รักโบราณ / มารเร้นกายดับแสงดารา / ตอนที่ 4 ชีวิตใหม่ของสวีลู่ชิง

Share

ตอนที่ 4 ชีวิตใหม่ของสวีลู่ชิง

last update Dernière mise à jour: 2024-11-25 07:00:45

แดนมนุษย์

เดิมทีเทพดาราจะกลายเป็นดาวตกลงมาเผชิญด่านเคราะห์ทุก ๆ หนึ่งพันปีเพื่อเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ต้นไม้แห่งชีวิตในแดนมนุษย์ นางมีโชคชะตาที่เทพบรรพกาลเลือกสรรให้เป็นผู้สังหารจอมมารที่ถือกำเนิดขึ้นในสามภพ

ตลอดระยะเวลาหลายแสนปีที่ผ่านมา เหล่าเทพเซียนภพสวรรค์ได้รับเลือกจากเทพบรรพกาลมานับไม่ถ้วนเพราะเขาผู้นั้นคือผู้หยั่งรู้โชคชะตา

เมื่อจอมมารในแต่ละช่วงเวลาถือกำเนิด หากวิธีที่รับมืออยู่ไม่สามารถต้านทานพลังมารอันชั่วร้ายได้ เมล็ดพันธุ์ต้นไม้แห่งชีวิตจึงเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะผู้ที่สังหารจอมมารตนนั้นต้องสละแก่นวิญญาณของตนเองหลอมรวมอสนีบาตสวรรค์ 19 ครั้ง ผันเปลี่ยนเป็นพลังมหาศาลทำลายจอมมารไปพร้อม ๆ กัน

เหตุการณ์เหล่านั้นจึงทำให้มีเทพเซียนดับสูญตลอดกาลไปไม่น้อย แต่เพื่อแลกกับความสงบสุขของสามภพแล้ว พวกเขาเหล่านั้นจึงยอมรับในโชคชะตาของตัวเอง

ครั้งนี้สวีลู่ชิงลงมาเกิดเป็นมนุษย์ครั้งที่สองด้วยช่วงเวลาที่ห่างกันจากครั้งแรกเพียงห้าร้อยปี พลังเทพของนางจึงได้รับความเสียหายบางส่วน

เด็กทารกดวงตาสีฟ้า เรือนผมขาวแต่กำเนิดราวหิมะปรากฏตัวขึ้นในตะกร้าหน้าสำนักเซียนดาราสวรรค์ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส

ดอกจื่อเถิงสีม่วงอมชมพูบานสะพรั่ง สายลมพัดกลีบดอกไม้ปลิวไสวล่องลอยราวกับภาพวาด

เวลานั้นหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากตำหนักต้นหลิว สีหน้าของนางรับรู้ได้ว่าเด็กทารกผู้มีดวงชะตาอาภัพกำลังรอนางอยู่ใต้ต้นจื่อเถิง

นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำใจให้ชินกับความเป็นไปทางโลกและพร้อมโอบรับชะตากรรมของนางด้วยเช่นกัน

ครั้นได้เห็นใบหน้าน่ารักน่าชังของทารกตัวน้อย นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้งแล้วยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

“จื่อเถิง จนกว่าจะถึงวันนั้น เรามาใช้ชีวิตที่มีความสุขด้วยกันเถอะนะ” น้ำเสียงของนางแผ่วเบา เซียนผู้เป็นเจ้าสำนักดาราสวรรค์โอบอุ้มทารกน้อยพร้อมตั้งชื่อให้นางเหมือนกับดอกจื่อเถิงที่ผลิบานงดงามในเวลานี้

สวีลู่ชิงร่างใหม่ไร้ความทรงจำและพลังใด ๆ ยามเมื่อตนเป็นเทพดาราเพราะทุกสิ่งทุกอย่างถูกผนึกเอาไว้ในส่วนลึก นางจึงมองมนุษย์ที่พบเจอคนแรกด้วยรอยยิ้มไร้ความกังวล

หารู้ไม่ว่าการเผชิญด่านเคราะห์ครั้งนี้จะไม่เหมือนกับเมื่อครั้งก่อนเพราะมีตัวแปรอย่างจอมมารเข้ามายุ่งวุ่นวายกับโชคชะตาของนางด้วยตัวเอง

แทนที่จะเผชิญด่านเคราะห์ทั่วไปอย่างเคย ครานี้ชะตากรรมของนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสเกินจะทนไหว

นอกจากสวีลู่ชิงแล้ว เหล่าเทพเซียนองค์อื่น ๆ ได้จุติลงมาในแดนมนุษย์ด้วยเช่นกัน โชคชะตาของแต่ละคนแตกต่างกันไปแต่ทุกคนล้วนต้องมาเกี่ยวข้องกับสวีลู่ชิงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เจ้าสำนักดาราสวรรค์พาทารกน้อยจื่อเถิงเข้ามาในตำหนักพลางเรียกอาจารย์สำนักคนอื่น ๆ เข้ามาหา ประกาศเรื่องรับนางมาอุปถัมภ์ดูแลและให้เฉาหมิงเป็นอาจารย์สายตรงคอยอบรมสั่งสอนนาง

“หากเจ้าสำนักเซียวเห็นควรเป็นเช่นนั้น ข้าจะทำตามคำสั่งของท่านอย่างสุดความสามารถ” เฉาหมิงรับปากพลางมองใบหน้ายิ้มแย้มของเด็กน้อยผู้มาใหม่

เวลานั้นศิษย์น้องคนสุดท้ายของสำนักดาราสวรรค์เดินตรงเข้ามาหาจื่อเถิ่ง แม้ดวงตาของเขาจะบอดสนิททั้งสองข้างแต่ใจของเขากลับรับรู้สรรพสิ่งรอบกายได้เป็นอย่างดี

หยางซีอวิ๋นมองเห็นพลังที่แปลกจากที่เคยเห็นถูกผนึกอยู่ในร่างจื่อเถิงน้อย พลังบริสุทธิ์ที่เขาสัมผัสได้ทำให้ตัวเขาเองรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

“ท่านอาจารย์เจ้าสำนัก นางเป็นผู้ใดหรือ” หยางซีอวิ๋นวัยเจ็ดขวบถามนางด้วยความสงสัย

“อืม รู้ลึกถึงเพียงนี้เชียวหรือ” นางคล้ายได้คำตอบแล้วว่าทำไมเขาถึงมองเห็นพลังที่ซ่อนเร้นในกายของทารกน้อยพลางคิดในใจว่า หยางซีอวิ๋นผู้นี้คงจะมาจากที่เดียวกันกับจื่อเถิงกระมัง

“ข้าจะดูแลศิษย์น้องของข้าเป็นอย่างดีขอรับ” รอยยิ้มบางผุดขึ้นมา เขาเอื้อมมือข้างซ้ายแตะปลายนิ้วก้อยน้อย ๆ ของจื่อเถิงเพื่อทำความรู้จักกัน

พลันเสียงหัวเราะของจื่อเถิงดังขึ้นเพราะสัมผัสของเขา “น่ารักน่าชัง” หยางซีอวิ๋นเอ่ยพึมพำ

“เฮ้อ... เห็นเช่นนี้แล้วข้าคงห้ามเจ้าไม่ได้กระมังเสี่ยวอวิ๋น” เจ้าสำนักเซียวส่ายหน้าแล้วบอกให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ “ลองอุ้มนางดูเถิด”

เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของศิษย์พี่ จื่อเถิงยิ้มให้เขาหน้าระรื่น ยื่นมือกลม ๆ น้อย ๆ คิดจะแตะใบหน้าที่กำลังมองตนเองอย่างอ่อนโยน

“ข้ามีศิษย์เพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วสินะ” เฉาหมิงถอนหายใจ เดิมทีคิดว่าจะรับหยางซีอวิ๋นเป็นศิษย์สายตรงคนสุดท้ายแล้วแท้ ๆ แต่หากดูจากท่าทางของศิษย์พี่มือใหม่เวลานี้แล้วคงไม่แคล้วขอร้องให้เขารับนางเป็นศิษย์ไปอีกคนแน่ ๆ

“ข้าบอกเจ้าตั้งแต่แรกแล้วมิใช่หรือว่าให้เจ้าเป็นอาจารย์ของนาง” เจ้าสำนักเซียวเลิกคิ้วคิดว่าคนตรงหน้าลืมเรื่องที่พูดคุยก่อนหน้านี้ไปแล้ว “เจ้าคงจะไปฝากจางเจี๋ยหลุนดูแลใช่หรือไม่”

“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก” เสียงของเขาสูงปรี๊ดผิดปกติจนหยางซีอวิ๋นหัวเราะลั่น

“อาจารย์ขอรับ เรื่องดูแลศิษย์น้อง ศิษย์จะช่วยท่านเอง” เขาหลงรักเจ้าจื่อเถิงเต็มเปาจึงเอ็นดูน้องสาวคนนี้เป็นอย่างมาก “ในที่สุดก็จะมีคนเรียกข้าว่าศิษย์พี่แล้ว”

“นึกแล้วเชียว” เฉาหมิงส่ายหน้าแล้วขยี้ผมยาวสีดำขลับของศิษย์รักตามประสา

กาลเวลาผันผ่านไปอย่างสงบเรียบง่าย ทารกน้อยจื่อเถิงในวันนั้นค่อย ๆ เติบโตอย่างงดงามราวกับดอกจื่อเถิงที่บานสะพรั่ง

เวลานี้จื่อเถิงอายุครบสิบแปดปี ชีวิตรายล้อมด้วยความสุขที่ศิษย์พี่และอาจารย์มอบให้ ไม่เคยต้องประสบพบความยากลำบากใด ๆ มาก่อน

บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกพเนจรช่วยเหลือชาวประชาที่ตกทุกข์ได้ยาก เรียนรู้ความลำบากและผ่านด่านเคราะห์ที่กำหนดให้นางเผชิญ

“ศิษย์น้องจื่อเถิง” เสียงเรียกของหยางซีอวิ๋นทำให้นางรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาถือดอกไม้กลิ่นหอมนานาชนิดมามอบให้นางเป็นของขวัญวันที่บรรลุคัมภีร์เซียนขั้นที่สามหลังจากฝึกฝนมานานหลายปี

“ศิษย์พี่จื่อเถิง” อิงฮวาผู้เป็นศิษย์คนสุดท้ายของสำนักดาราสวรรค์เรียกนางด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “อาจารย์บอกว่าศิษย์พี่จะออกเดินทางใช่หรือไม่”

“อืม” นางตอบสั้น ๆ รู้ดีว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร

แม้อิงฮวาจะเป็นศิษย์สายตรงของจางเจี๋ยหลุน แต่อาจารย์อาไม่ได้เคร่งครัดห้ามปรามสิ่งใดกับอิงฮวาแม้แต่น้อย นางจึงมักจะมาเกาะติดจื่อเถิงและหยางซีอวิ๋นอยู่เป็นประจำ

หากจื่อเถิงต้องออกเดินทางไกล อิงฮวาจะต้องขอตามติดไปด้วยอย่างแน่นอน

“ศิษย์พี่จื่อเถิง คือว่าข้า... ข้า...” นางพูดตะกุกตะกักเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ “คือว่า ข้า..”

“เจ้าทำไมหรือ” จื่อเถิงเห็นท่าทางของนางจึงนึกอยากแกล้ง

“ข้า.. คือว่า..”

“เจ้าอยากร่วมเดินทางกับศิษย์พี่ใช่หรือไม่” หยางซีอวิ๋นเป็นคนถามนางตรง ๆ พลางมองหน้าจื่อเถิง

“เจ้าค่ะ” ศิษย์วัยสิบห้าพยักหน้ายอมรับ “ข้าอยากไปด้วย พวกท่านรอข้าอีกสักเจ็ดวันได้หรือไม่ ข้าจะรีบสอบคัมภีร์เซียนขั้นสองให้ผ่าน”

“หากเจ้ามุ่งมั่นถึงเพียงนั้น ศิษย์พี่จะใจร้ายไม่ให้เจ้าไปด้วยได้อย่างไร” จื่อเถิงลูบศีรษะของนางอย่างแผ่วเบา “เช่นนั้นรีบเตรียมตัวสอบให้ผ่านดีหรือไม่”

“เจ้าค่ะ” อิงฮวาพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปที่ตำหนักของอาจารย์ด้วยพลังเต็มเปี่ยม แววตามุ่งมั่นราวกับมีไฟลุกโชน

“ตามใจศิษย์น้องอีกแล้วจื่อเถิง” หยางซีอวิ๋นยิ้มให้นาง

“ศิษย์พี่เป็นคนอนุญาตนางแท้ ๆ” จื่อเถิงย้อนเพราะคนที่ตามใจศิษย์น้องมากที่สุดก็คือเขา

“เฮ้อ มีเด็กน้อยสองคนเดินทางอยู่ข้างกาย ข้าคงจะปวดหัวน่าดู” หยางซีอวิ๋นทำทีถอนหายใจ

“ศิษย์พี่ ข้าไม่ได้ดื้อถึงเพียงนั้นเสียหน่อย ท่านพูดเกินไปแล้ว” จื่อเถิงส่ายหน้าไม่ยอมรับว่านางคือคนที่ดื้อที่สุดในสำนักดาราสวรรค์

“จริงหรือ ถ้าศิษย์น้องยืนยันเช่นนั้น ข้าคงต้องเชื่อแล้วล่ะ” หยางซีอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ

จากนั้นทั้งคู่จึงตั้งสมาธินั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ต้นหลิวรอคอยอิงฮวาสอบคัมภีร์เซียนด้วยความสงบเตรียมพร้อมออกเดินทางผจญภัยในดินแดนนอกสำนัก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 87 มารเร้นกายเคียงแสงดารา (ตอนจบ)

    จอมมารพาสวีลู่ชิงกลับมายังดินแดนสุญญตาที่เวลานี้แปรเปลี่ยนกลายเป็นบ้านของเราอย่างที่เขาพูด ที่รกร้างกว้างใหญ่แต่เดิมไม่มีอะไรอยู่ข้างในนั้นเลย กลับมาครั้งนี้สวีลู่ชิงได้เห็นว่าเรือนไม้หลังใหญ่สองชั้นลอยโดดเด่นอยู่ใจกลาง ดอกจื่อเถิงสีม่วงขาวเลื้อยประดับห้อยระย้าสวยงามยิ่งนักพื้นน้ำโดยรอบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าระยิบระยับ และหากท้องฟ้าสดใสถูกแทนที่ด้วยจันทรา ผืนฟ้าก็จะเต็มไปด้วยละอองดาวกงจื่อเย่เนรมิตสรรพสิ่งขึ้นมาเพื่อรอต้อนรับนางกลับมายังที่ที่เป็นบ้านของเราดินแดนตรงกลางระหว่างภพมารกับภพสวรรค์ บ้านที่พวกเขาจะได้อยู่ร่วมกันชั่วนิรันดร์“อีนั่ว ข้าฝากให้เจ้าดูแลไข่ใบนั้นให้ดี ยังจำได้หรือไม่” จอมมารถามบุตรชายเพราะเห็นเขามักจะพาลี่เซียนเที่ยวเล่นกับเทพ

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 86 สายใยรักประสาน

    นับตั้งแต่การจากไปของบุตรสาวสวีลู่ชิงตกอยู่ในความเศร้าสร้อย ความรู้สึกของนางในเวลานี้เหมือนกระตุ้นความทรงจำบางอย่างที่หลงลืมไปแล้ว สัมผัสได้เพียงว่าครั้งหนึ่งนางคงเคยสูญเสียลูกไปในช่วงเวลานี้กงจื่อเย่คอยอยู่เคียงข้างและดูแลนางไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทำหน้าที่สามีเป็นอย่างดีเพื่อให้นางข้ามผ่านความเจ็บปวดครั้งนี้ไปให้ได้หญิงสาวเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของคนข้างกาย เอ่ยพึมพำว่า “ลูกสาวของเราคงจะสุขสบายดีอยู่ที่ไหนสักแห่งใช่หรือไม่”สามีของนางจึงตอบอย่างมั่นใจ “อืม ลูกสาวของเรากำลังเล่นสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ของนาง ไม่มีเรื่องใดให้เจ้าต้องกังวลเลยลู่ชิง”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว “เจ้าช่างสรรหาคำปลอบใจได้แปลกยิ่งนัก ลี่เซียนกำลังเล่น

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 85 เคราะห์หนัก

    เก้าเดือนต่อมาเด็กครึ่งมารคนที่สองได้ฤกษ์ถือกำเนิด เด็กหญิงตัวน้อยมีดวงตาสีม่วงแดงเหมือนบิดา เรือนผมสีขาวคล้ายมารดา หน้าตาน่ารักน่าชังยิ่งนักสวีลู่ชิงมองหน้าลูกสาวพลางนึกถึงอีนั่วจึงเอ่ยปากบอกสามีที่นั่งอยู่ข้างกัน “เจ้าเคยอยากรู้ว่าลูกสาวของเราจะหน้าตาเหมือนผู้ใดใช่หรือไม่”“อืม” กงจื่อเย่ยิ้มกว้าง“นางหน้าตาเหมือนเจ้าไม่มีผิด” สวีลู่ชิงไล้แก้มเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูทันใดนั้นจึงได้ยินเสียงคุ้นเคยร้องเรียกนางจากหน้าบ้าน สวีลู่ชิงเดินไปดูลาดเลาจึงได้เห็นคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจออีกครั้ง“ท่านแม่” อีนั่ววิ่งเข้ามากอดนางด้วยความคิดถึงเพราะถูกกักบริเวณจึง

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 84 คำนับฟ้าดิน

    สามเดือนต่อมาระหว่างที่สวีลู่ชิงกำลังเก็บผักกาดอยู่ในสวนข้างบ้าน นางได้ยินเสียงกุบกับดังมาแต่ไกลผิดวิสัยการเดินทางของคนในหมู่บ้านแห่งนี้จึงรีบออกมาดูใบหน้าของใครบางคนทำให้นางดีใจยิ่งนัก รีบตะโกนบอกใต้เท้าสวีและฮูหยินที่พักผ่อนอยู่ข้างในได้รู้ว่า “ท่านพี่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ”ทุกคนออกมายืนรอรับคุณชายสวีหน้าบ้าน ส่วนกงจื่อเย่เดินมากอดเอวคุณหนูเอาไว้เหมือนอย่างเคยครั้นได้เห็นบุตรชายคนโตใกล้ ๆ ใต้เท้าสวีและฮูหยินจึงได้เห็นว่าร่างกายของเขามีแต่รอยแผลเต็มไปหมด เลือดสีแดงแห้งติดเกราะและเสื้อผ้าทว่า คุณชายสวีไม่ได้กังวลเรื่องนั้นแม้แต่น้อย “ท่านพ่อ ท่านแม่ ลู่ชิง” เขาเอ่ยเรียกทั้งสามคนสีหน้าระรื่น “ข้าล้างมลทินให้สกุลสวีได้สำเร็จแล้วขอรับ”

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 83 บิดาเจ้าน่ากลัวยิ่งนัก

    แม้จอมมารจะคิดหลายอย่างอยู่ในหัวแต่เวลานี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ดีนักเพราะเขาต้องใช้โอกาสนี้พาสวีลู่ชิงหนีจากหอเยว่ส่างก่อนที่จะถูกใครจับได้ใครหลายคนคงคิดว่าพวกเขาใช้เวลาอยู่ร่วมกันทั้งคืน กว่าจะรู้ตัวว่านักโทษกบฏแอบหนีออกไปกับแขกที่ไม่เห็นหน้าค่าตาก็คงทิ้งห่างจากพวกเขาไปหลายชั่วยามแล้ว“หนีอย่างนั้นหรือ” นางเอ่ยถามให้แน่ใจ ความกังวลถาโถมเข้ามาไม่หยุดเพราะเกรงว่าทุกคนจะมีอันตรายไปด้วย“เชื่อใจข้าหรือไม่” กงจื่อเย่ถามแต่เพียงเท่านั้น แววตาของเขาจริงจังเสียจนนางไม่นึกสงสัยอันใดอีกจึงกุมมือเขาไว้แน่นแล้วหนีไปด้านหลังด้วยกันทาสหนุ่มฝืนตัวเองเร่งรีบไปให้ถึงจุดที่เขาผูกม้าเอาไว้ ขาข้างที่เคยบาดเจ็บสร้างความทรมานให้เขาอย่างยิ่งแม้จะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 82 ขัดขวางเนื้อคู่

    สองเดือนต่อมาอีนั่วมาหาสวีลู่ชิงอย่างเช่นเคย ก่อนเข้าไปยังห้องรับรองก็นั่งดูหลิวอิงอิงดีดพิณ ขับร้องเพลงเสียงก้องกังวานด้วยความรื่นเริงใจจนกระทั่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งในคำทำนายโชคชะตาของมารดาเจ้าตัวตะลึงงันไม่คิดว่ามนุษย์อย่างเขาจะดูมีรัศมีเหมือนเทพสวรรค์ พลันกวาดตามองรอบตัวต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นจากเทพชั้นสูง ผู้มีดวงตาสีฟ้า ผมขาวเหมือนผู้เป็นมารดาหากแต่อีนั่วยังทำใจดีสู้เสือคิดว่านั่นคือบิดาที่แปลงกายมาจึงยิ้มตอบกลับไปทักทายเทพวายุหายตัววับมาอยู่ข้างเขาในทันทีจนสมุนปีศาจแข็งทื่อเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าคือสวีต้าเฟิงตัวจริง หลิวอิงอิงที่นั่งอยู่ตรงกลางลานแสดงถึงกับดีดเพลงพิณเพี้ยนไปสองจังหวะคิดจะหนีหายเอาตัวรอดก่อนผู้ใดแต่ถูกแส้บ่วงของเทพวายุตวัดรัดตัวนางเอาไว้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status