Partager

ตอนที่ 2

Auteur: Aile'N
last update Date de publication: 2024-11-12 15:44:52

มาเฟียจ้าวชีวิต

Writer : Aile'N

ตอนที่ 2

วันต่อมาของขวัญก็ยังไปทำงานตามปกติ เธอยังไม่ได้ลาออกเพราะยังเหลืออีกตั้งสี่วันกว่าจะถึงวันศุกร์เลยตัดสินใจทำงานต่อด้วยความเสียดายค่าแรงวันที่เหลือ แต่ก็ได้เกริ่นๆ บอกผู้จัดการไว้แล้วว่าจะขอลาออกวันพฤหัสฯ นี้ อีกฝ่ายตกอกตกใจเสียยกใหญ่เพราะรู้สึกเสียดายคนขยันทำงานอย่างเธอจึงไม่อยากให้ออก ซึ่งของขวัญก็ทำได้แค่ขอโทษและให้เหตุผลที่ลาออกว่าต้องการออกไปดูแลแม่ที่ป่วยเท่านั้น ผู้จัดการเลยเลิกเซ้าซี้..

แต่ถึงจะตั้งใจอย่างแน่วแน่ไว้แล้วแต่เวลาที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่วันก็ทำให้เธอเครียดจนนอนไม่ค่อยหลับ เวลาทำงานก็ไม่ค่อยมีสติ ไปเยี่ยมแม่ก็เอาแต่จะร้องไห้ จนบางทีก็แอบตัดพ้อชะตาชีวิตที่พรากพ่อไปจากเธอแล้วยังจะพรากแม่ไปจากเธออีก...ใจร้ายจริงๆ

วันเวลาในแต่ละวันช่างเดินเร็วนัก เผลอแป๊บเดียววันศุกร์ก็มาถึง...ร่างบางมาหาพราวที่ร้านด้วยท่าทางเศร้าซึม ใบหน้าที่เคยขาวใสหมองคล้ำและซีดเซียวจนโดนดุไปยกใหญ่ว่าไม่ดูแลตัวเองให้ดี พอบ่นเสร็จก็ถูกจับแปลงโฉม เปลี่ยนจากเธอคนเดิมให้กลายเป็นอีกคนที่ไม่รู้จัก...

เวลาประมาณหนึ่งทุ่มกว่าๆ พราวก็พาของขวัญไปยังผับที่เธอทำงานลับๆ อยู่ เป็นผับหรูไฮโซที่มองเผินๆ ก็เหมือนผับทั่วไป แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องลึกเบื้องหลังที่นี่มีเด็กขายบริการไว้ต้อนรับนักท่องราตรีที่อยากจะปลดปล่อยกามอารมณ์ซ่อนอยู่ด้วย ลูกค้าประจำก็รู้กันอย่างลับๆ เด็กที่จะเข้ามาทำงานนี้พราวได้ทำการคัดสรรมาอย่างดีและแน่นอนว่าจะต้องเป็นการสมัครใจทำไม่ได้ถูกบีบบังคับ

พูดถึงเรื่องเด็กขายที่นี่มีแต่ไฮท์พรีเมี่ยม ต้องลูกค้ากระเป๋าหนักมากเท่านั้นถึงจะใช้บริการได้ โดยค่าตัวที่ได้มาจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนคือให้เจ้าของผับกับแม่เล้าและตัวคนรับแขกเอง...ของขวัญตื่นเต้นมากจนสั่นไปหมด ถึงจะเคยเข้าผับเพราะต้องทำงานแต่ไม่เคยต้องเข้ามาเพื่อขายบริการ แถมตอนเดินเข้ามาก็มีแต่คนมองจนไม่กล้าสู้สายตา ต้องเดินก้มหน้าตลอดทาง กระทั่งพราวพาเธอมายังห้องๆ หนึ่งบนชั้นสองที่มีป้ายติดอยู่หน้าประตูว่า 'เฉพาะพนักงานเท่านั้น'

"เด็กๆ เงียบหน่อย...เจ๊มีเพื่อนใหม่จะแนะนำ" พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับสาวสวยอีกหลายคนกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส บ้างก็เติมหน้าส่องกระจกเพื่อเรียกความมั่นใจก่อนจะออกไปรับแขก เมื่อสิ้นคำพูดของ 'เจ๊พราว' กิจกรรมเหล่านั้นก็หยุดชะงัก ทุกคนต่างมองมาที่เด็กใหม่กันเป็นตาเดียว ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ยืนก้มหน้าหลบสายตา..

"น้องชื่อของขวัญ จะมาทำงานกับเรา น้องค่อนข้างขี้อายและยังใหม่ เจ๊อยากให้ทุกคนเอ็นดูน้องด้วย อย่ารังแกน้องนะ ถ้ารู้เจ๊จะหักค่าตัวคนแกล้งเพิ่มสิบเปอร์เซ็นต์เลย เข้าใจมั้ย" เจ๊พราวของทุกคนแนะนำเด็กใหม่ก่อนจะตบท้ายด้วยคำขู่นั่นทำคนฟังถึงกับมึนงงปนแปลกใจ เพราะนี่คือความเป็นห่วงที่มันเกินเหตุจนสงสัยว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ระหว่างกันแบบไหนถึงได้ดูรักและห่วงใยกันขนาดนี้

"เข้าใจค่าเจ๊" ทุกคนตอบรับเกือบจะพร้อมๆ กัน ของขวัญก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้พี่ๆ หลังสิ้นคำแนะนำของพราวด้วย เพราะแม่สอนว่าจะอยู่ที่ไหนในฐานะอะไรก็ต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาทไปลามาไหว้และให้เกียรติทุกคนไม่ว่าจะอายุมากหรือน้อยกว่า

"ดีมาก เจ๊ฝากน้องไว้ประเดี๋ยวนะ แป้งดูแลน้องด้วย" ประโยคนี้จากพราวทำร่างบางเผลอส่ายหน้าค้านเบาๆ เพราะกลัวจนไม่อยากห่างจากหล่อนไปไหน

"ค่ะเจ๊" คนที่มีชื่อในประโยคตอบรับพร้อมกับส่งยิ้มใจดีมาให้ แต่ถึงอย่างนั้นของขวัญก็ไม่กล้าอยู่กับคนอื่นๆ ในห้องนี้อยู่ดี

"เดี๋ยวพี่มานะขวัญ อยู่กับแป้งไม่ต้องกลัว" คนข้างๆ เอ่ยปลอบ ยืนยันหนักแน่นว่าฝากเธอไว้กับคนที่ไว้ใจได้ คนตัวเล็กพยักหน้ารับสั่นๆ ทำหน้าตาน่าสงสารแต่พราวก็จำต้องตัดใจเดินออกไป.. เมื่อไร้เงาคนรู้จักเพียงหนึ่งเดียวเธอก็ยืนเคว้งอยู่ตรงนั้นจนแป้งกวักมือเรียกให้ไปนั่งข้างๆ จึงค่อยๆ เดินเข้าไปท่ามกลางสายตากดดันของทุกคน

"พี่ชื่อแป้ง ยินดีที่ได้รู้จักนะน้องของขวัญ" อีกฝ่ายแนะนำตัวอีกครั้งเมื่อคนตัวเล็กเดินมานั่งลงข้างๆ

"ค่ะ" ตอบรับได้เพียงเท่านั้นพร้อมกับหลบสายตา แป้งเป็นคนที่สวยมากจนเธอไม่กล้ามอง แต่ดูจากท่าทางแล้วน่าจะใจดีเหมือนพราวเพราะเวลาอยู่ใกล้แล้วรู้สึกปลอดภัยที่สุด

"ท่าทางขี้อายจริงๆ ด้วย ไม่น่ามาทำงานแบบนี้เลย จะไหวมั้ยเนี่ย" แป้งเอ่ยแซวยิ้มๆ แน่นอนว่าพอจะมองออก...ไม่มีใครอยากทำงานแบบนี้หรอก นอกเสียจากว่า 'มันจำเป็น'

"ฉันว่าไม่รอดว่ะ" เพื่อนข้างๆ พูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าไปมาหลังประเมินเด็กสาวตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน ไม่รู้พราวไปพาเด็กขี้อายแบบนี้มาทำงานได้ยังไง มันผิดมาตรฐานของหล่อนจนน่าตกใจ

"...มันจำเป็นจริงๆ ค่ะ" ร่างบางบอกออกไปเสียงเบา ถึงพราวจะห้ามไม่ให้รังแกแต่รอบข้างก็มีแต่สายตาทิ่มแทง ทำเธอรู้สึกอึดอัดจนอยากจะร้องไห้..

"นั่นสินะ...งานแบบนี้ไม่มีใครอยากทำหรอก แต่เพราะมันจำเป็น" แป้งพึมพำเสียงเหม่อ ก่อนหันมายิ้มให้พร้อมกับลูบศีรษะเล็กเบาๆ เพื่อให้เด็กขี้อายรู้สึกผ่อนคลาย

"ไม่ต้องกลัวนะ แรกๆ พี่ก็แบบนี้แหละ นานไปก็ทำใจได้" หล่อนปลอบอีก ขณะเดียวกันก็ตวัดสายตาเรียบนิ่งมองไปรอบตัวเพื่อหยุดสายตาของคนอื่น ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะเธอเป็นพี่ใหญ่และมีอำนาจการตัดสินใจทุกอย่างรองมาจากพราว ไม่แปลกถ้าคนอื่นจะต้องเกรงใจกันบ้าง

"...พี่แป้งทำมานานแล้วหรอคะ" ของขวัญถามกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ เธอยังเกร็งๆ อยู่บ้างแต่ก็ดีขึ้นกว่าในตอนแรก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากผูกมิตรกับคนท่าทางใจดีอย่างแป้งไว้ เวลาอยากปรึกษาเรื่องงานได้ไม่เก้อเขินจนเกินไป

"สามปีได้แล้วมั้ง" แป้งทำท่านึกเล็กน้อยก่อนตอบ คนฟังเพียงพยักหน้ารับรู้ เท่านั้นก็ไม่กล้าถามอะไรอีก แป้งเลยชวนคุยไปเรื่อยเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลาย

ฝั่งพราวพอออกจากห้องก็มานั่งสังเกตการณ์อยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์เพื่อดักรอคนที่เธอหมายตาไว้ ความหล่อของผู้ชายคนนั้นทำให้เธอจำได้แม่นยำว่าเขามักจะมาที่นี่ทุกๆ วันศุกร์ บางครั้งก็มาดื่มอย่างเดียวแต่ก็มีบ้างที่เรียกใช้บริการเด็กๆ ของเธอ ซึ่งทุกคนที่ถูกเขาเรียกการันตีเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าไม่เคยรับแขกคนไหนแล้วมีความสุขเท่านี้มาก่อน ภายนอกที่ดูเหมือนจะไม่สนใจใครแต่เวลาอยู่บนเตียงเขาถนอมคู่นอนมากกว่าที่คิด แม้อีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กขายก็ตาม..

ระหว่างที่รอนั้นมีลูกค้ามาติดต่อเลือกคู่นอนบ้าง เจ๊พราวก็ยกหูเรียกเด็กที่ลูกค้าเรียกให้ไปรอยังห้องที่อีกฝ่ายจองไว้ ซึ่งก็มีให้เลือกหลายห้องหลายแบบและหลากหลายราคาด้วยกัน แบบห้องมีทั้งห้องสำหรับใช้มีอะไรกันเฉยๆ ห้องแบบมีอุปกรณ์เสริมให้ภายใน ห้องแบบเป็นอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่กึ่งสปา และห้องจำลองแบบห้องเรียนเหมือนในเอวีญี่ปุ่น แล้วแต่ว่าลูกค้าจะชอบแบบไหน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะอยู่โซนชั้นสามทั้งหมดและเก็บเสียงทุกห้องเพื่อความเป็นส่วนตัว

"สวัสดีค่ะคุณลูกค้า วันนี้จะดื่มอย่างเดียวหรือรับน้องๆ มาช่วยผ่อนคลายด้วยดีคะ" รออยู่พักใหญ่ในที่สุดเป้าหมายก็เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะวีไอพีพร้อมบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันอยู่รอบกายเหมือนทุกครั้งที่มา พราวจึงเดินเข้าไปทักหลังพนักงานรับออเดอร์ออกไปแล้ว

"มีอะไรก็พูดมา" ร่างสูงนั้นมองหน้าเธอนิ่งๆ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบออกมาราวกับล่วงรู้ความต้องการ ซึ่งก็เดาได้ไม่ยากเพราะปกติพราวจะไม่เข้าไปทักลูกค้าถึงโต๊ะที่เป็นส่วนตัวแบบนี้ มีแต่ลูกค้าที่ต้องการเด็กจะเป็นฝ่ายเข้ามาหาหรือเรียกเธอไปคุยที่โต๊ะเอง

"คือว่า...พราวมีเด็กใหม่อยากแนะนำให้น่ะค่ะ น้องค่อนข้างขี้อายและยังไม่เคยมีอะไรกับใคร วันนี้เพิ่งมาทำงานวันแรก พราวอยากให้คุณลูกค้าเอ็นดูน้องหน่อยน่ะค่ะ น้องน่ารักมากเลยนะคะ" พออีกฝ่ายไม่อ้อมค้อมพราวก็ไม่อ้อมค้อมเช่นกัน เธอพยายามใช้ถ้อยคำและน้ำเสียงให้ฟังดูน่าเห็นใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็ได้แต่นั่งฟังนิ่งๆ ไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับ แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วหล่อนก็ไม่คิดจะถอยกลับตัวเปล่า

"นี่พราวเก็บน้องไว้ให้คุณลูกค้าคนเดียวเลยนะคะ เพราะไม่อยากให้น้องไปเจอพวกลูกค้าหัวรุนแรง ถ้าครั้งแรกไปเจอแบบนั้นก่อน พราวกลัวน้องจะรับไม่ไหว" พราวพูดต่อไปอีก สีหน้าท่าทางดูขอร้องอ้อนวอนจนไม่เหลือคราบสาวมั่นคนเดิมที่เคยเห็นเดินโฉบไปมาในผับ เดาว่าหล่อนคงจะเอ็นดูเด็กคนที่พูดถึงไม่ใช่น้อย ถึงขั้นกล้าบากหน้าฝ่าเหล่าบอดี้การ์ดของเขาเข้ามาคุยด้วยโดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกอุ้มหายไปไหน

"ในเมื่อพูดขนาดนี้แล้วน่ะนะ..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยตัดความรำคาญเพื่อให้ผ่านพ้นไปเร็วๆ เพราะวันนี้ตั้งใจมาดื่มอย่างเดียว ไม่มีอารมณ์จะทำอย่างอื่น แต่ในเมื่ออีกฝ่ายอ้อนวอนขนาดนี้ก็แค่ไปด้วยให้มันจบๆ ไปเท่านั้น

"ขอบคุณนะคะ เชิญทางนี้ค่ะ" หญิงสาวแสดงออกถึงความดีใจอย่างไม่ปกปิด ก่อนตั้งสติและรีบเดินนำพาร่างสูงไปรอที่ห้อง บอดี้การ์ดหน้าขรึมทำท่าจะตามไปด้วยแต่เขายกมือห้ามไว้

"ขวัญ...มานี่เร็ว" เมื่อพาชายคนนั้นไปรอที่ห้องแล้วพราวก็ลงมาตามของขวัญอย่างรีบเร่งเพราะไม่อยากให้เขาต้องรอนานเดี๋ยวจะพาลอารมณ์เสียไปซะก่อน

"เขา...มาแล้วหรอคะ" ร่างบางรีบลุกเดินมาหาด้วยท่าทางตื่นตระหนก และเมื่อได้อยู่กันตามลำพังจึงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

"ใช่ พี่ช่วยได้เท่านี้แหละนะ ที่เหลือหนูต้องช่วยตัวเอง พยายามเอาอกเอาใจทำให้เขาเอ็นดูเข้าไว้ แล้วเราจะสบาย" คำบอกกล่าวนั้นทำคนฟังได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ...แต่เธอไม่เคยมาก่อนนี่นา ไม่มั่นใจหรอกว่าจะทำได้

ก๊อกๆ

"มาแล้วค่ะ น้องชื่อของขวัญ อายุยี่สิบพอดี พราวหวังว่าคุณลูกค้าจะเอ็นดูน้องนะคะ" เคาะประตูบอกสองทีพราวก็เปิดออกและเดินนำเข้าไป น้ำเสียงอ่อนหวานสุภาพน่าฟังพูดบอกคนที่อยู่ข้างในพร้อมกับคว้าตัวร่างบางที่กลัวจนพยายามจะหลบไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเธอออกมาเผชิญหน้ากับร่างสูง

และเมื่อหมดหน้าที่พราวก็ขอตัวออกไป ทิ้งความกดดันไว้ที่ของขวัญแต่เพียงผู้เดียว จากที่หวาดกลัวอยู่แล้วก็ยิ่งทวีคูณขึ้นอีกเมื่อได้สบตากับคนตัวใหญ่ที่นั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาว เขาไม่ปริปากพูดอะไรเลย เอาแต่จ้องเธอด้วยสายตาประเมินบวกใบหน้าเรียบนิ่ง ร่างบางทนมองเขาได้เพียงนิดเดียวเท่านั้นก็หลบตาลงต่ำ ยืนตัวสั่นบีบมือตัวเองแน่นด้วยความหวาดกลัว

"ครั้งแรก? " น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยออกมาให้ได้ยินเป็นประโยคแรก ยอมรับอย่างไม่มีข้อกังขาเลยว่าน้ำเสียงกับหน้าตาหล่อเหลาของเขามันเข้ากันได้อย่างลงตัวมากๆ ถ้าไม่ติดว่ารอบๆ ตัวมีไอเย็นบางอย่างแผ่กระจายออกมากัดกร่อนความมั่นใจของเธอเธอก็อาจจะรู้สึกดีบ้างที่อย่างน้อยความบริสุทธิ์อันพึงหวงแหนจะตกเป็นของผู้ชายคนนี้

"ค...ค่ะ" ของขวัญพยายามจะเค้นเสียงที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนให้ออกมาจากลำคอ แต่ผลที่ได้คือเสียงสั่น เบาและตะกุกตะกักจนน่าอับอาย

"ทำไมถึงมาทำงานแบบนี้" อีกฝ่ายถามต่อ ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างบางอย่างประเมินอีกครั้ง ชุดเดรสวาบหวิวที่พราวให้ใส่จึงถูกมือเล็กดึงลงปิดต้นขาเรียวขาวเพื่อหลบหนีจากสายตาคู่นั้น

"คือ...มันจำเป็นค่ะ" คนพูดยืนก้มหน้าเหมือนเด็กนักเรียนทำความผิดแล้วโดนเรียกเข้าห้องปกครองมาสอบสวน

"จำเป็นอะไร"

"เอ่อ..." ร่างบางอึกอัก ลำบากใจเพราะไม่อยากเล่า

"เจ๊พราวอะไรนั่นกำชับฉันนักหนา...ว่าให้เอ็นดูเธอ ถ้าว่าง่ายๆ ฉันอาจจะเอ็นดูเธอก็ได้" ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบ หน้าตานิ่งขรึมแสดงอาการเบื่อหน่ายออกมาให้เห็นนิดๆ และยังคงจับจ้องจะเอาคำตอบจากเธอให้ได้

"คะ คือ..." ของขวัญทั้งกดดันและหวาดกลัวจนต้องยอมเล่าเรื่องแม่ให้แขกแปลกหน้าคนนี้ฟัง เล่าไปก็สะอื้นไปเพราะเรื่องแม่สะกิดใจเธอได้เสมอ แต่ก็พยายามเล่าจนจบ..

"....." สายตาคนฟังยังมองมาเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่างในตัวเธอ แต่ก็เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นว่าทำไมร่างบางถึงต้องมาทำงานแบบนี้และทำไมพราวถึงดูเป็นห่วงเป็นใยเธอนัก

"อึก คะ คุณไม่ต้องเอ็นดูขวัญก็ได้ค่ะ แค่...ช่วยทำเบาๆ ก็พอ" เสียงหวานปนสะอื้นเอ่ยบอกทั้งพวงแก้มแดงปลั่ง ยืนเช็ดน้ำตาก้มหน้าอย่างอายๆ คำวอนขอความเมตตานั้นทำกล้ามเนื้อตรงมุมปากของคนฟังกระตุกขึ้นเล็กๆ แต่ไม่พูดอะไรเพียงล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดโทรหาคนสนิท

"เตรียมเงินสดให้ฉันสิบเอ็ดล้าน..." เสียงต่ำสั่งคนปลายสายออกไปเท่านั้นก็กดวางสายและเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าตามเดิม

"เอ่อ ทำเลยมั้ยคะ" ของขวัญไม่เข้าใจสถานการณ์นั้น เลยถามออกไปอย่างซื่อๆ พอคิดถึงแม่เธอก็พอจะมีความกล้าขึ้นมาบ้างต่างจากตอนก่อนหน้า

"ฉันให้สิบล้าน...เอาไปรักษาแม่แล้วเลิกทำงานนี้ซะ" คนตัวใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจับสูทให้เข้าที่และบอกอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเงินสิบล้านที่ว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวของทั้งหมดที่มี

"เอ๋? ไม่ทำหรอคะ" ร่างบางทำหน้าเลิกลั่ก ถามกลับด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก

"วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์" เสียงเรียบเอ่ยบอกเพียงเท่านั้นก็ทำท่าจะเดินผ่านออกจากห้องไป

"ไม่ได้นะคะ! ขวัญไม่รับเงินเฉยๆ สิบล้านมันมากเกินไป" ความตกใจทำคนตัวเล็กเผลอคว้าแขนแกร่งเอาไว้ ไม่พอยังขึ้นเสียงดังใส่เขาอีก

"ว่าง่ายๆ จะได้มั้ย" คนตัวใหญ่หันมาดุเสียงเข้ม ใบหน้านิ่งเฉยเริ่มแสดงออกว่ารำคาญเธอเข้าให้แล้ว ของขวัญจึงต้องปล่อยมือออกจากเขาและยืนก้มหน้านิ่งไปด้วยความตกใจ อีกฝ่ายไม่พูดอะไรอีกเพียงจ้องมองเธอนิ่งเล็กน้อยก็ถอดสูทตัวนอกที่ใส่อยู่ออกมาคลุมให้แล้วดึงให้เดินตามออกจากห้องไป

"ทำไมพากันออกมาล่ะคะ! ? " พราวที่นั่งรออยู่ตรงเคาน์เตอร์ทางเข้ารีบลุกเดินมาทักหน้าตาตื่นเมื่อเห็นทั้งคู่เดินออกมา ทั้งที่เพิ่งเข้าห้องไปได้ไม่นาน ราวกับว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ผมให้คุณหนึ่งล้าน ให้เด็กคุณเลิกทำงานนี้" คำบอกกล่าวตรงๆ ทื่อๆ นั้นทำคนฟังได้แต่ยืนอึ้ง มองหน้าเขาสลับกับร่างบางอย่างเหวอๆ

ไม่ทันได้พูดอะไรคนของเขาก็เดินเข้ามาหาพร้อมกระเป๋าหนังสีดำใบหนึ่งเหมือนที่เคยเห็นในหนังเวลามีการแลกเปลี่ยนของผิดกฎหมายกัน พออีกฝ่ายเปิดออกถึงได้เห็นว่ามันคือเงินสด! จำนวนเท่าไรพราวก็ไม่อาจทราบได้ หล่อนยืนอึ้งจนกระทั่งใครคนนั้นหยิบเงินในกระเป๋าฟ้อนใหญ่มายัดใส่มือ และส่วนที่เหลือก็ยกให้ของขวัญทั้งกระเป๋า ก่อนจะดึงให้เดินตามออกไป โดยที่พราวไม่มีโอกาสได้คุยกับน้องเลยสักคำ!

"ไปส่งเด็กคนนี้ที่บ้าน" ผู้ชายคนนั้นพาร่างบางมาที่โต๊ะของเขาก่อนจะบอกคนสนิทให้ไปส่งเธอที่บ้าน

"เอ่อ คือ..." ของขวัญยังไม่อยากจากไปโดยที่ยังไม่ทันได้พูดหรือกระทั่งขอบคุณอีกฝ่าย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอตามไม่ทันเลยเกิดอาการเครื่องค้างประมวลหาคำพูดไม่เจอ

"เชิญครับ" คนของเขาผายมือให้เธอเดินนำออกไป แต่เธอยังคงหันรีหันขวางไปมองร่างสูงของผู้มีพระคุณเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง

"เอ่อ ขอบคุณนะคะ! " เท่านั้นจริงๆ ที่ของขวัญพอจะคิดออกในตอนนี้ เธอมองสบตาคมด้วยความซาบซึ้งใจก่อนจากกัน อีกฝ่ายเพียงมองตามนิ่งๆ และนั่งดื่มต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

..

..

..

..

อ้าว! ก็นึกว่าจะบ๊ะจ้ำโบ๊ะกันซะอีก 55555

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 27 (ตอนจบ)

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 27 (ตอนจบ) เป็นเวลากว่าสามเดือนที่โทโมยะและของขวัญใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น ด้วยเจตนารมณ์ของเขาที่หมายมั่นจะสละตำแหน่งหัวหน้าแก๊งคาชิมะให้ผู้เป็นน้องชาย เมื่อเรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปเวลาที่เหลือเขาจึงเริ่มเดินหน้าสอนงานน้องอย่างเต็มกำลังและขีดเส้นตายไว้ว่าภายในสองปีทาคิยะจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนยอมรับให้ได้ นั่นทำให้อีกฝ่ายแอบมาโอดครวญให้ร่างบางฟังบ่อยๆ ว่าผู้เป็นพี่เคี่ยวเข็ญอย่างกับจะพาไปแข่งโอลิมปิก ได้ยินแล้วก็ขำแต่คงจะช่วยอะไรไม่ได้นอกจากคอยรับฟังหลังช่วงทดลองงานสามเดือนของทาคิยะผ่านพ้นไปทั้งคู่ก็บินกลับประเทศไทย ปล่อยให้ว่าที่ผู้นำคนต่อไปหยัดยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ไม่เชิงว่าโดดเดี่ยวเพราะเขามีทั้งคนสนิทและผู้ช่วยมือดีหลายคน ด้วยเหตุนี้งานของคาชิมะที่โทโมยะทำอยู่เลยพลอยลดน้อยลงไปด้วย แม้ไม่ถึงกับหมดแต่เขาก็มีเวลาเหลือพาของขวัญไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาตามที่เคยสัญญากันไว้ในตอนก่อนไปญี่ปุ่น เขาพาเธอไปไหว้พ่อแม่เขาเธอเองก็พาเขาไปไหว้พ่อแม่เธอเหมือนกันเรียกได้ว่าชีวิตในช่วงนี้ดี๊ดีและมีความสุขแบบสุดๆ แม้จะยังไม่มีเหตุการณ์ประมาณว่าขอเป็นแฟนหรือบอ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 26

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 26โชคดีที่ของขวัญไม่ได้ถูกร่างสูงกินแทนข้าวเย็นเพราะแค่รอบเดียวในบ่อน้ำพุช่วงล่างก็เจ็บเสียดจนกลายเป็นคนเดินช้าและเดินนุ่มนวลไปแบบเขินๆ อย่างในตอนนี้ที่กำลังเดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องอาหารก็มีหลายครั้งที่เขาต้องชะลอฝีเท้าเพื่อให้เธอตามทัน แน่นอนว่าเขารู้ถึงสาเหตุวัดได้จากสายตาวาววับที่มองมาเดิมทีของขวัญคิดว่าเพื่อนร่วมโต๊ะทานมื้อค่ำจะมีแค่ทาคิยะคนเดียว รวมเธอกับร่างสูงก็เป็นสามคน แต่พอประตูไม้เนื้อดีถูกเลื่อนออกถึงได้รู้ว่าบรรยากาศมันผิดจากที่คิดไว้มาก ภายในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่นี้มีจำนวนบุคคลด้านในไม่ต่ำว่าสิบคน!ทุกคนล้วนอยู่ในชุดสบายๆ อย่างยูกาตะและล้วนเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะมีอายุ.. เสียงพูดคุยกันอย่างออกรสชาติในตอนก่อนหน้าเงียบกริบลงไปในทันทีที่โทโมยะพาเธอเข้ามา ทุกสายตาไม่ได้ผ่านการนัดหมายแต่พวกเขาพากันมองผู้มาใหม่ทั้งสองสลับกันอย่างพร้อมเพรียง"อ้าวพี่ มาๆ มานั่งนี่เลยครับ" ทาคิยะเป็นคนดึงความสนใจของทุกคน เขารีบลุกจากเบาะรองนั่งนุ่มๆ บนพื้นมานำทางให้ทั้งคู่ไปนั่งลงบนหัวโต๊ะที่ได้จัดเตรียมที่ทางไว้ให้ตั้งแต่แรก สายตาทุกคู่ยังคงจับจ้อง

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 25

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 25"อะ อื้ม~" ท้ายทอยเล็กถูกมือใหญ่รั้งเข้าหา ประกบจูบลงไปบนริมฝีปากแดงเรื่อ ดูดซับความนุ่มนิ่มที่ด้านนอกเบาๆ ก่อนสอดแทรกเรียวลิ้นคว้านลึกเข้าไปข้างใน ร่างบางเปิดปากให้อย่างรู้หน้าที่ แม้จะยังไม่ประสาแต่ก็สมยอมตอบรับสัมผัสของร่างสูงด้วยความเต็มใจทุกครั้งเผลอไผลไปกับรสจูบครู่เดียวร่างเพรียวบางก็ถูกยกตัวลอยเปลี่ยนท่ามานั่งคร่อมตักในสภาพล่อแหลมยิ่งกว่าเดิม มือใหญ่วางลงบนสะโพกอวบ บีบเคล้นเบาๆ ก่อนลูบไล้ขึ้นมาตามเอวคอดกิ่วจนถึงแผ่นหลังเนียนนุ่ม ชั่วอึดใจก็กอดรั้งคนบนตักเข้ามาแนบชิด บดเบียดร่างกายเข้าหากันจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง ทรวงอกอวบขาวเบียดชิดแผงอกล่ำ หน้าท้องแบนราบแนบแน่นไปกับลอนซิกแพค ช่วงล่างแข็งขืนเสียดสีอยู่กับช่องทางอ่อนนุ่มที่ยังคงปิดสนิท วงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางขยับโยกตัวเธอขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบ.. จงใจให้อะไรๆ มันบดเบียดพอให้หวาดเสียวท้องน้อยเล่นๆ"อะ อ๊ะ อื้อ.." หลังถูกครอบครองไปหลายต่อหลายครั้งในที่สุดริมฝีปากบางที่เริ่มบวมเจ่อก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ ของขวัญรีบกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างหิวกระหาย สองมือจิกเกร็งอยู่บนไหล่กว้างเมื่อเขาเปลี่ย

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 24

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 24หลังจากปลดคาวามูระและพรรคพวกออกจากตำแหน่งโทโมยะก็ค่อนข้างจะวุ่นๆ นิดหน่อยเพราะต้องเรียกตรวจสอบ ประเมินความเสียหายและทำการปรับเปลี่ยนหัวหน้าเขตคนใหม่เข้ามาดูแลแทน รวมทั้งทำการรื้อระบบเก่าที่อีกฝ่ายเคยจัดการดูแลทิ้งแล้ววางระบบใหม่เข้าไปแทนที่ รวมๆ แล้วหลายปีที่ผ่านมาคาชิมะถูกมันโกงกินไปไม่น้อย ยังไม่รวมเรื่องที่แอบค้ายาและค้ามนุษย์พื้นที่ที่เป็นกฎต้องห้ามของแก๊งอีกตอนแรกก็สงสัยว่าคนๆ เดียวที่ภรรยาจากไปนานแล้วมีภาระแค่ส่งเสียลูกสาวเรียนเมืองนอกแค่คนเดียวมันจะจำเป็นต้องใช้เงินมากอะไรขนาดนั้น แต่พอขุดไปขุดมาถึงได้รู้ว่ามันติดการพนัน ติดเหล้าติดยาและติดผู้หญิงอย่างหนัก เงินที่ได้ไปก็เอาไปลงกับอบายมุขพวกนั้นทั้งหมด ลูกแทบจะไม่เหลียวแล!แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย หลังจากที่ถูกพาตัวไปขังไว้ในคุกมืด.. สถานที่ที่มีไว้เพื่อกักขังคนทรยศ สองวันให้หลังร่างสูงก็ได้รับรายงานว่าผู้เป็นอาได้หลบหนีความผิดด้วยการใช้เข็มขัดผูกคอตัวเองกับลูกกรงสิ้นใจก่อนที่จะโดนเจ้าทาคิยะสำเร็จโทษไปก่อนแล้ว สภาพศพไม่น่าดูเท่าไรเพราะก่อนหน้านั้นคนของเขาที่สั่งให้คอยเฝ้าหน้าค

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 23

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 23"ฮ่าๆ ๆ เงินตั้งห้าสิบล้าน พี่แกยังกล้าโอนมาให้ฉัน ง่ายๆ แลกกับชีวิตไร้ค่าของแก ไม่น่าเชื่อ.. ฉันอุตส่าห์เป่าหูพวกแกให้เกลียดกันเพื่อหวังจะให้พวกแกหันมาฆ่ากันเอง แต่แม่งคงจะไม่มีวันนั้น.. เพราะแกมันโง่ทาคิยะ! แกมันขี้ขลาด! เหอะ คนแบบนี้น่ะหรออยากจะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง ถุ้ย! ฝันกลางวันอยู่หรือไงไอ้เด็กเหลือขอ! " เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นมาด้วยความสะใจเมื่อลูกน้องเข้ามารายงานว่าได้รับเงินเรียกค่าไถ่จากหลานชายคนโตเรียบร้อย ก่อนที่น้ำเสียงหยามเหยียดจะพ่นคำดูถูกใส่หลานชายคนเล็กพร้อมกับยืนจ้องมองด้วยสายตาเกลียดชัง"สารเลว.. พวกผมเป็นหลานของอานะ! " คนที่ถูกจับมัดนั่งบนเก้าอี้ในสภาพสะบักสะบอมเลือดโชกขบกรามแน่นด้วยความโกรธจัด ถามหาความเมตตาลมๆ แล้งๆ จากคนที่มีสายเลือดร่วมกันครึ่งหนึ่งด้วยความเจ็บใจ กว่าจะรู้สึกตัวว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือชำระความแค้นก็เสียรู้จนหมดสภาพ"หลานหรอ ฮ่าๆ ๆ ฉันนับญาติกับพวกแกที่ไหนกันเล่า ฉันเกลียดไอ้คาสึยะพ่อของแก เกลียดแก เกลียดพี่ชายของแก! พวกแกมันมารชีวิต! ถ้าไม่มีพวกแกทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องเป็นของฉัน!! " คาวามูระระเบิดอารมณ์

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 22

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 22"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าไม่ดีเลย" องศาถามขึ้นในตอนที่เดินทางกลับ เพราะคนตัวเล็กนั่งเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ออกจากร้านอาหารตามสั่งของพราวแล้ว สีหน้าก็ดูจะไม่สู้ดีนัก"เปล่าค่ะ ก่อนกลับพี่องศาพาขวัญแวะทำบุญหน่อยนะคะ" ของขวัญบอกปัดอย่างที่คิด แต่คนฟังก็ไม่ได้เซ้าซี้จะรู้ให้ได้ ทำเพียงพยักหน้ารับและแวะเข้าวัดตามคำสั่งเมื่อได้ทำบุญจิตใจที่ว้าวุ่นของร่างบางก็พอจะสงบลงมาได้บ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังแอบคิดอยู่.. ก็เรื่องของแป้งนั่นแหละ ไม่เชิงว่ารู้สึกผิดไปเสียทีเดียว แต่เป็นความสงสารและเห็นใจมากกว่า ในฐานะคนที่เคยแอบรักเขามาเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้กรณีของเธอก็ยังไม่เรียกว่าสมหวังนะ แค่ก้าวหน้ามากขึ้นเท่านั้น.."นี่.." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเรียกสติคนเหม่อให้หันมามอง แล้วก็ต้องแปลกใจว่าอีกฝ่ายกลับมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกตัว.."..มาตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย" เมื่อพิจารณาดีๆ แล้วของขวัญก็ต้องตกใจซ้ำอีก เพราะร่างสูงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน เธอควรจะรู้สึกตัวบ้างเวลาพื้นโซฟามันยุบตามน้ำหนักเขา นี่ต้องเหม่อขนาดไหนถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลย.."ก็นานพอที่จะ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 13

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 13"น้องขวัญ! แป้งจะล้นชามแล้วครับ! " เสียงตะเบ็งของคนสนิททำร่างบางที่กำลังเทแป้งเค้กลงในภาชนะถึงกับสะดุ้งโหยงหลุดออกจากภวังค์ ทำหน้าเหรอหราก่อนจะรีบตักแป้งส่วนเกินที่เทล้นออกมากลับใส่ถุงตามเดิม แก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะขำเบาๆ จากเชฟ ผิดกับ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 12

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 12"ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยวาง ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น.." ร่างสูงเอ่ยบอกผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลง มือใหญ่วางทับลงบนหลังมือเหี่ยวย่นพร้อมกับบีบเบาๆ จริงอยู่ว่าเขากับพ่อไม่ลงรอยกันนักแต่ถึงอีกฝ่ายจะเลวร้ายแค่ไหนสายเลือดเดียวกันมันก็คงจะตัดกันไม่ขาด ตอนนี้ผลจากการ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 11

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 11มีสิ่งหนึ่งที่แปลกไป.. แปลกไปอย่างมาก! นั่นก็คือการกระทำของโทโมยะตั้งแต่วันที่มานอนค้างห้องของของขวัญแบบมึนๆ ในวันนั้น เขาก็มักจะมาอีกในคืนถัดไปจนล่าสุดเลยเถิดไปไกล ถึงขั้นเริ่มเรียกให้เธอเป็นฝ่ายไปนอนด้วย.. แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งคิดไปไกล แค่นอนเฉยๆ ไม่ได้ทำ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 10

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 10ของขวัญเดินเอื่อยมานั่งลงบนโซฟาริมกระจกอย่างเลื่อนลอย ทว่าใบหน้าสวยกลับยุ่งเหยิง หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนมีอะไรให้ครุ่นคิดมากมาย หลังสิ้นคำตอบนั้นขององศาเธอกับเขาก็แยกย้ายกันไปพัก แต่เธอกลับไม่สามารถปล่อยวางสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนได้ ไม่รู้ทำ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status