Share

ตอนที่ 1

Penulis: Aile'N
last update Tanggal publikasi: 2024-11-12 15:44:41

มาเฟียจ้าวชีวิต

Writer : Aile'N

ตอนที่ 1

"เอ้า ข้าวเย็นหมดแล้วขวัญ มัวแต่เหม่อ เป็นอะไรหื้ม? "

เสียงหนึ่งทักขึ้น ดึงสติคนเหม่อที่กำลังนั่งถือช้อนส้อมค้างอยู่กลางอากาศนานหลายนาที ดวงตากลมสวยเหม่อลอยเศร้าสร้อยแปลกๆ จน 'พราว' อดเดินเข้ามาทักไม่ได้เพราะ 'ของขวัญ' เป็นลูกค้าประจำของร้านอาหารตามสั่งของเธอ ด้วยวัยไม่ห่างกันมากและได้พูดคุยกันทุกครั้งที่มาก็เลยทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันไปโดยปริยาย เธอเองก็เอ็นดูเด็กคนนี้เหมือนน้องเหมือนนุ่งเพราะหน้าตาน่ารักและท่าทางซื่อๆ ไม่ทันคนของเจ้าตัว

"เอ่อ...เปล่าค่ะพี่พราว พอดี...คิดอะไรนิดหน่อย" คนตัวเล็กหันมายิ้มฝืดๆ และตอบคำถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ใบหน้าขาวที่เคยเปล่งปลั่งสดใสมาวันนี้กลับซีดเซียวไร้ชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด

"ไม่นิดแล้วมั้งพี่ว่า...หน้าตาดูไม่สู้ดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่า มีเรื่องอะไรระบายให้พี่ฟังได้นะ" พราวไม่สามารถปล่อยผ่านได้เลยนั่งลงฝั่งตรงข้ามกันแล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เห็นกันมาตั้งแต่ชุดนักเรียนมอปลายจนตอนนี้เข้ามหาวิทยาลัยแล้วพอของขวัญมาเป็นแบบนี้ก็อดห่วงไม่ได้ ยิ่งรู้ว่าอยู่กับแม่แค่สองคนเพราะพ่อเสียไปนานแล้วและไม่มีญาติที่ไหนความห่วงก็ยิ่งทวีคูณ ถ้าเจ้าตัวมีปัญหาอะไรจริงๆ ก็อยากจะมีส่วนได้ช่วยเหลือกัน

"เฮ้ย...ร้องทำไม! ? ตกลงเกิดอะไรขึ้น บอกพี่ได้นะ" จู่ๆ พราวก็ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อสิ้นคำถามของขวัญก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอด้วยแววตาสั่นๆ ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อคลอและรินไหล แต่ก็ถูกมือเล็กรีบเช็ดออกไปอย่างรวดเร็ว

"ใจเย็นๆ ค่อยๆ เล่า เก็บไว้คนเดียวมันหนักอก ถึงจะเป็นเรื่องที่พี่ช่วยอะไรไม่ได้ แต่พี่ช่วยรับฟังได้นะ" พราวเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กเบาๆ น้ำเสียงที่พูดปลอบอ่อนโยนและห่วงใยจนคนตัวเล็กยิ่งร้องไห้หนัก เหมือนพยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดกำลังแล้วแต่ไม่ไหว..

"ฮึ่ก..มะ...แม่ขวัญป่วยเป็นมะเร็งสมอง" เมื่อร้องจนพอจะพูดอะไรได้ เสียงเบาคลอสะอื้นก็เอ่ยเรื่องที่กำลังเป็นทุกข์ออกมาให้อีกฝ่ายฟัง

"เฮ้ย จริงหรอ! ? " คนฟังเสียงหลงอีกครั้ง ได้แต่นั่งตัวแข็งและจ้องมองหน้าคนพูดอย่างอึ้งๆ

"ระยะสุดท้ายแล้วค่ะ...ขวัญไม่เคยรู้เลยจนอาการแม่ทรุดหนัก ต้องออกจากงานไปอยู่ที่โรงพยาบาล ขวัญต้องหยุดเรียนเพื่อหางานทำ เพราะเงินเก็บที่มีเอามารักษาแม่จนหมด...ขวัญจะทำยังไงดีอ่ะพี่พราว ฮึ่ก...งานที่ทำต่อให้มีสามสี่ร่างมันก็ได้เงินไม่พอมารักษาแม่ ขวัญหมดจนปัญญาแล้วจริงๆ อึก" พอได้พูดของขวัญก็พรั่งพรูทุกอย่างออกมาหมดพร้อมกับหยาดน้ำตา จนเสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ทำลูกค้าโต๊ะอื่นหันมาสนใจ เจ้าของร้านจึงพาเธอเข้าไปในร้านตรงพื้นที่ส่วนตัว และปล่อยให้ระบายความทุกข์ออกมาจนพอใจ...พราวรู้สึกเห็นใจน้องเป็นอย่างมาก เธอไม่เคยรู้เลยว่าน้องสาวต่างสายเลือดที่ทั้งรักและเอ็นดูจะต้องมาเจออะไรแบบนี้เพียงลำพัง นี่ถ้าไม่ถามก็คงไม่เล่าให้ฟังแน่

"โธ่ ขวัญ..." พราวรำพึงรำพันด้วยความเห็นใจ พอมารู้เรื่องแบบนี้แล้วเธอเองก็พลอยทุกข์ใจและเครียดตามไปด้วยเพราะรู้จักสองแม่ลูกดีกว่าใคร และตอนนี้ก็เท่ากับว่าน้องกำลังเผชิญเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว เด็กอายุแค่นี้จะรับไหวได้ยังไง..

"ฮะ ฮึ่ก ขวัญเหลือแม่อยู่คนเดียวนะพี่พราว ฮื่อๆ ถ้าแม่ไม่อยู่กับขวัญ ฮึ่ก ขวัญก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกัน ฮื่อออ" ถ้อยคำที่เหมือนจะตัดพ้อโชคชะตากับเสียงสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจทำคนฟังเจ็บปวดไม่แพ้กัน เพราะชีวิตของเธอกว่าจะมาถึงวันนี้มันก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใครๆ เห็น...

"ไม่เอาของขวัญ อย่าคิดแบบนั้น การเกิดแก่เจ็บตายมันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ในเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่เราก็ต้องสู้นะลูก อย่าเพิ่งท้อ" พราวปลอบและเตือนสติไปพร้อมๆ กัน เห็นของขวัญพูดแบบนี้แล้วก็ใจไม่ดี กลัวน้องจะคิดสั้น...

"ฮึ่ก...ไม่ ขวัญไม่อยากอยู่คนเดียว ไม่เอา..." ยิ่งปลอบคนตัวเล็กก็ยิ่งเตลิด เพราะมะเร็งระยะสุดท้ายนั้นความหวังที่จะเห็นแม่หายมันริบหรี่เหลือเกิน ยิ่งถ้าไม่มีเงินรักษาด้วยแล้วแม่ก็จะยิ่งจากไปไวขึ้นแน่ๆ แล้วเธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อใครกันล่ะ

"เฮ้อ...พี่ก็อยากช่วยเรานะ แต่พี่ภาระเยอะ ผ่อนทั้งบ้านทั้งรถ" พราวเอ่ยหน้าเศร้า คนฟังพยักหน้าเข้าใจทั้งน้ำตา เธอไม่ได้หวังให้อีกฝ่ายช่วยหรอก แค่อยากระบายให้ใครสักคนฟังก็เท่านั้น

"จริงๆ มันก็...มีงานที่ทำแล้วได้เงินเร็วและได้เยอะอยู่นะ แต่พี่ไม่แน่ใจว่าขวัญจะกล้าทำหรือเปล่า" คนอายุมากกว่าเอ่ยบอกอย่างระมัดระวัง

"งะ...งานอะไรหรอคะ? " ของขวัญหูผึ่งตาโตขึ้นมาในทันทีที่ได้ยินพราวพูดแบบนั้น แต่อีกฝ่ายกลับมีสีหน้าลังเลและลำบากใจที่จะตอบ

"ขายบริการ" เป็นไปตามคาดว่าคนฟังจะต้องตกใจและนิ่งอึ้ง พราวไม่ได้อยากจะชักชวนหรืออยากให้ของขวัญมาทำอาชีพนี้เลยสักนิด แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว...

"เฮ้อ เราไม่เหมาะกับงานแบบนี้หรอกพี่รู้ แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆ พี่ก็อยากให้เราลองพิจารณาดู ความจริงแล้วนอกจากเปิดร้านข้าวพี่ก็ทำงานกลางคืนด้วย...พี่เป็นแม่เล้าหาเด็กให้ลูกค้าที่ผับแห่งหนึ่ง พี่ไม่ได้อยากทำนักหรอกแต่ความจนมันน่ากลัว และบางทีชีวิตคนเรามันก็ไม่มีทางเลือกมากนัก" อาชีพหลักของพราวเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้แม้แต่พ่อกับแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด แน่นอนว่าคนตรงหน้านี้ก็ด้วย เธอไม่อยากจะบอกน้องเลยจริงๆ ว่าทำงานแบบนี้ เธอกลัวของขวัญจะผิดหวังในตัวเธอ แต่ก็อย่างที่บอกว่ามันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ

"เอาเก็บไปคิดดูนะ ถ้าจะทำให้มาบอกพี่ น่ารักแบบนี้ลูกค้าติดตรึมแน่ๆ " พราวบอกอีกพร้อมกับฝืนยิ้มให้เล็กๆ เธอเอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียวมาหลายประโยคแล้วเพราะคนฟังมัวแต่นิ่งอึ้ง

"ไว้...ขวัญจะลองคิดดูนะคะ" ของขวัญบอกกลับทั้งที่ยังคงอึ้งไม่หาย ครั้นพอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก็พบว่าได้เวลาไปหาแม่แล้วเลยล้วงเงินค่าข้าวออกมาให้สาวรุ่นพี่

"ไม่ต้องหรอก พี่เลี้ยง ถ้าไม่มีเงินกินข้าวก็มากินร้านพี่ได้ตลอดนะ" พราวส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนบอกแล้วยิ้มให้อย่างใจดี

"ขอบคุณมากนะคะพี่พราว" คนตัวเล็กยกมือไหว้ขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความตื้นตันใจ ความห่วงหาอาทรที่อีกฝ่ายมีให้ทำให้รู้ว่าอย่างน้อยๆ เธอก็ไม่ได้โดดเดี่ยวไปเสียทีเดียว ยังคงมีคนเป็นห่วงเธออยู่ตั้งหนึ่งคน...

โรงพยาบาล...

ของขวัญมาเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลทุกวัน ถ้าเป็นวันธรรมดาที่ต้องทำงานเธอจะมาแค่ครู่เดียวหลังเลิกงาน เพราะจากนั้นต้องไปทำงานที่อื่นต่อ แต่วันนี้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดของเธอก็เลยมาเยี่ยมแม่เร็วกว่าทุกวัน...

กลางวันทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตกกลางคืนก็ยังยึดตำแหน่งเดิมเพียงแต่เปลี่ยนจากเสิร์ฟอาหารมาเป็นเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผับ วนเวียนอยู่แบบนี้มาได้เกือบสองเดือนแล้ว ในขณะที่แม่เข้าโรงพยาบาลได้สามเดือนกว่าๆ ไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลาเพียงเท่านี้กับโรคที่เป็นจะผลาญเงินเก็บของเธอและแม่จนหมด สองงานที่ทำอยู่ก็ทำเงินได้ไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาล นั่นทำให้เธอทุกข์ใจเป็นอย่างมาก ไม่รู้จะไปหาเงินเยอะๆ จากไหนมารักษาแม่ ญาติที่ไหนก็ไม่มี..

เธอเคยถามแม่นะว่าทำไมครอบครัวเราถึงไม่มีญาติพี่น้องเหมือนคนอื่นๆ เขา...แม่บอกกับเธอว่าเพราะตากับยายไม่ชอบพ่อและไม่อยากให้ทั้งคู่รักกันจึงกีดกันทุกวิถีทาง จนพ่อทนไม่ไหวตัดสินใจพาแม่หนีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ตัดขาดจากญาติพี่น้องทั้งหมดด้วยเหตุผลเดียวก็คือพ่อรักแม่มาก

ครอบครัวเธออยู่กันอย่างพอเพียงและมีความสุขมาโดยตลอดจนเมื่อเธออายุได้แค่สิบขวบพ่อก็จากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทิ้งให้เธอกับแม่ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กันต่อไป แม่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูเธอ ทั้งส่งให้เรียนในโรงเรียนดีๆ และพยายามมอบความรักความอบอุ่นให้ ไม่น้อยไปกว่าครอบครัวอื่นที่เขามีทั้งพ่อและแม่

แต่วันนี้...ผู้หญิงแกร่งคนนั้นต้องหยุดทำงานและนอนติดเตียงอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยโรคร้ายที่ใครๆ ก็บอกว่าไม่มีวันรักษาหาย วินาทีแรกที่รู้เธอช็อกไปนานหลายวันพอๆ กับตอนที่รู้ว่าพ่อเสีย แต่ตอนนี้มันย่ำแย่กว่านั้นมากเพราะเธอต้องเผชิญทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว...

ทุกวันของการรักษาคุณหมอจะให้ยาแม่สารพัดอย่าง ทุกอาทิตย์จะต้องทำคีโมและผ่าตัดสมองเผื่อระบายน้ำออก แม่ต้องแบกรับการรักษาที่ทรมานอย่างหนักแต่กลับไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น แค่ประคองอาการให้พ้นวันต่อวันไปเท่านั้น...เธอไม่อยากห่างไปไหนเลยสักวินาที แต่ก็ต้องทำงานเพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษา

"แม่...ขวัญมาแล้วนะ วันนี้แม่เป็นยังไงบ้าง" ร่างบางทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เตียงแม่ก่อนคว้ามือนุ่มที่มีริ้วรอยของวัยมากุมไว้ คนบนเตียงลืมตาขึ้นมามองหน้ากันและทำเพียงระบายยิ้มบางๆ ให้

"แม่สู้นะ แม่จะต้องหาย" น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปสั่นเครือจนปิดบังไม่ได้ว่าคนพูดกำลังจะร้องไห้ หัวใจคนเป็นแม่เจ็บปวดไม่ต่างกันที่เห็นลูกเป็นแบบนี้ แต่ไม่มีใครฝืนโชคชะตาได้ มันคงใกล้จะถึงเวลาของเธอแล้ว...

"ขะ...ขวัญ...สัญญากับแม่ได้ไหม...ว่าหนูจะดูแลตัวเองดีๆ " คนบนเตียงรวบรวมพละกำลังที่มีอยู่เพื่อพยายามพูดกับลูกยาวๆ แต่ยังไม่ทันจบทุกสิ่งที่อยากบอกอีกฝ่ายก็ขัดขึ้นมาเสียงดัง

"ไม่เอา! แม่อย่าพูดแบบนี้! อย่าพูดเหมือนจะไม่อยู่กับขวัญ แม่จะต้องอยู่ ฮึ่ก..."

พอเห็นน้ำตาลูกคนเป็นแม่ก็พูดไม่ออก เธอเองก็ยังไม่อยากจากลูกไปในเร็ววันนี้เหมือนกัน เพราะถึงจะอายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้วแต่ของขวัญยังเด็กอยู่มาก เป็นความผิดของเธอเองที่เลี้ยงลูกเหมือนไข่ในหิน ไม่เคยให้ต้องลำบากหรือต้องห่างไปไหน ก็เลยไม่มั่นใจว่าถ้าวันหนึ่งเธอต่อสู้กับโรคร้ายนี้ไม่ไหว ลูกจะอยู่ต่อไปคนเดียวได้ยังไง...

ของขวัญอยู่เฝ้าแม่ทั้งวันจนเย็นก็ลาแม่กลับเพื่อไปทำงานเสิร์ฟที่ผับต่อ จากที่เรียนอย่างเดียวไม่เคยต้องทำงานแต่พอได้ทำก็ควบทั้งสองงานทำให้เธอเหนื่อยหนักเป็นสองเท่า แต่ก็พยายามอดทนอย่างสุดกำลังเพราะแม่เหนื่อยมามากแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องเหนื่อยเพื่อแม่บ้าง...

ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปทำงานร่างบางก็ถูกมองว่าเป็นคนรักสันโดษ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร มาทำงานตรงเวลาทำเสร็จก็กลับเลยไม่ไปเอ้อระเหยที่ไหน ซึ่งเธอก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ทั้งโดดเดี่ยวและก็เหงาจับใจเมื่อกลับบ้านมาพบแต่ความว่างเปล่ามาหลายเดือน

จังหวะที่กำลังจะเดินผ่านร้านขายอาหารตามสั่งของพราวที่เปิดอยู่ในตึกทาวเฮ้าส์ขนาดสองชั้น ของขวัญก็เห็นเจ้าของร้านที่ในเวลานี้แต่งตัวสวยจัดจ้านกว่าตอนกลางวันเดินมาขึ้นรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่หน้าร้านก่อนจะขับออกไป พลันทำให้นึกถึงสิ่งที่พราวบอกไว้เมื่อตอนกลางวัน...

แน่นอนว่างานแบบนั้นเป็นงานที่เธอไม่เคยคิดจะทำมาก่อนและไม่คิดด้วยว่าจะได้ทำ แต่ตอนนี้ยอมรับว่ารู้สึกลังเลนิดๆ เพราะไม่มีทางเลือก เธออยากให้แม่อยู่กับเธอนานๆ และยังไงก็ต้องอยู่เพราะเธอไม่เหลือใครอีกแล้ว

เมื่อกลับมาถึงบ้านร่างบางก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินมานั่งลงหน้ากระจก จ้องมองหน้าตัวเองอย่างพิจารณา คนทำงานขายเรือนร่างอย่างน้อยๆ ก็ต้องสวยต้องเก่ง แต่เธอทั้งขี้อายและไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่พอยังต้องไปนอนกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ เธอไม่คิดว่าจะทำใจได้เลยสักนิด...

วันต่อมา...

ได้นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงของขวัญก็ต้องตื่นเพื่อไปทำงานที่ร้านอาหารต่อ แต่วันนี้ตื่นสายกว่าทุกวันเลยไม่ได้กินอะไรก่อนไปทำงาน ไม่พอพนักงานก็ขาดเธอจึงต้องทำในส่วนของคนอื่นเพิ่มแถมลูกค้ายังเข้าร้านเยอะจนผิดปกติอีกก็เลยต้องทำยาวจนไม่มีเวลาพักกินข้าวเที่ยง ได้นมกล่องเดียวรองท้อง กว่าจะเลิกงานก็ห้าโมงเย็น...ร่างบางๆ เดินโซเซเข้าซอยบ้านมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยกว่าวันไหนๆ และเพราะฝืนร่างกายมากจนเกินไปก็เลยเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น โชคดีที่อยู่ไม่ไกลจากร้านของพราวมาก พอดีกับที่ใช้เด็กในร้านไปซื้อของขากลับก็เลยมาเห็นเข้าจึงรีบวิ่งมาบอกเจ้านาย พราวเลยให้คนไปช่วยอุ้มพามานอนพักให้ร้าน ดูจากสีหน้าท่าทางอิดโรยแล้วคงแค่เป็นลมไปเฉยๆ ก็เลยให้นอนพักไปก่อน

"พี่พราว..." หลับไปหลายชั่วโมงคนตัวเล็กก็รู้สึกตัวตื่น ดวงตากลมโตกะพริบปริบมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นพราวเดินเข้ามาพอดีเลยแน่ใจว่าอยู่ที่ไหน

"ไง ตื่นแล้วหรอ...จริงๆ เลย ทำไมถึงฝืนตัวเองขนาดนี้ ดีนะไม่ไปล้มพับที่อื่น พี่ล่ะตกอกตกใจหมด" ความเป็นห่วงทำอีกฝ่ายอดบ่นออกมาไม่ได้

"กี่โมงแล้วคะ หนูต้องไปทำงานต่อ" แทนที่จะสนใจคนตรงหน้าร่างบางกลับทำหน้าตาตื่นขึ้นมาและหุนหันจะลุกออกไป

"หยุดเลย! วันนี้ไม่ต้องไปมันแล้ว แรงเดินแทบจะไม่มียังจะห่วงงานมากกว่าตัวเองอีก" มือเรียวของพราวดันไหล่เล็กให้กลับไปนั่งลงที่เดิม ก่อนดุออกมาหน้ายุ่งๆ

"แต่..."

"กินข้าวก่อนค่อยว่ากัน" เสียงเข้มตัดบทก่อนจะเปิดประตูโผล่หน้าออกไปตะโกนสั่งเด็กในร้านทำอาหารมาให้...ใช้เวลาไม่นานข้าวผัดหมูร้อนๆ ก็ถูกยื่นมาตรงหน้า ของขวัญจำต้องรับไปกินอย่างเงียบๆ ห่วงงานก็ห่วงแต่พราวก็ไม่ยอมปล่อยให้ไปไหนง่ายๆ

"เฮ้อ พี่พูดจริงๆ นะขวัญ ไปทำงานกับพี่เถอะ" พราวถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อเเห็นคนตัวเล็กกินข้าวน้อยนิด หน้าตาก็ซีดเซียวจนดูไม่ได้ คงเพราะโหมทำงานหนักเพื่อหาเงินมารักษาแม่แน่ๆ

"พี่เข้าใจว่าคนไม่เคยก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา แต่ถ้าอยากได้เงินมารักษาแม่ก็ต้องฝืนทำ พอแม่หายจะเลิกทำก็ได้ ไม่มีใครว่า" พราวพยายามโน้มน้าวใจคนฟังอีกเมื่อเห็นนั่งทำหน้าคิดหนัก เธอไม่อยากให้น้องสาวที่เธอรักและเอ็นดูทำนักหรอก แต่ถ้ายังทนทำงานเดิมๆ ต่อไปคนที่จะแย่ไม่ใช่แค่แม่ ร่างบางก็จะแย่ไม่ต่างกัน

"เอางี้! พี่จะพยายามช่วยไม่ให้เราเจอพวกคนไม่ดีเอง ทุกๆ วันศุกร์จะมีลูกค้าคนหนึ่งมาใช้บริการเด็กของพี่ เขาน่าจะเป็นนักธุรกิจกระเป๋าหนัก เขาหล่อมากเลยนะและก็ดูโอเคที่สุดในบรรดาลูกค้าที่มา ไว้พี่จะตะล่อมให้เขาเอ็นดูขวัญ ถ้าโชคดีขวัญอาจจะไม่ต้องรับลูกค้าคนอื่นอีก เผลอๆ ถ้าเขารู้เรื่องแม่เขาอาจจะให้เงินมารักษาฟรีๆ เลยก็ได้นะ" พราวตะล่อมน้องก่อนใคร ทั้งที่ความจริงแล้วไม่รู้ว่าสิ่งที่บอกไปจะทำสำเร็จหรือไม่ เพราะใครคนนั้นที่พูดถึงเหมือนจะไม่ใช่แค่นักธุรกิจธรรมดาทั่วไป รอบตัวเขามีบอดี้การ์ดคุมเข้มแถมยังแผ่รังสีอันตรายจนบรรดาเด็กเสิร์ฟที่ร้านแทบจะไม่อยากเข้าใกล้ แต่ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงดูก่อนเผื่อเขาจะเอ็นดูเด็กน่ารักๆ อย่างของขวัญ

"งั้น...ขวัญขอเริ่มคนเดียวก่อนนะคะ ขวัญไม่รู้ว่าจะทำใจได้มั้ย ขอลองดูก่อน" เมื่อมันไม่มีทางเลือกร่างบางก็ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างมาทำงานนี้ แม้จะยังมองไม่เห็นความกล้าในตัวเองแต่ก็พยายามจะนึกถึงหน้าแม่อยู่ตลอด เพราะแม่คือแรงผลักดันเดียวที่ทำให้เธอต้องกล้าที่จะเดินต่อ ถึงจะไม่ใช่ทางที่ดีนักก็เถอะ...

"ได้สิ ไม่มีปัญหา ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน...เริ่มศุกร์นี้เลยนะ พี่มีเวลาให้ทำใจก่อน อย่าลืมเตรียมไปลางานที่ทำไว้ล่ะ ครั้งแรกมันก็อาจจะเจ็บหน่อย" พอพราวบอกมาแบบนั้น คนฟังก็ยิ่งทำหน้าไม่สู้ดี ทั้งกลัวและกังวลอย่างเห็นได้ชัด

"จำไว้ว่าเราทำเพื่อแม่ มันจำเป็น" คนเป็นพี่เอื้อมมือมาลูบศีรษะปลอบด้วยท่าทางไม่สู้ดีเช่นกัน ยิ่งเห็นท่าทางหวาดกลัวของอีกฝ่ายก็ยิ่งสะท้อนภาพให้เห็นตัวเองในวันวาน เธอยังจำความรู้สึกนั้นได้ดีจึงเข้าใจร่างบางมากกว่าใคร แต่ในเมื่อมันไม่มีทางเลือกก็ต้องทำ!

..

..

..

..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 27 (ตอนจบ)

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 27 (ตอนจบ) เป็นเวลากว่าสามเดือนที่โทโมยะและของขวัญใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น ด้วยเจตนารมณ์ของเขาที่หมายมั่นจะสละตำแหน่งหัวหน้าแก๊งคาชิมะให้ผู้เป็นน้องชาย เมื่อเรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปเวลาที่เหลือเขาจึงเริ่มเดินหน้าสอนงานน้องอย่างเต็มกำลังและขีดเส้นตายไว้ว่าภายในสองปีทาคิยะจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนยอมรับให้ได้ นั่นทำให้อีกฝ่ายแอบมาโอดครวญให้ร่างบางฟังบ่อยๆ ว่าผู้เป็นพี่เคี่ยวเข็ญอย่างกับจะพาไปแข่งโอลิมปิก ได้ยินแล้วก็ขำแต่คงจะช่วยอะไรไม่ได้นอกจากคอยรับฟังหลังช่วงทดลองงานสามเดือนของทาคิยะผ่านพ้นไปทั้งคู่ก็บินกลับประเทศไทย ปล่อยให้ว่าที่ผู้นำคนต่อไปหยัดยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ไม่เชิงว่าโดดเดี่ยวเพราะเขามีทั้งคนสนิทและผู้ช่วยมือดีหลายคน ด้วยเหตุนี้งานของคาชิมะที่โทโมยะทำอยู่เลยพลอยลดน้อยลงไปด้วย แม้ไม่ถึงกับหมดแต่เขาก็มีเวลาเหลือพาของขวัญไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาตามที่เคยสัญญากันไว้ในตอนก่อนไปญี่ปุ่น เขาพาเธอไปไหว้พ่อแม่เขาเธอเองก็พาเขาไปไหว้พ่อแม่เธอเหมือนกันเรียกได้ว่าชีวิตในช่วงนี้ดี๊ดีและมีความสุขแบบสุดๆ แม้จะยังไม่มีเหตุการณ์ประมาณว่าขอเป็นแฟนหรือบอ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 26

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 26โชคดีที่ของขวัญไม่ได้ถูกร่างสูงกินแทนข้าวเย็นเพราะแค่รอบเดียวในบ่อน้ำพุช่วงล่างก็เจ็บเสียดจนกลายเป็นคนเดินช้าและเดินนุ่มนวลไปแบบเขินๆ อย่างในตอนนี้ที่กำลังเดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องอาหารก็มีหลายครั้งที่เขาต้องชะลอฝีเท้าเพื่อให้เธอตามทัน แน่นอนว่าเขารู้ถึงสาเหตุวัดได้จากสายตาวาววับที่มองมาเดิมทีของขวัญคิดว่าเพื่อนร่วมโต๊ะทานมื้อค่ำจะมีแค่ทาคิยะคนเดียว รวมเธอกับร่างสูงก็เป็นสามคน แต่พอประตูไม้เนื้อดีถูกเลื่อนออกถึงได้รู้ว่าบรรยากาศมันผิดจากที่คิดไว้มาก ภายในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่นี้มีจำนวนบุคคลด้านในไม่ต่ำว่าสิบคน!ทุกคนล้วนอยู่ในชุดสบายๆ อย่างยูกาตะและล้วนเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะมีอายุ.. เสียงพูดคุยกันอย่างออกรสชาติในตอนก่อนหน้าเงียบกริบลงไปในทันทีที่โทโมยะพาเธอเข้ามา ทุกสายตาไม่ได้ผ่านการนัดหมายแต่พวกเขาพากันมองผู้มาใหม่ทั้งสองสลับกันอย่างพร้อมเพรียง"อ้าวพี่ มาๆ มานั่งนี่เลยครับ" ทาคิยะเป็นคนดึงความสนใจของทุกคน เขารีบลุกจากเบาะรองนั่งนุ่มๆ บนพื้นมานำทางให้ทั้งคู่ไปนั่งลงบนหัวโต๊ะที่ได้จัดเตรียมที่ทางไว้ให้ตั้งแต่แรก สายตาทุกคู่ยังคงจับจ้อง

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 25

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 25"อะ อื้ม~" ท้ายทอยเล็กถูกมือใหญ่รั้งเข้าหา ประกบจูบลงไปบนริมฝีปากแดงเรื่อ ดูดซับความนุ่มนิ่มที่ด้านนอกเบาๆ ก่อนสอดแทรกเรียวลิ้นคว้านลึกเข้าไปข้างใน ร่างบางเปิดปากให้อย่างรู้หน้าที่ แม้จะยังไม่ประสาแต่ก็สมยอมตอบรับสัมผัสของร่างสูงด้วยความเต็มใจทุกครั้งเผลอไผลไปกับรสจูบครู่เดียวร่างเพรียวบางก็ถูกยกตัวลอยเปลี่ยนท่ามานั่งคร่อมตักในสภาพล่อแหลมยิ่งกว่าเดิม มือใหญ่วางลงบนสะโพกอวบ บีบเคล้นเบาๆ ก่อนลูบไล้ขึ้นมาตามเอวคอดกิ่วจนถึงแผ่นหลังเนียนนุ่ม ชั่วอึดใจก็กอดรั้งคนบนตักเข้ามาแนบชิด บดเบียดร่างกายเข้าหากันจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง ทรวงอกอวบขาวเบียดชิดแผงอกล่ำ หน้าท้องแบนราบแนบแน่นไปกับลอนซิกแพค ช่วงล่างแข็งขืนเสียดสีอยู่กับช่องทางอ่อนนุ่มที่ยังคงปิดสนิท วงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางขยับโยกตัวเธอขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบ.. จงใจให้อะไรๆ มันบดเบียดพอให้หวาดเสียวท้องน้อยเล่นๆ"อะ อ๊ะ อื้อ.." หลังถูกครอบครองไปหลายต่อหลายครั้งในที่สุดริมฝีปากบางที่เริ่มบวมเจ่อก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ ของขวัญรีบกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างหิวกระหาย สองมือจิกเกร็งอยู่บนไหล่กว้างเมื่อเขาเปลี่ย

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 24

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 24หลังจากปลดคาวามูระและพรรคพวกออกจากตำแหน่งโทโมยะก็ค่อนข้างจะวุ่นๆ นิดหน่อยเพราะต้องเรียกตรวจสอบ ประเมินความเสียหายและทำการปรับเปลี่ยนหัวหน้าเขตคนใหม่เข้ามาดูแลแทน รวมทั้งทำการรื้อระบบเก่าที่อีกฝ่ายเคยจัดการดูแลทิ้งแล้ววางระบบใหม่เข้าไปแทนที่ รวมๆ แล้วหลายปีที่ผ่านมาคาชิมะถูกมันโกงกินไปไม่น้อย ยังไม่รวมเรื่องที่แอบค้ายาและค้ามนุษย์พื้นที่ที่เป็นกฎต้องห้ามของแก๊งอีกตอนแรกก็สงสัยว่าคนๆ เดียวที่ภรรยาจากไปนานแล้วมีภาระแค่ส่งเสียลูกสาวเรียนเมืองนอกแค่คนเดียวมันจะจำเป็นต้องใช้เงินมากอะไรขนาดนั้น แต่พอขุดไปขุดมาถึงได้รู้ว่ามันติดการพนัน ติดเหล้าติดยาและติดผู้หญิงอย่างหนัก เงินที่ได้ไปก็เอาไปลงกับอบายมุขพวกนั้นทั้งหมด ลูกแทบจะไม่เหลียวแล!แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย หลังจากที่ถูกพาตัวไปขังไว้ในคุกมืด.. สถานที่ที่มีไว้เพื่อกักขังคนทรยศ สองวันให้หลังร่างสูงก็ได้รับรายงานว่าผู้เป็นอาได้หลบหนีความผิดด้วยการใช้เข็มขัดผูกคอตัวเองกับลูกกรงสิ้นใจก่อนที่จะโดนเจ้าทาคิยะสำเร็จโทษไปก่อนแล้ว สภาพศพไม่น่าดูเท่าไรเพราะก่อนหน้านั้นคนของเขาที่สั่งให้คอยเฝ้าหน้าค

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 23

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 23"ฮ่าๆ ๆ เงินตั้งห้าสิบล้าน พี่แกยังกล้าโอนมาให้ฉัน ง่ายๆ แลกกับชีวิตไร้ค่าของแก ไม่น่าเชื่อ.. ฉันอุตส่าห์เป่าหูพวกแกให้เกลียดกันเพื่อหวังจะให้พวกแกหันมาฆ่ากันเอง แต่แม่งคงจะไม่มีวันนั้น.. เพราะแกมันโง่ทาคิยะ! แกมันขี้ขลาด! เหอะ คนแบบนี้น่ะหรออยากจะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง ถุ้ย! ฝันกลางวันอยู่หรือไงไอ้เด็กเหลือขอ! " เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นมาด้วยความสะใจเมื่อลูกน้องเข้ามารายงานว่าได้รับเงินเรียกค่าไถ่จากหลานชายคนโตเรียบร้อย ก่อนที่น้ำเสียงหยามเหยียดจะพ่นคำดูถูกใส่หลานชายคนเล็กพร้อมกับยืนจ้องมองด้วยสายตาเกลียดชัง"สารเลว.. พวกผมเป็นหลานของอานะ! " คนที่ถูกจับมัดนั่งบนเก้าอี้ในสภาพสะบักสะบอมเลือดโชกขบกรามแน่นด้วยความโกรธจัด ถามหาความเมตตาลมๆ แล้งๆ จากคนที่มีสายเลือดร่วมกันครึ่งหนึ่งด้วยความเจ็บใจ กว่าจะรู้สึกตัวว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือชำระความแค้นก็เสียรู้จนหมดสภาพ"หลานหรอ ฮ่าๆ ๆ ฉันนับญาติกับพวกแกที่ไหนกันเล่า ฉันเกลียดไอ้คาสึยะพ่อของแก เกลียดแก เกลียดพี่ชายของแก! พวกแกมันมารชีวิต! ถ้าไม่มีพวกแกทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องเป็นของฉัน!! " คาวามูระระเบิดอารมณ์

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 22

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 22"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าไม่ดีเลย" องศาถามขึ้นในตอนที่เดินทางกลับ เพราะคนตัวเล็กนั่งเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ออกจากร้านอาหารตามสั่งของพราวแล้ว สีหน้าก็ดูจะไม่สู้ดีนัก"เปล่าค่ะ ก่อนกลับพี่องศาพาขวัญแวะทำบุญหน่อยนะคะ" ของขวัญบอกปัดอย่างที่คิด แต่คนฟังก็ไม่ได้เซ้าซี้จะรู้ให้ได้ ทำเพียงพยักหน้ารับและแวะเข้าวัดตามคำสั่งเมื่อได้ทำบุญจิตใจที่ว้าวุ่นของร่างบางก็พอจะสงบลงมาได้บ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังแอบคิดอยู่.. ก็เรื่องของแป้งนั่นแหละ ไม่เชิงว่ารู้สึกผิดไปเสียทีเดียว แต่เป็นความสงสารและเห็นใจมากกว่า ในฐานะคนที่เคยแอบรักเขามาเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้กรณีของเธอก็ยังไม่เรียกว่าสมหวังนะ แค่ก้าวหน้ามากขึ้นเท่านั้น.."นี่.." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเรียกสติคนเหม่อให้หันมามอง แล้วก็ต้องแปลกใจว่าอีกฝ่ายกลับมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกตัว.."..มาตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย" เมื่อพิจารณาดีๆ แล้วของขวัญก็ต้องตกใจซ้ำอีก เพราะร่างสูงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน เธอควรจะรู้สึกตัวบ้างเวลาพื้นโซฟามันยุบตามน้ำหนักเขา นี่ต้องเหม่อขนาดไหนถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลย.."ก็นานพอที่จะ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 6

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 6"เป็นอะไร อาหารไม่อร่อย? " บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้านี้ไม่สดใสเท่าที่ควร เพราะใครบางคนที่แกล้งให้ร่างบางรอเก้อเมื่อคืนดันโผล่มานั่งร่วมโต๊ะทานข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"เปล่าค่ะ.." เสียงเบาตอบออกไปโดยไม่มองหน้า และไม่รู้ตัวเลยว่าหัวคิ้วกำลังขมวดเข้าหากันซึ่ง

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 5

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 5กว่าห้าวันแล้วที่ของขวัญมาอยู่ที่ตึกสูงแห่งนี้.. ชีวิตในแต่ละวันของเธอดำเนินไปแบบวนลูป ตื่นเช้า อาบน้ำแต่งตัว ทานข้าวและของบำรุงสารพัดอย่างที่องศาจัดมาให้ จากนั้นก็ว่าง.. ไม่มีอะไรให้ทำ ได้แต่นั่งๆ นอนๆ หายใจทิ้งไปวันๆ ดีหน่อยที่องศาหอบหนังสือจากห้องสมุดชั้น

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 8

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 8เป็นอีกวันที่ของขวัญตื่นขึ้นมาบนเตียงในตอนเช้าอย่างงงๆ เพราะจำได้ว่าเมื่อคืนนั่งรอโทโมยะที่โต๊ะทานข้าวจนดึกและคงเผลอหลับไป สงสัยนะ.. ว่าใครเป็นคนพาเธอมาไว้บนเตียง? แต่คิดเองคงไม่รู้เลยเลิกสนใจ หันมามองหาขนมที่ทำไว้ให้ใครคนนั้นแทน จนมาเจออยู่ที่โต๊ะตัวเดิมที่

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 7

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 7"คิดอะไรอยู่หรอครับ คิ้วขมวดเชียว" องศาถามขึ้นในตอนที่ยกของว่างมาให้ของขวัญ แล้วเห็นว่าร่างนั้นเอาแต่นั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกำลังคิดอะไรที่มันสำคัญอยู่"ขวัญ.. ถ้าขวัญอยากทำงานให้คุณโทโมยะเหมือนพี่ พอจะมีโอกาสเป็นไปได้มั้ยคะ" คนถูกทักเงยหน้าขึ้นมองร่างส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status