Share

ตอนที่ 3

last update publish date: 2026-08-24 20:01:05

นาฬิกาแขวนผนังโบราณในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ภักดีณรงค์ตีบอกเวลาสองทุ่มตรง เสียงกังวานทุ้มต่ำดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด พรีมในชุดเสื้อยืดสีขาวเนื้อนุ่มและกางเกงวอร์มขายาวสบายๆ สำหรับใส่นอน กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาปลายเตียงในห้องนอนกว้างขวาง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นสวนหย่อมด้านล่างและเงาไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมยามค่ำคืน

เหตุการณ์โทรศัพท์ลึกลับเมื่อช่วงบ่ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับแผ่นเสียงตกร่อง แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่ามันอาจจะเป็นแค่การกลั่นแกล้งไร้สาระของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือใครสักคนที่เกลียดชังเธอ แต่ลางสังหรณ์บางอย่างในใจกลับบอกว่า... เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำและอันตรายกว่าที่คิด

“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับ ความสุขจอมปลอมในคฤหาสน์หลังนั้น อาจจะพังทลายลงมาฝังพวกคุณไว้ทั้งเป็น...”

เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ ทำให้พรีมรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาที่สันหลังอย่างช่วยไม่ได้ เธอขยับตัวเข้าหากันแน่นขึ้นเพื่อหาความอบอุ่นให้กับร่างกายที่เริ่มเย็นเฉียบ ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์รถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันยามค่ำคืนลง

พรีมรีบผุดลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปแอบมองที่หน้าต่าง แสงไฟจากหน้ารถยนต์สปอร์ตคันหรูสะท้อนให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถ คิรากร... สามีตามกฎหมายของเธอกลับมาแล้ว ใบหน้าคมคายภายใต้แสงไฟสลัวดูเคร่งเครียดและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แววตาดุดันคู่นั้นฉายแววครุ่นคิดบางอย่างที่อ่านไม่ออก

เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวขึ้นบันไดตรงมายังชั้นบน พรีมรีบถอยหลังก้นขวิดกลับมานั่งที่เดิมด้วยความประหม่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวโดยไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาในยามวิกาลแบบนี้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความระแวงจากภายนอก

แกร็ก!

เสียงเปิดประตูห้องนอนเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงของคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่ดูเร่งรีบ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่พรีมที่นั่งตัวเกร็งอยู่บนเตียง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อเห็นเธอยังคงนั่งอยู่เฉยๆ โดยไม่มีท่าทีหวาดระแวงหรือระมัดระวังตัวเลยแม้แต่น้อย

"เธอยังไม่นอนอีกรึไง?" คิมหันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างและติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย เขาถอดเนกไทสีเข้มออกแล้วโยนมันลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเพื่อระบายความอึดอัด

พรีมกะพริบตาปริบๆ เธอมองท่าทางเกรี้ยวกราดของเขาแล้วนึกฉุนขึ้นมาเล็กน้อย ถึงเขาจะเป็นสามีตามสัญญาและเจ้าของบ้านหลังนี้ แต่การจะเข้ามาต่อว่าคนอื่นดะแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก

"ฉันยังไม่นอนมันเรื่องของฉันค่ะ... อีกอย่าง นี่มันห้องของฉันเหมือนกันนะ ทำไมคุณต้องทำเสียงเหมือนฉันไปทำความผิดอะไรมาด้วยล่ะคะ?" พรีมเผลอสวนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นมาเล็กน้อย แม้ในใจจะแอบหวั่นเกรงรัศมีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ตาม

คิมหันต์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมาจ้องมองเธอเขม็ง รังสีความกดดันพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงจนพรีมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขาก้าวเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วสูงจนพรีมไม่ทันตั้งตัว มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวบางทั้งสองข้างไว้แน่น แล้วดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับเขา

"โอ๊ย! คุณคิมหันต์ ฉันเจ็บนะ!" พรีมร้องออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานเหเกต์ด้วยความเจ็บปวดจากแรงบีบที่ข้อมือ

"เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปถ้าเทียบกับสิ่งที่เธออาจจะต้องเจอ!" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "เธอจำไม่ได้หรือไงว่าเราตกลงอะไรกันไว้... ห้ามทำตัวเป็นภาระ ห้ามออกไปไหนโดยไม่มีคนคุ้มกัน และที่สำคัญที่สุด... ห้ามรับสายแปลกปลอมเด็ดขาด!"

พรีมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจกระตุกวูบ เขารู้เรื่องโทรศัพท์ลึกลับนั่นได้อย่างไร? หรือว่าคนของเขาจะสอดส่องเธอทุกฝีก้าวแม้กระทั่งตอนที่อยู่นอกคฤหาสน์?

"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด..." พรีมพยายามปฏิเสธเสียงสั่น แม้ความจริงจะถูกจับได้คาหนังคาเขาจากปฏิกิริยาบนใบหน้าของเธอเอง

"อย่ามาโกหกฉัน!" คิมหันต์ขึ้นเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโมโหและเป็นห่วงปะปนกันจนแยกไม่ออก "สายเมื่อตอนบ่าย... จากไอ้เสกสรรค์ ลูกน้องของฉันรายงานมาหมดแล้วว่าพวกมันเริ่มใช้เธอเป็นเครื่องมือในการกดดันฉัน! เธอกล้าดียังไงถึงรับสายมัน ทำไมถึงไม่บล็อกเบอร์แปลก หรือว่าเธออยากจะลองดีกับพวกเดนตายพวกนั้นอยากนักรึไงวะ!"

คำต่อว่าที่พรั่งพรูออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวทำให้พรีมรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉานใหญ่ ความน้อยใจและความอัดอั้นตันใจที่เก็บสะสมมาตั้งแต่เมื่อวานระเบิดออกมาในพริบตา ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้า แต่เธอก็พยายามกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้

"ใช่สิ! ฉันมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันในเกมบ้าๆ ของพวกคุณนี่!" พรีมตะโกนสวนกลับด้วยความเหลืออด แรงอารมณ์ทำให้เธอยื้อยุดข้อมือตัวเองให้หลุดจากการพันธนาการของเขาได้สำเร็จ "ฉันไม่ได้อยากรับสายพิลึกนั่นหรอกนะ! แต่มือมันเผลอกดรับไปเพราะคิดว่าเป็นเรื่องงานต่างหากเล่า! อีกอย่าง... ถ้าคุณเกลียดฉันนัก รังเกียจที่จะต้องมาแต่งงานกับเด็กกะโปโลแบบฉันนัก ทำไมคุณไม่ไปบอกคุณปู่ของคุณตั้งแต่แรกซะล่ะคะ ว่าคุณปฏิเสธการแต่งงานนี้ได้!"

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องนอนทันทีหลังเสียงตะโกนของพรีมเงียบลง คิมหันต์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังหอบหายใจถี่ด้วยความโกรธ ใบหน้าหวานแดงก่ำและมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่พยายามกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต ภาพของเด็กสาวที่เคยดูอ่อนแอและหวาดกลัวในวันแรก กลับกลายร่างเป็นลูกแมวพยศที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว

ภายในอกด้านซ้ายของคิมหันต์กระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนกำลังตีรวนขึ้นมาในใจ... ความรู้สึกผิด? หรือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย็นชา?

"เธอไม่เข้าใจหรอก..." คิมหันต์ผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพื่อระงับอารมณ์โกรธ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ "ตระกูลของเราไม่ได้สะอาดสะอ้านอย่างที่เธอคิด ศัตรูที่จ้องจะเล่นงานฉันมีอยู่ทุกมุมมืด การที่เธอเข้ามาอยู่ในสถานะภรรยาของฉัน เท่ากับเธอเอาชีวิตตัวเองมาแขวนไว้บนเส้นด้าย... ฉันไม่ได้โกรธที่เธอรับโทรศัพท์ แต่ฉันโกรธที่เธอยังไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายแค่ไหนต่างหาก"

พรีมชะงักไปเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเขา เธอมองใบหน้าคมคายที่ฉายแววความเคร่งเครียดและกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่าเกลียดและมองเธอเป็นแค่เครื่องมือ แต่แววตาของเขาในตอนนี้กลับสะท้อนความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจนจนหัวใจของพรีมสั่นไหว

"แล้ว... คุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ?" พรีมถามเสียงแผ่วเบา ความโกรธที่มีเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหวาดระแวงและความสับสนในจิตใจ "ในเมื่อฉันแต่งงานกับคุณมาแล้ว และพวกมันก็รู้แล้วว่าฉันคือจุดอ่อนของคุณ... ฉันจะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความกลัวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?"

คิมหันต์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีท่าทีคุกคามหรือรุนแรงเหมือนก่อน มือหนายื่นออกไปแตะที่หัวไหล่บางเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาทำเอาพรีมสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี

"เชื่อใจฉัน..." คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ตราบใดที่เธอยังอยู่ในความดูแลของฉัน จะไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรเธอได้ทั้งสิ้น... ขอแค่เธอเชื่อฟังฉัน อย่าออกนอกลู่นอกทาง และอยู่ใกล้ฉันเมื่อถึงคราวจำเป็น"

คำว่า 'เชื่อใจฉัน' จากปากของมาเฟียผู้เยือกเย็นและไร้ความปรานี เปรียบเสมือนแสงสว่างเล็กๆ ที่สาดส่องเข้ามาในความมืดมิด พรีมพยักหน้ารับช้าๆ อย่างไร้ทางเลือก เธอรู้ดีว่าในสถานการณ์ตอนนี้ เธอนอกจากจะพึ่งพาตัวเองไม่ได้แล้ว เธอยังต้องพึ่งพาผู้ชายคนนี้เพื่อความอยู่รอดเช่นกัน

"ค่ะ... ฉันจะพยายามไม่สร้างปัญหาให้คุณ" พรีมตอบรับเสียงเบา

คิมหันต์พึงพอใจกับคำตอบนั้นเล็กน้อย เขาลดมือลงจากไหล่ของเธอ ก่อนจะหันหลังเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารบนโต๊ะทำงาน "คืนนี้ฉันมีงานต้องเคลียร์ต่อในห้องทำงาน เธอไปนอนพักผ่อนซะ อย่าคิดมากเรื่องที่เกิดขึ้น... พรุ่งนี้ฉันจะจัดกำลังคนเพิ่มความปลอดภัยรอบตัวเธอให้รัดกุมยิ่งขึ้น"

พูดจบ คิมหันต์ก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พรีมยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้... ความรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวกลับเจือจางลงไปบ้างแล้ว เมื่อรู้ว่าอย่างน้อยที่สุด ผู้ชายที่เย็นชาคนนั้นก็ไม่ได้ทอดทิ้งเธอให้อยู่เผชิญหน้ากับอันตรายตามลำพัง

ตัดฉากมาที่โกดังสินค้าเก่าแก่นارجย่านท่าเรือรกร้าง บรรยากาศภายในมืดสลัวและมีกลิ่นอัปชื้นของน้ำเค็มและสนิมเหล็ก ภายใต้แสงไฟนีออนดวงน้อยที่กะพริบติดๆ ดับๆ เสกสรรค์ ชายวัยกลางคนผู้มีรอยแผลเป็นน่ากลัวพาดผ่านแก้มขวา กำลังยืนกอดอกพ่นควันบุหรี่สีเทาโขมงออกมาอย่างอารมณ์ดี เบื้องหน้าของเขาคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดแอบถ่ายรอบคฤหาสน์ภักดีณรงค์

"หึ... ไอ้น้องชาย คิดเหรอว่ามีเมียเด็กแล้วจะยิ่งใหญ่คับฟ้า" เสกสรรค์หัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ดวงตาสกปรกเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความแค้น "มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นแหละ... คิมหันต์! ในเมื่อแกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ฉันก็จะพรากสิ่งที่แกเพิ่งค้นพบว่ามีค่าที่สุดไปจากแกเหมือนกัน... คอยดูเถอะ ว่าผู้หญิงคนนั้นจะอยู่รอดในมือฉันได้สักกี่น้ำ!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 3

    นาฬิกาแขวนผนังโบราณในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ภักดีณรงค์ตีบอกเวลาสองทุ่มตรง เสียงกังวานทุ้มต่ำดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด พรีมในชุดเสื้อยืดสีขาวเนื้อนุ่มและกางเกงวอร์มขายาวสบายๆ สำหรับใส่นอน กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาปลายเตียงในห้องนอนกว้างขวาง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นสวนหย่อมด้านล่างและเงาไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมยามค่ำคืน เหตุการณ์โทรศัพท์ลึกลับเมื่อช่วงบ่ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับแผ่นเสียงตกร่อง แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่ามันอาจจะเป็นแค่การกลั่นแกล้งไร้สาระของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือใครสักคนที่เกลียดชังเธอ แต่ลางสังหรณ์บางอย่างในใจกลับบอกว่า... เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำและอันตรายกว่าที่คิด “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับ ความสุขจอมปลอมในคฤหาสน์หลังนั้น อาจจะพังทลายลงมาฝังพวกคุณไว้ทั้งเป็น...” เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ ทำให้พรีมรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาที่สันหลังอย่างช่วยไม่ได้ เธอขยับตัวเข้าหากันแน่นขึ้นเพื่อหาความอบอุ่นให้กับร่างกายที่เริ่มเย็นเฉียบ ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์รถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้น ทำล

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 2

    แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเนื้อดีเข้ามาภายในห้องนอนขนาดใหญ่โตหรูหราที่ถูกตกแต่งในโทนสีเทาเข้มและดำ ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมอันสุขุมและเยือกเย็นของผู้เป็นเจ้าของ พรีมกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตาให้คุ้นเคยกับบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนคิงไซส์นุ่มฟูที่กว้างจนดูอ้างว้าง ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ จากการนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เหตุการณ์เมื่อวานนี้ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ การจดทะเบียนสมรส การเซ็นสัญญา และคำพูดเฉือดเฉือนหัวใจจากคิมหันต์ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากราวกับความฝันอันเลวร้าย แต่กระดาษสมรสที่วางอยู่บนหัวเตียงยืนยันอย่างชัดเจนว่านี่คือความจริง... เธอกลายเป็นภรรยาตามกฎหมายของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลไปเสียแล้ว พรีมถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะก้าวลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัว เธอเลือกสวมเสื้อผ้าที่เตรียมมา เป็นชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกระโปรงยาวคลุมเข่าสีน้ำตาลอ่อนที่ดูสุภาพเรียบร้อยเหมาะสมกับการเป็นนักศึกษา เพราะวันนี้เธอยังมีเรียนภาคเช้าที่มหาวิทยาลัย ถึงแม้สถานะชีวิตจะเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน แต

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่1 คำสัญญา

    เสียงนาฬิกาโบราณภายในห้องรับรองของคฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์ดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายของความอึดอัดและตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ราวกับออกซิเจนในห้องนี้ถูกสูบออกไปจนแทบหายใจไม่ออก ณัฐณิชา หรือ พรีม ในชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายที่ดูแตกต่างจากความหรูหราอลังการรอบตัวโดยสิ้นเชิง กำลังนั่งกุมมือตัวเองแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตมองเอกสารฉบับหนึ่งบนโต๊ะกระจกใสตรงหน้า เอกสารที่เปลี่ยนสถานะชีวิตนักศึกษาปี 3 ธรรมดาๆ ของเธอให้กลายเป็น 'ภรรยาตามกฎหมาย' ของบุคคลที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่งในประเทศ "เซ็นซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และไร้ซึ่งความรู้สึกดังขึ้นจากมุมห้อง มืดสลัวหลังแสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังลับขอบฟ้า คิรากร หรือ คิมหันต์ ทายาทหนุ่มแห่งตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ก้าวออกมาจากเงานั้น ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองมาที่เธอราวกับมองสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง พรีมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวด้วยความหวาดกลัว แต่เธอก็พยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้ตัวเองดูอ่อนแอไปมากกว่านี้ "ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้อยากแต่งงานกับฉัน เช่นเดียวกับฉ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status