LOGIN“ทั้งหล่อทั้งนิสัยดีอะแก” เสียงของใบเฟิร์นปลุกให้ชาลิสาหลุดออกจากภวังคจิต
ชาลิสาหันหน้าไปมองเพื่อนของตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะก้มลงมามองเสื้อนักศึกษาของเธอที่เลอะเป็นวงกว้าง มือเล็กกระชับเสื้อสูทขึ้นมาปกปิดอกอวบอิ่มเอาไว้
“ซักไม่ออกแน่เลย รีบไปห้องน้ำก่อนเถอะ” ใบเฟิร์นเอ่ยต่อ ชาลิสาจึงพยักหน้าให้เพื่อนรักเบาๆ จากนั้นทั้งสองสาวจึงก้าวเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ทันที
ชาลิสาวางเสื้อสูทไว้บนอ่างล้างมืออย่างเบามือ เธอเปิดน้ำและพยายามใช้มือล้างน้ำให้เปียกเล็กน้อยตรงก๊อกตรงอ่างล้างมือ และเอาขึ้นมาแตะๆ ที่เสื้อของเธอทีละนิด เนื่องจากเธอไม่ต้องการให้เสื้อนักศึกษามันเปียกจนแนบเนื้อเกินไปและไม่ต้องการให้ใครมาเห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอไปมากกว่านี้
“ออกไหมแก” ใบเฟิร์นที่ยืนอยู่ข้างๆ ชาลิสาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เธอช่วยดึงกระดาษชำระมายื่นให้เพื่อน เพื่อให้ชาลิสาใช้กระดาษชำระซับน้ำที่จะไหลเปียกเสื้อของเพื่อนไปมากกว่านี้
“ไม่ออกเลย” ชาลิสาตอบกลับไป เธอพยายามจะล้างคราบน้ำหวานอยู่ชั่วครู่ แต่ทว่าหญิงสาวก็ไม่เห็นวี่แววที่คราบน้ำชานมไข่มุกจะออกจากเสื้อขาวของเธอเลยสักนิด
“ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ” เธอจึงตัดสินใจที่จะไม่ล้างน้ำหวานต่อแล้ว เพราะดูท่าแล้ว ไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรมันก็ไม่ออกอยู่ดี
“แก โอเคใช่ไหม” ใบเฟิร์นเอ่ยถามพร้อมกับช่วยซับน้ำที่เสื้อของชาลิสาไปด้วย
“โอเคสิ..กลับกันเถอะ” หญิงสาวไม่ลืมที่จะคว้าเสื้อสูทของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลามาสวมใส่ปกปิดร่างกายเอาไว้ และด้วยขนาดตัวที่ใหญ่กว่าเธอหลายเท่าของชายหนุ่ม จึงทำให้พอหญิงสาวสวมใส่เข้าไปแล้ว ราวกับว่าเธอสวมใส่ชุดเดรสสั้นที่ปกปิดลงมาจนมิดกระโปรงทรงเอสั้นของเธอ
“ปะ..กลับๆ” เพื่อนสนิทส่งยิ้มให้ชาลิสาเพื่อเป็นการปลอบประโลมเธอ ก่อนที่ทั้งสองสาวจะเดินออกมาจากห้องน้ำ
นักศึกษาสาวทั้งสองคนเดินออกมาจากห้างสรรพสินค้าและแยกย้ายกันไปขึ้นแท็กซี่เพื่อกลับบ้านของใครของมัน ชาลิสามาถึงบ้านหลังใหญ่ในเวลาต่อมา กลิ่นหอมจากเสื้อสูทของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู..แล้วชุดนักศึกษาไปโดนอะไรมาคะ” เสียงของสาวใช้แก่ที่ดูแลชาลิสามาตั้งแต่เด็กเอ่ยถามขึ้นมาทันที เมื่อหญิงสาวก้าวเดินเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่ ณัฐวดี หญิงแก่ที่เลี้ยงดูคุณหนูมาและรักชาลิสาเหมือนดั่งลูกแท้ๆ ของเธอ
“อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ” มือเล็กกอดอกเอาไว้พลางตอบกลับสาวใช้ที่เธอเคารพรักเหมือนคนในครอบครัวของเธอ
ตระกูลเจริญวัฒนาวรรณไม่ได้เป็นตระกูลที่ร่ำรวยถึงขนาดระดับมหาเศรษฐกิจ แต่พ่อของเธอก็พยายามทำอสังหาริมทรัพย์เลี้ยงดูเธอมาได้จนเติบโตได้ขนาดนี้ แต่ทว่าตอนนี้ชาลิสากลับไม่เหลือทั้งพ่อและแม่แล้ว บิดาของหญิงสาวได้จากไปด้วยโลกร้ายเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่ท่านป่วยมาตลอดสองปีแล้ว หญิงสาวจึงทำใจไว้บ้างแล้ว
“คุณป้ากับพี่ชายไปไหนคะ” ชาลิสาเอ่ยถามต่อ ซึ่งแน่นอนว่าคุณป้าที่เธอหมายถึงก็คือแม่เลี้ยงของเธอ ส่วนพี่ชายก็คือลูกติดแม่เลี้ยงนั่นเอง
“เอ่ออ” ณัฐวดีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ชาลิสาจึงรู้ได้ทันที
“ไปกาสิโนอีกแล้วใช่ไหมคะ”
“ค่ะคุณหนู” สาวแก่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ตั้งแต่ที่พ่อของเธอจากไปเมื่อช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ท่านก็ได้เขียนพินัยกรรมไว้ให้อย่างชัดเจนว่าทรัพย์สมบัติทุกอย่างที่เป็นของพ่อ ยกให้กับชาลิสาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ในคราแรกแม่เลี้ยงของเธอก็โวยวายและดุด่าชาลิสาอย่างหนัก และด้วยความที่พ่อกับแม่เลี้ยงไม่ได้จดทะเบียนกัน แม่เลี้ยงจึงไม่ได้มีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติของพวกเธอเลยสักนิด
แต่ด้วยความที่ชาลิสาเป็นคนขี้สงสารคนและเห็นใจแม่เลี้ยงที่ดูแลบิดาของตัวเองมาโดยตลอด หญิงสาวจึงพยายามที่จะให้เงินเดือนกับแม่เลี้ยงและลูกชายของแม่เลี้ยงตลอดในทุกครั้งที่สองแม่ลูกมาขอเธอ อีกทั้งทุกอย่างในบ้านเธอก็ต้องเป็นคนจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ด้วยตัวเอง
ในระหว่างที่หญิงสาวครุ่นคิดอยู่นั่นเอง แม่เลี้ยงและลูกชายของเขาก็เดินเข้ามาในบ้านอยู่ด้านหลังของหญิงสาว ชาลิสาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกำลังเดิน เธอจึงหันหลังกลับมามอง
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณป้า..พี่ชาย” หญิงสาวเอ่ยทักทายแม่เลี้ยงกับลูกติดของสาวแก่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
กนกนุช แม่เลี้ยงของชาลิสาปรายตามองเด็กสาวด้วยแววตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ ก่อนที่เธอจะพยักหน้าให้ชาลิสาเบาๆ ด้วยใบหน้าที่หงุดหงิด
“คุณป้าคะ” ชาลิสาพยายามใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดกับแม่เลี้ยง
“ว่าไง” ทว่าผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เคยคิดที่จะพูดดีกับเด็กสาวเลยสักครั้ง
“คุณป้าพักเรื่องเล่นการพนันไปก่อนได้ไหมคะช่วงนี้”
“ทำไม” กนกนุชขมวดคิ้วเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เมื่อได้ยินดังนั้นณัฐวดีจึงรีบปรี่เข้ามาโอบประคองคุณหนูเอาไว้ทันที
“ตั้งแต่พ่อเสียไป พวกเราก็เริ่มไม่มีรายได้แล้วนะคะ” หญิงสาวเลือกที่จะเอาน้ำเย็นเข้าลูบเพราะไม่อยากให้แม่เลี้ยงโวยวายใส่เธออีก
“ถ้าคุณป้ากับพี่ชายยังเล่นอยู่แบบนี้ สาเกรงว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะหมดได้ค่ะ” ชาลิสาเอ่ยต่อ
“นี่ยัยสา! แกกล้ามาสอนฉันกับแม่เหรอ” เป็นเสียงของ ฉัตรพล ลูกชายของแม่เลี้ยงที่ตะคอกใส่หญิงสาวขึ้นมา ฉัตรพลอายุย่างเข้าเลขสามแล้ว แต่เขาก็ยังไม่คิดจะทำการทำงาน อีกทั้งยังติดการพนันไม่ต่างจากแม่ของเขาเลยสักนิด
“สาไม่ได้สอนค่ะ สาแค่อยากให้พวกเราหาทางออกร่วมกันนะคะ”
“แกก็ได้สมบัติไปทุกอย่างแล้วไม่ใช่หรือไง พวกเราสองแม่ลูกก็แค่ไปเล่นสนุกๆ แก้เบื่อก็เท่านั้น” กนกนุชยกแขนขึ้นมากอดอกเอาไว้พลางตอบกลับอย่างกระแทกกระทั้น
“ไปกันเถอะแม่ คุยกัยยัยสาไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก เด็กน้อย!” ฉัตรพลเอ่ยต่อ
“พรุ่งนี้เอาเงินมาให้พวกฉันด้วยหนึ่งแสน” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่เลี้ยงเอ่ยขอเงินเธอเช่นนี้
“แต่ว่า…” ชาลิสากำลังจะอ้าปากเอ่ยคัดค้านแม่เลี้ยง เนื่องจากเมื่อสองวันก่อนเธอเพิ่งจะให้เงินสองแม่ลูกไปแสนหนึ่ง พอมาวันนี้แม่เลี้ยงกลับมาขอเพิ่มอีก
“ทำไม? แค่แสนเดียวมันจะตายเลยหรือไง”
“มะ..ไม่ค่ะ” สุดท้ายชาลิสาก็ไม่สามารถที่จะโต้เถียงกับแม่เลี้ยงได้อยู่ดี เธอไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าเธอเป็นเด็กก้าวร้าวที่พอได้ทรัพย์สมบัติทุกอย่างมาครอบครองก็ไม่เห็นหัวใครทั้งนั้น หญิงสาวจึงพยายามที่จะทำตัวให้ดีและเห็นอกเห็นใจแม่เลี้ยงมากที่สุกเท่าที่เธอจะทำได้
สองแม่ลูกเดินปลีกตัวเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ทันที โดยไม่สนใจชาลิสาเลยสักนิด และแน่นอนว่าที่ผ่านมาพวกเขาก็เป็นแบบนี้มาตลอดระยะเวลาเกือบสิบปีที่แม่เลี้ยงย้ายเข้ามาอยู่บ้าน
ชาลิสาจำวันแรกที่พวกเขาทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ดี ต่อหน้าบิดาของเธอ ทั้งสองคนแม่ลูกก็พยายามทำตัวเป็นคนดี แต่พอลับหลังก็ดุด่าว่ากล่าวและแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบชาลิสา ถึงขั้นที่ไม่ยอมให้เด็กสาวเรียกตัวเองว่าแม่ แต่ให้เรียกว่าน้าหรือป้าแทน และกนกนุชก็ไปบอกพ่อของชาลิสาว่าเด็กสาวไม่อยากเรียกเธอว่าแม่ อีกทั้งยังโยนความผิดมาให้เธออีก แต่บิดาของหญิงสาวก็ไม่ได้บังคับชาลิสาสักเท่าไหร่เพราะอย่างไรบิดาก็เห็นเด็กสาวสำคัญที่สุดอยู่แล้ว
“คุณหนู” สาวใช้ลูบไหล่แบบบางของชาลิสาผ่านเสื้อสูทตัวใหญ่อย่างแผ่วเบา
“ไม่เป็นไรค่ะ สาจะพยายามจัดการเรื่องเงินภายในบ้านให้ดีที่สุดเท่าที่สาจะทำได้เลยค่ะ”
หญิงสาวได้แต่พยายามอดทนเอาไว้ให้ได้มากที่สุด อีกสามเดือนเธอก็เรียนจบแล้ว หลังจากที่เธอเรียนจบเธอจะต้องรีบทำงานทันที เพื่อจะได้มีเงินมาเลี้ยงดูทุกคนในบ้านนี้ ถึงแม้ว่าทรัพย์สมบัติของบิดาเธอที่ทิ้งเอาไว้ให้จะมากพอให้เธออยู่ได้ไปอีกหลายปี แต่ถ้าคุณป้ากับพี่ชายถลุงกันทุกวันแบบนี้ สักวันมันก็ต้องหมดลงอย่างแน่นอน
ย้อนไปก่อนหน้านี้ร่างกำยำของลูคัสสวมเสื้อเชิ้ตนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานภายในโรงพยาบาลของตัวเอง เขาใจจดใจจ่อกับเอกสารในแฟ้มตรงหน้าอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาพร้อมกับอีวานที่เปิดแง้มประตูห้องเข้ามา อีวานเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของลูคัส“นายครับ…ประวัติของผู้หญิงที่นายให้ผมไปสืบมาครับ” อีวานเอ่ยพลางยื่นแฟ้มเอกสารสีดำวางไว้บนโต๊ะให้เจ้านาย ลูคัสจึงเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มขึ้นมาและเปิดอ่านทันที “ชาลิสา” ลูคัสพึมพำชื่อของหญิงสาวออกมาเบาๆ ตั้งแต่วันนั้นที่เขาชนเข้ากับเธอ เขาก็รู้สึกถูกใจเธอมากๆ เขาไม่สามารถเอาผู้หญิงคนนั้นออกไปจากสมองของตัวเองได้ บางวันเขาก็ต้องมาสำเร็จความใคร่ด้วยมือของตัวเองเมื่อเขานึกถึงเธอ ลูคัสเพิ่งจะเข้าใจคำว่ารักแรกพบก็ตอนที่พบกับนักศึกษาคนนี้นี่แหละ“ครอบครัวเธอติดพนันเหรอ” ชายหนุ่มอ่านประวัติของเธอไปเรื่อยๆ พลางเอ่ยถามคนสนิทขึ้นมา “ไม่ใช่แม่แท้ๆ ครับ…เป็นแม่เลี้ยงกับลูกติดครับ” อีวานตอบกลับเจ้านาย ลูคัสครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขาไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆ ก็พบว่ากาสิโนที่พวกมันไปเล่น ก็คือกาสิโนของเขาเอง ดีเลย! แบบนี้เขาจะได้ทำอะไรง่ายยิ่งขึ้น“ทำให้พวกมันเป็นหนี้
หนึ่งปีต่อมา“พ่อกับแม่ถึงไหนแล้ว…เพิ่งลงเครื่องเหรอครับ…ครับ” เสียงทุ้มทรงพลังของลูคัสเอ่ยกับปลายสาย เขายืนอยู่ในห้องโถงของคฤหาสน์ที่ตอนนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเรียบร้อยแล้ว ลูคัสยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมือเดียวพลางแนบโทรศัพท์ตรงใบหูเพื่อคุยโทรศัพท์กับพ่อของตัวเอง เมื่อคุยเสร็จลูคัสก็กดวางสายไปทันที“พ่อแม่ลงเครื่องแล้ว…กำลังตรงมาที่คฤหาสน์” ลูคัสหันมาบอกกล่าวกับภรรยา ก่อนที่เขาจะเดินมาย่อตัวนั่งลงข้างๆ ชาลิสา“ค่ะ” เสียงหวานของชาลิสาตอบกลับสามีสั้นๆ เธอนั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง บนอ้อมแขนของชาลิสามีเด็กชายแก้มยุ่ยๆ นอนมองเธอตาแป๋ว “เซบาสเตียน…คุณปู่คุณย่ากำลังจะมาหาแล้วนะลูก” ชาลิสาก้มลงเอ่ยกับลูกชายวัยสี่เดือนนิดๆ ถึงแม้ว่าเขายังไม่รู้เรื่อง แต่เธอก็มักจะพูดคุยกับลูกชายตลอด มือบางยกขึ้นมาลูบไล้แก้มขาวอมชมพูของเด็กน้อย“คุณหนูคะ” เสียงของณัฐวดีเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับร่างหญิงสาวที่เดินตรงมาหยุดอยู่หน้าของเจ้านายทั้งสองคน“มีอะไรหรือเปล่าคะป้าณัฐ” ชาลิสาเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงแก่ ปกติณัฐวดีจะประจำอยู่ที่บ้านของชาลิสา แต่เมื่อชาลิสาคลอดลูกชายออกมาได้ หญิงแก่ก็ขอมาดูแลคุณชายที่คฤหาสน์ทันที“คุณใบเฟิร
“สวัสดีค่ะท่านลูคัส…ยินดีต้อนรับนะคะมาดาม” เสียงของแม่บ้านทักทายลูคัสกับชาลิสาที่กำลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลโลรองต์ ข้างหลังของคู่สามีภรรยาป้ายแดงมีเหล่าบอดี้การ์ดที่ถือกระเป๋ามาให้หญิงสาวสามสี่ใบ สาวใช้ยืนเรียงรายอยู่ตรงประตูทางเข้าเพื่อรอรับเจ้านายอย่างเป็นระเบียบผ่านมาสามวันหลังจากงานแต่งงานของพวกเขา ชาลิสาคุยกับณัฐวดีเมื่อวานนี้ เพื่อที่จะให้หญิงแก่มาอยู่ที่คฤหาสน์ด้วยกัน แต่ทว่าหญิงแก่ก็ไม่อยากมาเพราะการเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ชาลิสากับลูคัสจึงได้ข้อสรุปว่าควรพาณัฐวดีไปส่งที่บ้านของชาลิสา เพื่อให้สาวใช้คนสนิทของเธอเป็นหูเป็นตาและดูแลคนในบ้านของหญิงสาวด้วย พวกเขาจึงจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนที่จะย้ายเข้ามาที่คฤหาสน์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงข้างกันมาที่ห้องโถงใหญ่เพราะลูคัสคาดว่าพ่อแม่ต้องอยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอน“มากันแล้วเหรอ” เสียงชายแก่พูดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชาลิสากับลูคัสเดินเข้ามาในห้องโถง“นั่งลงก่อนๆ” ลูตินนั่งอยู่บนโซฟาข้างภรรยาเอ่ยต่อ ลูคัสจึงดันแผ่นหลังแบบบางของชาลิสาให้เดินไปทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามกับพ่อแม่“พ่อกับแม่คุยกันแล้วนะ…ในเมื่อพวกแกมาอยู่ที่คฤหาสน์แล้ว…พ
ชาลิสามองลูคัสที่คืบคลานมาหาเธอตาปริบๆ มารู้ตัวอีกที ชายหนุ่มก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอและเริ่มไต่มาคร่อมร่างเธอเอาไว้แล้ว ชาลิสาเอนกายไปด้านหลังอย่างช้าๆ เพราะร่างกำยำที่โน้มลงมาใกล้เธอมากยิ่งขึ้น“พี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ” เสียงหวานของชาลิสาเอ่ยถาม“ก็เหนื่อยครับ” ลูคัสตอบกลับ“งั้นเรานะ…อืออ” ยังไม่ทันที่ชาลิสาจะเอ่ยจบประโยค เรียวปากหยักหนาฉกจูบลงบนเรียวปากเล็กอย่างรวดเร็วลิ้นสากร้อนแทรกเข้าไปตวัดพัวพันลิ้นเล็กอย่างหื่นกระหาย ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในพิธีมาตลอดทั้งวัน แต่ผิวเนื้อของเธอก็ยังคงหอมหวานอยู่เหมือนเดิม ยิ่งเหงื่อหญิงสาวออกมันยิ่งทำให้กลิ่นของเธอชัดมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มทาบทับลงไปเรื่อยๆ จนหญิงสาวเอนกายลงไปนอนราบกับที่นอนลิ้นร้ายควานหาความหอมหวานจากอุ้งปากเล็กอยู่สักพัก ก่อนที่เรียวปากหยักจะค่อยๆ ละริมฝีปากออกมาอย่างช้าๆ เขาชะงักจ้องมองใบหน้าสวยคมของภรรยาอยู่ชั่วครู่ มือแกร่งเลื่อนมาจับใบหน้าเธอ ก่อนที่เขาจะจุมพิตลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างแผ่วเบาเขายืดกายนั่งตัวตรง ก่อนที่มือแกร่งเลื่อนลงไปถอดชุดเจ้าสาวออกอย่างช้าๆ ไม่กี่นาทีต่อมาชุดเจ้าสาวแสนสวยก็หลุดออกไปจากร่างอรชร ชายห
เสียงดนตรีบรรเลงเปิดขึ้นเบาๆ บรรยากาศงานแต่งงานริมทะเลที่ตกแต่งโทนสีขาวผ้าพลิ้วไสวเข้ากับทะเลและหาดทรายสีขาว ภายในงานถูกตกแต่งด้วยกุหลาบสีชมพูกับขาวสลับกันดูสวยงาม ชาลิสาสวมชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาดุจดั่งนางฟ้าเดินดิน ร่างอรชรสวยสง่าก้าวเดินไปตามพรมที่ปูยาวไปจนถึงแท่นทำพิธีที่ฉากเบื้องหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามที่มีชายหนุ่มสวมชุดสูทและแต่งทรงผมดูเรียบร้อยกว่าปกติชาลิสามองว่าที่เจ้าบ่าวที่อยู่ตรงสุดทางเดินพรมแดงด้วยสายตาเปล่งประกาย ลูคัสราวกับเทพเจ้าหล่อเหลาสง่างามที่หลุดออกมาในเทพนิยาย เรียวขาสวยย่างกรายตรงไปหาเจ้าบ่าวของเธออย่างช้าๆ แขกเหรื่อทั้งสองฝั่งของพรมแดงมองหญิงสาวที่กำลังก้าวอย่างชื่นชมในความงดงามของเธอลูคัสมองร่างอรชรในชุดเจ้าสาวตาไม่กะพริบ โดยปกติชาลิสาก็ดูสวยสดอยู่แล้ว แต่ทว่าในวันนี้หญิงสาวยิ่งดูสวยสง่าและมีเสน่ห์มากๆ เขามองตามร่างเล็กจนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาและบาทหลวง ใบเฟิร์นกับฟีลิกซ์รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อนทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหลังของคู่บ่าวสาวของงานในวันนี้“สวยมาก” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพลางเลื่อนมือไปจับมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้าง“ขอบคุณค่ะ วั
หลายวันต่อมา“ครับ…ผมรู้แล้วครับพ่อ…เรื่องร้านชุดแต่งงานผมจัดการแล้ว” เสียงของลูคัสคุยโทรศัพท์กับบิดาตัวเองอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นบนเพนท์เฮาส์หรู ชาลิสากำลังเก็บจานช่วยณัฐวดีเพราะพวกเขาเพิ่งกินอาหารเช้าเสร็จ หลังจากวันที่ลูคัสขอชาลิสาแต่งงาน ชายหนุ่มก็โทรไปบอกกล่าวกับพ่อแม่ทันที ซึ่งพวกท่านก็ดีใจมากๆ แต่อีกอย่างหนึ่งที่เขาแอบทำไว้ก็คือการ์ดงานแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวจะตอบตกลงหรือเปล่า แต่เขาก็สั่งทำการ์ดแต่งงานไปเรียบร้อยแล้ว และตั้งแต่ที่ลูคัสแจ้งเรื่องที่เขาขอชาลิสาแต่งงานแล้ว ลูตินเอาแต่โทรมาหาเขาและสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่หยุด ชายแก่โทรมาทุกวันจนเขารู้สึกรำคาญเล็กน้อย“คุณพ่อว่าไงบ้างคะ” หญิงสาวเก็บจานเก็บโต๊ะจนเสร็จสรรพ เธอก็เดินมาย่อตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกายชายหนุ่ม มือแกร่งเลื่อนมาแตะต้นขาหญิงสาวเอาไว้ทันที“ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ ให้พี่เร่งหาร้านชุดแต่งงาน แล้วก็หาที่จัดงานแต่งงานด้วย” เขาหันมาตอบกลับชาลิสา“ไม่เห็นจะต้องเร่งเลยค่ะ” เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงได้ดูทำอะไรรีบร้อนไปหมดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าชาลิสาจะรู้สึกดี แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะให้ลูคัสเหนื่อยมากจนเกินไป“พวก







