Share

หาทางขัดขวาง

last update Tanggal publikasi: 2025-12-02 02:06:31

          “เจ้าค่ะ” เอ่ยจบ หญิงสาวก็เดินออกไป แม้จะไม่พอใจฮูหยินใหญ่สักเท่าใดนัก แต่ก็หาขัดอันใดได้

          “ท่านพี่ ถึงเวลาแล้วที่ต้องรับเหม่ยเหรินกลับจวน”

          “สี่ปีก่อนมิใช่นางหรอกหรือที่เป็นคนปฏิเสธที่จะกลับมาเมืองหลวง แล้วเหตุใดนางถึงเปลี่ยนใจ”

          “ท่านพูดเช่นนี้ออกมาได้เยี่ยงไร นางเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของท่านนะเจ้าคะ”

          “ข้ารู้ แต่ถึงจะเป็นดังที่เจ้าว่าแต่นางไม่ได้เติบโตข้างกายพวกเรา”

          “ที่เป็นเช่นนี้สาเหตุก็เพราะท่าน นางถึงต้องเติบโตมากับผู้อื่น”

          “ข้าไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนี้เสียหน่อย ข้าแค่กลัวว่าคนแซ่เสี่ยวผู้นั้นจะอบรมสั่งสอนนางได้ดีหรือไม่” อี้เฉียวลู่พูดพลางถอนหายใจ

          “หากนางมาถึงประเดี๋ยวคงรู้เองนั่นแหละเจ้าค่ะ อีกอย่างนางถึงวัยออกเรือนแล้ว ถึงเวลาที่พวกเราจะหาคู่ครองให้นางเสียที”

          “พูดถึงเรื่องออกเรือน อี้เซินก็ถึงวัยที่ต้องแต่งงานแล้วเช่นกัน” เขาพูดถึงลูกสาวอีกคน

          “หากท่านพี่ไม่ว่าอะไร ข้าจะให้คนส่งจดหมายตอบกลับไปยังลั่วหยาง เหม่ยเหรินจะได้ออกเดินทางมาที่นี่”

          “เรื่องนี้ข้าตัดสินใจเองคนเดียวไม่ได้ อย่างที่เจ้ารู้ท่านแม่อาจไม่ยินยอมก็ได้”

          “ครั้งก่อนเพราะท่านแม่ป่วยหนัก ข้าถึงได้จำใจให้พรากลูกไป ทว่าบัดนี้ข้าจะไม่เป็นฝ่ายยินยอมแล้วเจ้าค่ะ ลูกสาวของข้าจะต้องได้กลับเข้าตระกูลอี้” นางบอกสามีด้วยน้ำเสียงแน่วแน่   ครานี้นางมิมีวันถอยหลังให้แน่ สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ฟู่ซิวจำต้องกัดฟันทนกับทุกอย่างเพราะชางสือยังเล็ก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วถึงเวลาที่นางต้องใช้อำนาจที่ตนมีเพื่อทวงสิ่งสำคัญคืน

          อี้เซินแอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่อยู่หน้าห้อง เมื่อได้ยินว่า  ฮูหยินใหญ่ต้องการให้บุตรสาวของนางกลับเข้าจวนจึงได้รีบแจ้นไปบอกผู้เป็นย่าที่เรือนแทบจะทันที

          “ที่เจ้าพูดมาเป็นเรื่องจริงรึ”

          “จริงเจ้าค่ะ ข้าได้ยินท่านแม่ใหญ่พูดกับท่านพ่อเองกับหู”

          “ข้าไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนี้แน่”

          “ท่านย่าคิดจะทำอันใดหรือเจ้าคะ”

          “ข้าจะขัดขวางทุกทาง เพื่อไม่ให้ลูกสาวของนางกลับเข้าเมืองหลวงได้” หญิงชราเอ่ยตอบ

          ทางฝั่งของฟู่ซิวได้เตรียมการเอาไว้แล้ว เผื่อมีบางคนเล่นตุกติกแสร้งเล่นละครเรียกร้องความเห็นใจอย่างเช่นแกล้งล้มป่วยเพื่อขัดขวางมิให้เหม่ยเหรินกลับมา

          “ฮูหยิน ถ้าหากฮูหยินผู้เฒ่าล้มป่วยล่ะเจ้าคะ”

          “นางต้องล้มป่วยแน่อยู่แล้ว” นางตอบสาวใช้คนสนิท โดยที่ไม่ต้องคิดอันใดด้วยซ้ำ เหตุเพราะหลังจากสตรีแก่ผู้นี้พรากนางกับลูกน้อย เวลาผ่านไปยังไม่ถึงค่อนวันฮูหยินผู้เฒ่าก็ลุกนั่งหัวเราะอารมณ์ดีเสียแล้ว นางถึงได้รู้ความจริงว่าเรื่องชะตาขัดแย้งนั้นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น

          “เช่นนั้นพวกเราจะทำเช่นไรดี”

          “จงทำอย่างเงียบ ๆ” นางสั่งสาวใช้หลังจากกระซิบกระซาบสั่งการเสร็จสิ้น

          “เจ้าค่ะ”

          “ข้าจะทำให้พวกนางรู้ ว่าฮูหยินเอกเช่นข้าทำอันใดได้บ้าง”

          ไม่นานนักฮูหยินผู้เฒ่าก็ล้มป่วยอีกครั้ง ไม่ผิดไปจากคำพูดของนางสักนิดเดียว

          “ท่านแม่ รู้สึกดีขึ้นหรือยังขอรับ” ใต้เท้าอี้รู้ว่ามารดาล้มป่วย เขาได้มาหาทันทีด้วยความเป็นห่วง

          “แม่ว่าต้องเป็นเพราะเจ้าให้เหม่ยเหรินกลับมาแน่ ๆ ข้าถึงได้ล้มป่วยเช่นนี้” หญิงชราเอ่ยกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงหมดเรี่ยวแรง

          “ท่านหมอถงมาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้แทรกขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปสนใจผู้มาใหม่

          “ท่านหมอรีบตรวจดูเร็วเข้า ว่าเหตุใดท่านแม่ถึงได้ล้มป่วยเช่นนี้” เป็นฟู่ซิวที่เอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรน

          “ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไรนะขอรับ” หมอถงบอก หลังจากตรวจชีพจร

          “ท่านหมอ ท่านวินิจฉัยผิดไปรึไม่ ฮูหยินจะไม่ป่วยได้เช่นไรในเมื่อ”

          “ในเมื่ออะไรงั้นรึ” อี้เฉียวลู่หันไปถามสาวใช้คนสนิทของมารดา

          “เจ้าจะไปคาดคั้นอะไรกับสาวใช้ เจ้าควรหาหมอคนอื่นมาดูอาการแม่ก่อนมิใช่หรือ หมอท่านนี้ไร้ความสามารถถึงได้ตรวจหาโรคของข้าไม่พบ”

          “ชุนหลี่ เจ้ารีบไปเชิญหมอชื่อดังมาสักสามสี่คน เพื่อตรวจดูอาการของท่านแม่ข้า”

“ท่านพี่ ข้าว่าแทนที่จะเชิญท่านหมอชื่อดังมา เหตุใดไม่เชิญท่านหมอหลวงเหลียงมาแทนล่ะเจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่าในบรรดาหมอทั้งหลายเขามีความสามารถที่สุด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มิลืมเลือนรัก   ตอนจบ

    “หากไม่ได้เป็นดังที่ข้าคิด แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้เอามือมาลูบปากข้ากัน” เขายกยิ้มไปพลางถามไปพลาง จนคนใต้ร่างเริ่มรู้สึกเขินอายอยู่ไม่น้อย “ข้าแค่อยากรู้ว่าริมฝีปากของบุรุษจะอ่อนนุ่มหรือหยาบกร้านถึงได้เผลอไผลทำเรื่องเช่นนั้นไป” “งั้นหรือ” เขาแสร้งเห็นด้วย จากนั้นค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาเรื่อย ๆ จนลมหายใจเป่ารดหน้านางเข้า “ท่านจะทำอะไรหรือเจ้าคะ” ว่าพลางดันหน้าอกชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่ทว่ากายแกร่งไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว “เจ้าอยากรู้นักไม่ใช่หรือว่าริมฝีปากข้าจะอ่อนนุ่มหรือไม่ แทนที่จะใช้มือ มิสู้ใช้ปากไม่ดีกว่าหรือ” เอ่ยจบก็ทาบทับริมฝีปากลงไปแผ่วเบา ก่อนขบเม้มเข้าที่ริมฝีปากล่างของนางเพื่อหยอกล้อ “อื้อ” ซ่งอันเว่ยพร่ำจูบนางจนพอใจถึงได้ปล่อยริมฝีปากของนางให้เป็นอิสระ ขณะที่มืออีกข้างปลดเปลื้องอาภรณ์จนร่างของหญิงสาวเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใด ไม่นานนักร่างกายของเขาก็เปลือยเปล่าไม่ต่างจากนาง... อี้ชางสือมองภาพเบื้องหน้าทั้งรอยยิ้ม ยามเห็นภาพคู่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว “ท่านพี่ ท่านฝึกซ้อมมาหลายชั่วยามแ

  • มิลืมเลือนรัก   ออกเรือน

    ทางด้านของฮูหยินผู้เฒ่าที่อาการป่วยทรุดลงเรื่อย ๆ จนไม่อาจลุกจากเตียงได้แต่นอนเป็นผักเท่านั้น “อาการของท่านแม่ เป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามสาวใช้ข้างกายมารดา “อาการของฮูหยินผู้เฒ่าแย่ลงเรื่อย ๆ เลยเจ้าค่ะ” “ไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า” “ตามไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะ ท่านหมอเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง ทั้งยังบอกว่าอาการของฮูหยินผู้เฒ่าไร้หนทางรักษาแล้ว” อนุเมิ่งบอกสามี “จะ...เจ้า นางคนเนรคุณ” เสียงแหบแห้งหมดเรี่ยวแรงพูดขึ้น “พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลท่านเอง” นอกจากนางจะไม่โกรธแล้ว นางยังส่งยิ้มให้หญิงชราด้วยซ้ำไป ฝั่งของฟู่ซิวแวะมาเยี่ยมมารดาสามีบ้างบางครั้ง เพราะอนุเมิ่งขอเป็นคนดูแลเอง “ฮูหยิน ตั้งแต่อนุเมิ่งไปดูแลฮูหยินผู้เฒ่าอาการของนางก็แย่ลงเรื่อย ๆ เลยนะเจ้าคะ หรือว่านางจะ...” “เจ้าอย่าได้เสียงดังไป เพราะถ้าหากนางไม่ได้ทำเช่นนั้นจริงคนที่เดือดร้อนคงกลายเป็นพวกเราแทน” นางบอกเสียงเบา ทั้งที่ในใจรู้อยู่แล้วว่าเมิ่งไป่ซูวางยาพิษฮูหยินผู้เฒ่า แต่นางไม่คิดเปิดโปงเรื่องนี้ เพราะเห็นสมควรว่าสตรีว

  • มิลืมเลือนรัก   เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

    ชายหนุ่มถอดรองเท้าของนางออกหนึ่งข้าง ซึ่งเป็นข้างที่นางได้รับบาดเจ็บ แล้วฉีกชายเสื้อของตัวเองมาพันข้อเท้านางไว้ ก่อนอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมกอดด้วยความหวงแหน จากนั้นเดินกลับกระโจมไป แม่ทัพซ่งวางร่างของนางลงบนเก้าอี้ด้วยความทนุถนอม ก่อนออกไปสั่งให้คนสนิทเรียกท่านหมอมาดูอาการ ทว่าไม่ทันจะได้ทำเช่นนั้นเขาถูกมือของหญิงสาวชุดรั้งแขนไว้เสียก่อน “จะไปไหนหรือเจ้าคะ” “ข้าจะให้คนไปตามท่านหมอมารักษาเจ้า” “ข้าไม่ต้องการหมอ” “ถ้าไม่ต้องการหมอ แล้วเจ้าต้องการอะไร” “ข้าต้องการท่าน” นางบอกทั้งใบหน้าแดงซ่านอย่างปิดไม่มิด “…” “ทำไมไม่ตอบข้าล่ะเจ้าคะ” “ปล่อยก่อน” “ท่านอยากรู้ใช่รึไม่ว่าคนที่ข้ารักคือใคร เช่นนั้นข้าจะบอก” “ไม่ต้อง ข้าไม่อยากรู้” เขาปฏิเสธทันควัน เพราะยังไม่พร้อมรับฟัง “ซ่งอันเว่ย ท่านฟังข้าพูดให้ดี ๆ ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว” “ข้าไม่....” “คนที่ข้ารักคือท่าน ไม่ใช่ใครอื่น” นางแทรกขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นสวมกอดจากด้านหลัง “ที่เจ้าพูด...จริงหรือ ไม่ใช่เ

  • มิลืมเลือนรัก   เรียกความสนใจ

    “น้องพี่ ใครเป็นคนทำให้เจ้าอารมณ์เสียหรือถึงได้ทำสีหน้าบึ้งตึงเช่นนี้” “เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้เป็นอะไร” “เจ้าปิดบังพี่ไม่ได้หรอก เมื่อครู่ข้าเห็นรถม้าของตระกูลซ่งมาส่งเจ้า ดูทีว่าต้นเหตุคงเป็นซ่งอันเว่ย พี่จะไปจัดการเขาให้เอง” “พี่ชางสือ ท่านจะทำอะไรเขางั้นหรือ” “ข้าจะเตะเขาสักสิบครั้ง ต่อยสักหมัดสองหมัด ให้คนผู้นั้นรู้เสียบ้างว่าอย่าริอาจมารังแกน้องสาวของข้า” “ท่านพี่ จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ อีกไม่นานข้ากับท่านแม่ทัพต้องแต่งงานแล้ว หากใบหน้าเขาบอบช้ำ ข้าคงทนเห็นไม่ได้” “เจ้านี่ช่างเป็นห่วงเขาเสียเหลือเกิน ไหนเจ้าบอกพี่ว่าไม่ได้คิดอันใดกับเขาเล่า” “ขะ...ข้าแค่เป็นห่วงเท่านั้น อีกอย่างท่านแม่ทัพไม่ได้รักข้าเช่นกัน” “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ได้รักเจ้า” “อะ...เอ่อ” “ข้าจะบอกความจริงให้เจ้าฟัง เจ้าคิดว่าคนเย็นชาอย่างซ่งอันเว่ยจะเสียเวลาไปรับสตรีที่ไม่รู้จักกลับเมืองหลวงด้วยตัวเองงั้นหรือ ทั้งยังคอยคุ้มกันจนถึงจวนอีก” “เรื่องนั้นท่านแม่ทัพบอกข้าว่า เป็นเพราะท่านไหว้ว

  • มิลืมเลือนรัก   ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง

    “สรุปว่าท่านจะให้ข้าอยู่เรือนรับรองหรือ” “ใครบอกเจ้ากัน เรือนใหญ่ออกจะกว้างขวาง อีกอย่างพวกเราเป็นสามีภรรยากันอยู่เรือนหลังเดียวกันก็สะดวกสบายดี หรือเจ้าไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับข้างั้นหรือ” “มีผู้ใดบ้างที่ทำเช่นนี้ ปกติแม้เป็นคู่สามีภรรยากัน แต่ยังต้องแยกเรือนกันอยู่เลยนะเจ้าคะ” นางถาม เพราะตามปกติแล้วสามีจะอยู่เรือนใหญ่เพียงคนเดียว “ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนั้นสักนิด” “แต่ถ้าท่านมีอนุคงไม่สะดวก หากอยู่เรือนหลังเดียวกัน” “ข้าไม่เคยคิดอยากมีอนุ ข้าจะมีเจ้าเป็นฮูหยินเพียงผู้เดียวเท่านั้น” เขาบอกเสียงจริงจัง จนนางเริ่มรู้สึกหวั่นไหว ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาเป็นคนชัดเจนตลอดมา ไม่เคยมีสักครั้งที่ทำให้นางต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง “เช่นนั้นห้องนอนของข้า” “ที่เรือนนี้ไม่มีห้องนอนของเจ้า มีแต่ห้องนอนของเรา” ท้ายประโยคเขาเอื้อนเอ่ยเบา ๆ ราวกับสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านยอดหญ้า ไหนจะท่าทีเก้เก้อดูก็รู้ว่าคนพูดรู้สึกเช่นไร “วันนี้เจ้าพอมีเวลาว่างให้ข้าทั้งวันรึไม่” “ถามทำไมหรือเจ้าคะ” “เย็นนี้ในเมืองจัดง

  • มิลืมเลือนรัก   เห็นกันหมดทุกคน

    หลังจากส่งบุตรสาวอีกคนแต่งออกไปถึงเมืองเป่ยโจว ก็ถึงคราวของอี้เหม่ยเหรินหมั้นหมายกับแม่ทัพหนุ่ม ผู้ซึ่งเป็นที่หมายปองของสตรีทั้งเมืองหลวง นอกจากเขาจะรูปโฉมงดงามราวเทพเซียนแล้ว ยังมากด้วยความสามารถและอนาคตไกล จนพวกขุนนางในราชสำนักต่างยกลูกสาวของตัวเองใส่พานมาถวายอยู่ไม่ขาด ทว่าเขากลับไม่สนใจสักนิด ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวคือนาง หญิงสาวธรรมดาที่เขาเคยพบเจอเมื่อสี่ปีก่อน นางเป็นบุตรสาวพ่อค้าชื่อดังของเมืองลั่วหยาง เวลาเห็นนางยิ้มทีไรทำให้หัวใจหยาบกระด้างของชายหนุ่มอ่อนระทวยลงราวกับถูกไฟลน ยามนึกถึงคราแรกที่พานพบพลันทำให้ใจสั่นไหวรัวเร็ว “คุณหนู รอบ่าวด้วยเจ้าค่ะ” “เล่อจิน เจ้ารีบตามข้ามาเร็วเข้า” หญิงสาววัยแรกแย้มกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ก่อนหันมาบอกสาวใช้คนสนิท “โอ๊ย” สุดท้ายนางสะดุดล้มเข้าจนได้ “แงง” เสียงเด็กชายร้องไห้เสียงดัง เพราะหมั่นโถวที่ตนถืออยู่ตกพื้น “เด็กน้อย ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ว่าพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก “หมั่นโถวลูกนี้ ข้าลำบากลำบนกว่าจะทำงานหาเงินซื้อได้” เด็กน้อยเอ่ยทั้งน้

  • มิลืมเลือนรัก   ทางเลือกมีเพียงสอง

    “ที่ท่านพูดหมายถึงผู้ใดหรือ” “ข้าจะหมายถึงใครได้อีกเล่า นอกจากลูกสาวของเจ้า เดิมทีข้านึกเอ็นดูนางเสียยิ่งกว่าหลานคนอื่น แต่เจ้ากลับสั่งสอนนางไม่ดีจนทำตัวไร้ค่ายิ่งกว่านางโลม ข้าให้เวลาเจ้าสามวันส่งนางไปให้ไกลจากตระกูลอี้เสีย” “ฮูหยินผู้เฒ่า นางเป็นหลานแท้ ๆ ของท่านนะเจ้าคะ ได้โป

  • มิลืมเลือนรัก   พระราชโองการ

    “จริงอยู่ว่านี่ไม่ใช่เรื่องของข้า แต่ถ้าเป็นบิดาเจ้าก็ไม่แน่” “นี่ท่านคิดจะทำอะไร” นางถาม “วันพรุ่งเจ้าก็รู้เอง เตรียมตัวหายาเอาไว้เถิด เผื่อถูกโบยจะได้ทายาทัน” ระหว่างทางกลับเรือนอนุเมิ่งเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข ยามคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่

  • มิลืมเลือนรัก   คนที่ข้ารักไม่ใช่ท่านอีกต่อไป

    “ต้องขอบคุณท่านแม่ ข้าถึงได้สวมชุดโอ่อ่าเช่นนี้” “จะ...เจ้า” ฮูหยินหวังมองมาที่นางตาโต เพราะไม่คิดว่าคนที่ตนดูถูกจะเป็นถึงลูกสาวคนโตของเสนาบดีอี้เฉียวลู่ “ฮูหยินหวัง สบายดีไหมเจ้าคะ” นางส่งยิ้มพลางถามหญิงวัยกลางคนที่บัดนี้หน้าซีดเสียยิ่งกว่าอะไร “ช่างน่าแปลกใ

  • มิลืมเลือนรัก   งานเลี้ยงต้อนรับ

    “ยังรักคนผู้นั้นอยู่อีกหรือ” “ท่านหมายความเช่นไร” “ข้าดูก็รู้แล้วว่าเจ้าคิดยังไงคนแซ่หวังนั่น ปากปฏิเสธแต่ใจกลับไม่ได้เป็นดังปากพูด” “ท่านจะไปรู้อะไร” “ทำไมข้าจะไม่รู้ ในเมื่อ...” “…” “ช่างเถิด ถึงอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอันใดไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status