Share

ใจแตกสลาย

last update Tanggal publikasi: 2025-12-02 02:03:20

          “คุณชาย ท่านมาตั้งแต่เมื่อใดกัน”

          “ข้ามาตั้งแต่เห็นเจ้ากระชากตัวอวี่ซินแล้ว ทำไมเจ้าถึงได้ใช้กำลังเช่นนี้ ไม่เหมือนเจ้าที่ข้ารู้จักสักนิด”

          “ทะ...ท่านเข้าใจผิดแล้ว”

          “นับแต่นี้อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก แต่ก่อนข้ารักใคร่เจ้าโดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเป็นเช่นนี้ มิเช่นนั้น...”

          “มิเช่นนั้นอะไรหรือ”

          “มิเช่นนั้น ข้าคงไม่ก้มตัวลงต่ำคบหากับบุตรสาวพ่อค้าอย่างเจ้า อวี่ซิน เจ้าเจ็บตรงไหนรึไม่” พูดจบ เขาก็หันไปถามสตรีอีกคนทันที ไม่แยแสสักนิดว่านางจะรู้สึกเช่นไร

          หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไป ทุกวันเหม่ยเหรินพยายามขอเข้าพบเขาหลายครา ทว่าชายหนุ่มไม่ยอมออกมาพบหน้าเขาเพียงให้บ่าวรับใช้ในจวนเอ่ยไล่กลาย ๆ เท่านั้น

          “คุณหนู จะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”

          “ข้าจะไปหาคุณชายหวัง”

          “เช่นนั้นให้บ่าวไปเป็นเพื่อน...”

          “ข้าอยากไปคนเดียว เจ้าให้คนเตรียมรถม้าให้ข้าที”

          “เจ้าค่ะ”

           สุดท้ายแล้วเล่อจินมิอาจขัดความต้องการของคุณหนูได้จำต้องให้หญิงสาวนั่งรถม้าไปที่จวนหวังเพียงผู้เดียว

          “ตามรถม้าคันหน้าไป” เหม่ยเหรินสั่งคนขับรถม้า หลังเห็นหวังหย่งกับอวี่ซินขึ้นรถม้าไปด้วยกัน กระทั่งรถม้าคันข้างหน้าหยุด ลงตรงเรือนแสนคุ้นตาที่ชายหนุ่มเคยบอกนางในอดีตว่าเรือนหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเรือนหอระหว่างนางกับเขา ทว่าเหตุใดเข้าถึงพาคู่หมั้นสาวมาที่แห่งนี้ด้วยกัน คิดได้เช่นนั้นเหม่ยเหรินก้าวเท้าเดินตามหลังทั้งคู่ไปอย่างเงียบ ๆ

          “ท่านพี่ ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมหรือ”

          “ที่ข้าพาเจ้ามาที่นี่ เพราะอยากให้เจ้ามั่นใจว่าข้าตัดสินใจตัดขาดจากสตรีผู้นั้นแล้ว” น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำที่เปล่งออกจากปากชายคนรัก ทำให้น้ำตาของนางไหลอาบทั้งสองแก้ม

          “พวกเจ้าราดน้ำมันเสร็จแล้วรึยัง” เขาถามคนงานหลายคนที่กำลังราดของเหลวบางอย่างทั่วเรือนหลังใหญ่

           “เสร็จแล้วขอรับ”

          หวังหย่งโยนคบเพลิงไปยังเรือนตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ไม่นานนักไฟจึงเริ่มโหมกระหน่ำเผ้าไหม้เรือนหลังงามจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน

          “พวกเรากลับกันเถิด” เขาหันไปพูดกับอวี่ซิน

          “เจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มเยาะในใจ เมื่อทุกอย่างที่ตนปรารถนาเป็นไปตามดั่งใจแทบทุกอย่าง แม้ชายคู่หมั้นจะเกลียดชังเสี่ยวเหม่ยเหริน แต่นางหาได้วางใจจึงได้คิดกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นนี้ทิ้งเสีย เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มกลับมารู้สึกหวั่นไหวอีกเป็นครั้งที่สอง

สองชั่วยามก่อน

          ฟางอวี่ซินจ้างนักฆ่าจากเมืองข้าง ๆ เพื่อลอบฆ่าเหม่ยเหริน โดยนางได้ให้เงินจำนวนมากถึงหนึ่งพันตำลึงเงินในการจ้างวานครั้งนี้

          “จำไว้ต้องทำให้เป็นเหมือนอุบัติเหตุให้มากที่สุด ข้าไม่อยากให้มีปัญหาตามมาภายหลัง”

          “ขอรับ คุณหนู”

          นักฆ่าจำนวนห้าคนแอบตามรถม้าหญิงสาวมาจนกระทั่งรถม้ากำลังเคลื่อนผ่านสะพานไม้โดยที่เบื้องล่างมีน้ำไหลเชี่ยวกรากไหลวนอยู่ ตัวของหัวหน้าได้สั่งให้ลูกน้องตนยิงธนูใส่ม้าจนทำให้ม้าตื่นตระหนกพลัดตกลงแม่น้ำทั้งคนทั้งรถม้า

          ตัวเหม่ยเหรินเองก็เช่นกัน ทันทีที่รถม้าที่ตนนั่งอยู่ตกน้ำหญิงสาวกระเสือกกระสนพยายามออกจากรถม้า ทว่ากลับไม่เป็นผลเพราะน้ำจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาข้างในจนท้ายที่สุดนางจึงสิ้นลมด้วยการขาดอากาศหายใจพร้อมกับใจที่แตกสลาย...

          ขณะที่ดวงจิตของนางลอยล่องอยู่ท่ามกลางความมืดมิด หญิงสาวได้ยินเสียงร่ำไห้ดังไม่ขาดสายราวกับว่ามีเรื่องเศร้าโศกเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับเปลือกตาแสนหนักอึ้งค่อย ๆ เปิดออก

          “คุณหนู ท่านฟื้นแล้ว!” เล่อจินเอ่ยด้วยความดีใจ

          “เหม่ยเหริน ค่อยยังชั่วที่เจ้าปลอดภัย” เสี่ยวอวี้เดินเข้ามาใกล้พลางใช้มือลูบหัวบุตรสาวแผ่วเบา

          “ต้องโทษบ่าวที่ดูแลท่านไม่ดี ท่านถึงล้มป่วยเช่นนี้” สาวใช้โทษตัวเอง เหตุเพราะคลาดสายตาจากคุณหนูของตนเพียงเสี้ยววินาทีหญิงสาวก็ลื่นตกทะเลสาบไป ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นของต้นฤดูหนาว

          “เล่อจิน ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่านพ่อ เจ้าช่วยออกไปก่อนได้รึไม่” เสียงแหบแห้งบอกความต้องการ แม้จะตกใจที่ตนยังมีชีวิตอยู่ทั้งยังย้อนเวลากลับมา ในช่วงเวลาหลังจากผ่านพ้นวัยปักปิ่นได้ไม่กี่เดือน ทว่านางมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องจัดการ

          “เช่นนั้นบ่าวขอตัวก่อน”

          “เจ้ามีเรื่องอะไรอยากคุยกับพ่องั้นรึ”

          “ข้าจะกลับเมืองหลวงเจ้าค่ะ”

          “เจ้าบอกพ่อได้หรือไม่ ว่าทำไมถึงคิดอยากกลับไปที่นั่น”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มิลืมเลือนรัก   ตอนจบ

    “หากไม่ได้เป็นดังที่ข้าคิด แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้เอามือมาลูบปากข้ากัน” เขายกยิ้มไปพลางถามไปพลาง จนคนใต้ร่างเริ่มรู้สึกเขินอายอยู่ไม่น้อย “ข้าแค่อยากรู้ว่าริมฝีปากของบุรุษจะอ่อนนุ่มหรือหยาบกร้านถึงได้เผลอไผลทำเรื่องเช่นนั้นไป” “งั้นหรือ” เขาแสร้งเห็นด้วย จากนั้นค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาเรื่อย ๆ จนลมหายใจเป่ารดหน้านางเข้า “ท่านจะทำอะไรหรือเจ้าคะ” ว่าพลางดันหน้าอกชายหนุ่มให้ออกห่าง แต่ทว่ากายแกร่งไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว “เจ้าอยากรู้นักไม่ใช่หรือว่าริมฝีปากข้าจะอ่อนนุ่มหรือไม่ แทนที่จะใช้มือ มิสู้ใช้ปากไม่ดีกว่าหรือ” เอ่ยจบก็ทาบทับริมฝีปากลงไปแผ่วเบา ก่อนขบเม้มเข้าที่ริมฝีปากล่างของนางเพื่อหยอกล้อ “อื้อ” ซ่งอันเว่ยพร่ำจูบนางจนพอใจถึงได้ปล่อยริมฝีปากของนางให้เป็นอิสระ ขณะที่มืออีกข้างปลดเปลื้องอาภรณ์จนร่างของหญิงสาวเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใด ไม่นานนักร่างกายของเขาก็เปลือยเปล่าไม่ต่างจากนาง... อี้ชางสือมองภาพเบื้องหน้าทั้งรอยยิ้ม ยามเห็นภาพคู่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว “ท่านพี่ ท่านฝึกซ้อมมาหลายชั่วยามแ

  • มิลืมเลือนรัก   ออกเรือน

    ทางด้านของฮูหยินผู้เฒ่าที่อาการป่วยทรุดลงเรื่อย ๆ จนไม่อาจลุกจากเตียงได้แต่นอนเป็นผักเท่านั้น “อาการของท่านแม่ เป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามสาวใช้ข้างกายมารดา “อาการของฮูหยินผู้เฒ่าแย่ลงเรื่อย ๆ เลยเจ้าค่ะ” “ไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า” “ตามไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะ ท่านหมอเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง ทั้งยังบอกว่าอาการของฮูหยินผู้เฒ่าไร้หนทางรักษาแล้ว” อนุเมิ่งบอกสามี “จะ...เจ้า นางคนเนรคุณ” เสียงแหบแห้งหมดเรี่ยวแรงพูดขึ้น “พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลท่านเอง” นอกจากนางจะไม่โกรธแล้ว นางยังส่งยิ้มให้หญิงชราด้วยซ้ำไป ฝั่งของฟู่ซิวแวะมาเยี่ยมมารดาสามีบ้างบางครั้ง เพราะอนุเมิ่งขอเป็นคนดูแลเอง “ฮูหยิน ตั้งแต่อนุเมิ่งไปดูแลฮูหยินผู้เฒ่าอาการของนางก็แย่ลงเรื่อย ๆ เลยนะเจ้าคะ หรือว่านางจะ...” “เจ้าอย่าได้เสียงดังไป เพราะถ้าหากนางไม่ได้ทำเช่นนั้นจริงคนที่เดือดร้อนคงกลายเป็นพวกเราแทน” นางบอกเสียงเบา ทั้งที่ในใจรู้อยู่แล้วว่าเมิ่งไป่ซูวางยาพิษฮูหยินผู้เฒ่า แต่นางไม่คิดเปิดโปงเรื่องนี้ เพราะเห็นสมควรว่าสตรีว

  • มิลืมเลือนรัก   เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

    ชายหนุ่มถอดรองเท้าของนางออกหนึ่งข้าง ซึ่งเป็นข้างที่นางได้รับบาดเจ็บ แล้วฉีกชายเสื้อของตัวเองมาพันข้อเท้านางไว้ ก่อนอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมกอดด้วยความหวงแหน จากนั้นเดินกลับกระโจมไป แม่ทัพซ่งวางร่างของนางลงบนเก้าอี้ด้วยความทนุถนอม ก่อนออกไปสั่งให้คนสนิทเรียกท่านหมอมาดูอาการ ทว่าไม่ทันจะได้ทำเช่นนั้นเขาถูกมือของหญิงสาวชุดรั้งแขนไว้เสียก่อน “จะไปไหนหรือเจ้าคะ” “ข้าจะให้คนไปตามท่านหมอมารักษาเจ้า” “ข้าไม่ต้องการหมอ” “ถ้าไม่ต้องการหมอ แล้วเจ้าต้องการอะไร” “ข้าต้องการท่าน” นางบอกทั้งใบหน้าแดงซ่านอย่างปิดไม่มิด “…” “ทำไมไม่ตอบข้าล่ะเจ้าคะ” “ปล่อยก่อน” “ท่านอยากรู้ใช่รึไม่ว่าคนที่ข้ารักคือใคร เช่นนั้นข้าจะบอก” “ไม่ต้อง ข้าไม่อยากรู้” เขาปฏิเสธทันควัน เพราะยังไม่พร้อมรับฟัง “ซ่งอันเว่ย ท่านฟังข้าพูดให้ดี ๆ ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว” “ข้าไม่....” “คนที่ข้ารักคือท่าน ไม่ใช่ใครอื่น” นางแทรกขึ้น พร้อมกับลุกขึ้นสวมกอดจากด้านหลัง “ที่เจ้าพูด...จริงหรือ ไม่ใช่เ

  • มิลืมเลือนรัก   เรียกความสนใจ

    “น้องพี่ ใครเป็นคนทำให้เจ้าอารมณ์เสียหรือถึงได้ทำสีหน้าบึ้งตึงเช่นนี้” “เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้เป็นอะไร” “เจ้าปิดบังพี่ไม่ได้หรอก เมื่อครู่ข้าเห็นรถม้าของตระกูลซ่งมาส่งเจ้า ดูทีว่าต้นเหตุคงเป็นซ่งอันเว่ย พี่จะไปจัดการเขาให้เอง” “พี่ชางสือ ท่านจะทำอะไรเขางั้นหรือ” “ข้าจะเตะเขาสักสิบครั้ง ต่อยสักหมัดสองหมัด ให้คนผู้นั้นรู้เสียบ้างว่าอย่าริอาจมารังแกน้องสาวของข้า” “ท่านพี่ จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ อีกไม่นานข้ากับท่านแม่ทัพต้องแต่งงานแล้ว หากใบหน้าเขาบอบช้ำ ข้าคงทนเห็นไม่ได้” “เจ้านี่ช่างเป็นห่วงเขาเสียเหลือเกิน ไหนเจ้าบอกพี่ว่าไม่ได้คิดอันใดกับเขาเล่า” “ขะ...ข้าแค่เป็นห่วงเท่านั้น อีกอย่างท่านแม่ทัพไม่ได้รักข้าเช่นกัน” “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ได้รักเจ้า” “อะ...เอ่อ” “ข้าจะบอกความจริงให้เจ้าฟัง เจ้าคิดว่าคนเย็นชาอย่างซ่งอันเว่ยจะเสียเวลาไปรับสตรีที่ไม่รู้จักกลับเมืองหลวงด้วยตัวเองงั้นหรือ ทั้งยังคอยคุ้มกันจนถึงจวนอีก” “เรื่องนั้นท่านแม่ทัพบอกข้าว่า เป็นเพราะท่านไหว้ว

  • มิลืมเลือนรัก   ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง

    “สรุปว่าท่านจะให้ข้าอยู่เรือนรับรองหรือ” “ใครบอกเจ้ากัน เรือนใหญ่ออกจะกว้างขวาง อีกอย่างพวกเราเป็นสามีภรรยากันอยู่เรือนหลังเดียวกันก็สะดวกสบายดี หรือเจ้าไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับข้างั้นหรือ” “มีผู้ใดบ้างที่ทำเช่นนี้ ปกติแม้เป็นคู่สามีภรรยากัน แต่ยังต้องแยกเรือนกันอยู่เลยนะเจ้าคะ” นางถาม เพราะตามปกติแล้วสามีจะอยู่เรือนใหญ่เพียงคนเดียว “ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนั้นสักนิด” “แต่ถ้าท่านมีอนุคงไม่สะดวก หากอยู่เรือนหลังเดียวกัน” “ข้าไม่เคยคิดอยากมีอนุ ข้าจะมีเจ้าเป็นฮูหยินเพียงผู้เดียวเท่านั้น” เขาบอกเสียงจริงจัง จนนางเริ่มรู้สึกหวั่นไหว ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาเป็นคนชัดเจนตลอดมา ไม่เคยมีสักครั้งที่ทำให้นางต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง “เช่นนั้นห้องนอนของข้า” “ที่เรือนนี้ไม่มีห้องนอนของเจ้า มีแต่ห้องนอนของเรา” ท้ายประโยคเขาเอื้อนเอ่ยเบา ๆ ราวกับสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านยอดหญ้า ไหนจะท่าทีเก้เก้อดูก็รู้ว่าคนพูดรู้สึกเช่นไร “วันนี้เจ้าพอมีเวลาว่างให้ข้าทั้งวันรึไม่” “ถามทำไมหรือเจ้าคะ” “เย็นนี้ในเมืองจัดง

  • มิลืมเลือนรัก   เห็นกันหมดทุกคน

    หลังจากส่งบุตรสาวอีกคนแต่งออกไปถึงเมืองเป่ยโจว ก็ถึงคราวของอี้เหม่ยเหรินหมั้นหมายกับแม่ทัพหนุ่ม ผู้ซึ่งเป็นที่หมายปองของสตรีทั้งเมืองหลวง นอกจากเขาจะรูปโฉมงดงามราวเทพเซียนแล้ว ยังมากด้วยความสามารถและอนาคตไกล จนพวกขุนนางในราชสำนักต่างยกลูกสาวของตัวเองใส่พานมาถวายอยู่ไม่ขาด ทว่าเขากลับไม่สนใจสักนิด ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวคือนาง หญิงสาวธรรมดาที่เขาเคยพบเจอเมื่อสี่ปีก่อน นางเป็นบุตรสาวพ่อค้าชื่อดังของเมืองลั่วหยาง เวลาเห็นนางยิ้มทีไรทำให้หัวใจหยาบกระด้างของชายหนุ่มอ่อนระทวยลงราวกับถูกไฟลน ยามนึกถึงคราแรกที่พานพบพลันทำให้ใจสั่นไหวรัวเร็ว “คุณหนู รอบ่าวด้วยเจ้าค่ะ” “เล่อจิน เจ้ารีบตามข้ามาเร็วเข้า” หญิงสาววัยแรกแย้มกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ก่อนหันมาบอกสาวใช้คนสนิท “โอ๊ย” สุดท้ายนางสะดุดล้มเข้าจนได้ “แงง” เสียงเด็กชายร้องไห้เสียงดัง เพราะหมั่นโถวที่ตนถืออยู่ตกพื้น “เด็กน้อย ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ว่าพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก “หมั่นโถวลูกนี้ ข้าลำบากลำบนกว่าจะทำงานหาเงินซื้อได้” เด็กน้อยเอ่ยทั้งน้

  • มิลืมเลือนรัก   ทางเลือกมีเพียงสอง

    “ที่ท่านพูดหมายถึงผู้ใดหรือ” “ข้าจะหมายถึงใครได้อีกเล่า นอกจากลูกสาวของเจ้า เดิมทีข้านึกเอ็นดูนางเสียยิ่งกว่าหลานคนอื่น แต่เจ้ากลับสั่งสอนนางไม่ดีจนทำตัวไร้ค่ายิ่งกว่านางโลม ข้าให้เวลาเจ้าสามวันส่งนางไปให้ไกลจากตระกูลอี้เสีย” “ฮูหยินผู้เฒ่า นางเป็นหลานแท้ ๆ ของท่านนะเจ้าคะ ได้โป

  • มิลืมเลือนรัก   พระราชโองการ

    “จริงอยู่ว่านี่ไม่ใช่เรื่องของข้า แต่ถ้าเป็นบิดาเจ้าก็ไม่แน่” “นี่ท่านคิดจะทำอะไร” นางถาม “วันพรุ่งเจ้าก็รู้เอง เตรียมตัวหายาเอาไว้เถิด เผื่อถูกโบยจะได้ทายาทัน” ระหว่างทางกลับเรือนอนุเมิ่งเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข ยามคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่

  • มิลืมเลือนรัก   คนที่ข้ารักไม่ใช่ท่านอีกต่อไป

    “ต้องขอบคุณท่านแม่ ข้าถึงได้สวมชุดโอ่อ่าเช่นนี้” “จะ...เจ้า” ฮูหยินหวังมองมาที่นางตาโต เพราะไม่คิดว่าคนที่ตนดูถูกจะเป็นถึงลูกสาวคนโตของเสนาบดีอี้เฉียวลู่ “ฮูหยินหวัง สบายดีไหมเจ้าคะ” นางส่งยิ้มพลางถามหญิงวัยกลางคนที่บัดนี้หน้าซีดเสียยิ่งกว่าอะไร “ช่างน่าแปลกใ

  • มิลืมเลือนรัก   งานเลี้ยงต้อนรับ

    “ยังรักคนผู้นั้นอยู่อีกหรือ” “ท่านหมายความเช่นไร” “ข้าดูก็รู้แล้วว่าเจ้าคิดยังไงคนแซ่หวังนั่น ปากปฏิเสธแต่ใจกลับไม่ได้เป็นดังปากพูด” “ท่านจะไปรู้อะไร” “ทำไมข้าจะไม่รู้ ในเมื่อ...” “…” “ช่างเถิด ถึงอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอันใดไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status