แชร์

บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 6

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-05-16 23:42:40

 “ว่าไงนะ” เหวินฟงหนานถึงกับนิ่งไปทันทีที่ได้ยิน ปาเฉินกับชิงหมิงเบิกตากว้างอย่างตกใจ ไม่ใช่ว่านางตายไปแล้วหรือ

“นางตายไปแล้วไม่ใช่หรือ” ปาเฉินอุทานขึ้นเสียงดังทันทีจนมู่ตานขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน

“ตายหรือ” น้ำเสียงของนางสงสัยยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงบอกว่านางตายเล่า

“ฟางมู่ตาน ตายไปแล้วเมื่อสี่ปีก่อน นางตรอมใจตายตามมารดาไปหลังจากที่มารดานางเสียได้เพียงเดือนเดียว” เหวินฟงหนานบอกเล่าเรื่องราวให้หญิงสาวฟัง

“หึ ข้าก็พึ่งรู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว” น้ำเสียงเย้ยหยันในชะตาของหญิงสาวแฝงความเจ็บปวดเอาไว้จนคนฟังรับรู้ได้

“เจ้ามีอะไรพิสูจน์ว่าเป็นนางจริง” เสียงที่ถามยังคงเย็นชาเหวินฟงหนานต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้

“หลักฐานปลอมได้ แต่สายเลือดปลอมไม่ได้ ข้ากับเขาเป็นพ่อลูกกันหรือไม่ ข้ายินดีให้ท่านหยดเลือดพิสูจน์” 

“เล่าเรื่องทั้งหมดได้หรือไม่” ตอนนี้เหวินฟงหนานอยากรู้เรื่องนี้ทั้งหมดจนแทบทนไม่ไหวแล้ว

“เรื่องนี้เริ่มจากที่ท่านแม่เสีย ท่านพ่อกล่าวว่าข้าเป็นตัวอัปมงคลจึงไม่ให้อยู่ที่จวนหลัก หลังจากนั้นสามวันสาวใช้ของแม่รองก็มาพาข้าขึ้นรถมาไปที่วัดล้างแห่งหนึ่งโดยอ้างว่าท่านพ่อให้พาข้าไปเพื่อชำระล้างบาป แต่นางนำข้าไปทิ้งไว้ที่นั่นของสิ่งเดียวที่ติดตัวมีเพียงหวีไม้ชิ้นนี้ที่ท่านแม่ให้ไว้ก่อนตาย ข้าอยู่รอดมาได้เพราะขอทานคนหนึ่งท่านเลี้ยงข้ามาด้วยความรัก แม้ต้องอดมื้อกินมื้อข้าก็มีความสุขดี”

ยิ่งนางเล่าเรื่องออกมามากเท่าไร พวกเขาก็ได้แต่สาปแช่งคนที่ทำกับนางมากเท่านั้น เด็กผู้หญิงเพียงสิบขวบจะมีชีวิตอยู่รอดได้อย่างไรหากนางไม่เจอขอทานผู้นั้น

“…..” สายตาที่มองมายังมู่ตานมีทั้งเห็นใจ เวทนาและสงสาร แต่นางไม่ได้ต้องการมันเลยสักนิด

“พวกท่านไม่ต้องมองข้าเช่นนั้น ข้าไม่ได้ทุกข์อันใดเลยกลับมีความสุขมากด้วยซ้ำ แต่ความสุขนั้นก็อยู่กับข้าได้ไม่นาน” น้ำเสียงที่แผ่วเบาลงทั้งยังสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อถูกสะกิดบาดแผลที่ยังคงสดอยู่

“…..” ทุกสายตาจ้องมองหญิงสาวอย่างเห็นใจ สตรีตัวเล็กแค่นี้กลับต้องแบกรับอะไรไว้มากมายเกินว่าไหล่อันบอบบางจะรับได้หมด

“เพราะเดรัจฉานพวกนั้นมันพรากคนที่ข้ารักไป มันอยากได้อะไรข้าก็ให้มันไปจนหมด เงิน ข้าวของมีค่า แต่สุดท้ายพวกมันก็ยังไม่พอ”

ดวงตาสวยเริ่มเหม่อลอยเมื่อนึกถึงมัน ขอบตาร้อนผ่าวพร้อมกับน้ำใสที่ไหลอาบแก้มความร้อนของมันไม่ต่างอะไรกับเหล็กร้อนที่จี้ลงบาดแผลของนาง

“…มันยังอยากได้มากกว่านั้น อยากได้ข้าไปขาย อยากได้เงินที่มากกว่านี้ ฮึก แต่ท่านปู่…ไม่ยอม ฮึก! พวกมันเลยฆะ…ฆ่าท่าน ฮือ! ฮึก! พวกมันฆ่าท่านปู่ต่อหน้าข้า” น้ำเสียงที่สั่นเครือเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง มู่ตานกอดตนเองเอาไว้แน่นก่อนจะนั่งลงแล้วเปลี่ยนเป็นกอดเข่าตัวเองแทนซบหน้าลงแล้วร้องไห้เงียบ ๆ เหวินฟงหนานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปหานาง มือหนาเอื้องแตะไหล่บางอย่างเบามือ แต่มันกลับทำให้ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกและถอยหนีอย่างหวาดกลัว

“ไม่ต้องกลัว ข้าเอง” เหวินฟงหนานยกมือขึ้นเป็นการบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรนาง

“…ฮึก พวกมันสมควรตาย ตายตามท่านปู่ไป ตายไปอย่างทรมานนั่นแหละดี”

สายตาของนางกลอกไปมาอย่างหวาดระแวง ปากก็เอาแต่พร่ำเพ้อไม่หยุด แก้มนวลเปอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่ไหลรินไม่หยุด ช่างน่าเวทนายิ่งไม่รู้ว่านางเจออะไรมาบ้าง และเขาก็ผิดที่ไปสะกิดบาดแผลนั้น

“ข้าขอโทษ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว” มือหนาพยายามยื่นไปหาร่างเล็กช้า ๆ เมื่อเห็นว่านางนิ่งแล้วจึงขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อย

“ข้าฆ่าคน ข้าฆ่าพวกมัน ฮึก!! ฮืออ!! ข้าฆ่ามันตายแล้ว ข้าฆ่ามันแล้ว ฮืออ!!” เสียงร้องไห้ของนางช่างบาดใจคนฟังนักชิงหมิงถึงกับไม่อาจทนมองได้จึงบ่ายหน้าหนีภาพนั้นปาเฉินเองก็เช่นกัน เมื่อว่าเมื่อคืนนางต้องเจอกับอะไรมาบ้างเขาก็แปลกใจแล้วที่นางจะกล้าฆ่าเขาจริง ๆ ตามที่ผู้เป็นนายสั่งเพียงเพื่อต้องการหลุดพ้นจากสิ่งที่เจอมา

“ตายแล้วก็ดีไม่ใช่หรือ เจ้าได้แก้แค้นแล้ว เช่นนั้นก็สบายใจได้แล้ว” มือหนาวางลงบนศีรษะเล็กนั้นก่อนจะลูบปลอบนางอย่างเบามือ

“ฮึก!! ข้าอยากไปกับท่านปู่ ฮึก!! แต่ท่านไม่ให้ข้าไป ฮึก! ฮือออ!!” เสียงสะอื้นที่พยายามทำให้สงบลงของหญิงสาวกับคำพูดนั้นของนางยิ่งบาดลึกลงใจคนฟัง เขารวบตัวหญิงสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น โยกตัวปลอบนางเบา ๆ อย่างที่ไม่เคยทำกับใคร

“ตอนนี้เจ้าไม่ได้เหลือตัวคนเดี๋ยวแล้ว เจ้ามีพวกเราแล้วรู้หรือไม่ ไม่ต้องไหน ท่านปู่เจ้าคงอยากเห็นเจ้ามีความสุขมากกว่า” จากต้องการเคล้นถามความจากนางกลับกลายเป็นต้องมาปลอบโยนเช่นนี้ได้อย่างไรกันนะ

“…..” เสียงสะอื้นเงียบลงไปแล้วเหลือเพียงอาการสั่นเล็กน้อยของคนในอ้อมกอดเท่านั้น เหวินฟงหนานพลักตัวเองออกจากนางเล็กน้อย

“มู่ตาน มองข้า” เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเรียกชื่อนางเช่นนี้ ทั้งยังเรียกอย่างจริงจังจนนางต้องเงยหน้ามองเขา

“เจ้าอยากได้ฐานะของเจ้าคืนหรือไม่”

“…ไม่ ข้าไม่ต้องการเจ้าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าก่อนบอกปฏิเสธ นางไม่ต้องฐานะอะไรทั้งนั้น ที่ที่ไม่ใช่ของนาง นางไม่ต้องการอีกแล้ว

“เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร เจ้าอยู่กับข้าที่นี่เป็นคนของข้า ใครหน้าไหนก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้ทั้งนั้น ดีหรือไม่” มู่ตานพยักหน้ารัว พร้อมกับส่งยิ้มให้ชายหนุ่มทั้งน้ำตา

“ไม่ต้องร้องแล้ว พอแล้ว” นิ้วเรียวเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาออกจากใบหน้าสวยอย่างเบามือ

“ไปพักเถอะ วันนี้เจ้าเหนื่อยพอแล้ว” เขาพยุงนางให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะปรายตามองบ่าวข้างกาย ปาเฉินไปรอช้ารีบเดินเข้าไปหาผู้เป็นนายทันที

“ข้าให้คนเตรียมห้องพักให้แล้ว ไปกันเถอะ” ปาเฉินเดินนำหญิงสาวออกจากห้องไป แต่เมื่อเดินมาได้นิดหน่อยมู่ตานก็เอ่ยรั้งเอาไว้เสียก่อน

“ข้า…อยากไปที่ห้องบัญชี ได้หรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้าควรพักสักหน่อย” เมื่อมองหน้าหญิงสาวแล้วปาเฉินก็เอ่ยเตือนให้นางไปพัก

“ข้านอนไม่หลับ มัน…มีแต่ภาพที่ข้าไม่อยากเห็น” มู่ตานบอกเสียงสั่นเครือสองมือบางกำชายกระโปรงเอาไว้แน่น

“เช่นนั้นไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเสียหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น หากเจ้าอยากไปที่ห้องบัญชีค่อยไป” ปาเฉินเข้าใจความรู้สึกนี้ของนางดีเพราะเขาก็เคยผ่านมันมาแล้ว นางต้องการเวลาที่ก้าวจะข้ามมันให้ได้

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

“ไปเถอะ ข้าพาเจ้าไปส่งที่ห้องก่อน” ปาเฉินเดินนำหญิงสาวไปยังห้องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อกลับออกมาก็สั่งให้สาวใช้คนหนึ่งนำหมอนกับผ้าห่มพร้อมเตาถ่านไปไว้ที่ห้องบัญชีให้หญิงสาว ก่อนจะกลับไปหาผู้เป็นนาย

ชิงหมิงนั่งมองหน้าคุณชายของตนเองมาตั้งแต่ที่หญิงสาวออกไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งปาเฉินกลับมาเขามองหน้าผู้เป็นนายอย่างขอความเห็นว่าจะเอาอย่างไรต่อ

“ฐานะคุณหนูตระกูลฟาง ท่านจะทำอย่างไรขอรับในเมื่อนางไม่ต้องการมันแล้ว”

“นางไม่ต้องการ แต่ข้าต้องการ” ใช่เหวินฟงหนานต้องการฐานะคุณหนูตระกูลฟาง ในเมื่อเรื่องนี้มีผลกับชีวิตเขาในวันข้างหน้าเขาก็จะขอกำหนดมันเอง อย่างไรเสียนางก็อยู่ในกำมือของเขาแล้วจะเป็นไปอย่างไรก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ต่อให้นางไม่ต้องการมันก็ตามที

“คุณชายจะทำอย่างไรขอรับ” ปาเฉินกับชิงหมิงพร้อมรับคำสั่งทุกเมื่อของแค่ผู้เป็นนายต้องการ

“คุณหนูใหญ่ตระกูลฟางอย่างไรก็ต้องเป็นนาง คนที่จะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว ต้องเป็น ฟางมู่ตาน เท่านั้น” 

“ขอรับ”

หลังจากนี้เหวินฟงหนานต้องวางแผนทุกอย่างให้รัดกุมเพื่อทวงคืนสถานะให้หญิงสาว สถานะคุณหนูใหญ่และคู่หมั้นที่ถูกวางตัวเอาไว้มาตั้งแต่เด็ก

เมืองหลวงแคว้นซ่ง ซ่งโจว

ภายในจวนใหญ่ที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานวันเกิดของผู้เป็นใหญ่ที่กำหนดชะตาชีวิตของทุกคนในจวนแห่งนี้

“วางตรงนั้น” เสียงสั่งการของพ่อบ้านเหวินดังให้ได้ยินเป็นระยะ งานวันเกิดปีที่สี่สิบห้าของเสนาบดีกรมอาญานั้นเป็นที่สนใจของเหล่าขุนนางและคหบดีเป็นอย่างมาก ด้วยบุตรชายทั้งสองสมควรออกเรือนได้แล้ว

“เฮ้อ ตระกูลฟางส่งคนมาทวงถามเรื่องสัญญาหมั้นหมายอีกแล้ว ข้าควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ”

ฮูหยินเหวินนั่งปรึกษาเรื่องนี้กับผู้เป็นสามี สัญญาอย่างไรก็ต้องทำตามที่ให้ไว้แต่คนนั้นกลับไม่อยู่เสียแล้ว จะให้เปลี่ยนตัวพวกเขานั้นก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างไร ติดที่ปัญหาเดียวคือบุตรชายของพวกเขานี้แหละ

“ฟงหนานว่าอย่างไรบ้าง” เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถามฮูหยินของตน อย่างไรการแต่งงานก้เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งตระกูลเหวินมีกฎชัดเจนคือการแต่งภรรยาเดียวเรื่องนี้จึงต้องคิดอย่างรอบคอบและถามความต้องการของคนให้ชัดเจนไม่อย่างนั้นจะเป็นการทำร้ายชีวิตของคนผู้หนึ่งเอาได้

“ข้าให้คนส่งจดหมายถึงเขาแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบกลับมาเลย”

บุตรชายคนนี้แต่ไหนแต่ไรมาก็ทำทุกอย่างตามใจตนเองมาตลอดอีกทั้งทุกคนก็ตามใจเขายิ่ง แต่โชคดีที่เขาเป็นคนมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ วางแผนทุกอย่าง และไม่นำความเดือดร้อนมาให้ครอบครัว ซ้ำยังเก่งกาจมากความสามารถ แม้คนในตระกูลหลายคนจะไม่เห็นด้วยกับการที่เขาเลือกค้าขายไม่ยอมรับราชการแต่ก็ไม่กล้าขัดใจเขาเพราะเงินที่ใช้จ่ายหมุนเวียนภายในตระกูลตอนนี้ส่วนใหญ่ก็มาจากการค้าของเหวินฟงหนานทั้งนั้น

“ขออนุญาตขอรับ นายท่านขอรับ จดหมายจากคุณชายรองมาถึงแล้วขอรับ”

พ่อบ้านเหวินเดินเข้ามาพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งก่อนจะยื่นให้ผู้เป็นนาย เหวินกงอวิ๋นรับจดหมายมามือหนาเปิดจดหมายของบุตรชายอ่านทันที เมื่ออ่านจบแล้วก็อ่านซ้ำใหม่อีกรอบเพื่อความแน่ใจว่าตนเองไม่ได้อ่านผิดไป ฮูหยินเหวินที่รออยู่อย่างร้อนใจคว้าจดหมายจากมือสามีมาอ่านเองเสียเลย

“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ยินดีหมั้นหมายกับ คุณหนูใหญ่ฟางมู่ตาน ตามที่ได้มีการตกลงกันเอาไว้ ก่อนที่ท่านปู่จะเสีย ไม่ต้องการให้เปลี่ยนตัวคู่หมั้นเป็นคนอื่น” ฮูหยินเหวินมองหน้าสามีอย่างไม่เข้าในสิ่งที่บุตรชายเขียนมา คนไม่อยู่แล้ว แล้วจะหมั้นได้อย่างไร

“ข้าว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรแน่ ฟงหนานไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผล การที่เขาเลือกจะระบุตัวคู่หมั้นชัดเจนเช่นนี้หมายความว่า คนยังอยู่ แล้วเหตุใดตระกูลฟางถึงบอกกับทุกคนว่านางตายแล้ว” เรื่องนี้สงสัยเขาเองก็ต้องสืบให้กระจ่างเสียแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   ตอนพิเศษ (End)

    อายุครรภ์ของมู่ตานตอนนี้ห้าเดือนแล้ว ท้องของนางใหญ่มากเวลาลุกนั่งหรือเดินต้องมีคนคอยประคองอยู่ตลอด ท่านหมอแจ้งว่าในท้องของนางอาจมีถึงสามชีวิตที่อยู่ในนั้น สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เหวินฟงหนานดีใจเลยสักเมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านหมอก็บอกแล้วหากดูแลตัวเองให้ดีข้ากับจะต้องปลอดภัยแน่นอนท่านอย่ากังวลนักเลย”มู่ตานพยายามเอ่ยปลอบผู้เป็นสามีที่ตอนนี้เอาแต่ตามติดนางไม่ห่างเลย“อืม ข้าเชื่อว่าเจ้ากับลูกจะต้องปลอดภัยแน่” แม้ปากจะบอกเช่นนั้นแต่สีหน้าของชายหนุ่มกลับไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิดเดียว มือหนาลูบท้องของฮูหยินตนเองเบา ๆ ราวกับต้องการจะสื่อสารกับเจ้าตัวเล็กในท้องจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสามเดือนแล้ว ตลอดสามเดือนที่ผ่านมามู่ตานไม่ได้มีอาการใดที่น่าเป็นห่วงเลยสักนิดจนกระทั่งวันนี้ นางรู้สึกเจ็บหน่วงตั้งแต่เช้าจึงรีบให้คนไปตามท่านหมอมาดูอาการ เมื่อตรวจดูแล้วกลับพบว่านางกำลังจะคลอดแล้วซึ่งนั้นก็ไม่แปลกอะไรสำหรับท้องแฝดที่จะคลอดก่อนกำหนดด้วยระยะอายุครรภ์กว่าแปดเดือนถือว่าผ่านพ้นช่วงเวลาที่อันตรายมาได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นการคลอดบุตรแต่ละครั้งก็ถือว่าอันตรายมากอยู่ดีเหวินกงอวิ๋นเชิญ

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 34

    “ตำแหน่งของนางงั้นหรือ ข้าให้ท่านพูดอีกครั้ง ตำแหน่งของใครนะ” ดวงตาแข็งกร้าวของฟางมู่ตานจ้องมองคนมองอย่างน่ากลัว“ขะ…ของเจ้า” จางหวั่นเมี่ยวม่คิดเลยว่าหญิงสาวคนหนึ่งจะมีแรงกดดันมากถึงเพียงนี้“เจ้าค่ะ ของข้า” ฟางมู่ตานกวาดสายตามองพวกเขาทั้งสามคนอย่างช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่อยากระบายมานาน“เรื่องนี้พวกท่านโทษข้าไม่ได้นะเจ้าคะ นิสัยของคนเราส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่กับคนที่เลี้ยงดูมา มารดาเป็นเช่นไร บุตรก็ไม่ต่างกัน พวกท่านตามใจนาง อยากได้อะไรก็เพียงชี้นิ้วสั่ง อยากทุบตีใครก็มีบิดาช่วยปิดเรื่องให้ การที่ข้าถูกนำไปทิ้งนั้นถือเป็นโชคดีของข้ามากทีเดียวนะเจ้าคะ ท่านว่าหรือไม่”มู่ตานมองสบตากับผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิด แต่กลับเป็นฟางหมิงชิงเสียเองที่ต้องหลบตานาง“หากวันนั้นท่านไม่ติดนิสัยชอบสั่งให้คนอื่นทำงานให้ ข้าก็คงไม่รอด เรื่องนี้คงต้องขอบคุณท่านแล้ว ต่อจากนี้ไป ข้าไม่ใช่คนตระกูลฟางอีกแล้ว ข้าแต่งเข้าตระกูลเหวินแล้ว จะเป็นหรือตาย ก็เป็นคนตระกูลนี้ อย่าคิดจะด่าข้าว่าอกตัญญูเพราะฟางมู่ตานตายไปตั้งแต่ที่ท่านให้คนเอานางไปฆ่าทิ้งแล้ว”มู่ตานชี้หน้าฟางหมิงชิงทันทีที่เขากำลังจะเอ่ยปาก วัน

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 33

    อาภรณ์สีแดงสดถูกปลดออกทีละชิ้นอย่างเบามือจนเผยให้เห็นร่างบางขาวเนียนผ่องของหญิงสาว เหวินฟงหนานถึงกลับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสัดส่วนที่สมบรูณ์แบบปรากฏอยู่ตรงหน้าฟางมู่ตานหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ยิ่งเห็นสายตาของเหวินฟงหนานที่มองมา นางยิ่งทำอะไรไม่ถูก จึงตัดสินใจก้าวลงอ่างน้ำไปเพื่อให้มันช่วยอำพรางร่างกายของนาง แต่นั้นกลับเป็นความคิดที่ผิดยิ่ง เหวินฟงหนานยกยิ้มมุมปากก่อนจะสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวอย่างรวดเร็วระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นจากน้ำหนักของคนที่พึ่งลงอ่างน้ำมาทำเอาฟางมู่ตานนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อถูกฝ่ามือร้อนแตะเข้าเบา ๆ ที่ไหล่เนียนมือหนาวักน้ำขึ้นพร้อมกับลูบไล้เบา ๆ ตั้งแต่ไหล่ขาวลงไปที่ต้นแขนเล็ก ริมฝีปากร้อนกดจูบลงที่ไหล่นวลอย่างแผ่วเบาทำเอาหญิงสาวถึงกับตัวแข็งทื่อเมื่อถูกสัมผัส เขาปัดผมยาวของหญิงสาวออกแล้วกดจูบลงอีกครั้งที่หลังคอระหงจนมู่ตานเผลอปล่อยเสียงที่น่าอายออกมาเหวินฟงหนานก็ยกยิ้มอย่างพอใจทันที“ไม่ต้องกลัว ข้าจะถนอมเจ้าอย่างถึงที่สุดเด็กดี” เสียงกระซิบข้างหูแผ่วเบาทั้งมือที่ลูบไล้ไปตามร่างกายยิ่งทำให้ฟางมู่ตานสะท้านร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน นา

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 32

    ชายหนุ่มลงจากหลังม้าเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวในทันทีด้วยใบหน้าอิ่มความสุขจนทุกคนสัมผัสได้ เขามองหญิงสาวไม่วางตาก่อนจะรับมือนางมาจากชิงหมิงแล้วส่งขึ้นรถม้าด้วยตนเองอย่างใส่ใจเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วขบวนรับตัวเจ้าสาวก็ออกเดินทางจากจวนแห่งนี้เคลื่อนไปยังจวนตระกูลเหวินที่ไม่อยู่ไกลกันนัก ขบวนเจ้าสาวยาวเหยียดสุดสายตาทั้งสินเดิมของมารดาทที่ได้กลับมาแม้ไปทั้งหมดก็ตาม สินเดิมพระราชทาน และเดิมที่ฝ่ายเจ้าบ่าวเติมเข้ามาให้ ทำเอาคนที่เห็นถึงกับอิจฉาตาร้อนโดยเฉพาะคนที่แอบหนีมาอย่างฟางถิงอิงมองทุกอย่างตรงหน้าอย่างคับแค้นใจยิ่งพิธีมากมายที่ต้องทำแม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ดูเหมือนทั้งคู่จะยังยิ้มได้ด้วยใบหน้าอิ่มเอม ฟางหมิงชิงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ก็ไม่มีใครใส่ใจนักเพราะก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเพราะเหตุใด เมื่อถึงเวลายกน้ำชาเขายังนั่งนิ่งไม่ยอมรับน้ำชาจากบ่าวสาวจนเหวินฟงหนานเงยหน้าขึ้นมามองด้วยรอยยิ้มว่าเขาเป็นอันใด แต่สายตาที่ฟางหมิงชิงได้สบนั้นกลับเยือกเย็นจนสามารถแช่แข็งเขาได้เลยมืออันสั่นเทายื่นออกไปรับน้ำชาจากบ่าวสาวช้า ๆ มันสั่นจนน้ำชาหกออกจากถ้วยเล็กน้อยแต่ก็ต้

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 31

    ฟางถิงอิงยืนนิ่งไม่กล้าขยับไปไหนมือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นมันมีทั้งความรู้สึกอับอาย ทั้งโมโห ที่แค้นเคืองตีกันวุ่นไปหมดในหัวของนาง ดวงตากลมโตเริ่มแดงก่ำขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะมีน้ำใสไหลอาบลงมาอย่างไม่อาจห้าม“อิงเอ๋อร์!! เกิดอะไรขึ้น!!” จางหวั่นเมี่ยวที่เห็นว่าบุตรสาวออกจากจวนมานานแล้วยังไม่กลับเสียที่จึงออกมาตาม เห็นผู้คนมุงอยู่ตรงนี้หลายคนจึงเดินเข้ามาดูด้วยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเห็นบุตรสาวยืนอยู่กลางวงล้อมของผู้คนในสภาพน้ำตานองหน้า ทั้งยังตื่นตระหนกมากด้วย“พวกเจ้าทำอะไรนาง!! ฟางมู่ตานเจ้าทำอะไรลูกข้า!!” จางหวั่นเมี่ยวตวาดลั่นพร้อมกับรั้งบุตรสาวมาไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง“แม่รองถามผิดหรือไม่ ท่านไม่ลองถามบุตรสาวสุดที่รักของท่านดูก่อนเล่า ว่ามาหาเรื่องข้าด้วยเหตุใด มาพูดจาให้ร้ายข้า ฮึก ทำให้ข้านึกถึงเรื่องราวที่เลวร้าย ทั้งที่ข้าต้องการลืมมันไป ฮึก ข้าต่างหากที่เป็นผู้ถูกกระทำ ฮึก ฮือ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็มาจากท่านไม่ใช่หรือ ที่เอาข้าไปทิ้งไว้เช่นนั้น ฮืออ!!”นอกจากจะเรียกจางหวั่นเมี่ยวว่าแม่รองแล้ว มู่ตานยังทำในสิ่งที่พวกเขาต้องตกตะลึงตาค้างยิ่งกว่า จะมีอะไรเรียกความเห็นใจจากทุ

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 30

    เมื่อกลับมาถึงจวนสิ่งที่ฟางมู่ตานเห็นเป็นอย่างแรกเลยนั้นคือความวุ่นวายของบ่าวไพร่ที่กำลังขนย้ายต้นกล้วยไม้ขึ้นรถม้า“จะย้ายมันไปที่ไหนกันหรือ” มู่ตานเอ่ยถามบ่าวรับใช้คนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านนางไป“คุณชายให้คนย้ายไปที่จวนใหญ่ที่เมืองหลวงขอรับ” เมื่อได้คำตอบแล้วมู่ตานก็ถามหาคนสั่งการต่อก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มตามที่บ่าวรับใช้บอกมาร่างสูงสง่าของเหวินฟงหนานกำลังนั่งอ่านสมุดบัญชีของเดือนนี้อย่างตั้งใจ แต่พอรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวในห้องเขาก็เงยหน้าขึ้นมาดูทันที“ข้าได้ยินว่าท่านสั่งให้บ่าวรับใช้ขนต้นกล้วยไม้ไปที่เมืองหลวง จะทำอะไรหรือเจ้าคะ” หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่งในห้อง“เจ้าลืมงานแต่งของเราหรือ” เหวินฟงหนานเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองหญิงสาวไปด้วย“ไม่ลืมเจ้าค่ะ ท่านจะให้มันในงานหรือเจ้าคะ”“ใช่ กล้วยไม้นั้นถือว่าหาได้ยากยิ่งน้อยคนนักที่จะสามารถเลี้ยงมันได้เช่นนี้ อีกอย่างเจ้าก็ชอบมันมากไม่ใช่หรือ ข้าจึงให้คนใช้มันร่วมกับดอกโบตั๋นประดับในงาน”“ท่านช่างใส่ใจยิ่งนัก” ฟางมู่ตานเอ่ยยิ้ม ๆ แต่หากฟังให้ดีมันแฝงด้วยน้ำเสียงประชดประชันอยู่เล็กน้อยไม่จริงจังนักนางรู้ดีว่าเจตนาของชายหนุ

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 29

    “เจ้าจะนอนเช่นนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ พวกข้าไม่ได้มีเวลามาเลี้ยงดูคนที่ไม่มีประโยชน์หรอกนะ หากยังไม่ฟื้นขึ้นมาอีก ข้าคงต้องปล่อยให้เจ้าสองคนแม่ลูกเผชิญชะตากรรมกันเองแล้ว”น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยกับคนเจ็บ แต่มือกลับยังคอยป้อนยาให้คนที่หลับอยู่อย่างใจเย็น ข้างกายมีร่างเล็กของหลี่เมิงนั่งมองหน้าคนพูดอยู่อย่างไม่เข้าใจ ดวงตากลมโตมองมารดาสลับกับหญิงสาวก็จะกะพริบตาปริบ ๆ แล้วหันไปมองเหวินฟงหนานตาใสแป๋วราวกับมีคำถามจนชายหนุ่มหลุดยิ้มออกมาไม่ได้“มานี้สิ” เหวินฟงหนานกวักมือเรียกเด็กหญิงตัวน้อยให้เข้าไปหา ร่างเล็กก็ไม่รอช้าลุกเดินไปหาคนเรียกทันนี้ มือหนาจัดการอุ้มเด็กน้อยขึ้นนั่งบนตักก่อนจะกระซิบบอกนาง“สิ่งนี้เรียกว่าใช้ความโหดร้ายมากระตุ้นให้คนสู้ต่ออย่างไร นางหลับอยู่เช่นนี้ไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง หากบอกเล่าความโหดร้ายที่เจ้าต้องเจอหลังจากที่นางจากไปให้ฟังทุกวันเช่นนี้ บางที่มารดาของเจ้าอาจกำลังต่อสู้เพื่อกลับมาอยู่ก็ได้”“จริงหรือเจ้าคะ” หลี่เมิงถามเสียงแผ่ว ดวงตากลมสุกสกาวมองคนพูดเป็นประกาย เหวินฟงหนานจึงพยักหน้าให้นางพร้อมกับส่งยิ้มให้ร่างเล็กไถลลงจากตักของเหวินฟงหนานก

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 28

    ร่างสูงนั่งนิ่งไม่ไหวติงเพราะบนตักมีร่างเล็กของหลี่เมิงอยู่ ตั้งแต่ที่คุณชายพาตัวว่าที่นายหญิงไป แล้วเขาต้องเข้ามาดูแลสองแม่ลูกนี้แทนนี้ก็ผ่านไปเกือบครึ่งวันแล้วหลี่เมิงตื่นขึ้นมาเห็นเพียงปาเฉินนั่งอยู่ก็ไม่ได้ร้องไห้แต่อย่างไร สิ่งแรกที่นางทำคือมองดูมารดาว่ายังอยู่กับนางหรือไม่ เมื่อเห็นว่ามารดายังอยู่ถึงแม้จะยังไม่ตื่นขึ้นมา นางก็ยิ้มออกมาได้แล้วก่อนจะปีนลงจากเตียงไปล้างหน้าล้างตาแล้วกลับมาพร้อมกับอ่างน้ำเพื่อเช็ดตัวให้มารดา“เหตุใดไม่เรียก” ปาเฉินรีบเข้าไปรับเอาอ่างมาถือไว้เองก่อนจะนำไปวางที่ข้างเตียงคนเจ็บให้เด็กน้อย“ข้าทำได้เจ้าค่ะ” เสียงเล็กน่าฟังเอ่ยตอบก่อนจะปีนกลับขึ้นไปบนเตียง ปาเฉินจึงช่วยเอาผ้าชุบน้ำและบิดผ้าหมาด ๆ ก่อนจะส่งให้ร่างเล็กนั้นมือน้อย ๆ เช็ดผ้าไปตามใบหน้าซีดเชียวของมารดาอย่างเบามือ ก่อนเช็ดมือกับแขนให้ด้วย ปาเฉินจึงออกไปตามหมอมาทำแผลให้ ถึงจะบอกว่าไม่มีทางรอดแล้วแต่ตนยังไม่ตายจากไปอย่างไรก็ยังมีหวัง หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็พาเจ้าตัวน้อยไปกินข้าวก่อนจะกลับขึ้นมานั่งเฝ้ามารดานางกันจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้“พี่ชายเล่าเจ้าค่ะ” หลี่เมิงถามหามู่ตานที่หายไป

  • มู่ตาน บุปผาท้าชะตา   บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 27

    ตระกูลมู่ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดร้องโวยวายของทั้งเหล่าเจ้านายและบ่าวไพร่ มู่หลานฟง มู่หวายเอินและมู่หวาเถียนรวมทั้งบ่าวไพร่ทั้งหมดถูกจับให้คุกเข่าอยู่ตรงลานกว้างในจวนโดยมีร่างสูงใหญ่ของเหวินจินไห๋ยืนมองดูอยู่เงียบ ๆ“ครบแล้วขอรับใต้เท้า” ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้หนึ่งเข้ามารายงาน ก่อนที่เหวินจินไห๋จะเดินออกไปตรงหน้าคนเหล่านั้น“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาทำกับพวกข้าเช่นนี้ เป็นขุนนางแล้วคิดว่าจะรังแกกันเช่นไรก็ได้หรือ”มู่หลานฟงกล่าวอย่างเดือดดาลที่ตนถูกปฏิบัติเช่นนี้ ทั้งยังมองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใหม่อย่างเคียดแค้นชิงชัง“มีสิทธิ์หรือไม่เดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้รู้ เห็นว่ากำลังเตรียมตัวเดินทางเข้าเมืองหลวงใช่หรือไม่ พอดีเลย เดี๋ยวข้าเป็นคนพาไปเองก็แล้วกัน แต่จะไปอย่างไร สภาพไหนนั้นก็อีกเรื่อง อ่อ มีสิ่งนี้ให้เจ้าลงนามด้วย”เหวินจินไห๋รับเอากระดาษแผ่นหนึ่งมาจากคนของตนก่อนจะเดินเข้าไปให้คนจับมือมู่หลานฟงประทับรอยนิ้วมือลงไปเป็นอันเสร็จสิ้น“เจ้าทำอันใด” มู่หลานฟงมองกระดาษแผ่นนั้นอย่างตื่นตระหนก เขาไม่รู้เลยว่ามันเขียนว่าอันใดแต่ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่และก็เป็นอย่าง

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status