FAZER LOGIN“ตานเอ๋อร์เด็กดี จงมีชีวิตอยู่ต่อแม้วันหน้าจะไม่มีแม่อยู่ข้างเจ้าแล้ว” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยสั่งบุตรสาวตัวน้อยที่นั่งกุมมือนางอยู่ ใบหน้าเรียวเล็กน่ารักมีน้ำตาไหลอาบไม่ขาดสาย “ท่านแม่ ฮึก!! ข้าจะอยู่ได้อย่างไรกันเมื่อไม่มีท่านแล้ว ฮือ!!” เสียงหวานน่าฟังปนเสียงสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารของฟางมู่ตาน เด็กน้อยวัยเพียงสิบขวบเท่านั้น แต่วันนี้นางกำลังจะสูญเสียมารดาผู้เป็นที่รักยิ่ง “หวีสับอันนี้เจ้าเก็บไว้ให้ดี มันจะเป็นตัวแทนความรักของแม่ที่จะปกป้องเจ้า จงเก็บงำความสามารถที่เจ้ามีเอาไว้ให้ดี อย่างให้คนที่ไม่หวังดีต่อเจ้าล่วงรู้ถึงมันเด็ดขาด แม่รักเจ้านะ โบตั๋นดอกน้อยของแม่…” มือขาวซีดไร้เรี่ยวแรงพยายามยกหวีสับแกะสลักลวดลายดอกโบตั๋นปักลงไปที่ผมของบุตรสาว ก่อนที่ลมหายใจของนางจะขาดห้วงไป ปล่อยให้บุตรสาวตัวน้อยต้องเผชิญกับชะตากรรมเพียงลำพัง “ท่านแม่!! ฮืออ!!! ฮือออ!!! ท่านแม่!!!” น้ำเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจช่างทำให้ผู้ที่ได้ยินอดสงสารไม่ได้ แต่นั้นไม่ใช่กับผู้เป็นบิดาและแม่รองของนาง!!
Ver maisอายุครรภ์ของมู่ตานตอนนี้ห้าเดือนแล้ว ท้องของนางใหญ่มากเวลาลุกนั่งหรือเดินต้องมีคนคอยประคองอยู่ตลอด ท่านหมอแจ้งว่าในท้องของนางอาจมีถึงสามชีวิตที่อยู่ในนั้น สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เหวินฟงหนานดีใจเลยสักเมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านหมอก็บอกแล้วหากดูแลตัวเองให้ดีข้ากับจะต้องปลอดภัยแน่นอนท่านอย่ากังวลนักเลย”มู่ตานพยายามเอ่ยปลอบผู้เป็นสามีที่ตอนนี้เอาแต่ตามติดนางไม่ห่างเลย“อืม ข้าเชื่อว่าเจ้ากับลูกจะต้องปลอดภัยแน่” แม้ปากจะบอกเช่นนั้นแต่สีหน้าของชายหนุ่มกลับไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิดเดียว มือหนาลูบท้องของฮูหยินตนเองเบา ๆ ราวกับต้องการจะสื่อสารกับเจ้าตัวเล็กในท้องจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสามเดือนแล้ว ตลอดสามเดือนที่ผ่านมามู่ตานไม่ได้มีอาการใดที่น่าเป็นห่วงเลยสักนิดจนกระทั่งวันนี้ นางรู้สึกเจ็บหน่วงตั้งแต่เช้าจึงรีบให้คนไปตามท่านหมอมาดูอาการ เมื่อตรวจดูแล้วกลับพบว่านางกำลังจะคลอดแล้วซึ่งนั้นก็ไม่แปลกอะไรสำหรับท้องแฝดที่จะคลอดก่อนกำหนดด้วยระยะอายุครรภ์กว่าแปดเดือนถือว่าผ่านพ้นช่วงเวลาที่อันตรายมาได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นการคลอดบุตรแต่ละครั้งก็ถือว่าอันตรายมากอยู่ดีเหวินกงอวิ๋นเชิญ
“ตำแหน่งของนางงั้นหรือ ข้าให้ท่านพูดอีกครั้ง ตำแหน่งของใครนะ” ดวงตาแข็งกร้าวของฟางมู่ตานจ้องมองคนมองอย่างน่ากลัว“ขะ…ของเจ้า” จางหวั่นเมี่ยวม่คิดเลยว่าหญิงสาวคนหนึ่งจะมีแรงกดดันมากถึงเพียงนี้“เจ้าค่ะ ของข้า” ฟางมู่ตานกวาดสายตามองพวกเขาทั้งสามคนอย่างช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่อยากระบายมานาน“เรื่องนี้พวกท่านโทษข้าไม่ได้นะเจ้าคะ นิสัยของคนเราส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่กับคนที่เลี้ยงดูมา มารดาเป็นเช่นไร บุตรก็ไม่ต่างกัน พวกท่านตามใจนาง อยากได้อะไรก็เพียงชี้นิ้วสั่ง อยากทุบตีใครก็มีบิดาช่วยปิดเรื่องให้ การที่ข้าถูกนำไปทิ้งนั้นถือเป็นโชคดีของข้ามากทีเดียวนะเจ้าคะ ท่านว่าหรือไม่”มู่ตานมองสบตากับผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิด แต่กลับเป็นฟางหมิงชิงเสียเองที่ต้องหลบตานาง“หากวันนั้นท่านไม่ติดนิสัยชอบสั่งให้คนอื่นทำงานให้ ข้าก็คงไม่รอด เรื่องนี้คงต้องขอบคุณท่านแล้ว ต่อจากนี้ไป ข้าไม่ใช่คนตระกูลฟางอีกแล้ว ข้าแต่งเข้าตระกูลเหวินแล้ว จะเป็นหรือตาย ก็เป็นคนตระกูลนี้ อย่าคิดจะด่าข้าว่าอกตัญญูเพราะฟางมู่ตานตายไปตั้งแต่ที่ท่านให้คนเอานางไปฆ่าทิ้งแล้ว”มู่ตานชี้หน้าฟางหมิงชิงทันทีที่เขากำลังจะเอ่ยปาก วัน
อาภรณ์สีแดงสดถูกปลดออกทีละชิ้นอย่างเบามือจนเผยให้เห็นร่างบางขาวเนียนผ่องของหญิงสาว เหวินฟงหนานถึงกลับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสัดส่วนที่สมบรูณ์แบบปรากฏอยู่ตรงหน้าฟางมู่ตานหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ยิ่งเห็นสายตาของเหวินฟงหนานที่มองมา นางยิ่งทำอะไรไม่ถูก จึงตัดสินใจก้าวลงอ่างน้ำไปเพื่อให้มันช่วยอำพรางร่างกายของนาง แต่นั้นกลับเป็นความคิดที่ผิดยิ่ง เหวินฟงหนานยกยิ้มมุมปากก่อนจะสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวอย่างรวดเร็วระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นจากน้ำหนักของคนที่พึ่งลงอ่างน้ำมาทำเอาฟางมู่ตานนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อถูกฝ่ามือร้อนแตะเข้าเบา ๆ ที่ไหล่เนียนมือหนาวักน้ำขึ้นพร้อมกับลูบไล้เบา ๆ ตั้งแต่ไหล่ขาวลงไปที่ต้นแขนเล็ก ริมฝีปากร้อนกดจูบลงที่ไหล่นวลอย่างแผ่วเบาทำเอาหญิงสาวถึงกับตัวแข็งทื่อเมื่อถูกสัมผัส เขาปัดผมยาวของหญิงสาวออกแล้วกดจูบลงอีกครั้งที่หลังคอระหงจนมู่ตานเผลอปล่อยเสียงที่น่าอายออกมาเหวินฟงหนานก็ยกยิ้มอย่างพอใจทันที“ไม่ต้องกลัว ข้าจะถนอมเจ้าอย่างถึงที่สุดเด็กดี” เสียงกระซิบข้างหูแผ่วเบาทั้งมือที่ลูบไล้ไปตามร่างกายยิ่งทำให้ฟางมู่ตานสะท้านร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน นา
ชายหนุ่มลงจากหลังม้าเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวในทันทีด้วยใบหน้าอิ่มความสุขจนทุกคนสัมผัสได้ เขามองหญิงสาวไม่วางตาก่อนจะรับมือนางมาจากชิงหมิงแล้วส่งขึ้นรถม้าด้วยตนเองอย่างใส่ใจเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วขบวนรับตัวเจ้าสาวก็ออกเดินทางจากจวนแห่งนี้เคลื่อนไปยังจวนตระกูลเหวินที่ไม่อยู่ไกลกันนัก ขบวนเจ้าสาวยาวเหยียดสุดสายตาทั้งสินเดิมของมารดาทที่ได้กลับมาแม้ไปทั้งหมดก็ตาม สินเดิมพระราชทาน และเดิมที่ฝ่ายเจ้าบ่าวเติมเข้ามาให้ ทำเอาคนที่เห็นถึงกับอิจฉาตาร้อนโดยเฉพาะคนที่แอบหนีมาอย่างฟางถิงอิงมองทุกอย่างตรงหน้าอย่างคับแค้นใจยิ่งพิธีมากมายที่ต้องทำแม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ดูเหมือนทั้งคู่จะยังยิ้มได้ด้วยใบหน้าอิ่มเอม ฟางหมิงชิงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ก็ไม่มีใครใส่ใจนักเพราะก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเพราะเหตุใด เมื่อถึงเวลายกน้ำชาเขายังนั่งนิ่งไม่ยอมรับน้ำชาจากบ่าวสาวจนเหวินฟงหนานเงยหน้าขึ้นมามองด้วยรอยยิ้มว่าเขาเป็นอันใด แต่สายตาที่ฟางหมิงชิงได้สบนั้นกลับเยือกเย็นจนสามารถแช่แข็งเขาได้เลยมืออันสั่นเทายื่นออกไปรับน้ำชาจากบ่าวสาวช้า ๆ มันสั่นจนน้ำชาหกออกจากถ้วยเล็กน้อยแต่ก็ต้
ตระกูลมู่ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดร้องโวยวายของทั้งเหล่าเจ้านายและบ่าวไพร่ มู่หลานฟง มู่หวายเอินและมู่หวาเถียนรวมทั้งบ่าวไพร่ทั้งหมดถูกจับให้คุกเข่าอยู่ตรงลานกว้างในจวนโดยมีร่างสูงใหญ่ของเหวินจินไห๋ยืนมองดูอยู่เงียบ ๆ“ครบแล้วขอรับใต้เท้า” ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้หนึ่งเข้ามารายงาน ก่อนที่เหวินจิ
เช้าอันหดหู่นี้ไม่มีเสียงของใครเอ่ยอันใดออกมาเลย มู่ตานนั่งเฝ้าหลี่เม่ยอยู่อย่างนั้นไม่ได้ขยับไปไหนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ในขณะที่หลี่เมิงหลับไปทั้งน้ำตาและเสียงสะอื้นอยู่ข้างมารดา“เจ้าทิ้งนางไม่ได้รู้หรือไม่ เจ้าเป็นมารดานาง เจ้าต้องเป็นคนดูแลนางเอง ไม่อย่างนั้นจะไว้ใจได้อย่างใดว่านางจะมีความสุข”เส
“เป็นอย่างไรบ้าง” เสียงหวานนุ่มของฟางมู่ตานถามขึ้นเมื่อเห็นปาเฉินเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมด้วยท่าทางนิ่งสงบ“ผ้าไหมแบบพิเศษทั้งหมดที่มี รวมทั้งผ้าไหมคุณภาพสูงอีกห้าร้อยพับ ให้คนนำไปไว้ที่ชานเมืองฝั่งตะวันตกในเช้าของวันพรุ่งนี้ นี้คือข้อเสนอที่คนพวกนั้นยื่นมาเพื่อแลกกับสองคนแม่ลูกนั้นขอรับ” ปาเฉินบอกทุก
เช้าวันถัดมา มีกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนด้วยเลือดถูกปักด้วยมีดเอาไว้หน้าประตูร้าน ข้อความในนั้นระบุว่าหากต้องการให้สองแม่ลูกนั้นรอด ให้คนที่มีอำนาจของร้านไปยืนรอพวกมันที่ท้ายตลาดในยามชวีเพียงลำพัง หากพบว่ามีผู้ติดตามไปด้วยมันจะฆ่าคนทิ้งทันที“สองแม่ลูกที่ว่านี้คือใคร” ปาเฉินถามผู้ดูแลร้านอย่างสงสัย สองแ


















avaliações