มู่ตาน บุปผาท้าชะตา

มู่ตาน บุปผาท้าชะตา

last updateDernière mise à jour : 2025-05-17
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Notes. 2 commentaires
36Chapitres
5.3KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

“ตานเอ๋อร์เด็กดี จงมีชีวิตอยู่ต่อแม้วันหน้าจะไม่มีแม่อยู่ข้างเจ้าแล้ว” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยสั่งบุตรสาวตัวน้อยที่นั่งกุมมือนางอยู่ ใบหน้าเรียวเล็กน่ารักมีน้ำตาไหลอาบไม่ขาดสาย “ท่านแม่ ฮึก!! ข้าจะอยู่ได้อย่างไรกันเมื่อไม่มีท่านแล้ว ฮือ!!” เสียงหวานน่าฟังปนเสียงสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารของฟางมู่ตาน เด็กน้อยวัยเพียงสิบขวบเท่านั้น แต่วันนี้นางกำลังจะสูญเสียมารดาผู้เป็นที่รักยิ่ง “หวีสับอันนี้เจ้าเก็บไว้ให้ดี มันจะเป็นตัวแทนความรักของแม่ที่จะปกป้องเจ้า จงเก็บงำความสามารถที่เจ้ามีเอาไว้ให้ดี อย่างให้คนที่ไม่หวังดีต่อเจ้าล่วงรู้ถึงมันเด็ดขาด แม่รักเจ้านะ โบตั๋นดอกน้อยของแม่…” มือขาวซีดไร้เรี่ยวแรงพยายามยกหวีสับแกะสลักลวดลายดอกโบตั๋นปักลงไปที่ผมของบุตรสาว ก่อนที่ลมหายใจของนางจะขาดห้วงไป ปล่อยให้บุตรสาวตัวน้อยต้องเผชิญกับชะตากรรมเพียงลำพัง “ท่านแม่!! ฮืออ!!! ฮือออ!!! ท่านแม่!!!” น้ำเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจช่างทำให้ผู้ที่ได้ยินอดสงสารไม่ได้ แต่นั้นไม่ใช่กับผู้เป็นบิดาและแม่รองของนาง!!

Voir plus

Chapitre 1

อารัมภบท

เด็กหญิงตัวน้อยถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ที่วัดล้างเพียงลำพัง นางคือ ฟางมู่ตาน คุณหนูใหญ่ตระกูลฟาง บุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมการคลัง นางถูกนำมาทิ้งไว้ที่นี่ หลังจากผู้เป็นมารดาเสียชีวิตลง

ท่านพ่อของนางกล่าวว่า นางเป็นตัวนำความโชคร้ายมาสู่ตระกูล ไม่สมควรที่จะอยู่ให้ใครต้องตายอีก จึงให้คนนำนางมาทิ้งที่วัดล้างนอกเมืองโดยไร้คนดูแล ทั้งที่นางพึ่งจะสิบขวบเท่านั้น เด็กหญิงที่แสนน่ารักนี้ ใครจะรู้เล่าว่านางซ่อนความสามารถอันใดเอาไว้มากมาย

“นังหนู เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว” ชายแก่คนหนึ่งถามนางขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหา มู่ตานที่เห็นคนแปลกน่าท่าทางน่ากลัวก็ถอยหนีทันที

“อย่าเข้ามานะ! ฮึก!! ฮึก!! ฮืออ!!!” เด็กหญิงร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวและตกใจ นางถูกสาวใช้คนหนึ่งของแม่รองพามาที่นี่ โดยบังคับให้นางขึ้นรถม้ามา ไม่มีข้าวของติดกายมาเลยสักอย่างเดียว สิ่งเดียวที่นางมีคือหวีสับแกะสลักรูปดอกโบตั๋นที่ผู้เป็นแม่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

“ไม่ต้องร้อง ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก” น้ำเสียงแหบแห้งพร้อมกับมือเหี่ยวย่นเอื้อมไปใกล้เด็กน้อย เพื่อจะดูว่านางเป็นอันใดหรือไม่

“จริงหรือเจ้าคะ ฮึก!” น้ำเสียงเล็ก ๆ เอ่ยถามอย่างหวาดระแวง ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยน้ำตา มองชายแก่ตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ แต่ก็ไม่ได้ขยับหนีไปไหน

“จริงสิ” น้ำเสียงใจดีของชายแก่ผู้นั้นพอที่จะทำให้มู่ตาน ลดความหวาดระหวาดลงไปได้นิดหน่อย

“ท่านจะไม่จับข้าไปขายใช่หรือไม่เจ้าคะ” มู่ตานถามอย่างไร้เดียงสาแม้น้ำตาอาบแก้ม เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากชายแก่ผู้นั้นได้เป็นอย่างดี

“ไม่หรอก ขยับมานี้สิ” เขาบอกให้นางขยับเข้าไปใกล้ ๆ มู่ตานจึงคลานเข้าไปหาช้า ๆ แต่ก็เว้นระยะเอาไว้ประมาณหนึ่ง

“หิวหรือไม่” เด็กน้อยพยักหน้ารัว เพราะนางยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ที่ถูกพาออกจากจวนมา แผ่นแป้งแข็ง ๆ ถูกยื่นให้อย่างใจดี มือเล็กรับมาก่อนจะกัดไปคำหนึ่งแต่ก็ต้องคายมันทิ้งทันที

“แข็งมาก!!” มู่ตานว่าก่อนจะยื่นมันคืนกลับไปให้ชายแก่คนนั้น เพราะนางกินมันไม่ลง

“กินไปเถอะ ข้ามีเพียงเท่านั้น ถ้าไม่กิน พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีกินหรือไม่”

เขาบอกนางด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วหดหู่ใจยิ่ง มู่ตานมองแผ่นแป้งแข็ง ๆ ในมืออีกครั้ง แล้วมองไปยังชายแก่คนนั้นราวกับจะถามว่านางต้องกินมันจริงหรือ เขาพยักหน้าให้นางกินมันเข้าไป ปากน้อย ๆ จึงอ้างงับแผ่นแป้งที่ทั้งจืดและแข็งเข้าไป พยายามกินมันให้ได้มากที่สุดเพื่อระงับความหิวของท้องน้อย ๆ ที่กำลังร้องประท้วงนางอยู่

“เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงถูกพามาทิ้งเอาไว้ที่นี่” เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยเริ่มไว้ใจเขามากขึ้น ชายผู้นั้นก็เริ่มชักถามเรื่องราว

“ข้าชื่อ มู่ตาน เจ้าค่ะ ฟางมู่ตาน เป็นบุตรสาวคนโตของผู้นำตระกูลฟาง ฟางหมิงชิง” มู่ตานเลือกที่จะบอกชื่อแซ่แทนตำแหน่งของผู้เป็นบิดา

“หือ ฟังดูแล้วคงเป็นคนใหญ่คนโตสิท่า แล้วเหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ที่นี่มันห่างไกลจากเมืองหลวงนัก”

เขาถามเด็กหญิงตัวน้อยอย่างแปลกใจ ไม่ต้องเดาให้ยากว่านางมาจากที่ใด เพราะเขาเองก็เคยได้ยินชื่อแซ่นี้ผ่านหูมาบ้าง

“ข้าถูกท่านพ่อบอกว่าเป็นตัวอัปมงคล เป็นคนไม่ดี แม่รองเลยให้สาวใช้ลากข้าขึ้นรถม้าแล้วก็พามาที่นี่เจ้าค่ะ”

หลังจากมารดาเสียเพียงสามวันนางถูกคนทั้งจวนต่อว่ารังเกียจ และสุดท้ายก็ถูกนำมาปล่อยยังที่แห่งนี้

“โถ่เอ่ย ช่างน่าสงสารเสียจริง คงถูกพวกเขาเอามาทิ้งแล้วละแม่หนูเอ่ย” น้ำเสียงแหบแห้งกล่าวขึ้นอย่างรู้สึกสงสารและเวทนานางเหลือเกิน

“ข้าถูกทิ้งแล้วหรือเจ้าคะ ฮึก! ฮึก!” นางถามชายแก่ผู้นั้นทั้งน้ำตา เมื่อรู้ว่าตนเองถูกผู้เป็นพ่อและแม่รองนำมาทิ้งแล้ว

“ไม่ต้องร้อง อยู่กับข้าก็ได้ ข้าจะดูแลเจ้าเอง” ชายแก่คนนั้นบอกมือเหี่ยวย่นเอื้อมไปลูบหัวเล็กนั้นอย่างเบามือ

เขาเข้าใจดีว่าการถูกทอดทิ้งจากครอบครัวมันเจ็บปวดเพียงใด เขาเองก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว อวิ๋นเซียงไห่ เคยเป็นบัณฑิตที่มีความสามารถ แต่เพราะเก่งจนข้ามหน้าข้ามตาใครหลายคน จึงถูกทำร้ายและป้ายสีต่าง ๆ นานา สุดท้ายก็กลายเป็นคนพิการขาเป๋ ถูกครอบครัวทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี กลายมาเป็นขอทานเรร่อนไปทั่ว จนตอนนี้อายุก็มากแล้วจะตายวันไหนก็ยังไม่รู้เลย

“เจ้าเรียกข้าว่าท่านปู่ก็แล้วกันนะ” เสียงแหบแห้งของเขาบอกเด็กน้อยอย่างใจดี

“เจ้าค่ะ ท่านปู่” มู่ตานยิ้มหวานให้ชายแก่ผู้นั้น  เรื่องราวของทั้งสองคนจึงเริ่มต้นขึ้น

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Aoei Chanchaoshine
Aoei Chanchaoshine
สนุกดีค่ะ เนื้อเรื่องดำเนินเร็วกระชับ แต่บางตอนก็เหมือนจะขาดรายละเอียดบางห้วงไป แต่ก็พอเข้าใจได้ โดยรวมคือดีค่ะ
2025-11-05 00:40:21
0
0
Paison Thimdib
Paison Thimdib
ขอบคุณฉันอ่านจบแล้ว
2025-06-29 12:58:52
0
0
36
อารัมภบท
เด็กหญิงตัวน้อยถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ที่วัดล้างเพียงลำพัง นางคือ ฟางมู่ตาน คุณหนูใหญ่ตระกูลฟาง บุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมการคลัง นางถูกนำมาทิ้งไว้ที่นี่ หลังจากผู้เป็นมารดาเสียชีวิตลงท่านพ่อของนางกล่าวว่า นางเป็นตัวนำความโชคร้ายมาสู่ตระกูล ไม่สมควรที่จะอยู่ให้ใครต้องตายอีก จึงให้คนนำนางมาทิ้งที่วัดล้างนอกเมืองโดยไร้คนดูแล ทั้งที่นางพึ่งจะสิบขวบเท่านั้น เด็กหญิงที่แสนน่ารักนี้ ใครจะรู้เล่าว่านางซ่อนความสามารถอันใดเอาไว้มากมาย“นังหนู เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว” ชายแก่คนหนึ่งถามนางขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหา มู่ตานที่เห็นคนแปลกน่าท่าทางน่ากลัวก็ถอยหนีทันที“อย่าเข้ามานะ! ฮึก!! ฮึก!! ฮืออ!!!” เด็กหญิงร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวและตกใจ นางถูกสาวใช้คนหนึ่งของแม่รองพามาที่นี่ โดยบังคับให้นางขึ้นรถม้ามา ไม่มีข้าวของติดกายมาเลยสักอย่างเดียว สิ่งเดียวที่นางมีคือหวีสับแกะสลักรูปดอกโบตั๋นที่ผู้เป็นแม่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า“ไม่ต้องร้อง ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก” น้ำเสียงแหบแห้งพร้อมกับมือเหี่ยวย่นเอื้อมไปใกล้เด็กน้อย เพื่อจะดูว่านางเป็นอันใดหรือไม่“จริงหรือเจ้าคะ ฮึก!” น้ำเสียงเล็ก ๆ เอ่ยถามอย่างหวาดระแวง ด
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 1
ร่างเล็กนั่งอยู่ข้างชายชราริมถนนในตลาดที่มีผู้คนมากมาย พวกเขาถูกไล่ให้มานั่งอยู่ท้ายตลาดแห่งนี้จากขอทานอีกกลุ่มที่ยึดพื้นที่ตรงกลางตลาดเอาไว้“ทำไมเราไม่ขายของละเจ้าคะ ท่านปู่” เสียงเล็กเอ่ยถามอย่างสงสัย นางนั่งมองพ่อค้าแม่ค้าที่ตะโกนขายของอยู่นานเลยเกิดสงสัยว่าทำไมพวกนางไม่ขายของบ้าง“ไม่ได้หรอกนะ” ชายชราเอ่ยขึ้นเสียงแหบแห้ง“ทำไมหรือเจ้าคะ” นางไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายชราต้องการจะสื่อว่าเหตุใดถึงขายไม่ได้“พวกเราเป็นขอทาน หากขายของจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของมาขายเล่า อีกอย่างหากเรามีเงินขึ้นมา พวกขอทานกลุ่มอื่นที่เห็นก็จะมาแย่งชิงจากเจ้าไปอย่างโหดเหี้ยม”ขึ้นชื่อว่าขอทานไม่มีทางที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้นั้นคือสิ่งที่เขาเคยประสบมาแล้ว“เราแจ้งทางการไม่ได้หรือ” มู่ตานถามอย่างสงสัย“พวกเขาไม่สนใจเราหรอกนะมู่ตาน” ดวงตากลมโตมองชายชราอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ แล้วนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเขาเช่นนั้นจนมืดค่ำ แต่ทั้งสองคนก็ไม่มีใครให้เงินมาเลย แม้แต่อาหารก็ไม่มี มู่ตานลูบท้องน้อย ๆ ของตนเองที่ร้องประท้วงมาตั้งแต่เช้าด้วยความหิว“เดี๋ยวปู่ลองหาผลไม้ป่าให้นะ” อวิ๋นเซียงไห่บอกเด็กน้อยอย่างสงสาร เข
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 2
“กลิ่นดินหรือ” ชายชราถามอย่างแปลกใจยิ่งที่ได้นางพูดอย่างนั้น“เจ้าค่ะ ข้าได้กลิ่นของมัน” มู่ตานตอบเสียงอ่อยแต่ไม่กล้าว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้กลิ่น“ถ้าเจ้าอยากไป เช่นนั้นก็ลองไปกันดู” อวิ๋นเซียงไห่เลือกที่จะเชื่อเด็กน้อยเพราะก็ไม่อยากจะขัดใจนาง เมื่อเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย พวกเขาก็เจอกับลำธารเล็ก ๆ สายหนึ่ง ชายชรากับเด็กน้อยยิ้มออกมาอย่างดีใจ มู่ตานวิ่งไปที่น้ำก่อนจะใช้สองมือน้อย ๆ ของนางรองน้ำใสขึ้นดื่ม“น้ำใสมากเลยเจ้าค่ะท่านปู่” มู่ตานหันมาบอกผู้เป็นปู่เสียงใสพร้อมยิ้มกว้างส่งมาให้ อวิ๋นเซียงไห่เองก็รีบเข้าไปดื่มน้ำเช่นกันเพราะคอแห้งมากจนมันแสบร้อนไปหมด“ต้นไม้ในนี้มีแต่ต้นใหญ่ ๆ นะเจ้าคะ” มู่ตานมองไปอีกฝั่งของธารน้ำ ทางฝั่งนั้นมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรียงรายเต็มไปหมดดูแล้วน่าจะอุดมสมบรูณ์ว่าฝั่งนี้มากเลยทีเดียว“ท่านปู่ ตรงนั้นมีโพรงด้วยเจ้าค่ะ” นิ้วน้อย ๆ ชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง โพรงต้นกลางขนาดใหญ่สามารถให้คนเข้าไปหลบได้ด้วยซ้ำ ทั้งสองจึงตัดสินใจข้ามลำธารไปตรงโพรงต้นไม้นั้นเมื่อมาถึงก็พบว่ามันเป็นโพรงขนาดใหญ่มากจริง ๆ สามารถให้พวกเขาเข้าไปนั่งได้สบาย ๆ อีกทั้งโดยรอบยังมีรากไม้ใหญ่ช่วยก
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 3
“ปล่อยนาง!! ปล่อยหลานข้า!!” มือเหี่ยวย่นพยายามดึงมือของชายผู้นั้นออกแต่ก็ไม่เป็นผล ซ้ำยังสร้างความรำคาญและไม่พอใจให้กับมันอีกด้วย“ไอ้แก่นี่!! อยากตายมากใช่ไหม!! ข้าจะจัดการให้!!!” มันพูดเสียงเหี้ยมก่อนจะปล่อยหญิงสาวแล้วเดินเข้าไปหาชายชราแทน มู่ตานที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบเข้าไปขว้างเอาไว้“อย่าทำอะไรท่านปู่ ข้าขอร้อง พวกท่านอยากได้อะไรก็เอาไปแต่อย่าทำร้ายคนเลยนะเจ้าคะ”มู่ตานพยายามขอร้องพวกมันเอาไว้ แขนเรียวกอดผู้เป็นปู่เอาไว้แน่นไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายได้“มีเงินอยู่แค่นี้จะไปพออะไร!! ข้าวสารก็มีอยู่น้อยนิดของมีค่าอื่นก็ไม่มี!!!”ชายอีกคนที่รื้อค้นบ้านเดินมาเข้ามาหาเพื่อนของมัน น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก“งั้นก็เอานังเด็กนี้ไปขาย หน้าตางดงามเช่นนี้ของให้หอคณิกาคงได้ราคาดีไม่น้อย” สายตาที่มองไปยังมู่ตานช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก“พวกแกได้เงินกับของไปแล้วก็ปล่อยพวกเราไปสิ อย่าทำอะไรพวกเราเลย ข้าขอร้องละ”อวิ๋นเซียงไห่ขอร้องทั้งยังก้มหัวโขกพื้นให้พวกมันด้วยเขาหวังเพียงความเมตตาเล็กน้อยจากพวกมันเท่านั้น“ใครจะเอาคนแก่ ๆ ไร้ประโยชน์ไปด้วย คนที่ข้าต้องการคือนางต่างหาก”รอยยิ้มอันน่ารังเก
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 4
“คะ คุณชายขอรับ” เขาเอ่ยเรียกคนในรถม้าเสียงสั่น“มีอันใด” น้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชาเอ่ยถามขึ้น“คะ คือว่า พวกเราจะ…เจอดีเข้าให้เสียแล้วขอรับ” เขาได้แต่โอดครวญในใจว่าไม่น่าเลย ไม่ตามใจผู้เป็นนายเลยที่เลือกเดินทางตอนกลางคืนเช่นนี้“เจอดีอันใดของเจ้า” น้ำเสียงเย็นชาเปลี่ยนเป็นรำคาญทันทีก่อนจะเปิดประตูรถม้าออกมาดูบ่าวรับใช้ของตนเอง ก็เห็นจ้องมองออะไรบางอย่างตาค้างอยู่ เมื่อมองตามชายหนุ่มก็สะดุ้งตกใจเล็กน้อย แต่พอเพ่งดูดีดีแล้วนั้น“นั้นคนนี่ แล้วเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเล่า เจ้าลงไปดู” เขาสั่งบ่าวของตนเองให้ลงไปดู“ขะ…ข้าหรือขอรับ” บ่าวผู้นั้นชี้นิ้วเข้าหาตนเองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“แล้วจะให้ข้าลงไปหรืออย่างไร” เขาถามบ่าวรับใช้ของตนเองหน้าตาย“ขะ…ขอรับ” บ่าวผู้นั้นกระโดดลงจากรถม้าเดินกล้า ๆ กลัว ๆ เข้าไปหาหญิงสาว มู่ตานมองคนที่เดินเข้ามาหาอย่างเย็นชาแม้จะมีความหวาดระแวงอยู่บางแต่ก็ไม่ได้ถอยหนีไปไหน“เอ่อ เจ้า…เป็นคนใช่หรือไม่” เขาเอ่ยถามนางอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“…..”“ฮือ พูดกับข้าหน่อยเถอะ จะได้รู้ว่าต้องอยู่ต่อหรือต้องไป” ชายหนุ่มโอดครวญด้วยความกลัวนิด ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องอยู่ตรงนั้นกับหญ
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 5
“ชิงหมิง” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกคนผู้หนึ่งเข้ามาในโถง ชายรูปร่างสูงโปร่งจะหญิงก็ไม่ใช่จะชายก็ไม่เชิงในชุดอาภรณ์สีเขียวอ่อนเดินเข้ามาในมือถือพัดลวดลายงดงามพร้อมบทกวีของอาจารย์เลื่องชื่อเอาไว้“คุณชาย” น้ำเสียงหวานใสไม่แพ้สตรีเอ่ยทำความเคารพผู้เป็นนายทันทีเมื่อก้าวเข้ามา“อืม ฝากนางด้วย ภายในสองวันนี้นางต้องเรียนรู้บัญชีการค้าทั้งหมดและต้องทำงานได้”“ขอรับ แต่ข้าไม่รับปากว่านางจะทำได้ เวลาสองวันนั้นน้อยเกินไป” ชิงหมิงเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้“หากไม่สามารถทำได้ก็ให้นางไปใช้แรงงานแทน” คำพูดที่ไร้ความปรานีเช่นนี้ทุกคนล้วนชินชาเสียแล้วทุกสายตาจึงแอบเหลือบมองไปที่หญิงสาวผู้มาให้เพื่อดูปฏิกิริยาของนาง แต่ก็ต้องแปลกใจกับความนิ่งเฉยไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดนั้นของคนสั่งการเลยสักนิด“เจ้าตามข้ามา” ชิงหมิงบอกหญิงสาวก่อนจะเดินนำออกจากห้องโถงไป“คุณชายขอรับ”“ไม่ต้องพูดแล้ว เดินทางมาตลอดทั้งคืนข้าอยากพักสักหน่อย” เหวินฟงหนานลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปทันที เขาเหนื่อยจากการเดินทางร่างกายอยากพักเต็มทีแล้ว“เฮ้อ! จะไหวหรือ ขนาดชิงหมิงที่ว่าเก่งกาจยังใช้เวลานับเดือนกว่าเรียนรู้บัญชีการค้าทั้งหมดไ
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 6
“ว่าไงนะ” เหวินฟงหนานถึงกับนิ่งไปทันทีที่ได้ยิน ปาเฉินกับชิงหมิงเบิกตากว้างอย่างตกใจ ไม่ใช่ว่านางตายไปแล้วหรือ“นางตายไปแล้วไม่ใช่หรือ” ปาเฉินอุทานขึ้นเสียงดังทันทีจนมู่ตานขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน“ตายหรือ” น้ำเสียงของนางสงสัยยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงบอกว่านางตายเล่า“ฟางมู่ตาน ตายไปแล้วเมื่อสี่ปีก่อน นางตรอมใจตายตามมารดาไปหลังจากที่มารดานางเสียได้เพียงเดือนเดียว” เหวินฟงหนานบอกเล่าเรื่องราวให้หญิงสาวฟัง“หึ ข้าก็พึ่งรู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว” น้ำเสียงเย้ยหยันในชะตาของหญิงสาวแฝงความเจ็บปวดเอาไว้จนคนฟังรับรู้ได้“เจ้ามีอะไรพิสูจน์ว่าเป็นนางจริง” เสียงที่ถามยังคงเย็นชาเหวินฟงหนานต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้“หลักฐานปลอมได้ แต่สายเลือดปลอมไม่ได้ ข้ากับเขาเป็นพ่อลูกกันหรือไม่ ข้ายินดีให้ท่านหยดเลือดพิสูจน์” “เล่าเรื่องทั้งหมดได้หรือไม่” ตอนนี้เหวินฟงหนานอยากรู้เรื่องนี้ทั้งหมดจนแทบทนไม่ไหวแล้ว“เรื่องนี้เริ่มจากที่ท่านแม่เสีย ท่านพ่อกล่าวว่าข้าเป็นตัวอัปมงคลจึงไม่ให้อยู่ที่จวนหลัก หลังจากนั้นสามวันสาวใช้ของแม่รองก็มาพาข้าขึ้นรถมาไปที่วัดล้างแห่งหนึ่งโดยอ้างว่าท่านพ่อให้พาข้าไปเพื่อชำระล้างบาป แ
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 7
วันงานจวนตระกูลเหวิน ผู้คนมากมายทยอยมากันอย่างไม่ขาดสายทั้งขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนัก พ่อค้าวาณิช หรือแม้แต่คนในวังก็ส่งของขวัญมามากมาย“งานปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีก่อน ๆ เลยนะขอรับท่านเสนาบดี”เสียงเอ่ยทักทายเจ้าของงานดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของคนตระกูลฟางที่เข้างานมาด้วยใบหน้าแจ่มใส ฟางหมิงชิง เสนาบดีกรมการคลังเดินเข้ามาหาเจ้าของงานข้างกายมีฮูหยินอย่างจางหวั่นเมี่ยวและบุตรชายบุตรสาว ฟางจ้าวคังและฟางถิงอิง“ไม่หรอก อันที่จริงก็อยากงดจัดเช่นกันแต่ทุกคนไม่เห็นด้วย นี้ก็ลดลงมาแล้วนะเพราะภัยหนาวที่มาเยือน ทำให้ผู้คนล้มตายกันไม่น้อยเลย นี้ก็ส่งคนให้เอาของไปบริจาคแล้ว แต่ก็ไม่พออยู่ดี”เจ้าของงานกล่าวด้วยรอยยิ้มทำเอาคนถามหน้าเจื่อนลงไปนิดหน่อยเพราะยังไม่ได้ช่วยอันใดในเรื่องนี้เลย“เจ้ากรมอาญาช่างเป็นคนดีเสียจริง ทางข้าเองก็พึ่งให้คนไปตั้งโรงทานมีหลายคนร่วมด้วยเมื่อเช้าก็เลยพอให้ได้อิ่มกันบ้าง” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาในวงสนทนาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรมองเสนาบดีกรมอาญาด้วยรอยยิ้ม ข้างกายยังมีดรุณน้อยวัยแรกแย้มมาด้วยถึงสองคน“นึกว่าใคร นายท่านโจวนี้เอง กิจการช่วงนี้คงขายดีมากเป็นแน่ถึงได้แจก
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 8
“ช่างเถอะ ข้าต้องเดินทางลงใต้พวกเจ้าไปเตรียมตัว”“หิมะพึ่งหยุด จะเดินทางแล้วหรือขอรับ ไม่รออีกสักหน่อยเล่า”ชิงหมิงแย้งขึ้น หิมะพึ่งหยุดได้ไม่นานถนนยังไม่สามารถเดินทางได้สะดวกนักยิ่งเป็นขบวนพ่อค้าอย่างพวกเขาแล้วการเดินทางยิ่งลำบากขึ้นไปอีก“ข้าจะเดินทางไปดูสินค้าที่ทางใต้ หากพอใจค่อยเลือกซื้อมา กว่าจะถึงก็ใช้เวลานานนับเดือน ได้สินค้ามาก่อนเจ้าอื่นจะดีกว่ามาก”ทางใต้ตอนนี้คงใกล้ช่วงเก็บเกี่ยวแล้ว กว่าจะไปถึงที่นั่นพวกเขาน่าจะเก็บเกี่ยวข้าวและธัญพืชเสร็จพอดี หากเป็นไปตามคาดการณ์เอาไว้ สินค้าจะกลับมาถึงแคว้นซ่งตอนช่วงที่หิมะละลายพอดี นั้นจะเป็นการดีมากที่จะขายของเหล่านี้ได้ราคาดี“แล้วหนอนไหมพวกนี้เหล่า” ชิงหมิงหันไปถามหญิงสาว หากนางไม่อยู่พวกบ่าวรับใช้จะดูแลมันเป็นหรือไม่“เดี๋ยวข้าให้คนที่มีความรู้เรื่องนี้มาดูและมันให้ก่อน กว่าจะกลับมาก็คงสร้างรังกันพอดี”สายตาคมเหลือบมองกระจาดหนอนสี่ห้าใบที่ถูกนำออกมาจากโรงเรียนก่อนจะมองไปที่หญิงสาว “มีอะไรต้องระวัง เจ้าก็เขียนบอกเอาไว้แล้วกัน พวกเขาจะได้รู้”“เจ้าค่ะ” ร่างบางเดินออกมาจากตรงนั้นเพื่อเตรียมข้อมูลที่ต้องดูแลตามที่นางต้องการให้กับคนที่จ
Read More
บุปผาท้าชะตา ตอนที่ 9
มู่ตานนั่งนิ่งอยู่ในห้องไม่ขยับไปไหนตั้งแต่ที่กลับเข้ามา นางไม่ได้อยากกลับไปที่นั่น ความผูกพันเดียวที่นางมีคือมารดา แต่เมื่อนางจากไปแล้วก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องยึดติด แต่หากคิดในแง่มุมหนึ่ง ข้าวของมากมายของมารดาที่นางเคยเห็น ทั้งสินเดิม และร้านค้ามากมายที่เคยอยู่ในมือก่อนมารดาสิ้น ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นใช้มันไปอย่างมีความสุขแค่ไหนกัน“ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ หากเป็นไปได้ ข้าอยากพาท่านออกมาจากที่นั่น รอข้าหน่อยนะเจ้าคะ” ใช่แล้วป้ายวิญญาณของมารดานาง นางจะต้องนำมันออกมาจากที่นั่นให้ได้และถ้าเหวินฟงหนานต้องการให้นางกลับคืนสถานะเดิมเขาจะจะต้องช่วยนางหาทางเอาทรัพย์สินของผู้เป็นมารดากลับมาเป็นสินเดิมของนางให้ได้ด้วย“ท่านปู่ ข้าจะมีชีวิตที่มีความสุขได้จริงหรือเจ้าคะ ในเมื่อคนที่ข้ารักจากข้าไปหมดแล้ว ทั้งท่านทั้งท่านแม่” สายตาทอดยาวออกไปด้านนอกหน้าต่างไร้ที่สิ้นสุด มืดมนไร้แสงสว่างแม้แต่แสงดาวกับพระจันทร์ก็มีอยู่เลยในคืนนี้ มู่ตานเก็บทุกความรู้สึกซ่อนเอาไว้ให้ลึกที่สุด ต่อจากนี้นางต้องเข้มแข็งจะอ่อนแอให้ใครเห็นไม่ได้อีกแล้ว ไม่คนคอยปลอบนางแล้วการเดินทางที่ยาวนานสิ้นสุดลงเสียที พวกเข้าม
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status