مشاركة

ตระกูลมู่ 4

last update تاريخ النشر: 2025-08-08 14:40:04

หลังจากบังคับขู่เข็ญหลิงหวางออกจากเงาตอนนี้เจ้าตัวอยู่ในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มไม่ต่างจากตน บนหัวมีหมวกปีกสานใบใหญ่ปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิดทั้ง ๆ ที่หน้าตาออกจะธรรมดา ท่าทางจะไม่ชอบให้ใครมองหน้าจริง ๆ ไม่สิ นี่แค่เป็นหน้าหลอก ๆ ของเจ้าตัวมากกว่า แต่เรื่องนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจเพราะอย่างไรเขาก็จดจำคนผู้นี้จากกลิ่นอายรอบตัว

          มู่เหรินมองแผนที่ในมือเพื่อมุ่งหน้าไปยังหุบเขาปีศาจตามคำแนะนำของบิดา แต่ต้องนิ่วหน้าเพราะแผนที่มิได้บ่งบอกว่าหุบเขาปีศาจอยู่ที่ใดเพราะในประวัติศาสตร์สมัยจั้นกั๋วก็ไม่ได้เล่าเกี่ยวกับหุบเขาปีศาจอีกด้วย เมื่อเงยหน้ามองเพื่อนร่วมเดินทางก็ต้องเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ การที่ให้ออกมาจากเงาทำให้ชีวิตมืดมนขนาดนั้นเชียวหรือ

          “อีกหน่อยเดี๋ยวก็ชินเอง”

          เอ่ยบอกเสียงเรียบก่อนจะก้มมองหาจุดสำคัญ หากเดาไม่ผิดไม่อยู่แคว้นฉีก็ต้องอยู่แคว้นฉิน แต่ว่ามันอยู่ระหว่างเหนือกับใต้ที่ห่างกันไกลมาก เพราะเช่นนี้ในประวัติศาสตร์ในจีนแคว้นฉินถึงไม่มาโจมตีแคว้นฉี

          “เจ้ารู้จักหุบเขาปีศาจหรือไม่” ในเมื่อไม่รู้จึงเอ่ยถามคนข้างกายที่ยืนนิ่ง ๆ หลิงหวางเงยหน้ามามองเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ

          “หุบเขาปีศาจอยู่หุบเขาสูงลึก รายล้อมด้วยป่าดงดิบแทบจะหาผู้คนมิได้ขอรับ”

          คำตอบที่ได้รับทำให้มู่เหรินหรี่ตามองหลิงหวาง รู้ว่าเขาฉลาดหลักแหลมแต่ช่วยรู้หน่อยเถอะว่าโจทย์แค่นี้เขาไม่รู้หรอก อีกอย่างนี่เป็นครั้งแรกที่ออกจากบ้านเชียวนะ

          “เจ้าติดตามข้ามาห้าปีไม่รู้หรือว่านี่เป็นการออกจากบ้านครั้งแรกของข้า”

          “ขออภัยขอรับ ข้าเองก็เพิ่งเคยออกมาพร้อมกับท่านขอรับ”

          คำตอบเรียบนิ่งของคนตรงหน้าทำให้มู่เหรินอึ้งไปเล็กน้อย คนอย่างนี้เรียกว่ากวนเบื้องล่างด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเอาจนเขาพูดไม่ออก ได้แต่คิดทบทวนตำราในสมองไปมา

          “หากจำไม่ผิดน่าจะอยู่ที่แคว้นฉิน”

          คำกล่าวของนายน้อยทำให้หลิงหวางมองตามอย่างไม่เข้าใจเพราะนายน้อยไม่ได้ออกจากเมืองหลวงแคว้นฉีเลย แต่ก็ยอมเดินตามไปแม้จะไม่รู้เส้นทางแต่ความฉลาดล้ำของคุณชายมู่เหรินไม่มีทางผิดพลาด แต่ว่าแคว้นฉินอยู่คนละทิศกับแคว้นฉี แล้วอีกกี่เดือนเล่าจะไปถึงหากเดินด้วยสองเท้าเช่นนี้

          “ข้าไม่ได้รีบร้อน เดินทางไปเรื่อย ๆ ถึงเมื่อไรก็เมื่อนั้น”

          คำกล่าวเหมือนมานั่งอยู่กลางใจทำให้หลิงหวางสะท้านในอกอย่างหวาดหวั่น หรือว่านายน้อยจะมีวิชาอ่านใจ?

          มู่เหรินมองแผนที่ พอจะเข้าใจแล้วจึงเก็บไว้ในอกเสื้อเช่นเดิม หันไปมองผู้ติดตามเพียงคนเดียวที่ไม่พูดไม่จาแล้วส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ สงสัยเขาจะมากับคนใบ้ ดีที่เขาพออ่านสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายออกแม้จะไม่เห็นแววตาที่ปกปิดด้วยหมวกสานก็ตาม

         มู่เหรินมองดูรอบกายด้วยแววตานิ่งเฉย แม้จะไม่ได้ออกมานอกเมืองบ่อยนักแต่ทุกอย่างเบื้องหน้าล้วนเหมือนกันไปหมด มีแต่ป่า ป่า...และริมธาร ในช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิทำให้สีสันดอกไม้งดงามตา ธรรมชาติที่งดงามเช่นนี้หาได้ยากในโลกปัจจุบัน ถือว่าเขาโชคดีที่เกิดมาใหม่ในที่แบบนี้

          เขาไม่รู้ว่าที่นี่คือยุคไหนกันแน่แต่มีด้วยกันเจ็ดแคว้นใหญ่ที่มีอำนาจแข็งแกร่งได้แก่ ฉี ฉู่ เยียน หาน จ้าว เว่ย ฉิน หากคาดเดาเขาคงเกิดในช่วงยุคจั้นกั๋วเพราะมีหลายอย่างที่สอดคล้อง ถามว่าเขากลัวที่จะทำประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงไหม บอกเลยว่าไม่ เพราะเรื่องของอนาคตเขาไม่รับรู้แล้ว หากตายจากที่นี่แล้วไปเกิดใหม่อีกครั้งก็ไม่รู้ว่าจะไปโผล่ที่ไหนอีก สู้ทำตามใจตัวเองเสียดีกว่า หรือไม่ที่นี่อาจเป็นมิติคู่ขนานก็เป็นได้

          “หลิงหวางเจ้ามีพี่น้องหรือไม่”

          มู่เหรินเอ่ยถามคนข้างหลังที่ตามมาเงียบ ๆ เสียงใบไม้เสียดสีและลมพัดทำให้รู้สึกสบายใจ

          “ไม่มีขอรับ เงาทุกคนที่อยู่กับแม่ทัพล้วนเป็นเด็กกำพร้าขอรับ”

          คำตอบของหลิงหวางทำให้มู่เหรินนิ่งเงียบเดินตามเส้นทางรถม้าไปเรื่อย ๆ ที่ยุคนี้เขาไม่ได้แปลกใจเพราะในซีรีส์จีนที่เคยดูมาส่วนมากนักฆ่าหรือผู้ติดตามจะเป็นเด็กกำพร้าซะส่วนมากและใช่ว่าทุกคนจะโชคดีเหมือนเขาที่เกิดในตระกูลร่ำรวย

          “งั้นต่อไปนี้เจ้าก็มาเป็นพี่น้องข้าแล้วกัน”

          “ข้าน้อยมิกล้า ขอเพียงได้ติดตามรับใช้นายน้อยก็พอแล้วขอรับ” คำยืนยันหนักแน่นของหลิงหวางไม่ได้เกินจากที่คาดไว้และเขาเองก็ไม่อยากบีบบังคับ

          ทั้งคู่เดินออกมาไกลมากมู่เหรินจึงหยุดพักและดูแผนที่อีกครั้ง แม้จะบอกว่าไม่รีบแต่เขาเองก็ไม่อยากเสียเวลาในการฝึกวิชาเพิ่มอีกเพราะไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะมีอันตรายอันใดอีก

          “อีกสิบลี้ก็จะถึงเมืองหลินจือ เราจะหาซื้อม้าที่นั่น”

          มู่เหรินเงยหน้าจากแผนที่บอกผู้ติดตามเพียงคนเดียวที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ จากนั้นจึงเก็บแผนที่หยิบซาลาเปาไส้เห็ดหอมยื่นให้หลิงหวางทานเป็นอาหารกลางวัน ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่สามารถปฏิเสธเขาได้

         

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ ก้อนแป้งน้อยในวันนั้น...

    “หยุนซีข้าจะลาออกจากเป็นฮ่องเต้!” เสี้ยวเหวินหวางตะโกนบอกองครักษ์คู่พระทัยอย่างหงุดหงิด นึกว่าจะหลุดพ้นวังวนของวังหลวงแล้ว แต่ต้องมาดำรงตำแหน่งฮ่องเต้แคว้นเว่ยอย่างจำใจ ถ้าไม่ใช่ตนเองเป็นเหตุทำให้เรื่องวุ่นวายคงไม่อยู่ในถูกบังคับเช่นนี้ และเขาต้องครองตำแหน่งนี้มาสิบปีแล้ว! ร่างสูงเดินไปเดินมาเพื่อหาวิธีออกไปท่องเที่ยวข้างนอก แม้ไม่ได้เป็นอิสระอย่างที่ปรารถนา แต่ได้หนีเที่ยวสักเล็กน้อยก็ยังดี “ฝ่าบาทองค์ชายน้อยเพิ่งสิบสี่ปี ยังไม่สามารถครองบัลลังก์แทนได้พ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของหยุ่นซีทำให้เสี้ยวเหวินหวางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจอย่างปลดปลง เขาไม่ได้มีบุตรจริงๆ เพียงแต่เด็กน้อยก้อนแป้งนั้นเขาเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่สามสี่ขวบซึ่งครอบครัวที่แท้จริงถูกสังหารยกครัวด้วยสาเหตุอันใดไม่ทราบ แต่เขาไปเจอช่วงที่หนีออกไปเที่ยวพอดี จึงทันได้ช่วยชีวิตไว้ได้จากนั้นจึงเอากลับมาด้วยหมายมั่นจะให้เป็นคนสืบทอดบัลลังก์ต่อไป แม้ไม่ใช่สายโลหิตกษัตริย์ แต่ทุกคนที่นี่ต่างเข้าใจว่าเป็นบุตรของเขาโดยที่ไม่ทราบว่ามารดาคือผู้ใด จะใช่สายโลหิตหรือไม่เขาไม่สนใจหรอกขอเพียงได้ไปจากวังหลวงนี่เสียที ทว่าน่าเสี

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ คู่ลิขิตมิอาจหลีกพ้น 2 (จบ)

    “เจ้าไม่สบาย” คำตอบของเฟิ่งเซียนทำให้กวยเตียวน้ำนิ่งอึ้ง หวนคิดไปถึงครั้งแรกแต่เขาไม่สบายก็เป็นเรื่องปกติเพราะนั่นมันครั้งแรกของเขา ส่วนครั้งที่สองเขาลองกินยาของมู่ซูหยวนด้วยความอยากรู้อยากเห็น สุดท้ายก็เรียกร้องเอาแต่ใจจากเฟิ่งเซียนจนตัวเองไม่สบาย ส่วนครั้งที่สาม ฝันไปเถอะ เพราะมันยังไม่มี! “เอ่อ นั่นมันครั้งแรกของข้าไม่สบายไม่น่าแปลกใจ แต่ว่าครั้งที่สองข้าเผลอไปกินยาของมู่ซูหยวนเข้ามันก็เลยเป็นอย่างที่เห็น แต่สาบานได้ว่าครั้งนี้ข้าไม่ได้กินยาอะไรมาเลยนะ” กวยเตียวน้ำพูดตอบอย่างละอายใจหน่อยๆ แต่ก็ยังเบียดร่างกายเข้าร่างหนาอย่างออดอ้อน มองเห็นคนตรงหน้าขบกรามแน่น “เจ้าร่วมรักกับข้าจำเป็นต้องใช้ยาเซียวหรือ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกบ่งบอกว่ากำลังโกรธ ทำให้กวยเตียวน้ำส่ายหน้าไปมาแล้วก้มลงจูบริมฝีปากอย่างเอาอกเอาใจ “เปล่า ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย วันนี้ให้ข้าปรนนิบัติเจ้านะ” ดวงตาออดอ้อนไม่ได้ทำให้เฟิ่งเซียนใจอ่อน เขาดันอีกฝ่ายลงจากตัก ก่อนจะลุกขึ้นจากไปอย่างไร้เยื่อใย กวยเตียวมองตามร่างสง่างามด้วย

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ คู่ลิขิตมิอาจหลีกพ้น 1

    “สายน้ำวันนี้อาจไหลไปทางทิศตะวันตก แต่อีกไม่นานมันจะไหลไปทางทิศตะวันออก จะเลือกสิ่งใดให้ใช้หัวใจไตร่ตรองเถิด” กวยเตียวน้ำทอดถอนหายอยู่ริมหน้าต่างภายในตำหนัก หวนคิดไปถึงคำทำนายของท่านเจ้าสำนักอารามเมฆขาวซึ่งบัดนี้เหลือเพียงแค่นามให้ผู้คนได้จดจำเท่านั้น คำทำนายในวันนั้นทำให้เขากลับมานั่งกินนอนกินอยู่ในตำหนักของเฟิ่งเซียน รัชทายาทแคว้นเยียนที่ทำให้เขาเข้าใจผิดไปไกลโข คิดว่าอีกฝ่ายคิดหลอกใช้ตนและมีคนใหม่จึงได้หันหลังจากแคว้นเยียนด้วยหัวใจเจ็บปวด ทว่าที่ผ่านมากลับกลายเป็นเขาที่ฟูมฟายไปเองฝ่ายเดียว เพราะที่จริงตัวรัชทายาทกลับติดตามเขาเป็นเงาอยู่เบื้องหลังโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว และคนที่เขาเห็นมาโดยตลอดกลับเป็นเพียงตัวแทนพระองค์เท่านั้น แม้ช่วงแรกๆ เขาจะแยกไม่ออก ทว่าเมื่อนานวันเข้าจึงสามารถแยกออกได้เพราะตัวแทนไม่กล้าแม้นจะแตะต้องตัวและชอบทิ้งระยะห่างเสมอ เมื่อครั้งนั้นที่เขาได้เข้าใจผิด เพราะตัวแทนได้พูดคุยสนิทสนมกับฮุ่ยจื่อบุตรีคนสำคัญของเสนบดีฝ่ายซ้ายอีกทั้งเอ่ยปากบอกว่าเขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น การเล่นละครในค

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ อิสระที่โหยหา (เหวินฉิน) 2 (จบ)

    “ไม่หนีแล้วหรือ” เสียงเอ่ยถามจากทางด้านหลังทำให้เหวินฉินสะดุ้ง เขาวิ่งมาจนเหงื่อโทรมกายทว่าคนตรงหน้ากลับไม่มีเหงื่อสักหยดเดียว แต่เมื่อคิดถึงคืนนั้นเขาได้แต่หน้าแดงด้วยความอับอาย ทั้งอึดและทนจริงๆ ฮือออ เขาอยากจะดึงภาพลักษณ์ของพี่ชายฝาแฝดมาใช้เหลือเกิน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ามู่เหรินกับคนนี้เขากลับหลุดความเป็นตัวเองมาเสียตลอด จนบางครั้งแทบทำให้เสียแผน แม้จะเพียงเล็กน้อยเขาก็ยังดีใจที่มีอิสระแม้เวลาเพียงน้อยนิดก็ตาม “ไม่หนีแล้ว ข้าเหนื่อยจะเอาอย่างไรว่ามา” เหวินฉินกอดอกตอบกลับอย่างหงุดหงิด ใช่ว่าเขาจะหนีอีกฝ่ายครั้งแรกเสียเมื่อไร นี่หนีมาสามปีแล้วแต่ก็ยังหนีไม่พ้น! “แต่งงานกับข้านะ” แค่ก ๆ ๆ เหวินฉินสำลักน้ำลายตนเองมองคนที่ขอแต่งงานอย่างไม่ดูสภาพอากาศเลยสักนิด ความโรแมนติกนะมีไหม! ไม่สินี่มันใช่เวลาไหม เขามองคนตรงหน้าอย่างมึนงง “ข้าว่าข้ากำลังฝัน” เหวินฉินพึมพำหันหลังกลับเดินต่อไป ทว่าร่างสูงที่พุ่งเข้ามากอดทำให้ไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้ “ถ้าเจ้าอยากท่องเที่ยวข้าจะพาเจ้าไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ถ้าเจ้าอยากมีครอบ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ อิสระที่โหยหา (เหวินฉิน) 1

    ทุ่งหญ้าที่งดงามภายในเมืองเล็กๆ ของแคว้นฉีที่แทบไม่มีผู้ใดสนใจ เวลานี้มีร่างสูงในอาภรณ์สีเขียวอ่อนนอนเล่นอย่างสบายอารมณ์บนทุ่งหญ้าแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ในมือถือดอกหญ้าแกว่งไปมาตรงหน้า ก่อนจะจับมาคาบไว้ในปาก ขาทั้งสองไขว้กันมือสองข้างหนุนใต้ศีรษะตัวเอง วันนี้ก้อนเมฆบนท้องฟ้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บ้างก็เป็นรูปคล้ายมังกร บ้างก็เหมือนแค่กบตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรท้องฟ้าที่นี่ก็แสนสดใสไม่เปลี่ยนไป ไม่มีสงครามชวนให้ปวดหัว ไม่มีผู้คนที่คิดแทงข้างหลังตลอดเวลา และไม่มีผู้ใดบ่งการชีวิตอีกแล้ว คิดมาถึงตรงนี้เหวินฉินก็ถอนหายใจอย่างปลดปลง ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยได้สัมผัสกับความเป็นอิสระ ต้องเป็นเงาให้พี่ชายฝาแฝดและไม่มีตัวตนเหวินฉินในสายตาของใคร มีแค่ตัวตายตัวแทนเท่านั้น เกิดมาพร้อมกันแต่ไม่รู้ว่าทำไมมารดาถึงเลือกพี่ชายอยู่เบื้องหน้าและให้ตนเป็นแค่เงาที่ไม่มีใครรู้ตัวตนอยู่เบื้องหลัง ยกเว้นคนผู้นั้น มู่เหริน น่าเสียดายที่วาสนาไม่บรรจบกันอีกทั้งยังเป็นศัตรู แม้ใจไม่อยากกระทำแต่ชีวิตเขาถูกกำหนดมาแล้วให้ไร้ตัวตน จึงไม่อาจทำตามใจตนเองได้

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ ลิขิตหวนคืน...2 (จบ)

    มือหนารวบร่างอีกฝ่ายมากอดพร้อมจุมพิตริมฝีปากคู่นั้นอย่างหวงหา จากอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน อาภรณ์ที่สวมใส่หายวับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาถอดด้วยอาคมที่นำมาใช้ผิดที่ผิดทางไปหน่อย แต่มันก็สะดวกรวดเร็ว รสจูบที่ร้อนแรง หนักหน่วง ทว่ายังไม่พอ... เขาต้องการมากกว่านี้ “อ่ะ...” ร่างงดงามที่ไร้อาภรณ์ของกุ้ยกู๋สะดุ้งเบาๆ แอ่นกายรับกับมือหนาที่บีบยอดอกปลุกเร้าให้ความปรารถนาลุกโชนไปด้วยกัน สายตาร้อนแรงที่ส่งมาทำให้หน้าร้อนผ่าว แม้นี่มิใช่ครั้งแรกแต่อารมณ์ร้อนแรงที่ส่งมาทำให้รู้ว่าไฟสวาทที่ก่อขึ้นมานั้นยากจะมอดดับลงไปได้ ริมฝีปากร้อนผ่าวบรรเลงเพลงรักทั่วร่างงดงามที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูทั่งร่าง อีกทั้งเป็นรอยรักที่ประทับลงอย่างตั้งใจเป็นจ้ำๆ ตามซอกคอขาว ยอดอกสีชมพูแข็งเป็นไตสู้มือหนาที่บดขยี้ อีกทั้งริมฝีปากร้อนดูดเม้มจนคนใต้ร่างครางสะท้าน “อ๊ะ...อ่ะ...” น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยครางออกมาอย่างอดทนไม่ไหว อารมณ์พิศวาสถูกปลุกเร้ามากขึ้น มือหนาลูบไล้บนสะโพกนุ่มและบีบขย้ำอย่างมันมือ แก่นกายที่เคยอ่อนตัวของคนใต้ร่างแข็งขืนขึ้นอีกทั้งสีชมพูอ่อนมีน้ำเ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ    เสียทั้งน้ำเสียทั้งหน้า! 1

    มู่เหรินลืมตาขึ้นมาในกลางดึก คิ้วขมวดมุ่นเมื่อรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่แอบมานอนด้วยเป่ารดต้นคอ ร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวหัวใจสั่นระรัว บางอย่างที่ควรหลับใหลกลับตื่นตัวขึ้นมา แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลิงหวางมานอนด้วยแต่เขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ยิ่งคนรักอยู่แนบชิดเช่นนี้เกิดอารมณ์อย่า

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ    ลงมือก่อนได้เปรียบ 1

    “ข้าไม่ได้หนาวท่านอย่าได้กังวลเพียงแค่ได้กอดท่านข้าก็รู้สึกอบอุ่นแล้ว” มู่เหรินมองคนที่พูดอย่างไม่เป็นธรรมชาติและทำเหมือนท่องจำมาทำให้เขารู้สึกเอะใจ สายตาเหลือบมองไปยังใต้หมอนที่มีบางอย่างโผล่พ้นมา เขาขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายจนใบหน้าแทบชิดกันเขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วของ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   อาคันตุกะผู้งดงาม 1

    แม้ไม่ได้กล่าวคำลึกซึ้งแต่ราวกับคำมั่นที่แสดงให้รู้ถึงความจริงใจ อาหารมื้อเช้านี้จึงจบลงด้วยดี หลิงหวางได้เดินทางกลับแคว้นฉิน ขณะที่เขายังท่องเที่ยวในเมืองอิ๋นฉือ ตามหาสิ่งที่อยากทำก่อนที่จะมีสิ่งใดมารั้งหัวใจเอาไว้ และการเดินทางเที่ยวเล่นของเขาในครั้งนี้กลับได้ข่าวเกี่ยวกลับสงครามของแ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ไหน้ำส้มสายชูคว้ำ 3

    “มาแล้วก็มานอน จะยืนมองอีกนานไหม” หลิงหวางแอบสะดุ้งคนที่คิดว่าหลับไหลไปแล้วกลับเปิดเปลือกตามองมาที่ตนราวกับรู้เห็นทุกอย่าง เขารู้สึกกระวนกระวายในใจมากขึ้น กลัวว่ามู่เหรินจะเกรี้ยวโกรธและผลักไสไม่ให้เข้าใกล้อีก ทว่าร่างที่ขยับไปชิดพนังห้องทำให้เขามองตามด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status