LOGIN“กูนึกว่ามึงตายอยู่ในเรือนเสียแล้ว”
“กูตายมึงก็ตายนั่นแหละ”
ไพรพายเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลัลนาแล้วกอดอกมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอ่ยถามด้วยคำพูดที่ไม่เป็นมงคลจนเธอต้องโต้ตอบกลับไปอย่างทันกัน
ซึ่งการที่สาวงามทั้งสองออกมาจากเรือนพร้อมกันนั้นทำให้เหล่าชายหนุ่มละมือจากสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วชะเง้อมองด้วยความสนใจ จนลัลนาและไพรพายเริ่มรู้สึกได้จึงพากันเดินหลบเลี่ยงไปนั่งคุยที่อื่น
แต่ก่อนจะไปไพรพายก็ยังหันไปมองกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นอย่างโปรยเสน่ห์ ทำให้พวกเขาที่แม้ว่าจะมองไม่เห็นหน้าเธอแต่กลับรู้สึกหวั่นไหวอย่างรุนแรง
“มึงนี่มัน”
“เกิดมางามแต่ไร้ซึ่งเสน่ห์ถือว่าเสียชาติเกิด”
ไพรพายที่ทิ้งตัวลงนั่งยังโขดหินบริเวณด้านหลังหมู่บ้านภายในป่าที่เงียบสงบ เอ่ยบอกพร้อมกับยกขาตวัดขึ้นไพล่กันจนชายผ้านุ่งแหวกกว้างแล้วเอ่ยพูดอย่างมีจริตจะก้าน ทำให้ลัลนาที่ได้ยินถึงกับสะอึกและนึกถึงใครคนนั้นที่พูดคำเดียวกันนี้กับเธอ
“อะไรดลใจให้มึงโผล่หัวออกมาจากเรือนพร้อมกู”
ไพรพายเอ่ยถามแล้วเท้าคางมองลัลนาที่เดินมานั่งใกล้ ๆ ซึ่งลัลนาเองก็มองกลับไปยังไพรพายอย่างรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย
“ออกมาหาพ่อครู”
“มึงอย่าเสนอหน้า”
“ขู่กูเป็นงูเห่า เฝ้าไว้ให้ดีเถอะทั้งมึงแล้วก็มัน”
“เออ พวกกูเฝ้าไม่ให้คลาดสายตาอยู่แล้ว มึงอย่ามาพูดเฉไฉกูถามมึงอยู่”
“กูอยากมีผัว”
“อยากมีผัว?!”
ไพรพายถึงกับทวนถามเสียงดังด้วยความตกใจเพราะตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นสาวสะพรั่งแม้จะไม่ค่อยได้พบเจอกันแต่ก็ไม่เคยได้ยินลัลนาพูดเรื่องนี้เลยสักครั้ง มีแต่ไพรพายและเพื่อนอีกคนนั่นก็คือเดือนอ้ายเท่านั้นที่เจตนาแรงกล้ามาตั้งแต่ยังไม่รู้ความว่าต้องการผู้ใดเป็นคู่
“ผู้ใดที่ทำให้มึงชอบพอถึงเพียงนั้น”
“คนชั่ว”
“ผู้ใด มึงพูดชื่อออกมา”
“มึงรู้เพียงแค่ว่าเขาชั่วเท่านั้นก็พอ”
“เขาชั่วแล้วมึงจะอยากได้เขาเป็นผัวด้วยเหตุใด หรือว่ามึง...”
นิ้วมือเรียวของไพรพายยกขึ้นมาชี้หน้าลัลนาแล้วหยุดพูดไว้เพียงเท่านั้นก็เป็นอันเข้าใจว่าเธอกำลังหมายถึงอะไร และความเงียบของลัลนาก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
“ผิดผี! ถ้าพ่อครูกับแม่เฒ่ารู้ยังไงมึงก็สมใจ เช่นนั้นกูจะอาสาไปบอกกล่าวเอง”
เอ่ยพูดราวกับตกใจแต่ประโยคต่อมาไพรพายกลับพูดด้วยน้ำเสียงที่ราวกับดีใจเสียอย่างนั้น ซึ่งก็ทำให้ลัลนาได้แต่ส่ายหน้ากับนิสัยของคนเป็นเพื่อนที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแต่ก็แสนจะจริงใจและไม่เคยคิดร้ายกับผู้ใดเลยสักครั้ง
“ไม่”
“ไหนมึงว่าอยากมีผัว”
“ก็อยาก แต่คนที่อยากกว่ากูจะต้องเป็นเขา”
“...”
“กูจะรอวันที่ชายผู้นั้นเดินนำพวงดอกพุ่มแดงมาคล้องที่แขนกู แล้วกูจะเดินหนี”
“หนีไปนอนเปลือยอกรออยู่ในเรือนรึ”
“มึงอย่าเอาแต่พูดสนุกปาก โดนเข้าจริงมึงจะเจ็บจนร้องไม่มีเสียง”
ลัลนาที่กำลังคิดถึงใบหน้าของควันธูปในตอนที่เอ่ยพูด ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความปลงตกกับนิสัยกล้าได้กล้าเสียและพร้อมจะเสียตัวของไพรพายจนต้องเอ่ยเตือน แต่เหมือนว่านั่นจะยิ่งทำให้ไพรพายอยากรู้อยากเห็นเสียยิ่งกว่าเดิม
“กูอ่านในตำราเขาว่าเจ็บแต่ทีแรกที่ใส่เข้าไป แต่พอเข้าออกสักพักก็จะดีขึ้น”
“อีไพร นี่มึงอ่านตำรานั้นรึ”
“เออสิ เพราะกูรู้สึกว่าอีกไม่ช้าไม่นานกูจะได้ออกเรือน”
“ให้เขาชายตาแลมึงเสียก่อนเถอะ ค่อยฝันต่อ”
“เขาแลกูแล้ว! มารอดูเถอะว่ากูกับมึงใครจะได้ออกเรือนก่อนกัน”
ลัลนาส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่ายและไร้ประโยชน์จะโต้เถียงกับไพรพายในเรื่องแบบนี้ ก่อนที่สายตาจะมองไปยังผืนป่าอันกว้างใหญ่อย่างไร้จุดหมาย ในใจก็นึกอยากมีความสุขเหมือนอย่างที่เห็นหญิงแปลกหน้ากับผืนป่าครองคู่กัน
เพราะเขาดูทะนุถนอมและคอยเอาใจเธอไม่ห่าง เพื่อนกันแท้ ๆ แต่กลับไม่เหมือนกันสักเศษเสี้ยวเดียว!
“มึงจะไปไหน”
“ไปทางนั้นสักเดี๋ยว”
“ที่ออกจากเรือนเพราะจะไปหาพ่อครูรึ เขาห้ามมึงอย่ารั้น!”
ลัลนาหันกลับมาเอ่ยถามพร้อมกับเอื้อมมือไปจับข้อมือของไพรพายไว้ก่อนที่เธอจะเดินไปยังเรือนของพ่อครูเปลวเทียน แต่นอกจากไพรพายจะไม่เชื่อยังลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างท้าทาย
“กูจะรั้น เพราะกูจะเอาแล้วกูก็ต้องเอาให้ได้ มัวแต่นั่งฝันกลางวันเช่นมึงคงจะเหี่ยวแห้งตายก่อนฝันเป็นจริง”
“ผีอะไรสิงมึงถึงได้คันปานนี้”
“กูก็อยากรู้เหมือนกัน ถึงต้องรีบไปหาให้พ่อครูช่วยดู”
พูดจบไพรพายก็เดินเยื้องย่างไปยังเรือนของพ่อครูเปลวเทียนอย่างไม่นึกกลัว ทิ้งให้ลัลนาได้แต่นั่งมองตามไปอย่างหมดคำจะพูดและได้แต่ภาวนาสาธุในใจให้เพื่อนนั้นสมหวัง ให้หายคันสมใจ!
แต่พอหันกลับไปมองยังเบื้องหน้าก็กลับต้องเพ่งมองไปบนต้นไม้ที่เหมือนมีตัวอะไรกำลังยืนมองเธออยู่บนนั้น ตัวสีดำ ๆ คล้ายกันกับเธอ...
วันนามองจ้องไปยังใบหน้าที่ขาวซีดของลัลนาอย่างร้อนใจและหวาดกลัว แต่ลัลนาที่รู้ทุกอย่างอยู่เต็มอกก็ไม่กล้าที่จะไปหาพ่อครูเพราะไม่อยากก่อเรื่องเดือดร้อนไปถึงเขา นอกเสียจากว่าเธอจะบอกกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอให้เขารู้เสียก่อนแม้ว่าใจหนึ่งคิดอยากหาคนช่วย แต่อีกใจกลับขลาดกลัวและบอกว่าให้หยุด“ข้าไม่รู้...เมื่อคืนข้าอาจจะกินอะไรผิดสำแดงไป เช้านี้ถึงได้ขับออกมา”“ผิดสำแดงอย่างไรข้าก็ไม่เคยเห็นผู้ใดมันอ้วกออกมาเป็นสีดำเช่นเอ็ง”“...แม่ก็รู้ว่าข้าไม่เหมือนผู้อื่น”วันนามองหน้าลูกสาวอย่างคิดไม่ตก เพราะเป็นห่วงเกินกว่าจะปล่อยผ่านแต่เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องในวันวานที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้นอกจากเธอและลัลนา ก็ทำให้ต้องถอนหายใจออกมาแล้วพยายามตั้งสติ“แล้วเอ็งจะทำเช่นไร ปล่อยไว้อย่างนี้น่ะรึ”“หากข้ายังเป็นอีก ภายหลังแม่ค่อยพาข้าไปหาพ่อครู”“ตอนนี้พ่อครูอาจจะรู้แล้วก็เป็นได้”“ถึงรู้ แม่ก็รู้ว่าพ่อครูจะไม่ยุ่ง หากแม่กับข้าไม่เอ่ยปาก”“แต่หากเอ็งจะตาย เพราะถูกผู้ใดทำชั่วใส่พ่อครูไม่มีทางนิ่งเฉย”ดวงตาที่ยังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตามองสบตากับคนเป็นแม่ที่เอ่ยพูดทุกอย่างออกมาเป็นจริงทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไ
เช้าความรู้สึกเมื่อยขบและปวดร้าวระบมไปหมดทั้งร่างเป็นสิ่งที่เข้ามาทักทายลัลนาในยามเช้าหลังจากที่เธอรู้สึกตัวตื่นลืมตาขึ้นมองหลังคาเรือน ขนาดขาเรียวที่ขยับยกขึ้นตั้งชันยังสั่นระริกและเจ็บแสบบริเวณกลางกายสาวที่เมื่อคืนถูกกระทำอย่างหนักหน่วงไม่ได้พักจวบจนเกือบถึงเช้า“!”แต่ในขณะที่ลัลนากำลังพยายามขยับลุกขึ้นนั่งก็ต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากเมื่ออะไรบางอย่างที่อยู่ในท้องของเธอกำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ร่างเล็กที่แสนจะบอบช้ำจึงคลานไปควานมือหยิบกระโถนใบเล็กที่วางอยู่ไม่ไกลจากหัวนอนมารองรับของเหลวที่ถูกขย้อนออกมาอย่างไม่อาจจะเก็บกลั้นเอาไว้ได้ไหว“อ้วก!”ดวงตาของลัลนานั้นปิดลงในขณะที่เธอนั้นอาเจียนมือหนึ่งก็กำรวบเส้นผมยาวสวยของตัวเองไว้ไม่ให้มันหล่นลงมาสัมผัสสิ่งสกปรก ซึ่งเมื่ออาเจียนออกไปจนหมดลัลนาก็หอบหายใจด้วยความโล่งและรู้สึกดีขึ้นมากกว่าตอนแรก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงรู้สึกเจ็บหน้าอกข้างซ้ายและปวดแสบปวดร้อนข้างในท้องไม่หาย“!”แต่เมื่อดวงตาของเธอลืมขึ้นมองสิ่งที่ตัวเองขับออกมาผ่านทางลำคอลัลนาก็ถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจ แล้วรีบลุกขึ้นนั่งเพื่อถอยหลังออกห่างจากกระโถนใบเล็กที่ข้างในนั้
เมื่อท่อนลำใหญ่ฝังลึกเข้ามาภายในซ้ำ ๆ หลายต่อหลายครั้งจนมือเรียวและฝ่าเท้าเล็กของเธอจิกเกร็ง ก่อนจะโดนฝ่ามือใหญ่ของเขาขยุ้มกลุ่มผมหอมของเธอให้เชิดหน้าและผละออกห่างเพื่อให้เขาได้ดูดกินหน้าอกนุ่มด้วยความรุนแรงทั้งฟันคมที่กัดปลายยอดชูชันและรอบเต้าราวกับมันเขี้ยวและอยากกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ทั้งดูดกัดจนเต็มไปด้วยรอยแดงจนหัวสมองของเธอขาวโพลนไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากสัมผัสวาบหวามที่ลามไล้ตั้งแต่หัวจรดตีน“ฮึก พี่จ๋า ข้าทนมันไม่ไหวแล้ว”“...”“อ๊ะ อ๊ะ ข้า อ๊า!”“อื้ม!ปึก ปึก ปึกเสียงทุ้มคำรามด้วยความเสียวกระสันเมื่อลัลนานั้นเสร็จสมอีกครั้งจนโพรงรักคับแคบรัดแก่นกายเขาแน่นเสียจนแทบจะขยับไม่ได้ เอวหนาจึงไม่คิดจะหยุดให้เธอได้พักแล้วขยับเอวกระแทกใส่ด้วยความหนักหน่วงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังกึกก้องอยู่ภายในเรือน อีกทั้งยังสั่นสะเทือนเสียจนหิ้งบูชาของลัลนาขยับโยก“อ๊ะ พี่ธูปเดี๋ยวหัวสวมข้าตก”“ช่างมัน”“หากตกแล้วถือว่าไม่ดี”“ไม่ดีมึงก็เปลี่ยนใหม่”“อ๊า! เอาที่ไหนมาเปลี่ยนล่ะจ๊ะ”“ของกู”“!”ลัลนาถึงกับนิ่งค้างเอนหัวซบไหล่กว้างและทิ้งตัวกอดรัดเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาไว้ด้วยใบหน้าที่
ปึก!“อ๊ะ อ๊า พี่ทำข้าแรง ๆ “สันกรามคมขบกัดอย่างพยายามระงับอารมณ์แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเมื่อได้มองสบประสานกับสายตาคู่สวยที่บัดนี้หวานเชื่อมไปด้วยความใคร่และความปรารถนาในตัวเขา จนทำให้เอวหนาเริ่มขยับสอดใส่ในจังหวะที่เร่งเร้าและรุนแรงมากขึ้น“อ๊ะ อ๊ะ พี่ธูป ของพี่เข้ามาในตัวข้าดีเหลือเกิน”“...”“อ๊า พี่ธูปข้าทรมาน”ร่างเล็กแสนยั่วยวนบิดเร้าและเงยหน้าครางเสียงหวานไม่ขาดปาก โดยมีสายตาคู่คมจับจ้องมองอยู่ตลอดในยามที่เขากระแทกกระทั้นจนเนื้อตัวของเธอโยกคลอน มองหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงในยามที่เขาถาโถมแรงเข้าใส่ตัวเธอ มองแก่นกายอวบใหญ่ของเขาที่มันแวววาวไปด้วยน้ำหวานของเธอที่ชโลมจนแวววาว มองหญิงงามที่เขาได้ครอบครองเธอทุกอย่างเพียงผู้เดียวหมับปึก ปึก ปึก“อ๊ะ อ๊ะ พี่ธูปจ๋า”ลัลนาร้องครางปากคอสั่นเมื่อมือใหญ่ของควันธูปคว้าจับข้อมือเธอที่กำลังจิกข่วนไปตามพื้นมาตึงไว้บนหน้าท้องที่นูนขึ้นมองเห็นเป็นลำใหญ่ของเขาทั้งสองข้าง ทำให้หน้าอกคู่โตดันชิดติดกันอยู่ตรงกลางระหว่างแขนเล็กให้เขาได้มองภาพที่ช่างงดงามเบื้องหน้า ในขณะที่กระแทกกระทั้นด้วยความหนักหน่วงอย่างไม่คิดจะออมแรงเอวหนาเร่งเร้าซอยถี
เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อแต่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาและสายตาคมดุกลับไม่ยอมปริปากพูดอะไรตอบกลับแม้แต่คำเดียว มีเพียงส่วนล่างที่ขยับเคลื่อนสอดแทรกเข้ามาในกายเธอจนทำให้ขาเรียวที่ตั้งชันนั้นสั่นเทิ้มและร่างกายก็พลันเกร็งไปทุกส่วนเพราะความเจ็บ“อ๊ะ พี่จ๋าข้าเจ็บ”คำเรียกที่ยามปกติไม่เคยหลุดออกมาจากปากเล็ก ๆ นี้ แต่ในยามที่เขาและเธอกำลังร่วมทำสอดประสานเป็นหนึ่งเสียงหวาน ๆ จะเรียกขานเขาเช่นนี้เสมอ และที่มันน่าเจ็บใจคือมันทำให้เขาพ่ายแพ้และหัวใจเต้นแรงจนเลือดลมสูบฉีดเสียยิ่งกว่าเดิม“อื้อ ข้าจุกท้อง”ลัลนาถึงกับตัวงอด้วยความจุกหลังจากที่เอวหนากดท่อนลำใหญ่เข้ามาฝังลึกอยู่ภายในตัวเธอ แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเข้ามา แต่ก็ยังคงทำให้เธอจุกเช่นนี้ได้เสมอและจะรู้สึกดีขึ้นก็หลังจากที่เขาเริ่มขยับมัน“สมใจมึงรึไม่”“คงจะสมใจกว่านี้หากพี่ยอมรับว่าหวงข้า”“มึงจะอะไรนักหนากับคำนี้”“...”“มองหน้ากู”ฝ่ามือใหญ่บีบแก้มนุ่มให้หันมามองหน้าเขาเมื่อลัลนาเบนหน้ามองไปทางอื่นด้วยความน้อยใจ ซึ่งพอได้มองสบตาดวงตาคู่สวยที่เป็นประกายฉายชัดไปด้วยความเศร้าควันธูปก็ถอนหายใจออกมาราวกับรำคาญเธอเต็มทน“หญิงเดียวที่ได้อย
เสียงหวานเอ่ยบอกโดยไม่คิดจะรอฟังคำตอบแต่อย่างใด เมื่อร่างเล็กหยัดกายลุกขึ้นนั่งแล้วดันไหล่กว้างให้ละปากจากหน้าอกของเธอที่เขากำลังดูดฟัดจนน้ำลายใสไหลเชื่อมระหว่างริมฝีปากสีสดและยอดอกที่แดงปลั่งโดยที่ควันธูปนั้นก็ไม่ได้ต่อต้านเพราะรู้ใจเธอดีว่าคิดจะทำอะไรจึงขยับเคลื่อนตัวถอยหลังไปนั่งพิงผนังเรือนโดยที่ขาข้างหนึ่งของเขาตั้งชันส่วนขาอีกข้างนั้นเหยียดยาว แล้วเอื้อมมือไปจุดตะเกียงที่วางอยู่ใกล้มือจนกระทั่งความมืดมิดนั้นถูกขับไล่ทำให้สายตาคมกริบที่แสนมีเสน่ห์มองเห็นลัลนานั่งพับเพียบแทรกตัวอยู่กลางระหว่างขายาว ด้วยสภาพที่ท่อนบนนั้นเปลือยเปล่าท่อนล่างผ้านุ่งก็ถลกขึ้นมากองอยู่ที่เอวจนมองเห็นขาเรียวขาวแสนผุดผ่องและใบหน้าสวยที่โน้มก้มลงมาคลอเคลียท่อนลำยาวสีเข้มสีเดียวกับผิวกายเขาที่ตอนนี้ถูกมือเล็กของเธอกำไว้หลวม ๆ อย่างคุ้นเคย“มึงนี่มันรู้ดีนัก”“หากข้าไม่รู้ใจพี่ แล้วผู้ใดจะมารู้เล่า”ดวงตาแวววาวเป็นประกายแสนยั่วยวนของลัลนาช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของมือใหญ่ที่กำลังวางมือลูบหัวเธออย่างพอใจที่ลัลนายังคงรู้ใจเขาไม่เปลี่ยน เพราะหากเธอลืมเรื่องนี้คนที่จะเจ็บหนักก็คือตัวเธอเพราะควันธูปนั้
ให้อดเสียบ้าง ให้กินไม่ขาดปากแล้วเสือกดื้อด้านกับกู!คิดได้ดังนั้นควันธูปก็ขยับลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาทิ้งตัวนั่งลงยังพรมหน้าหิ้งบูชาแล้วตั้งท่าจะนั่งสมาธิ ทำให้ลัลนาที่นั่งอ้าปากค้างอยู่บนเตียงหลังจากได้ยินเขาพูดว่าถือศีลรีบลุกขึ้นตามมานั่งพับเพียบกอดแขนคลอเคลียเขาไม่ห่าง ซึ่งทุกครั้งที่เธอก้าวขาหรือ
“เหอะ! มึงกลัวทรมานรึ”ผู้อื่นต่างหากที่ทรมาน ควันธูปตอบกลับเพียงในใจก่อนวางกำไลไว้ข้างตัวแล้วมองจ้องไปยังเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก“มึงคิดถึงมันรึ”“...”“มันไม่กลับมาหามึง เพราะมันมีผัวอยู่แล้วรึ”“กูไม่ได้คิดถึงผู้ใด แล้วมันจะมีหรือไม่มีก็เรื่องของมัน”“หากเป็นเรื่องของมันจริง มึงคงไม่เ
ลัลนาเพ่งมองจนแน่ใจว่าตัวที่เห็นคือตัวอะไรก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินเข้าไปหาเขาราวกับไม่เห็นเพื่อสูดอากาศที่แสนจะเย็นสบายในช่วงเช้าแต่เพียงก้าวเดินได้ไม่กี่ก้าวพรึบ“อ๊ะ!”ลัลนาเอ่ยร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บเมื่อเท้าเปล่าที่ก้าวเดินนั้นเกิดสะดุดอะไรบางอย่างที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร เ
น้ำเสียงเข้มดุที่อ่อนลงกว่าตอนแรกอีกทั้งยังเบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยินแต่ลัลนาที่นั่งอยู่ใกล้ก็ได้ยินทุกคำชัดเจน จึงพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะหันหลังให้เขาแล้วระบายยิ้มกับตัวเองด้วยสีหน้าพอใจร้ายกาจเพียงใดแต่สุดท้ายก็ยอมอ่อนข้อให้เธอในภายหลังทุกทีควันธูปเอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมหัวของลัลนาจนมันร่วงหล่นอยู่บน







