Se connecter
“ลัลนา”
“จ๋าแม่”
เสียงหวานขานรับเมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นอยู่หลังประตูไม้ไผ่ภายในเรือนหลังเล็กที่เธอนั้นอาศัยอยู่คนเดียว ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นแล้วเดินไปหยุดยืนอยู่หลังประตูโดยเปิดแง้มไว้เพียงแค่เล็กน้อยให้แม่ของเธอสามารถเดินเข้ามาได้
“เหตุใดไม่ออกไปนอกเรือนบ้าง”
“...ข้ายังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่น่ะจ้ะ”
“อาการเก่ากำเริบอีกแล้วรึ”
“ไม่จ้ะ”
“อะไรของเอ็งวะ ไหนมาให้ข้าดูใกล้ ๆ จะได้เร่งพาไปหาพ่อครูให้เขาช่วย”
“ไม่ไปนะจ๊ะ แค่นอนพักเดี๋ยวก็หาย”
ลัลนารีบปฏิเสธเมื่อได้ยิน วันนา คนเป็นแม่เอ่ยบอกว่าจะพาไปหาพ่อครู ทำให้สายตาของผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนหรี่ลงแล้วมองจ้องใบหน้าของลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างจับผิด
“เอ็งไปทำอะไรมา”
“ข้าอยู่แต่ในเรือน แม่จะให้ข้าทำอะไรล่ะจ๊ะ”
“ก็เพราะอยู่แต่ในเรือนนี่แหละข้าถึงได้ไม่วางใจ อย่าให้ข้ารู้เชียวว่าเอ็งแอบร่ำเรียนอาคมอันใด สำเหนียกไว้เสียบ้างว่าตัวของเอ็งมันไม่ได้สมประกอบเหมือนผู้อื่นเขา”
“ข้าก็เหมือนผู้อื่น”
“ตอนที่ข้าเบ่งเอ็งออกมาจากท้องน่ะใช่ แต่พอโตมาน่ะไม่ใช่”
สายตาคมดุของวันนาที่อยู่ภายใต้หัวสวมมองจ้องไปยังใบหน้าเรียวเล็กของลัลนาที่ไร้ซึ่งหัวสวมด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและหวาดกลัว เพราะตัวเธอนั้นไม่อยากจะเสียลูกสาวเพียงคนเดียวไปอีกเป็นครั้งที่สอง...
ลัลนา หญิงสาวอายุยี่สิบห้าปี ผู้มีใบหน้าเรียวเล็กเพียงเท่าฝ่ามือดวงตาคู่คมที่ล้อมรอบไปด้วยแพรขนตายาว เสริมให้ดวงตาเธอนั้นแสนมีเสน่ห์ และเป็นสายตาที่คนเป็นแม่นั้นมั่นใจว่าหากชายใดได้พบสบตาจะต้องถวิลหาและอยากครอบครองนางเป็นแน่
อีกทั้งจมูกยังโด่งคมรับกับริมฝีปากสีสดโดยไม่ต้องเติมแต่ง ผิวกายที่ขาวจัดเพราะเธอมักจะหมกตัวอยู่แต่ในเรือนและรูปร่างที่แสนจะสะโอดสะอง แม้ว่าเธอจะตัวเล็กแต่หน้าอกที่ถูกผ้าพันอกบดบังไว้กลับเบียดชิดและล้นขึ้นมาด้านบนเป็นเนินใหญ่แสนอวบอิ่ม หน้าท้องก็แบนราบรับกับเอวคอดและสะโพกผายแสนเย้ายวน
ทุกอย่างที่เป็นเธอคนเป็นแม่กล้าพูดได้เต็มปากว่าลัลนาเป็นหญิงที่ชายหนุ่มทุกคนต่างปรารถนาและต้องการจะได้เป็นเมีย
“หัดออกนอกเรือนเสียบ้าง มิเช่นนั้นเอ็งคงจะหาผัวแล้วออกเรือนไปเหมือนผู้อื่นเขาไม่ได้”
“...”
“หรือเอ็งมีใจให้ผู้ใดอยู่แล้ว”
แก้มขาวพลันขึ้นสีเมื่อคนเป็นแม่เอ่ยถามราวกับว่ามองเธอออกจนทะลุปรุโปร่งพร้อมกับรีบก้มหน้าหลบสายตาแม้ว่าตอนนี้จะไม่ทันแล้วก็ตาม
“ผู้ใด เอ็งบอกข้ามา”
“...”
“พ่อครูรึ”
“ไม่ใช่นะจ๊ะ”
“แล้วมันเป็นผู้ใด แน่นอนว่าหากเป็นเจ้าผืนป่าเอ็งก็เสียท่าโดนหญิงจากข้างนอกมันแย่งชิงไปแล้ว รึว่าที่เอ็งเป็นเช่นนี้เพราะตรอมใจอย่างนั้นรึ”
“ไม่ใช่พี่ผืนป่าจ้ะ ข้าไม่เคยคิดอะไรกับพี่เขาเช่นนั้นเลย”
“แล้วมันเป็นผู้ใด ไม่ใช่พ่อครู ไม่ใช่ผืนป่า หรือว่าจะเป็นเจ้าผืนฟ้า เจ้าควันธูป”
วันนายังคงเอ่ยถามไล่ต้อนลูกสาวเพราะนอกเหนือจากกลุ่มคนที่เอ่ยชื่อมาเธอก็ไม่คิดว่าจะมีผู้ใดที่เข้าท่าและเข้าตาลูกสาวเธอได้
และก็ยิ่งทำให้วันนานั้นมั่นใจเพราะหลังจากที่พูดจบลัลนาก็ยืนเงียบไปด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี
“ข้าชอบพอผู้ใดแล้วอย่างไรเล่า เพราะเขาผู้นั้นไม่ได้ชอบพอข้าจ้ะแม่”
“ก็เพราะพวกมันไม่ได้เห็นเหมือนที่ข้าเห็นต่างหาก”
“เช่นนั้นยิ่งไร้ค่า หากเขาจะพึงใจอยากมีข้าเพียงเพราะปรารถนาอยากเสพสม”
“แล้วจะให้พวกมันชอบพอเอ็งได้อย่างไร ในเมื่อเอ็งเอาแต่อยู่ในเรือน”
“ข้ายืนอยู่ตรงหน้า เขาก็ยังไม่ชายตาแลข้าเลย”
ลัลนาเอ่ยพูดด้วยความน้อยใจเพราะพิธีเลือกคู่ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าจะออกไปยืนเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่เธอรัก แต่นอกจากเขาจะไม่เลือกเธอแล้วยังไม่แม้จะปรายตามองมาสักนิด
สิ่งเดียวที่เยียวยาหัวใจของเธอได้คือการที่เห็นว่าเขาก็ยังไม่เลือกหญิงใดเป็นคู่เช่นเดียวกัน
“หากอยากมีผัวเอ็งก็จะต้องหมั่นเข้าหาและทำให้มันหลงรักเอ็ง ไม่ใช่มัวแต่โศกเศร้าเสียใจอยู่ในเรือน เพราะเอ็งก็รู้ว่าการเลือกคู่คือการที่ชายและหญิงต่างตกลงปลงใจชอบพอกันจากจิตใจมิใช่หน้าตา”
“ข้ารู้ แต่ช่างเถอะข้าไม่ได้ทุกข์ร้อนขนาดนั้น”
“เออ แล้วแต่เอ็ง”
“แล้วแม่มาหาข้าด้วยเหตุใด”
ลัลนาถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถามถึงเรื่องที่ทำให้คนเป็นแม่นั้นต้องมาหาเมื่อสายตาทอดมองออกไปนอกเรือน แล้วเห็นว่าตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มหม่นแสงและความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามากลืนกิน เป็นสัญญาณบอกว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว
“เขาพูดกันหนาหูว่าตอนดึกเห็นผีหญิงงามออกมาเดินล่อลวงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเรือนของชายไร้คู่”
“เรือนชายไร้คู่?”
“เออน่ะสิ คงอยากจะลวงด้วยความงามแล้วพรากลมหายใจพวกมันไปทีหลัง”
“ไม่จริง”
“อะไรที่ไม่จริง ผีรึ มีคนเห็นกับตาเอ็งจะมาว่าไม่จริงได้อย่างไร”
“ไม่มีอะไรจ้ะ แล้วแม่มาบอกข้าทำไม”
“ก็บอกไว้เผื่อเอ็งนึกอยากออกมาเพ่นพ่านตอนค่ำมืดจะได้ระวังตัว เพราะมันอาจจะเห็นความงามของเอ็งแล้วนึกอยากได้ความงามนั้นไปเสียเอง”
“ข้าไม่ได้งามปานนั้นหรอกแม่”
“ข้าบอกว่างามก็งามสิวะ คอยดูเอาเถอะยามใดที่เอ็งมีผัวแล้วเอ็งจะรู้ว่าภัยของหญิงงามมันคืออะไร”
“อะไรล่ะจ๊ะ”
ลัลนาเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ เพราะหากจะต้องรอถึงตอนนั้นก็ดูเหมือนว่าจะนานเกินไป
“อยากรู้เอ็งก็รีบมีผัวสิ”
“งั้นคืนนี้ข้าจะถอดผ้าแล้วเดินเข้าไปหาเขาเสียเลย”
“ลัลนา!”
“แม่กลับเรือนไปได้แล้วจ้ะ ข้าไม่ออกไปไหนค่ำมืดหรอก จะนอนแล้ว”
“หากเอ็งคิดทำอะไรงามหน้าดั่งที่พูด ข้าจะให้พ่อครูเปลวเทียนจับเอ็งถ่วงหม้อ!”
วันนาเอ่ยเรียกชื่อลูกสาวด้วยความตกใจแต่ลัลนากลับไม่ได้สนใจแล้วดันตัวคนเป็นแม่ออกไปจากเรือน หลงเหลือไว้เพียงเสียงก่นด่าที่ดังเข้ามาในเรือนก่อนที่จะเงียบหายไป
“ถ่วงหม้อเหรอ...”
อีกด้าน
กลางดึก
ร่างสูงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ภายในเรือนที่อยู่ริมนอกสุดห่างจากเรือนอื่น ๆ ขาข้างหนึ่งยกขึ้นตั้งชันโดยมีแขนข้างขวาวางพาดพร้อมกับถือของบางอย่างไว้ในมือ
สายตาคมดุมองจ้องไปยังหม้อดินใบเล็กด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ แต่ไอดำมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับรุนแรงราวกับเขากำลังโกรธเคืองอะไรบางอย่าง
เขามองจ้องมันอยู่สักพักก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเอื้อนเอ่ย
“มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมามาจิตตัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ เอหิมะมะ”
“...”
“หากวันนี้กูไม่ได้เห็นหน้า ไอ้หน้าไหนก็ช่างที่เห็นมึงรวมทั้งตัวมึง กูเอาตาย”
พูดจบก็หันหน้ากลับมาว่ายน้ำอย่างไม่รีบร้อนทำให้ลัลนาที่กอดคอเขาอยู่นั้นถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความหวัง เพราะทุกครั้งควันธูปจะยืนกรานอย่างไร้เยื่อใยว่าไม่เอาเธอทำเมีย แต่ครั้งนี้เขากลับพูดราวกับว่าอยากให้เธออ้อนขอเขาเสียอย่างนั้น“ต่อไปจะไม่ดื้อแล้ว จะหมั่นเอาใจพี่ จะว่าง่าย จะเชื่อพี่ทุกอย่าง ดีรึไม่จ๊ะ”“...อืม”“เช่นนั้น พี่พูดเหมือนตอนนั้นให้ข้าฟังอีกรอบได้รึไม่”“พูดอะไร”“คนงามอะไรก็ไม่รู้ ข้าได้ยินไม่ชัดนัก”“...”“ข้าเป็นคนงามของใครเหรอจ๊ะ”“ของกู...ข้าคิดว่าพูดถูก ใช่รึไม่”“!”เสียงที่ลัลนานั้นรอฟังกลับถูกพูดแทรกด้วยเสียงของใครก็ไม่รู้ที่เธอนั้นกวาดสายตามองหาแต่กลับไม่เห็น ผิดจากควันธูปที่เพียงแค่ได้ยินคำเดียวก็รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใครและอยู่ที่ไหนซึ่งประจวบเหมาะกับที่เขาว่ายน้ำพาลัลนามาถึงลำธารหลังหมู่บ้านจึงเร่งกระตุกดึงข้อมือให้เธอนั้นเดินตามขึ้นฝั่งแล้วเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงเข้มดุ“กลับเข้าเรือนไป”“จ้ะ แล้วคืนนี้...”“ไปหากู”ลัลนาพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายใบหน้าก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข แล้วหันหลังเดินกลับไปยังเรือนด้วยความรีบร้อนพร้อมกับมอง
ใบหน้าเรียวเล็กที่ถูกบดบังไว้ด้วยหัวสวมหลุบสายตามองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่เธอกำลังขี่หลังและกอดรัดคอเขาไว้ในขณะที่ควันธูปกำลังว่ายน้ำพาเธอกลับหมู่บ้าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาง้อเธอเสียจนสุขสมล่องลอยขึ้นสวรรค์ด้วยมือของเขา แต่กลับกระชากสติที่กำลังเคลิ้มฝันของเธอให้กลับเข้าร่างด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความดีใจถูกเขาชมว่าคนงามก็เขินจนแทบจะหุบยิ้มไม่ได้ มิหนำซ้ำยังมาพูดทิ้งท้ายว่า “ของกู” อีกต่างหาก“พี่ธูปจ๋า”“...”“หากไม่สอนข้าปีนต้นไม้ ก็สอนข้าว่ายน้ำได้รึไม่”“หากว่ายเป็นมึงก็จะซน”“ข้าไม่คิดทำอะไรดื้อด้าน ข้าเพียงแค่อยากว่ายน้ำเป็น เผื่อวันหน้าจะได้ว่ายมากับพี่แล้วไปที่นั่นด้วยกันอีก”ประโยคท้ายน้ำเสียงหวานหูเอ่ยพูดอย่างจงใจยั่วเย้าและสื่อความหมายว่าเธอต้องการอยากจะกลับไปที่นั่นเพื่อทำอะไร แต่ต่อให้เธอไม่พูดบอกเขาเองก็คิดอยากพาเธอกลับไปที่นั่นอยู่แล้ว และมันจะไม่ใช่เพียงแค่ชั่วครู่ชั่วยามเหมือนครั้งนี้แน่“ลอง”“พี่ธูป”“กูจับอยู่”คนงามที่ริอ่านอยากว่ายน้ำเป็นถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อควันธูปจับมือเธอทั้งสองข้างไว้ในสองมือใหญ่ของเขาแล้วพลิกตั
ลัลนาหันหน้ากลับมามองคนขี้โมโหที่ยอมอ่อนข้อให้เธอได้เพียงไม่นานก็เหมือนจะเริ่มหมดความอดทน ก่อนที่เธอจะพ่นลมหายใจออกมาเพื่อขับไล่อารมณ์ขุ่นมัวแล้วขยับพลิกตัวหันหน้าเข้าหาเขาเพื่อเอียงหัวซบอกกว้างที่แสนอบอุ่นและกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอม“ข้าอยากให้พี่พูดกับข้าดี ๆ ไม่ใช่เอาแต่ตะคอกเหมือนโมโหข้าตลอดเวลา”“...”“ข้าขอเพียงเท่านี้ ได้รึไม่ พี่ธูป”เอ่ยเรียกชื่อเขาในท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงหวานหูและแสนจะออดอ้อนพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นมาแตะแก้มเขาแล้วมองด้วยสายตาหวานเชื่อมแสนมีเสน่ห์“หากกูดี แล้วมึงจะไม่ดื้อหรือว่าได้ใจงั้นรึ”ลัลนาส่ายหน้าแทนคำตอบอีกทั้งยังพรมจูบไปทั่วแผงอกกว้าง มือเรียวก็ลากไล้ปลายนิ้วลงมาสัมผัสกับเนื้อตัวเขาจนทำให้ควันธูปนั้นเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง“อืม แล้วหากมึงทำตัวดี ไม่วันใดก็วันหนึ่งกูจะปล่อยมึงไป”“...ปล่อยข้ารึ”ดวงตากลมโตวูบไหวแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาในทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ซึ่งควันธูปเองก็มองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับกำลังค้นหาบางอย่างแล้วสอดมือล้วงเข้าไปในผ้านุ่งบริเวณกลีบเนื้อที่ปิดสนิท“ปล่อยมึงไป แล้วกูจะไม่เรียกหา นอกเสียจากมึงปรารถนาจะมาหากูเอง”“อ๊ะ”“หรือว่าม
ลัลนายืนมองแผ่นหลังกว้างด้วยความชั่งใจอยู่สักพักก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงห่างจากเขาพอสมควร ทำให้ควันธูปละสายตาจากภาพเบื้องหน้าแล้วเอื้อมมือมาหาเธอแต่ลัลนากลับขยับแขนของตัวเองหนีมือเขาด้วยใบหน้าที่ยังคงฉายชัดว่าเธอยังไม่หายโกรธเคือง“ดูทำหน้า”“...”“มา”“ข้าจะนั่งตรงนี้”“จะนั่งที่พื้นตรงนั้น หรือว่าขึ้นมานั่งบนตักกู”“...”“หากเป็นหญิงอื่น...”“ข้าไม่ได้อยากรู้ว่าผู้อื่นจะเลือกสิ่งใด”ลัลนาพูดแทรกด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแล้วหยัดกายลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินหนีเขา แต่ข้อมือเล็กก็ถูกคว้าจับแล้วกระตุกให้เธอนั่งลงบนตักพร้อมกับสอดแขนเข้ามากอดรัดเอวบางเอาไว้ด้วยแขนเพียงแค่หนึ่งข้างก็ทำให้เธอหมดหนทางหลบหนี“งอนพร่ำเพรื่อ”มือใหญ่ข้างที่ว่างคว้าจับปลายคางเรียวแหลมให้ลัลนาหันหน้ากลับมาหาแล้วมองดูใบหน้าสวยที่แสนจะบึ้งตึงด้วยความเอ็นดู เพราะน้อยครั้งนักที่ลัลนาจะแสดงออกว่ากำลังโกรธเขามีแต่เขาที่เป็นฝ่ายโกรธเธอ โกรธในความดื้อตาใสทั้ง ๆ ที่ภายนอกของเธอคือหญิงงามที่แสนจะมีเสน่ห์ดูราวกับเย่อหยิ่งและอวดดี แต่ใครจะรู้จักเธอดีไปกว่าเขาว่าเนื้อแท้นั้นเธอช่างแสนจะขี้อ้อนและสดใส อีกทั้งยังอ่อนไหวง่ายโดยเฉ
แต่สติที่คล้ายว่าจะหลุดออกจากร่างก็ถูกกระชากกลับเข้าร่างด้วยฝ่ามือเล็ก ๆ ของเธอ ที่ยกขึ้นมาฟาดเข้าที่ใบหน้าข้างซ้ายของเขาจนถึงกับหน้าหัน แต่คนที่เจ็บกลับไม่ใช่เขาแต่เป็นเจ้าของมืออย่างเธอ“โอ๊ย!”“ดู...”“ไม่ต้องมาดู! ไม่ต้องมาจับ! พี่จะใจร้ายกับข้าเกินไปแล้วนะ ฮึก”“...”“หากเกลียดข้าถึงเพียงนี้ก็อยู่ให้ห่างจากข้า ไม่ต้องมาสนใจว่าข้าจะทำอะไรหากมันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ พี่ก็ทำราวกับว่าไม่เห็นไม่ใช่มารังแกจนข้าแทบจะตายอยู่ใต้น้ำเช่นนี้!”“...”ลัลนาพรั่งพรูออกมาด้วยใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาจนแทบจะแยกไม่ออกว่าน้ำตาของเธอกับสายน้ำที่โอบล้อมสิ่งไหนมีมากกว่าบนใบหน้าสวย ทำให้ควันธูปที่ยังคงกอดเอวเธอไว้ไม่ปล่อยนั้นมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลัลนาด้วยสีหน้าและสายตาที่คาดเดาไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่“ข้าไม่ขอบใจพี่หรอกนะที่ยื้อชีวิตข้าไว้ได้อีกครั้ง เพราะเพียงแค่ครั้งนั้นทั้งชีวิตของข้าก็ไม่รู้จะต้องตอบแทนพี่ไปถึงไหนแล้ว”“...”“แต่หากอยากฆ่าข้าให้ตายแล้วเอาดวงวิญญาณไปถ่วงหม้อปลุกเสกเป็นผีไว้ใช้งานเมื่อใดพี่ก็เชิญเอาไป จะได้ถือว่าข้าตอบแทนบุญคุณพี่แล้ว ข้าจะได้หลุดพ้นเสียที!”“...”
แขนแกร่งยกขึ้นคว้าจับลำต้นใหญ่แล้วออกแรงเขย่าจนลัลนาที่ยืนอยู่ข้างบนถึงกับตาโตด้วยความตกใจ เพราะกิ่งก้านของต้นไม้ที่เธอกำลังยืนอยู่นั้นมันเริ่มโยกไปมายิ่งบริเวณลำต้นที่เธอยืนอยู่มันสูงมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้โคลงเคลงได้ง่ายผสมรวมกับเธอไม่เคยปีนต้นไม้จึงมีความกลัวอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ทำให้ขาเรียวเริ่มสั่นและอ่อนแรงจนเท้าลื่นไถลตกลงจากกิ่งก้านไปหนึ่งข้าง“พี่ธูปหยุดนะ ข้าจะตก!”“...”“พี่ธูป กรี๊ด!!!”เสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณเมื่อลัลนานั้นไม่อาจจะบังคับตัวเองให้ฝืนยืนอยู่บนต้นไม้ต่อไปได้ไหว ก่อนจะร่วงหล่นลงมาด้านล่างทำให้เธอนั้นต้องหลับตาและเกร็งไปทั้งร่างเพื่อรอรับความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้นแต่ผ่านไปสักพักที่ลัลนาเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างมันหยุดเคลื่อนไหวและตัวเธอไม่ได้เจ็บปวดจากการที่ตกลงมาจากต้นไม้เลยสักนิด ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองก่อนที่จะเห็นหัวสวมของเขาเป็นสิ่งแรก และทำให้รู้ว่าเธอตกลงมาอยู่ในอ้อมแขนของเขา“หนีกูพ้นไหม”“...”“ดื้อด้านนักกูจะเอามึงไปโยนทิ้งลงน้ำ แล้วกดให้จมอยู่ใต้นั้น!”“พี่กล้าทำข้าเหรอ!”“เออ มึงคอยดูเถอะ”“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ ไม่ได้ทำอะไรให้พี่ด้วย เหต







