Masukให้อดเสียบ้าง ให้กินไม่ขาดปากแล้วเสือกดื้อด้านกับกู!
คิดได้ดังนั้นควันธูปก็ขยับลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาทิ้งตัวนั่งลงยังพรมหน้าหิ้งบูชาแล้วตั้งท่าจะนั่งสมาธิ ทำให้ลัลนาที่นั่งอ้าปากค้างอยู่บนเตียงหลังจากได้ยินเขาพูดว่าถือศีลรีบลุกขึ้นตามมานั่งพับเพียบกอดแขนคลอเคลียเขาไม่ห่าง ซึ่งทุกครั้งที่เธอก้าวขาหรือขยับไปไหนก็จะได้ยินเสียงกระดิ่งที่ข้อเท้าเสมอ
“ไปให้ห่าง ไม่เห็นรึว่ากูทำอะไร”
“พี่พูดจริงรึ”
“เออ”
“ถือศีลอะไร ทำไมข้าไม่เห็นจะรู้ด้วยเลย”
“วัน ๆ มึงเอาแต่เที่ยวเล่น สนใจแต่เรื่องออกเรือนจะรู้ได้อย่างไร”
“ข้าไม่ได้สนใจเรื่องนั้น”
“...”
“แต่ถ้าได้ออกจากเรือนมาอยู่กับพี่เช่นนี้ ข้าถึงจะสนใจ”
“เงียบ หนวกหูนัก”
เอ่ยดุเธอด้วยน้ำเสียงที่แสนจะรำคาญแต่กลับไม่ผลักดันตัวเธอให้ออกห่าง ทำให้ลัลนาที่นั่งพับเพียบกอดแขนแล้วเอียงหน้าซบต้นแขนของเขานั้น ปิดปากเก็บเสียงให้เงียบสนิทเพราะกลัวว่าเขาจะไล่ตัวเองออกไปจากเรือน
ซึ่งควันธูปเองเมื่อเห็นว่าลัลนานั่งเงียบไม่ได้ก่อกวนอะไรเขาก็หลับตาลงทำสมาธิจนเวลาผ่านไปเป็นเวลานานซึ่งปกติทุกคืนเขาเองก็จะทำเช่นนี้เสมอ เพียงแต่ตั้งแต่มีลัลนาเขากลับไม่ได้มีเวลามาทำสมาธิเท่าที่ควรเพราะมัวแต่ทำอย่างอื่นกับเธอ
เมื่อทำสมาธิจนแล้วเสร็จควันธูปก็ลืมตาขึ้นมองไปยังหัวสวมของเขาที่วางอยู่บนหิ้งบูชา ข้างกันนั้นก็มีหัวสวมที่ไร้ใบหน้า ซึ่งมันเป็นหัวสวมที่เขาตั้งใจจะทำให้คู่ของตัวเองแต่ในเมื่อยังไม่มีก็ไม่คิดจะไปแตะต้องหรือหยิบมันมาทำให้เสร็จแต่อย่างใดทำเพียงวางทิ้งไว้แบบนั้น
ก่อนที่สายตาคมจะหลุบมองต่ำไปยังต้นขาของตัวเองที่ตอนนี้มีหัวของใครบางคนกำลังใช้มันหนุนนอนแทนหมอนแล้วหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
“ออเซาะกูนัก”
เอ่ยพูดเสียงเบาราวกับกลัวว่าคนที่นอนหลับตาอยู่นั้นจะตื่นขึ้นมา มือหนาก็จับประคองใบหน้าสวยที่อิงแอบแนบแก้มไปกับต้นขาเขาให้หันกลับมา เพื่อจะได้มองหน้าของเธอยามที่หลับใหลและไม่ดื้อด้านกับเขาด้วยความเบามือ
ควันธูปนั่งมองหน้าลัลนาอยู่แบบนั้นโดยไม่พูดอะไร ปลายนิ้วโป้งเรียวสวยก็เกลี่ยไล้แก้มขาวของเธอเบา ๆ ด้วยความเพลินมือ แต่พอรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรก็รีบเงยหน้าขึ้นแล้วตีหน้านิ่งเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แล้วจับหัวเธอให้วางลงที่พื้นก่อนจะลุกขึ้นนั่งคุกเข่าเพื่อสอดแขนเข้าไปรองใต้ข้อพับขาและแผ่นหลังบอบบางเพื่ออุ้มเธอ
ขายาวก้าวเดินมายังเตียงก่อนจะวางเธอลงให้นอนชิดติดริมหน้าต่างและตัวเขาก็ตามขึ้นไปนอนข้าง ๆ ซึ่งเรือนของควันธูปนั้นเมื่อเดินเข้ามาก็จะเป็นหิ้งบูชาที่อยู่ทางซ้ายมือแต่มีผ้าผืนบางสีขาวปิดกั้นไว้
เมื่อเดินต่อเข้ามาข้างในก็จะเป็นเตียงนอนไม้ที่เขาจะนอนหันหัวขึ้นไปในทางเดียวกันกับที่ตั้งหิ้งบูชาและข้าง ๆ ก็จะเป็นหน้าต่างที่ด้านนอกเป็นป่าไม่มีเรือนของผู้ใดมาบดบัง เพราะเขาเป็นคนขี้ร้อนและมักจะชอบนอนเปิดหน้าต่างแทบทุกคืน
แต่คืนใดที่ลัลนามาแม้แต่ช่องว่างเพียงน้อยนิดเขาก็ไม่คิดจะเปิดไว้ ทำให้ช่วงที่ผ่านมาหน้าต่างภายในเรือนเขาแทบจะปิดตายเกือบทุกบาน
แต่ถึงแม้ว่าควันธูปจะเปิดไว้ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะต่างไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามหรือว่าสอดรู้เรื่องภายในเรือนของเขา เนื่องจากรู้กันดีว่าหากหวาดกลัวพ่อครูเปลวเทียนมากเท่าใดก็ให้หวาดกลัวควันธูปไม่ต่าง เพราะเขาเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวที่กล้าร่ำเรียนวิชาของพ่อครู
“หลับลึกถึงเพียงนี้ กูจะได้จับทำเป็นผีไว้รับใช้”
“...”
“อย่างมึงเป็นพรายกระซิบดีนัก เพราะช่างพูดและรู้ความมาก”
ควันธูปที่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาลัลนาแล้วใช้แขนค้ำยันหัวไว้ข้างหนึ่งเอ่ยพูดในขณะที่มองจ้องใบหน้าสวยที่ยามนี้มีแสงจากดวงจันทร์สาดส่องเข้ามาผ่านร่องหน้าต่างกระทบใบหน้า เพราะเขารู้ว่าตอนนี้เธอนั้นตื่นแล้ว
“อื้อ”
เสียงหวานครางแผ่วในลำคอแล้วขยับพลิกตัวหันหน้ามาหาเขา อีกทั้งยังซุกหน้าเข้ามาถูไถแผงอกหนาพร้อมกับแขนขาว ๆ ที่ยกขึ้นมากอดเอวเขาจนร่างกายแนบชิดซึ่งกันและกัน
“ขยับไปนอนห่าง ๆ กู”
เสียงเข้มเอ่ยบอกราวกับรำคาญก่อนจะพลิกตัวนอนหงายและพยายามจะจับแขนเธอออกไปจากตัว แต่ยิ่งเขาออกแรงแกะมือเธอเท่าไหร่ลัลนายิ่งรัดแน่นมากขึ้นเท่านั้นจนควันธูปนึกรำคาญใจปล่อยให้เธอกอดไป
ทั้ง ๆ ที่แรงของเขามีมากกว่าเธอตั้งไม่รู้เท่าไหร่ แต่กลับสู้แรงเธอไม่ได้เสียอย่างนั้น
ดวงตาคู่คมที่มักจะมองเธอด้วยความดุดันหลับตาลงด้วยความหงุดหงิด ทำให้ลัลนาที่เพียงแค่เคลิ้มหลับไปในตอนที่เขาทำสมาธิแต่รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ที่โดนอุ้มค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อที่หลับใหล
เธอเอาแต่นอนมองเขาด้วยความลุ่มหลงและรักใคร่อยู่แบบนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งพร้อมกับค่อย ๆ ขยับย้ายตัวเองขึ้นไปนอนบนตัวเขาด้วยท่าทางราวกับคนนอนละเมอ
วันนามองจ้องไปยังใบหน้าที่ขาวซีดของลัลนาอย่างร้อนใจและหวาดกลัว แต่ลัลนาที่รู้ทุกอย่างอยู่เต็มอกก็ไม่กล้าที่จะไปหาพ่อครูเพราะไม่อยากก่อเรื่องเดือดร้อนไปถึงเขา นอกเสียจากว่าเธอจะบอกกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอให้เขารู้เสียก่อนแม้ว่าใจหนึ่งคิดอยากหาคนช่วย แต่อีกใจกลับขลาดกลัวและบอกว่าให้หยุด“ข้าไม่รู้...เมื่อคืนข้าอาจจะกินอะไรผิดสำแดงไป เช้านี้ถึงได้ขับออกมา”“ผิดสำแดงอย่างไรข้าก็ไม่เคยเห็นผู้ใดมันอ้วกออกมาเป็นสีดำเช่นเอ็ง”“...แม่ก็รู้ว่าข้าไม่เหมือนผู้อื่น”วันนามองหน้าลูกสาวอย่างคิดไม่ตก เพราะเป็นห่วงเกินกว่าจะปล่อยผ่านแต่เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องในวันวานที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้นอกจากเธอและลัลนา ก็ทำให้ต้องถอนหายใจออกมาแล้วพยายามตั้งสติ“แล้วเอ็งจะทำเช่นไร ปล่อยไว้อย่างนี้น่ะรึ”“หากข้ายังเป็นอีก ภายหลังแม่ค่อยพาข้าไปหาพ่อครู”“ตอนนี้พ่อครูอาจจะรู้แล้วก็เป็นได้”“ถึงรู้ แม่ก็รู้ว่าพ่อครูจะไม่ยุ่ง หากแม่กับข้าไม่เอ่ยปาก”“แต่หากเอ็งจะตาย เพราะถูกผู้ใดทำชั่วใส่พ่อครูไม่มีทางนิ่งเฉย”ดวงตาที่ยังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตามองสบตากับคนเป็นแม่ที่เอ่ยพูดทุกอย่างออกมาเป็นจริงทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไ
เช้าความรู้สึกเมื่อยขบและปวดร้าวระบมไปหมดทั้งร่างเป็นสิ่งที่เข้ามาทักทายลัลนาในยามเช้าหลังจากที่เธอรู้สึกตัวตื่นลืมตาขึ้นมองหลังคาเรือน ขนาดขาเรียวที่ขยับยกขึ้นตั้งชันยังสั่นระริกและเจ็บแสบบริเวณกลางกายสาวที่เมื่อคืนถูกกระทำอย่างหนักหน่วงไม่ได้พักจวบจนเกือบถึงเช้า“!”แต่ในขณะที่ลัลนากำลังพยายามขยับลุกขึ้นนั่งก็ต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากเมื่ออะไรบางอย่างที่อยู่ในท้องของเธอกำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ร่างเล็กที่แสนจะบอบช้ำจึงคลานไปควานมือหยิบกระโถนใบเล็กที่วางอยู่ไม่ไกลจากหัวนอนมารองรับของเหลวที่ถูกขย้อนออกมาอย่างไม่อาจจะเก็บกลั้นเอาไว้ได้ไหว“อ้วก!”ดวงตาของลัลนานั้นปิดลงในขณะที่เธอนั้นอาเจียนมือหนึ่งก็กำรวบเส้นผมยาวสวยของตัวเองไว้ไม่ให้มันหล่นลงมาสัมผัสสิ่งสกปรก ซึ่งเมื่ออาเจียนออกไปจนหมดลัลนาก็หอบหายใจด้วยความโล่งและรู้สึกดีขึ้นมากกว่าตอนแรก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงรู้สึกเจ็บหน้าอกข้างซ้ายและปวดแสบปวดร้อนข้างในท้องไม่หาย“!”แต่เมื่อดวงตาของเธอลืมขึ้นมองสิ่งที่ตัวเองขับออกมาผ่านทางลำคอลัลนาก็ถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจ แล้วรีบลุกขึ้นนั่งเพื่อถอยหลังออกห่างจากกระโถนใบเล็กที่ข้างในนั้
เมื่อท่อนลำใหญ่ฝังลึกเข้ามาภายในซ้ำ ๆ หลายต่อหลายครั้งจนมือเรียวและฝ่าเท้าเล็กของเธอจิกเกร็ง ก่อนจะโดนฝ่ามือใหญ่ของเขาขยุ้มกลุ่มผมหอมของเธอให้เชิดหน้าและผละออกห่างเพื่อให้เขาได้ดูดกินหน้าอกนุ่มด้วยความรุนแรงทั้งฟันคมที่กัดปลายยอดชูชันและรอบเต้าราวกับมันเขี้ยวและอยากกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ทั้งดูดกัดจนเต็มไปด้วยรอยแดงจนหัวสมองของเธอขาวโพลนไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากสัมผัสวาบหวามที่ลามไล้ตั้งแต่หัวจรดตีน“ฮึก พี่จ๋า ข้าทนมันไม่ไหวแล้ว”“...”“อ๊ะ อ๊ะ ข้า อ๊า!”“อื้ม!ปึก ปึก ปึกเสียงทุ้มคำรามด้วยความเสียวกระสันเมื่อลัลนานั้นเสร็จสมอีกครั้งจนโพรงรักคับแคบรัดแก่นกายเขาแน่นเสียจนแทบจะขยับไม่ได้ เอวหนาจึงไม่คิดจะหยุดให้เธอได้พักแล้วขยับเอวกระแทกใส่ด้วยความหนักหน่วงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังกึกก้องอยู่ภายในเรือน อีกทั้งยังสั่นสะเทือนเสียจนหิ้งบูชาของลัลนาขยับโยก“อ๊ะ พี่ธูปเดี๋ยวหัวสวมข้าตก”“ช่างมัน”“หากตกแล้วถือว่าไม่ดี”“ไม่ดีมึงก็เปลี่ยนใหม่”“อ๊า! เอาที่ไหนมาเปลี่ยนล่ะจ๊ะ”“ของกู”“!”ลัลนาถึงกับนิ่งค้างเอนหัวซบไหล่กว้างและทิ้งตัวกอดรัดเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาไว้ด้วยใบหน้าที่
ปึก!“อ๊ะ อ๊า พี่ทำข้าแรง ๆ “สันกรามคมขบกัดอย่างพยายามระงับอารมณ์แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเมื่อได้มองสบประสานกับสายตาคู่สวยที่บัดนี้หวานเชื่อมไปด้วยความใคร่และความปรารถนาในตัวเขา จนทำให้เอวหนาเริ่มขยับสอดใส่ในจังหวะที่เร่งเร้าและรุนแรงมากขึ้น“อ๊ะ อ๊ะ พี่ธูป ของพี่เข้ามาในตัวข้าดีเหลือเกิน”“...”“อ๊า พี่ธูปข้าทรมาน”ร่างเล็กแสนยั่วยวนบิดเร้าและเงยหน้าครางเสียงหวานไม่ขาดปาก โดยมีสายตาคู่คมจับจ้องมองอยู่ตลอดในยามที่เขากระแทกกระทั้นจนเนื้อตัวของเธอโยกคลอน มองหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงในยามที่เขาถาโถมแรงเข้าใส่ตัวเธอ มองแก่นกายอวบใหญ่ของเขาที่มันแวววาวไปด้วยน้ำหวานของเธอที่ชโลมจนแวววาว มองหญิงงามที่เขาได้ครอบครองเธอทุกอย่างเพียงผู้เดียวหมับปึก ปึก ปึก“อ๊ะ อ๊ะ พี่ธูปจ๋า”ลัลนาร้องครางปากคอสั่นเมื่อมือใหญ่ของควันธูปคว้าจับข้อมือเธอที่กำลังจิกข่วนไปตามพื้นมาตึงไว้บนหน้าท้องที่นูนขึ้นมองเห็นเป็นลำใหญ่ของเขาทั้งสองข้าง ทำให้หน้าอกคู่โตดันชิดติดกันอยู่ตรงกลางระหว่างแขนเล็กให้เขาได้มองภาพที่ช่างงดงามเบื้องหน้า ในขณะที่กระแทกกระทั้นด้วยความหนักหน่วงอย่างไม่คิดจะออมแรงเอวหนาเร่งเร้าซอยถี
เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อแต่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาและสายตาคมดุกลับไม่ยอมปริปากพูดอะไรตอบกลับแม้แต่คำเดียว มีเพียงส่วนล่างที่ขยับเคลื่อนสอดแทรกเข้ามาในกายเธอจนทำให้ขาเรียวที่ตั้งชันนั้นสั่นเทิ้มและร่างกายก็พลันเกร็งไปทุกส่วนเพราะความเจ็บ“อ๊ะ พี่จ๋าข้าเจ็บ”คำเรียกที่ยามปกติไม่เคยหลุดออกมาจากปากเล็ก ๆ นี้ แต่ในยามที่เขาและเธอกำลังร่วมทำสอดประสานเป็นหนึ่งเสียงหวาน ๆ จะเรียกขานเขาเช่นนี้เสมอ และที่มันน่าเจ็บใจคือมันทำให้เขาพ่ายแพ้และหัวใจเต้นแรงจนเลือดลมสูบฉีดเสียยิ่งกว่าเดิม“อื้อ ข้าจุกท้อง”ลัลนาถึงกับตัวงอด้วยความจุกหลังจากที่เอวหนากดท่อนลำใหญ่เข้ามาฝังลึกอยู่ภายในตัวเธอ แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเข้ามา แต่ก็ยังคงทำให้เธอจุกเช่นนี้ได้เสมอและจะรู้สึกดีขึ้นก็หลังจากที่เขาเริ่มขยับมัน“สมใจมึงรึไม่”“คงจะสมใจกว่านี้หากพี่ยอมรับว่าหวงข้า”“มึงจะอะไรนักหนากับคำนี้”“...”“มองหน้ากู”ฝ่ามือใหญ่บีบแก้มนุ่มให้หันมามองหน้าเขาเมื่อลัลนาเบนหน้ามองไปทางอื่นด้วยความน้อยใจ ซึ่งพอได้มองสบตาดวงตาคู่สวยที่เป็นประกายฉายชัดไปด้วยความเศร้าควันธูปก็ถอนหายใจออกมาราวกับรำคาญเธอเต็มทน“หญิงเดียวที่ได้อย
เสียงหวานเอ่ยบอกโดยไม่คิดจะรอฟังคำตอบแต่อย่างใด เมื่อร่างเล็กหยัดกายลุกขึ้นนั่งแล้วดันไหล่กว้างให้ละปากจากหน้าอกของเธอที่เขากำลังดูดฟัดจนน้ำลายใสไหลเชื่อมระหว่างริมฝีปากสีสดและยอดอกที่แดงปลั่งโดยที่ควันธูปนั้นก็ไม่ได้ต่อต้านเพราะรู้ใจเธอดีว่าคิดจะทำอะไรจึงขยับเคลื่อนตัวถอยหลังไปนั่งพิงผนังเรือนโดยที่ขาข้างหนึ่งของเขาตั้งชันส่วนขาอีกข้างนั้นเหยียดยาว แล้วเอื้อมมือไปจุดตะเกียงที่วางอยู่ใกล้มือจนกระทั่งความมืดมิดนั้นถูกขับไล่ทำให้สายตาคมกริบที่แสนมีเสน่ห์มองเห็นลัลนานั่งพับเพียบแทรกตัวอยู่กลางระหว่างขายาว ด้วยสภาพที่ท่อนบนนั้นเปลือยเปล่าท่อนล่างผ้านุ่งก็ถลกขึ้นมากองอยู่ที่เอวจนมองเห็นขาเรียวขาวแสนผุดผ่องและใบหน้าสวยที่โน้มก้มลงมาคลอเคลียท่อนลำยาวสีเข้มสีเดียวกับผิวกายเขาที่ตอนนี้ถูกมือเล็กของเธอกำไว้หลวม ๆ อย่างคุ้นเคย“มึงนี่มันรู้ดีนัก”“หากข้าไม่รู้ใจพี่ แล้วผู้ใดจะมารู้เล่า”ดวงตาแวววาวเป็นประกายแสนยั่วยวนของลัลนาช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของมือใหญ่ที่กำลังวางมือลูบหัวเธออย่างพอใจที่ลัลนายังคงรู้ใจเขาไม่เปลี่ยน เพราะหากเธอลืมเรื่องนี้คนที่จะเจ็บหนักก็คือตัวเธอเพราะควันธูปนั้
“เหอะ! มึงกลัวทรมานรึ”ผู้อื่นต่างหากที่ทรมาน ควันธูปตอบกลับเพียงในใจก่อนวางกำไลไว้ข้างตัวแล้วมองจ้องไปยังเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก“มึงคิดถึงมันรึ”“...”“มันไม่กลับมาหามึง เพราะมันมีผัวอยู่แล้วรึ”“กูไม่ได้คิดถึงผู้ใด แล้วมันจะมีหรือไม่มีก็เรื่องของมัน”“หากเป็นเรื่องของมันจริง มึงคงไม่เ
ลัลนาเพ่งมองจนแน่ใจว่าตัวที่เห็นคือตัวอะไรก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินเข้าไปหาเขาราวกับไม่เห็นเพื่อสูดอากาศที่แสนจะเย็นสบายในช่วงเช้าแต่เพียงก้าวเดินได้ไม่กี่ก้าวพรึบ“อ๊ะ!”ลัลนาเอ่ยร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บเมื่อเท้าเปล่าที่ก้าวเดินนั้นเกิดสะดุดอะไรบางอย่างที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร เ
“กูนึกว่ามึงตายอยู่ในเรือนเสียแล้ว”“กูตายมึงก็ตายนั่นแหละ”ไพรพายเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลัลนาแล้วกอดอกมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอ่ยถามด้วยคำพูดที่ไม่เป็นมงคลจนเธอต้องโต้ตอบกลับไปอย่างทันกันซึ่งการที่สาวงามทั้งสองออกมาจากเรือนพร้อมกันนั้นทำให้เหล่าชายหนุ่มละมือจากสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วชะเง้อมอ
น้ำเสียงเข้มดุที่อ่อนลงกว่าตอนแรกอีกทั้งยังเบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยินแต่ลัลนาที่นั่งอยู่ใกล้ก็ได้ยินทุกคำชัดเจน จึงพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะหันหลังให้เขาแล้วระบายยิ้มกับตัวเองด้วยสีหน้าพอใจร้ายกาจเพียงใดแต่สุดท้ายก็ยอมอ่อนข้อให้เธอในภายหลังทุกทีควันธูปเอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมหัวของลัลนาจนมันร่วงหล่นอยู่บน







