Share

ตอนที่ 11

last update Tanggal publikasi: 2026-04-02 13:48:03

"ส่งยาถอนพิษนั่นมาซะ หากไม่อยากตายแบบไร้ที่ฝัง" ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าตวาดกร้าวขณะตวัดดาบเข้าใส่

"เกรงว่าพวกเจ้าคงไม่มีฝีมือพอจะเอาไปได้" หลิ่วเฉินตอบเสียงเย็นชา นัยน์ตาคมกวาดมองประเมินสถานการณ์รอบด้าน "จวิ้นจู่ เกาะข้าไว้ให้แน่น อย่าห่างจากตัวข้าแม้แต่ก้าวเดียว"

"ข้ารู้แล้ว ท่านระวังด้านขวาด้วย" เจียงลั่วเสวี่ยร้องเตือน นางกอดเอวสอบของเขาไว้แน่นตามคำสั่ง แววตาคอยระแวดระวังภัยให้เขาจากมุมอับ

เพลงกระบี่ของศาลต้าหลี่มิใช่กระบวนท่าที่เน้นความสวยงามดุจการร่ายรำ หากแต่เป็นวิชาสังหารที่ถูกขัดเกลามาเพื่อเด็ดชีพอาชญากรโดยเฉพาะ ทุกการตวัดกระบี่ของหลิ่วเฉินแฝงไปด้วยความเฉียบขาด รวดเร็ว และไร้ความปรานี ร่างของนักฆ่าสองคนแรกที่พุ่งเข้ามาถูกฟันจุดตายร่วงลงไปกองกับพื้นแทบจะในลมหายใจเดียว

เจียงลั่วเสวี่ยฝังใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง สัมผัสได้ถึงการขยับตัวอย่างพลิ้วไหวของบุรุษเบื้องหน้า แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ทว่าแผ่นหลังของเขากลับเปรียบเสมือนปราการเหล็กกล้าที่ต้านทานอันตรายมิให้กล้ำกรายมาถึงตัวนาง

นักฆ่าชุดดำเห็นว่าการโจมตีซึ่งหน้าไม่อาจทะลวงผ่านแนวป้องกันของหลิ่วเฉินได้ พวกมันจึงเปลี่ยนแผน กระจายกำลังออกเป็นครึ่งวงกลม บีบวงล้อมให้แคบลงเพื่อจำกัดพื้นที่การหลบหลีก

ชายชุดดำผู้หนึ่งอาศัยจังหวะที่หลิ่วเฉินกำลังรับมือกับศัตรูทางด้านหน้า ลอบพุ่งตัวเข้ามาจากมุมอับทางด้านหลัง ดาบในมือเงื้อขึ้นสูงหมายจะฟันลงบนร่างของเจียงลั่วเสวี่ย

หลิ่วเฉินรับรู้ถึงจิตสังหารด้านหลัง เขากำลังจะหมุนตัวกลับไปป้องกัน แต่เจียงลั่วเสวี่ยกลับไวกว่านั้น สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้นางเบี่ยงตัวหลบคมดาบอย่างฉิวเฉียด มือบางกระชับกริชสั้นที่พกติดตัวมา แทงสวนเข้าที่รอยต่อของชุดเกราะของนักฆ่าผู้นั้นอย่างเต็มแรง

ชายชุดดำส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ดาบในมือร่วงหล่น หลิ่วเฉินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เขาตวัดกระบี่กลับหลังเพียงครั้งเดียว ปลิดลมหายใจของศัตรูผู้นั้นลงอย่างสมบูรณ์

เขาปรายตามองสตรีข้างกายด้วยความประหลาดใจ สตรีที่เติบโตมาในจวนอันสุขสบาย กลับมีไหวพริบและความกล้าหาญในสถานการณ์เป็นตายเช่นนี้ นับว่านางมิใช่บุปผาบอบบางอย่างที่ผู้คนเล่าลือ

บนยอดหลังคาเรือนห่างออกไปไม่ไกล หมิงอ๋องทอดพระเนตรการต่อสู้เบื้องล่างด้วยสายตาเรียบเฉย ทรงสะบัดพัดจีบในมือเบาๆ เป็นสัญญาณให้หัวหน้านักฆ่าลงมือขั้นเด็ดขาด

พริบตาเดียว นักฆ่าชุดที่สองซึ่งซ่อนตัวอยู่บนหลังคาเรือนไม้รอบด้านก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันมิได้ถือดาบเหมือนกลุ่มแรก ทว่าในมือกลับถือหน้าไม้ที่ขึ้นลำพร้อมยิง ลูกศรทุกดอกอาบด้วยยาพิษสีเขียวคล้ำเอาไว้

หลิ่วเฉินเงยหน้าขึ้นมองดงหน้าไม้ที่ชี้เป้ามายังพวกเขาสองคน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม ลำพังตัวเขาย่อมสามารถใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกห่าฝนลูกศรเหล่านี้ได้ แต่การพานางหลบหนีไปด้วยนั้นนับเป็นเรื่องยากลำบาก

ทันใดนั้น เสียงผิวปากเป็นจังหวะยาวสลับสั้นก็ดังแว่วมาจากทางปากตรอก

เฟยอวี่และฮั่นถงพร้อมด้วยยอดฝีมือจากศาลต้าหลี่นับสิบนายในชุดพรางตัวพุ่งทะยานลงมาจากหลังคาเรือนฝั่งตรงข้ามราวกับนกเหยี่ยวโฉบเหยื่อ ฮั่นถงกวัดแกว่งดาบเล่มหนาปัดป้องลูกศรหน้าไม้ที่พุ่งทะยานลงมา ส่วนเฟยอวี่ใช้วิชาตัวเบาอันล้ำเลิศกระโดดขึ้นไปจัดการกับหน้าไม้ด้านบนอย่างรวดเร็ว

การปรากฏตัวของผู้ช่วยทำให้สถานการณ์พลิกกลับ หลิ่วเฉินสบโอกาส เขารวบร่างของเจียงลั่วเสวี่ยขึ้นอุ้ม ทะยานร่างขึ้นสู่อากาศด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูง เหยียบย่ำไปตามชายคาและกันสาดของร้านค้า ทิ้งสมรภูมิเบื้องหลังให้ผู้ติดตามเป็นผู้จัดการ

เจียงลั่วเสวี่ยหลับตาแน่น สองแขนโอบรอบคอเขาโดยสัญชาตญาณ ลมราตรีพัดปะทะใบหน้า ทว่าจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นและสม่ำเสมอของบุรุษผู้นี้กลับทำให้นางคลายความตระหนกลงได้อย่างน่าประหลาด

หลิ่วเฉินพานางลัดเลาะข้ามหลังคาเรือนมุ่งหน้าออกห่างจากตลาดภูตพรายจนกระทั่งเสียงการต่อสู้เงียบหายไป เขาลดระดับความเร็วลงก่อนจะทิ้งตัวลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบาบริเวณลานหญ้ารกร้างของอารามเก่าแก่แห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกของเมือง

ทันทีที่เท้าแตะพื้น ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าศาลต้าหลี่ก็ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น กระบี่อ่อนร่วงหล่นหลุดจากมือ

เจียงลั่วเสวี่ยรีบไปประคองเขาไว้ด้วยความตกใจ เมื่อมือของนางสัมผัสเข้าที่ท่อนแขนซ้ายของเขา นางก็สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น โลหิตสีแดงคล้ำซึมทะลุเสื้อผ้าชุดดำออกมาเป็นวงกว้าง บาดแผลเดิมที่นางเพิ่งทำแผลให้เมื่อคืนถูกกระแทกจนฉีกขาดซ้ำ ทั้งยังรุนแรงกว่าเดิม

นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเขา ภายใต้แสงจันทร์สลัว ใบหน้าหล่อเหลาของหลิ่วเฉินซีดเผือด ริมฝีปากที่เคยเหยียดตรงบัดนี้ไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก บ่งบอกว่าเขากำลังฝืนข่มความเจ็บปวดไว้

เจียงลั่วเสวี่ยพยุงร่างของเขาเข้าไปหลบซ่อนตัวภายในตัวอารามร้าง ภายในนั้นมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านรอยแตกของหลังคากระเบื้องลงมากระทบองค์พระแม่กวนอิมที่ทรุดโทรม กลิ่นฝุ่นและไม้ผุพังลอยเตะจมูก

นางประคองเขาให้นั่งพิงเสาไม้ต้นใหญ่ ก่อนจะรีบฉีกชายเสื้อคลุมตัวยาวของตนเองออกเป็นริ้วยาว นางกะพริบตาไล่ความตื่นตระหนก พยายามรวบรวมสติให้มั่นคงที่สุด

หลิ่วเฉินมองสตรีที่กำลังง่วนอยู่กับการห้ามเลือดให้เขาด้วยสายตาที่พร่ามัวเล็กน้อย เขาฝืนยิ้มบางเบา เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"ท่านหญิง ชุดนั่นเป็นผ้าไหมชั้นดีราคาแพงมิใช่หรือ นำมาฉีกทำผ้าพันแผลเช่นนี้ ช่างน่าเสียดายนัก"

เจียงลั่วเสวี่ยเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่เขา มือบางจงใจกดผ้าลงบนปากแผลแรงกว่าปกติเล็กน้อย

"เวลาเช่นนี้ ท่านยังมีกะจิตกะใจมาห่วงเรื่องผ้าไหมอีกหรือ หากท่านเลือดหมดตัวตายไปต่อหน้าข้า ข้าจะเอาสิ่งใดมาชดใช้ชีวิตให้ท่านเล่า หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ข้าจะห้ามเลือดให้"

น้ำเสียงของนางเจือความวิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด หลิ่วเฉินยอมนิ่งเงียบ ปล่อยให้นางจัดการกับบาดแผลของเขา แม้กระบวนการห้ามเลือดจะเจ็บปวด ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังและมือที่พยายามเบาแรงที่สุดของนาง ความหงุดหงิดในใจเขากลับบรรเทาลง เขาเริ่มมองสตรีตรงหน้าเปลี่ยนไป นางมิใช่เพียงคุณหนูเอาแต่ใจที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว แต่เป็นพันธมิตรที่มีสติมั่นคงในยามคับขัน

เมื่อจัดการพันแผลห้ามเลือดเบื้องต้นเสร็จสิ้น เจียงลั่วเสวี่ยก็ทรุดตัวลงนั่งพิงผนังข้างกายเขา นางถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก มือทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตของเขา

ความเงียบโรยตัวปกคลุมอารามร้าง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของคนทั้งสอง

"เจ้ากลัวหรือไม่" หลิ่วเฉินเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเบาๆ

เจียงลั่วเสวี่ยหันไปมองหน้าเขา นางนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบตามความจริง

"กลัวสิ ข้าเป็นเพียงสตรีธรรมดา ไม่เคยต้องเผชิญกับการต่อสู้เอาชีวิตรอดเช่นนี้มาก่อน ย่อมต้องกลัวเป็นธรรมดา" นางเว้นจังหวะ สายตาทอดมองไปยังองค์พระแม่กวนอิมเบื้องหน้า "แต่เมื่อข้าเห็นท่านเอาตัวบังคมดาบให้ข้า เห็นท่านต่อสู้เพื่อเปิดทาง ความกลัวเหล่านั้นก็ลดลง ข้าเพียงแต่รู้สึกขัดใจที่เป็นตัวถ่วงให้ท่านต้องบาดเจ็บ"

หลิ่วเฉินหันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนาง แสงจันทร์ตกกระทบแพขนตาหลุบต่ำของนาง ความรู้สึกเคลือบแคลงที่เคยมีต่อนางค่อยๆ จางหายไป

"เจ้ามิใช่ตัวถ่วง กลับกัน หากมิได้เจ้าช่วยระวังหลังและเบี่ยงเบนความสนใจนักฆ่าผู้นั้น ข้าคงพลาดท่าถูกลอบทำร้ายไปแล้ว" หลิ่วเฉินกล่าวตามตรง น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความประชดประชันดังเช่นเคย

"เรื่องในวันนี้ ทำให้ข้าตระหนักได้ว่าศัตรูของเรามีอำนาจและพันธมิตรที่กว้างขวางเกินกว่าที่เราคิด หมิงอ๋องมิใช่เพียงอ๋องเจ้าสำราญ แต่เป็นอสรพิษที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้อย่างมิดชิด พรุ่งนี้เมื่อรุ่งสาง ข้าจะให้เฟยอวี่คุ้มกันเจ้ากลับจวนโหว และเจ้าจงลืมเรื่องราวทั้งหมดนี้เสีย ถอนตัวออกจากคดีนี้ ข้าจะจัดการที่เหลือเอง"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 2

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสี่หนาว จวนฉางหนิงโหวที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมของขุนนางฝ่ายตุลาการ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะหลิ่วจื่อเฉิน หรือ อาเฉิน คุณชายน้อยแห่งจวนฉางหนิงโหวเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสี่หนาว รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนบิดา คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาคมเข้ม ทว่ากลับมีริมฝีปากบางและรอยยิ้มซุกซนที่ถอดแบบมาจากเจียงลั่วเสวี่ยผู้เป็นมารดา สติปัญญาของเด็กน้อยเฉียบแหลมเกินวัย ซึมซับเอาความเด็ดขาดของบิดาและความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมารดามาอย่างครบถ้วนยามเว่ย แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าห้องหนังสือ เฟยอวี่และฮั่นถง องครักษ์ฝีมือฉกาจแห่งศาลต้าหลี่ กำลังยืนหอบหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก พวกเขามิได้เพิ่งกลับจากการต่อสู้กับโจรผู้ร้าย ทว่าเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวิ่งไล่จับคุณชายน้อยที่แอบนำตำราพิชัยสงครามของบิดามาพับเป็นเรือกระดาษ"ท่านอาเฟยอวี่ ท่านอาฮั่นถง พวกท่านเชื่องช้าปานเต่าคลาน ข้าวิ่งวนรอบศาลาตั้งสามรอบ พวกท่านยังตามข้าไม่ทันเลย" เสียงใสแจ๋วของหลิ่วจื่อเฉินดังกังวาน เด็กน้อยยืนกอดอกอยู่บนโขดหินจำลอง เชิดหน้าขึ้นอย่าง

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 1

    ณ เมืองหลวงหยุนจิง สายลมพัดโชยนำพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมเมือง ทว่าสำหรับศาลต้าหลี่อันเป็นสถานที่ชำระความและรักษากฎหมาย บรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายตามฤดูกาล ซ้ำยังดูตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายส่วนสาเหตุหลักมิใช่เพราะมีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันใด ทว่าเป็นเพราะรังสีอำมหิตแฝงความร้อนรนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ซึ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานกองโตเฟยอวี่และฮั่นถงยืนลอบสบตากันอยู่หน้าประตูห้องทำงาน องครักษ์ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเหตุใดนายเหนือหัวของตนจึงมีท่าทีผุดลุกผุดนั่งและคอยมองดูเวลาอยู่ทุกครึ่งชั่วยาม“เจ้าดูสิ ท่านโหวอ่านฎีกาม้วนเดิมมาสามรอบแล้ว ข้าเห็นสายตาของท่านจับจ้องอยู่แต่ที่หน้าต่าง ราวกับจะโบยบินกลับจวนเสียให้ได้” เฟยอวี่กระซิบเสียงแผ่วเบาฮั่นถงพยักหน้าเห็นด้วย “จะมิให้ร้อนใจได้อย่างไร ฮูหยินตั้งครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หมอหลวงย้ำว่าอาจจะคลอดได้ทุกเมื่อ ท่านโหวผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบ บัดนี้กลับหวาดกลัวการทิ้งให้ฮูหยินอยู่จวนเพียงลำพังยิ่งกว่าสิ่งใด”คำกล่าวของฮั่นถงมิได้เกินจริงแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เจียงลั่วเส

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 44

    เวลาผ่านไปกว่าสองเดือนท่ามกลางความสงบสุขของจวนริมทะเลสาบ บ่ายวันหนึ่ง สายลมพัดโชยเอากลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ป่าล่องลอยมาตามลม หลิ่วเฉินนั่งอยู่บนระเบียงศาลากลางน้ำ ในมือของเขากำลังประคองกู่ฉินตัวโปรด ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดลงบนสายพิณ บรรเลงท่วงทำนองอันแสนหวานและผ่อนคลาย ต่างจากเพลงพิณสังหารที่เขาเคยใช้ในลานหอบูชาฟ้าดินอย่างสิ้นเชิงเจียงลั่วเสวี่ยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนบางเบา กำลังจัดเตรียมป้านชาและขนมกุ้ยฮวาอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ทว่าจู่ๆ นางก็รู้สึกอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว กลิ่นหอมหวานของขนมกุ้ยฮวาที่นางเคยโปรดปรานกลับทำให้รู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนไม่ไหวสตรีร่างบางยกมือขึ้นทาบอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอาการ ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างของนางโอนเอนและทรุดลงไปปะทะกับขอบโต๊ะหินอ่อน ถ้วยชาแกะสลักร่วงหล่นลงพื้นจนเกิดเสียงดังเสียงกระเบื้องแตกทำลายท่วงทำนองเพลงพิณ หลิ่วเฉินชะงักมือทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างของภรรยากำลังจะล้มลง หัวใจของเขากระตุกวูบ ชายหนุ่มทิ้งกู่ฉินล้ำค่าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี พุ่งทะยานร่างเข้าไปคว้าร่างบอบบางของนางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว"ล

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 43

    เมืองหลวงหยุนจิงในยามเช้าตรู่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครา ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่และโอ่อ่าตระการตาเนืองแน่นไปด้วยเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่ยืนเรียงแถวตามลำดับขั้นอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงในอดีต บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขและความศรัทธาต่อราชบัลลังก์ที่กลับมามั่นคงอีกครั้งเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร หีบไม้หุ้มเหล็กจำนวนหลายสิบใบถูกเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่ง เหรียญเงิน และอัญมณีล้ำค่า ทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกยักยอกไปซุกซ่อนไว้ใต้อารามเหลียนฮวา บัดนี้ได้ถูกนำกลับคืนสู่ท้องพระคลังแล้วฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระพักตร์ที่เคยหมองคล้ำด้วยความกังวลบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน พระองค์ทอดพระเนตรขุมทรัพย์เบื้องหน้าสลับกับร่างสูงใหญ่ของฉางหนิงโหว หลิ่วเฉิน ที่ยืนประสานมืออยู่อย่างนอบน้อม"หลิ่วเฉิน ความดีความชอบของเจ้าในครานี้ ยิ่งใหญ่จนข้ามิรู้จะหาถ้อยคำใดมาสรรเสริญ ทรัพย์สินเหล่านี้มิเพียงแต่เติมเต็มท้องพระคลัง ทว่ายังสามารถนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้และบำรุงกองทัพได้อีกหลายสิบปี ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ควบตำแหน่งหัวหน้าศาลต้าหลี่ มีอำนาจตร

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 42

    สตรีร่างบางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง นางเดินไปเปิดหีบไม้ใบเล็กที่นางนำติดตัวมาจากจวนอันหยางโหว ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกดำที่บันทึกอักษรลับของพวกกบฏ ซึ่งนางเคยช่วยเขาถอดไขความในคืนก่อนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนางนำสมุดบัญชีลับนั้นมากางลงบนโต๊ะ พลิกหน้ากระดาษไปยังส่วนที่บันทึกการเบิกจ่าย "ท่านโหว ท่านจำได้หรือไม่ว่าในบันทึกนี้ มีการอ้างถึงการขนส่งสมุนไพรต้านหนานซิงจำนวนมากไปยังทิศอุดร ทว่าเรามุ่งความสนใจไปที่ผาดวนหุนซึ่งเป็นโรงตีเหล็ก จนละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป"หลิ่วเฉินขยับตัวเข้ามาดูใกล้ๆ เขามองตามปลายนิ้วเรียวของนางที่ชี้ไปยังกลุ่มสัญลักษณ์รูปภูเขาและแม่น้ำที่ถูกสลับตำแหน่งกันอย่างซับซ้อน"ในทางการค้าของพ่อค้าเผ่าตงหู สัญลักษณ์รูปน้ำที่หันเหไปทางทิศตะวันออก มิได้หมายถึงแม่น้ำเสมอไป ทว่ามันยังหมายถึงสถานที่ที่เคยเป็นเส้นทางน้ำทว่าเหือดแห้งไปแล้ว" เจียงลั่วเสวี่ยอธิบายด้วยความเชี่ยวชาญ นางลากเส้นเชื่อมโยงสัญลักษณ์เหล่านั้นเข้าด้วยกัน "และสัญลักษณ์รูปดอกไม้นี้ หากอ่านตามตำราอักษรภาพโบราณ มันคือดอกบัวที่เหี่ยวเฉา""สระบัวแห้งทางทิศตะวันออกของเมืองอุดร" หลิ่วเฉินดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสามารถปะต

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 41

    แสงตะวันยามเช้าตรู่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างที่ประดับด้วยลวดลายมงคลสีแดงคู่ แสงสีทองอ่อนจางทาบลงบนพื้นไม้กระดานขัดเงา ภายในห้องหอยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นสุรามงคลที่หลงเหลือจากค่ำคืนอันแสนหวาน เทียนมงคลเล่มใหญ่บนโต๊ะไม้จันทน์มอดดับลงเหลือเพียงน้ำตาเทียนสีแดงสดที่อาบไล้เชิงเทียนทองเหลืองบนเตียงไม้สลักลวดลายพยัคฆ์คู่มังกร ม่านมุ้งสีแดงถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาปิดบังความอบอุ่นภายใน ร่างสูงใหญ่ของหลิ่วเฉินนอนตระกองกอดสตรีอันเป็นที่รักไว้แนบอก ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองดวงหน้างดงามที่ซบอยู่กับแผงอกของตนเองแพขนตางอนยาวของเจียงลั่วเสวี่ยทาบทับลงบนผิวแก้มเนียนละเอียด ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ หลิ่วเฉินมิกล้าขยับเขยื้อนกายด้วยเกรงว่าจะทำให้สตรีในอ้อมกอดต้องตื่นจากการหลับใหล เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วสากกร้านเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของนางออกอย่างเบามือที่สุดสัมผัสแผ่บเบานั้นทำให้นางรู้สึกตัว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ ปรือขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 31

    ณ จวนแม่ทัพหลี่ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวงรถม้าคันเรียบง่ายประทับตราจวนอันหยางโหวเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าประตูจวนอันใหญ่โต พ่อบ้านเฉิน ชายชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์และภักดีต่อตระกูลเจียง ก้าวลงจากรถม้าพร้อมด้วยกล่องไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ในมือของเขาคือของขวัญตามธรรมเนียม

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 13

    ภายในห้องนอนของจวนอันหยางโหว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวตื่น ความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีการตามล่าเมื่อคืนบรรเทาลงไปมาก นางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ปล่อยให้ผมยาวสลวยทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลังอิงเกอและลู่จูเดินถืออ่างน้ำทองเหลืองและผ้าเข้ามาปรนนิบัติเจ้านาย สีหน้าของสาวใช้ทั้งสองดูตื่นเต้นผิดปกติ"ท่านห

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 12

    เจียงลั่วเสวี่ยหันขวับมามองเขา แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้น "ท่านพูดเช่นนี้คิดจะทิ้งข้ากลางทางงั้นหรือ ข้าบอกแล้วว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าเจียงลั่วเสวี่ยมิใช่คนขี้ขลาดที่เห็นแก่ตัวเอาตัวรอดเพียงลำพัง ในเมื่อข้ารู้ความลับของหมิงอ๋องแล้ว ต่อให้ข้ากลับไปหลบซ่อนตัว เขาก็ไม่มีวันปล่อยข้าไปอยู่ดี

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 10

    ความเงียบกลับคืนสู่ห้องนอนอีกครั้ง แต่ภายใต้ผ้าห่มกลับเต็มไปด้วยความปั่นป่วนเจียงลั่วเสวี่ยค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม สูดอากาศหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ใบหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู ไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เพราะร่างกายที่แนบชิดกับบุรุษใต้ผ้าห่มต่างหากหลิ่วเฉินนอนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเขาแนบชิดไปกับเรือน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status