Share

ตอนที่ 13

last update publish date: 2026-04-04 15:58:40

ภายในห้องนอนของจวนอันหยางโหว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวตื่น ความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีการตามล่าเมื่อคืนบรรเทาลงไปมาก นางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ปล่อยให้ผมยาวสลวยทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลัง

อิงเกอและลู่จูเดินถืออ่างน้ำทองเหลืองและผ้าเข้ามาปรนนิบัติเจ้านาย สีหน้าของสาวใช้ทั้งสองดูตื่นเต้นผิดปกติ

"ท่านหญิงตื่นแล้วหรือเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญด่วนจากในวังส่งมาแต่เช้าตรู่เลยเจ้าค่ะ" อิงเกอรายงานขณะบิดผ้าชุบน้ำอุ่นส่งให้เจ้านายเช็ดหน้า

เจียงลั่วเสวี่ยรับผ้ามาเช็ดใบหน้าอย่างเชื่องช้า "เทียบเชิญอันใดกัน ปกติเสด็จป้าไม่เรียกเข้าวังกระทันหันเช่นนี้"

"เป็นเทียบเชิญงานเลี้ยงชมบุปผาและจิบชาประจำฤดูสารทเจ้าค่ะ ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้จัดงานขึ้นที่อุทยานหลวง เพื่อเป็นการปลอบขวัญเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นผู้ใหญ่จากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อหลายวันก่อน" ลู่จูอธิบายเพิ่มเติม พลางนำชุดสีโอรสปักลายดอกมู่ตานมาทาบลงบนตัวเจ้านาย

เจียงลั่วเสวี่ยชะงักมือที่กำลังสางผม งานเลี้ยงปลอบขวัญในเวลาเช่นนี้ช่างประจวบเหมาะเกินไป นางอดคิดไม่ได้ว่านี่อาจเป็นแผนการของใครบางคนที่ต้องการหยั่งเชิงความเคลื่อนไหวของผู้คนในวังหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเป้าหมายคือการค้นหาผู้ที่ครอบครองยาถอนพิษสลายวิญญาณ

"ฮองเฮาทรงเชิญผู้ใดบ้าง" นางถามเสียงเรียบ

"เชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และที่ขาดไม่ได้คือฉางหนิงโหวเจ้าค่ะ เห็นว่าฮองเฮาทรงรับสั่งกำชับเป็นพิเศษให้ฉางหนิงโหวเข้าร่วมงานด้วย เพื่อจะได้ถือโอกาสทอดพระเนตรความสัมพันธ์ระหว่างท่านหญิงกับท่านโหว" อิงเกอตอบด้วยรอยยิ้ม

เจียงลั่วเสวี่ยลอบถอนหายใจ การแสดงงิ้วฉากใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้นางต้องเผชิญหน้ากับจอมบงการตัวจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"เตรียมชุดให้ข้า เอาชุดที่ดูงดงามแต่มิฉูดฉาดจนเกินไป ข้าไม่อยากตกเป็นเป้าสายตามากนักในวันนี้"

หลังจากแต่งกายเสร็จสิ้น เจียงลั่วเสวี่ยก้าวขึ้นรถม้าประจำตำแหน่งตวนอี้จวิ้นจู่ มุ่งหน้าสู่ศาลต้าหลี่เพื่อไปพบหลิ่วเฉินก่อนเวลาเข้าวัง นางต้องการหารือแผนการกับเขาให้รอบคอบ

เมื่อรถม้าจอดเทียบหน้าประตูศาลต้าหลี่ เจียงลั่วเสวี่ยเดินนำสาวใช้เข้าไปด้านในอย่างคุ้นเคย เหล่าองครักษ์และเจ้าหน้าที่ต่างก้มศีรษะทำความเคารพ ภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกองรายงานบันทึกคดี หลิ่วเฉินในชุดขุนนางเต็มยศสีน้ำเงินเข้มกำลังนั่งพลิกดูบันทึกคำให้การ ใบหน้าของเขาเรียบตึงไม่บ่งบอกอารมณ์ ทว่าใต้ดวงตาคมคู่นั้นมีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการอดนอน

เจียงลั่วเสวี่ยผลักประตูเข้าไปโดยไม่รอให้คนสนิทรายงาน นางโบกมือไล่เฟยอวี่และฮั่นถงให้ออกไปเฝ้าด้านนอก ก่อนจะเดินไปทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขา

"ท่านโหวได้รับเทียบเชิญจากเสด็จป้าแล้วใช่หรือไม่" นางเปิดบทสนทนาทันที

หลิ่วเฉินละสายตาจากม้วนไม้ไผ่ เงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้า วันนี้นางดูงดงามอ่อนหวานในชุดสีโอรส ทว่าแววตาของนางกลับซ่อนความเฉียบขาดเอาไว้ เขามองนางนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะกระแอมไอเบาๆ เพื่อขับไล่ความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก

"ได้รับแล้ว และข้าก็เดาได้ว่านี่มิใช่งานเลี้ยงน้ำชาธรรมดา" เขากล่าวเสียงเรียบ "หมิงอ๋องคงร้อนรนไม่น้อยที่ยาถอนพิษตกไปอยู่ในมือผู้อื่น เขาต้องหาทางทดสอบผู้คนในงานเลี้ยงวันนี้เป็นแน่"

เจียงลั่วเสวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย "อาการบาดเจ็บของเขารอช้าไม่ได้ ยิ่งปล่อยไว้นาน พิษสลายวิญญาณจะยิ่งแทรกซึมเข้าสู่เส้นลมปราณ เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงมันกลับไป ท่านซ่อนยาถอนพิษไว้ที่ใด"

หลิ่วเฉินล้วงกล่องไม้เล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อด้านใน เขาวางมันลงบนโต๊ะเบาๆ "ของสำคัญเช่นนี้ ย่อมต้องเก็บไว้กับตัวจึงจะปลอดภัยที่สุด"

"ท่านคิดจะใช้มันเป็นเหยื่อล่อในงานเลี้ยงวันนี้หรือ" นางเลิกคิ้วมองเขา

"มิผิด หากหมิงอ๋องต้องการมัน เขาจะต้องแสดงพิรุธออกมาให้เราเห็น หน้าที่ของเราคือการโยนหินถามทาง ทำให้เขารู้ว่าเราคือผู้ครอบครองสิ่งนี้ โดยที่เขาไม่อาจลงมือแย่งชิงได้ในที่แจ้ง"

"ช่างเป็นแผนการที่ท้าทายยิ่งนัก" เจียงลั่วเสวี่ยยิ้มบางเบา "เช่นนั้น ข้าจะเป็นผู้ออกหน้าโยนหินก้อนนี้เอง ท่านเพียงคอยจับตาดูปฏิกิริยาของเขาให้ดีก็พอ"

หลิ่วเฉินจ้องมองรอยยิ้มของนาง ความรู้สึกเชื่อมั่นในตัวสตรีผู้นี้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน เขาลุกขึ้นยืนและเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่เคียงข้างนาง

"ถึงเวลาเข้าวังแล้ว จวิ้นจู่ วันนี้ท่านต้องแสดงบทบาทสตรีที่พึงใจในตัวข้าให้สมจริง อย่าให้ผู้ใดจับพิรุธได้"

"เรื่องนั้นข้าถนัดนัก ท่านโหวเองก็อย่าลืมทำหน้าให้ดูเบิกบานขึ้นสักนิดเถิด ตีหน้าขรึมเช่นนี้ ผู้อื่นจะนึกว่าข้าบังคับขืนใจท่านให้มาร่วมงาน"

หลิ่วเฉินมิได้ต่อปากต่อคำ เขาเพียงแต่ยื่นแขนขวาออกไปให้นางจับ เจียงลั่วเสวี่ยวางมือทาบลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านเนื้อผ้าทำให้นางใจเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย ทว่านางก็รีบปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป ทั้งสองก้าวเดินออกจากศาลต้าหลี่เคียงคู่กันไปขึ้นรถม้า

อุทยานหลวงในฤดูสารทงดงามราวดินแดนสวรรค์ ใบไม้เปลี่ยนสีร่วงหล่นปูลาดทางเดินหินเป็นสีทองสลับแดง สระบัวกว้างใหญ่สะท้อนเงาตำหนักและหมู่เมฆ บรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ในชุดหรูหราต่างทยอยจับจองที่นั่งในศาลาริมน้ำ เสียงดนตรีบรรเลงแผ่วเบาขับกล่อมบรรยากาศให้ดูรื่นรมย์

ฮองเฮาประทับอยู่บนตั่งทองคำตรงกลางศาลาใหญ่ รายล้อมด้วยเหล่านางกำนัลและพระสนม เมื่อหลิ่วเฉินและเจียงลั่วเสวี่ยก้าวเข้ามาในบริเวณงาน ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่พวกเขาเป็นจุดเดียว

เจียงลั่วเสวี่ยสวมบทบาทสตรีที่กำลังเอียงอาย นางส่งยิ้มบางเบา ชี้ชวนให้หลิ่วเฉินดูดอกกุ้ยฮวาที่กำลังบานสะพรั่ง ส่วนหลิ่วเฉินก็ตอบรับด้วยการคอยประคองนาง แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงความเคร่งขรึม ทว่าการกระทำของเขากลับดูใส่ใจจนคนรอบข้างอดที่จะจับตามองมิได้

"ถวายบังคมเสด็จป้า" เจียงลั่วเสวี่ยย่อกายทำความเคารพอย่างงดงาม

ฮองเฮาทรงยิ้มกว้าง "มากันแล้วหรือเสวี่ยเอ๋อร์ ฉางหนิงโหว เข้ามานั่งใกล้ๆ ข้าสิ วันนี้ข้าให้คนเตรียมชาจินจวิ้นเหมยชั้นเลิศไว้ต้อนรับพวกเจ้าโดยเฉพาะ"

ทั้งสองทรุดกายลงนั่งที่โต๊ะรับรองฝั่งขวาของฮองเฮา เจียงลั่วเสวี่ยกวาดสายตามองไปรอบบริเวณงาน นางสังเกตเห็นที่นั่งฝั่งซ้ายซึ่งเว้นว่างไว้สำหรับบุคคลสำคัญ

เพียงอึดใจเดียว เสียงขันทีหน้าศาลาก็ขานชื่อผู้มาเยือนที่ทุกคนรอคอย

"หมิงอ๋องเสด็จ"

บุรุษหนุ่มในชุดฉลองพระองค์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินก้าวเข้ามาในศาลา ท่วงท่าของเขาสง่างามและดูผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ทว่าสำหรับเจียงลั่วเสวี่ยและหลิ่วเฉิน รอยยิ้มนั้นกลับซ่อนความอันตรายเอาไว้

"ถวายบังคมฮองเฮา ขออภัยที่กระหม่อมมาช้า อุทยานหลวงงดงามจนกระหม่อมเผลอเดินชมเพลินไปเสียหน่อย" หมิงอ๋องกล่าวเสียงนุ่มนวล

"ไม่เป็นไร นั่งลงเถิด วันนี้เป็นงานเลี้ยงกันเอง ห้ามผู้ใดพูดเรื่องราชกิจให้เสียบรรยากาศ" ฮองเฮาทรงอนุญาต

หมิงอ๋องทรุดกายลงนั่งที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามกับหลิ่วเฉินและเจียงลั่วเสวี่ย สายตาของเขาปรายมองทั้งสองคนแวบหนึ่ง ก่อนจะยกจอกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า

หลิ่วเฉินลอบสังเกตหมิงอ๋อง แม้ภายนอกจะดูสง่างามเป็นปกติ ทว่าภายใต้รอยยิ้มและผิวพรรณที่ดูเรียบเนียนนั้น หลิ่วเฉินกลับจับจังหวะการหายใจที่ติดขัดเพียงเล็กน้อยได้ อาการบาดเจ็บภายในของเขายังไม่ทุเลาลง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 2

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสี่หนาว จวนฉางหนิงโหวที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมของขุนนางฝ่ายตุลาการ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะหลิ่วจื่อเฉิน หรือ อาเฉิน คุณชายน้อยแห่งจวนฉางหนิงโหวเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสี่หนาว รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนบิดา คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาคมเข้ม ทว่ากลับมีริมฝีปากบางและรอยยิ้มซุกซนที่ถอดแบบมาจากเจียงลั่วเสวี่ยผู้เป็นมารดา สติปัญญาของเด็กน้อยเฉียบแหลมเกินวัย ซึมซับเอาความเด็ดขาดของบิดาและความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมารดามาอย่างครบถ้วนยามเว่ย แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าห้องหนังสือ เฟยอวี่และฮั่นถง องครักษ์ฝีมือฉกาจแห่งศาลต้าหลี่ กำลังยืนหอบหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก พวกเขามิได้เพิ่งกลับจากการต่อสู้กับโจรผู้ร้าย ทว่าเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวิ่งไล่จับคุณชายน้อยที่แอบนำตำราพิชัยสงครามของบิดามาพับเป็นเรือกระดาษ"ท่านอาเฟยอวี่ ท่านอาฮั่นถง พวกท่านเชื่องช้าปานเต่าคลาน ข้าวิ่งวนรอบศาลาตั้งสามรอบ พวกท่านยังตามข้าไม่ทันเลย" เสียงใสแจ๋วของหลิ่วจื่อเฉินดังกังวาน เด็กน้อยยืนกอดอกอยู่บนโขดหินจำลอง เชิดหน้าขึ้นอย่าง

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 1

    ณ เมืองหลวงหยุนจิง สายลมพัดโชยนำพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมเมือง ทว่าสำหรับศาลต้าหลี่อันเป็นสถานที่ชำระความและรักษากฎหมาย บรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายตามฤดูกาล ซ้ำยังดูตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายส่วนสาเหตุหลักมิใช่เพราะมีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันใด ทว่าเป็นเพราะรังสีอำมหิตแฝงความร้อนรนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ซึ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานกองโตเฟยอวี่และฮั่นถงยืนลอบสบตากันอยู่หน้าประตูห้องทำงาน องครักษ์ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเหตุใดนายเหนือหัวของตนจึงมีท่าทีผุดลุกผุดนั่งและคอยมองดูเวลาอยู่ทุกครึ่งชั่วยาม“เจ้าดูสิ ท่านโหวอ่านฎีกาม้วนเดิมมาสามรอบแล้ว ข้าเห็นสายตาของท่านจับจ้องอยู่แต่ที่หน้าต่าง ราวกับจะโบยบินกลับจวนเสียให้ได้” เฟยอวี่กระซิบเสียงแผ่วเบาฮั่นถงพยักหน้าเห็นด้วย “จะมิให้ร้อนใจได้อย่างไร ฮูหยินตั้งครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หมอหลวงย้ำว่าอาจจะคลอดได้ทุกเมื่อ ท่านโหวผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบ บัดนี้กลับหวาดกลัวการทิ้งให้ฮูหยินอยู่จวนเพียงลำพังยิ่งกว่าสิ่งใด”คำกล่าวของฮั่นถงมิได้เกินจริงแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เจียงลั่วเส

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 44

    เวลาผ่านไปกว่าสองเดือนท่ามกลางความสงบสุขของจวนริมทะเลสาบ บ่ายวันหนึ่ง สายลมพัดโชยเอากลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ป่าล่องลอยมาตามลม หลิ่วเฉินนั่งอยู่บนระเบียงศาลากลางน้ำ ในมือของเขากำลังประคองกู่ฉินตัวโปรด ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดลงบนสายพิณ บรรเลงท่วงทำนองอันแสนหวานและผ่อนคลาย ต่างจากเพลงพิณสังหารที่เขาเคยใช้ในลานหอบูชาฟ้าดินอย่างสิ้นเชิงเจียงลั่วเสวี่ยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนบางเบา กำลังจัดเตรียมป้านชาและขนมกุ้ยฮวาอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ทว่าจู่ๆ นางก็รู้สึกอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว กลิ่นหอมหวานของขนมกุ้ยฮวาที่นางเคยโปรดปรานกลับทำให้รู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนไม่ไหวสตรีร่างบางยกมือขึ้นทาบอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอาการ ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างของนางโอนเอนและทรุดลงไปปะทะกับขอบโต๊ะหินอ่อน ถ้วยชาแกะสลักร่วงหล่นลงพื้นจนเกิดเสียงดังเสียงกระเบื้องแตกทำลายท่วงทำนองเพลงพิณ หลิ่วเฉินชะงักมือทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างของภรรยากำลังจะล้มลง หัวใจของเขากระตุกวูบ ชายหนุ่มทิ้งกู่ฉินล้ำค่าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี พุ่งทะยานร่างเข้าไปคว้าร่างบอบบางของนางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว"ล

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 43

    เมืองหลวงหยุนจิงในยามเช้าตรู่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครา ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่และโอ่อ่าตระการตาเนืองแน่นไปด้วยเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่ยืนเรียงแถวตามลำดับขั้นอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงในอดีต บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขและความศรัทธาต่อราชบัลลังก์ที่กลับมามั่นคงอีกครั้งเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร หีบไม้หุ้มเหล็กจำนวนหลายสิบใบถูกเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่ง เหรียญเงิน และอัญมณีล้ำค่า ทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกยักยอกไปซุกซ่อนไว้ใต้อารามเหลียนฮวา บัดนี้ได้ถูกนำกลับคืนสู่ท้องพระคลังแล้วฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระพักตร์ที่เคยหมองคล้ำด้วยความกังวลบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน พระองค์ทอดพระเนตรขุมทรัพย์เบื้องหน้าสลับกับร่างสูงใหญ่ของฉางหนิงโหว หลิ่วเฉิน ที่ยืนประสานมืออยู่อย่างนอบน้อม"หลิ่วเฉิน ความดีความชอบของเจ้าในครานี้ ยิ่งใหญ่จนข้ามิรู้จะหาถ้อยคำใดมาสรรเสริญ ทรัพย์สินเหล่านี้มิเพียงแต่เติมเต็มท้องพระคลัง ทว่ายังสามารถนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้และบำรุงกองทัพได้อีกหลายสิบปี ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ควบตำแหน่งหัวหน้าศาลต้าหลี่ มีอำนาจตร

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 42

    สตรีร่างบางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง นางเดินไปเปิดหีบไม้ใบเล็กที่นางนำติดตัวมาจากจวนอันหยางโหว ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกดำที่บันทึกอักษรลับของพวกกบฏ ซึ่งนางเคยช่วยเขาถอดไขความในคืนก่อนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนางนำสมุดบัญชีลับนั้นมากางลงบนโต๊ะ พลิกหน้ากระดาษไปยังส่วนที่บันทึกการเบิกจ่าย "ท่านโหว ท่านจำได้หรือไม่ว่าในบันทึกนี้ มีการอ้างถึงการขนส่งสมุนไพรต้านหนานซิงจำนวนมากไปยังทิศอุดร ทว่าเรามุ่งความสนใจไปที่ผาดวนหุนซึ่งเป็นโรงตีเหล็ก จนละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป"หลิ่วเฉินขยับตัวเข้ามาดูใกล้ๆ เขามองตามปลายนิ้วเรียวของนางที่ชี้ไปยังกลุ่มสัญลักษณ์รูปภูเขาและแม่น้ำที่ถูกสลับตำแหน่งกันอย่างซับซ้อน"ในทางการค้าของพ่อค้าเผ่าตงหู สัญลักษณ์รูปน้ำที่หันเหไปทางทิศตะวันออก มิได้หมายถึงแม่น้ำเสมอไป ทว่ามันยังหมายถึงสถานที่ที่เคยเป็นเส้นทางน้ำทว่าเหือดแห้งไปแล้ว" เจียงลั่วเสวี่ยอธิบายด้วยความเชี่ยวชาญ นางลากเส้นเชื่อมโยงสัญลักษณ์เหล่านั้นเข้าด้วยกัน "และสัญลักษณ์รูปดอกไม้นี้ หากอ่านตามตำราอักษรภาพโบราณ มันคือดอกบัวที่เหี่ยวเฉา""สระบัวแห้งทางทิศตะวันออกของเมืองอุดร" หลิ่วเฉินดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสามารถปะต

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 41

    แสงตะวันยามเช้าตรู่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างที่ประดับด้วยลวดลายมงคลสีแดงคู่ แสงสีทองอ่อนจางทาบลงบนพื้นไม้กระดานขัดเงา ภายในห้องหอยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นสุรามงคลที่หลงเหลือจากค่ำคืนอันแสนหวาน เทียนมงคลเล่มใหญ่บนโต๊ะไม้จันทน์มอดดับลงเหลือเพียงน้ำตาเทียนสีแดงสดที่อาบไล้เชิงเทียนทองเหลืองบนเตียงไม้สลักลวดลายพยัคฆ์คู่มังกร ม่านมุ้งสีแดงถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาปิดบังความอบอุ่นภายใน ร่างสูงใหญ่ของหลิ่วเฉินนอนตระกองกอดสตรีอันเป็นที่รักไว้แนบอก ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองดวงหน้างดงามที่ซบอยู่กับแผงอกของตนเองแพขนตางอนยาวของเจียงลั่วเสวี่ยทาบทับลงบนผิวแก้มเนียนละเอียด ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ หลิ่วเฉินมิกล้าขยับเขยื้อนกายด้วยเกรงว่าจะทำให้สตรีในอ้อมกอดต้องตื่นจากการหลับใหล เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วสากกร้านเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของนางออกอย่างเบามือที่สุดสัมผัสแผ่บเบานั้นทำให้นางรู้สึกตัว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ ปรือขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 9

    แสงจันทร์สาดส่องผ่านม่านเมฆบางเบาลงมากระทบหลังคากระเบื้องของจวนอันหยางโหว ก่อให้เกิดประกายสีเงินยวงงดงามจับตา ทว่าภายในเรือนของตวนอี้จวิ้นจู่ กลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจที่คุกรุ่นอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบเจียงลั่วเสวี่ย ในชุดนอนผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์คลุมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีฟ้าอ่อน เดินไปเดินม

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 8

    ฮองเฮาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดี... ฉางหนิงโหว ท่านเป็นขุนนางตงฉิน มีความสามารถ อายุก็ยังน้อย หากท่านจริงใจต่อเสวี่ยเอ๋อร์ ข้าก็วางใจ เรื่องการดูตัวกับบุตรแม่ทัพแดนเหนือ ข้าจะชะลอไว้ก่อน" "ขอบพระทัยเพคะ เสด็จป้า" เจียงลั่วเสวี่ยยิ้มแก้มปริ แผนการสำเร็จไปหนึ่งขั้น"แต่ว่า..." ฮองเฮาเอ่ยต่อ สีหน้าเปลี

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 7

    แสงเทียนในห้องปรุงยาของจวนอันหยางโหวสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง กลิ่นสมุนไพรฉุนจมูกลอยอบอวลผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงตกค้างอยู่ในอากาศเจียงลั่วเสวี่ยนั่งอยู่บนตั่งไม้จันทน์ ในมือถือผ้าขาวสะอาดที่ชุ่มไปด้วยน้ำอุ่น นางกำลังบรรจงเช็ดคราบโลหิตรอบปากแผลบนต้นแขนซ้ายของหลิ่วเฉินอย่า

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 6

    เขาวางป้ายหยกประจำตัวลงบนโต๊ะ เสวี่ยจีเบิกตากว้างเมื่อเห็นป้ายหยก ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ท่าน ท่านเป็นคนของศาลต้าหลี่”“ข้าคือฉางหนิงโหว” หลิ่วเฉินเอ่ยนาม “หากเจ้าไม่อยากเดือดร้อนจงพูดความจริง อวิ๋นเซียงฝากอะไรไว้ และนางมาพบผู้ใดที่นี่”เสวี่ยจีมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง ก่อนจะตัดสินใจทรุดตัว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status