Share

ตอนที่ 6

last update publish date: 2026-03-28 13:36:23

เขาวางป้ายหยกประจำตัวลงบนโต๊ะ เสวี่ยจีเบิกตากว้างเมื่อเห็นป้ายหยก ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ท่าน ท่านเป็นคนของศาลต้าหลี่”

“ข้าคือฉางหนิงโหว” หลิ่วเฉินเอ่ยนาม “หากเจ้าไม่อยากเดือดร้อนจงพูดความจริง อวิ๋นเซียงฝากอะไรไว้ และนางมาพบผู้ใดที่นี่”

เสวี่ยจีมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง ก่อนจะตัดสินใจทรุดตัวลงคุกเข่า “ท่านโหวโปรดเมตตา ข้าน้อยมิได้สมรู้ร่วมคิด ข้าน้อยเป็นเพียงคนส่งสารเท่านั้นเจ้าค่ะ”

เจียงลั่วเสวี่ยรีบเข้าไปประคองนาง “ใจเย็นๆ ลุกขึ้นก่อน เล่ามาเถิด หากเจ้าพูดความจริง ท่านโหวจะคุ้มครองเจ้าเอง”

เสวี่ยจีสูดหายใจลึก พยายามระงับความกลัว “อวิ๋นเซียง นางหลงรักแขกประจำผู้หนึ่งที่มักจะมาเปิด ห้องอักษรเทียนหมายเลขสาม ทุกวันขึ้นสิบห้าค่ำ บุรุษผู้นั้นลึกลับมาก สวมหน้ากากตลอดเวลา และไม่เคยเรียกหาคณิกาคนใด เขาเพียงแต่มานั่งดื่มสุราและฟังอวิ๋นเซียงร้องเพลง”

“คนสวมหน้ากาก” หลิ่วเฉินสบตากับเจียงลั่วเสวี่ย “แล้วของที่นางฝากไว้เล่า”

“ก่อนนางจะตายสองวัน นางวิ่งหน้าตาตื่นมาหาข้า มอบภาพวาดม้วนหนึ่งให้ข้าเก็บรักษาไว้ นางกำชับว่าห้ามเปิดดูเด็ดขาด และหากนางเป็นอะไรไป ให้มอบภาพนี้แก่ตุลาการผู้รักความยุติธรรมเท่านั้น”

เสวี่ยจีลุกไปที่ตู้เก็บของ ลูบคลำหากลไกลลับที่ผนังตู้ ก่อนจะหยิบม้วนภาพวาดเก่าๆ ม้วนหนึ่งออกมาส่งให้หลิ่วเฉิน

หลิ่วเฉินรับม้วนภาพมาคลี่ออกดู มันเป็นภาพวาดทิวทัศน์ธรรมดาๆ รูปภูเขาสูงเสียดฟ้าและแม่น้ำสายยาว ดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่คิ้วเข้มของเขากลับขมวดมุ่น

“กระดาษนี้มีความหนาผิดปกติ” เขาพึมพำ

“อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน” เจียงลั่วเสวี่ยเสนอความเห็น นางขยับเข้าไปใกล้เขาเพื่อดูภาพวาด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวที่ปลอมเป็นชาย ลอยมาแตะจมูกหลิ่วเฉิน ทำให้เขาเผลอชะงักไปชั่วครู่

“เฟยอวี่ เอาน้ำมา” หลิ่วเฉินสั่ง

เฟยอวี่รินน้ำชาส่งให้ เขาเทลงบนภาพ ทันใดนั้น หมึกสีดำบนภาพก็เริ่มละลายจางหายไป เผยให้เห็นเส้นสายสีแดงที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง มันคือแผนที่ของสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองหลวงหยุนจิง

“นี่มัน” เจียงลั่วเสวี่ยเพ่งมอง “นี่มันผังของวังหลวงมิใช่หรือ”

หลิ่วเฉินพยักหน้า สีหน้าเคร่งเครียด “และจุดสีแดงที่แต้มไว้นี้ คือตำหนักของหมิงอ๋อง ผู้เป็นพระอนุชาของฮ่องเต้”

บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันที เรื่องนี้ใหญ่โตเกินกว่าคดีฆาตกรรมนางละครเสียแล้ว หากเกี่ยวข้องกับหมิงอ๋องและผังวังหลวง ย่อมหมายถึงการกบฏ

“แย่แล้ว” จู่ๆ เสวี่ยจีก็ร้องอุทาน มองออกไปนอกหน้าต่าง “มีคนกำลังมา คนของหอสังเกตการณ์”

หอสังเกตการณ์คือหน่วยงานลับของหมิงอ๋อง ที่คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวในเมือง

“คนพวกนั้นคงตามกลิ่นมาได้แล้ว” หลิ่วเฉินม้วนภาพเก็บใส่แขนเสื้ออย่างรวดเร็ว เขาหันไปสั่งเสวี่ยจี “เจ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ฮั่นถง พาแม่นางเสวี่ยจีหนีออกทางประตูหลัง ไปหลบที่ศาลต้าหลี่ก่อน”

“ขอรับ” ฮั่นถงรับคำสั่งแล้วพาเสวี่ยจีออกไป

“ส่วนเจ้า” หลิ่วเฉินหันมาหาเจียงลั่วเสวี่ย คว้าข้อมือบางของนางไว้แน่น “ตามข้ามา เราต้องเบี่ยงเบนความสนใจพวกมัน”

“จะไปไหน” เจียงลั่วเสวี่ยถามเสียงตื่น

“ไปเล่นละคร บทคู่รักหนีตามกัน”

หลิ่วเฉินลากนางออกจากห้อง แต่แทนที่จะลงบันได เขาพานางปีนออกทางระเบียง กระโดดข้ามไปยังหลังคาของเรือนข้างเคียง

“ว้าย ท่านโหว ท่านจะฆ่าข้าหรือ” เจียงลั่วเสวี่ยร้องเสียงหลง เมื่อเท้าของนางลอยสูงจากพื้น นางเผลอกอดเอวสอบของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ

“หุบปาก หากไม่อยากตกลงไปคอหักตาย” หลิ่วเฉินดุ แต่แขนแกร่งกลับโอบรัดเอวนางไว้แน่นเพื่อพยุง

ทั้งสองลงสู่ตรอกแคบๆ ด้านหลังหอระบำเมฆาได้อย่างปลอดภัย แต่ยังไม่ทันจะได้พักหายใจ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางหน้า

บุรุษชุดดำสวมหน้ากากปีศาจ ยืนขวางทางออก ตรอกแคบๆ ถูกปิดตายด้วยจิตสังหารที่รุนแรง

“ส่งของสิ่งนั้นมา แล้วข้าจะไว้ชีวิต” เสียงแหบพร่าดังลอดออกมาจากหน้ากาก

หลิ่วเฉินดันร่างเจียงลั่วเสวี่ยไปไว้ด้านหลัง “เฟยอวี่ คุ้มกันจวิ้นจู่”

เฟยอวี่กระโดดลงมาจากหลังคา ชักดาบออกจากฝักมายืนขนาบข้างเจ้านาย

“ท่านโหว คนผู้นี้ฝีมือไม่ธรรมดา ลมปราณของเขารุนแรงยิ่งนัก” เฟยอวี่กระซิบเตือน

“ข้ารู้” หลิ่วเฉินตอบเสียงเย็น เขาปลดป้ายหยกประจำตัวเก็บเข้าอกเสื้อ แล้วสะบัดชายเสื้อคลุม มือขวาวางทาบที่ด้ามกระบี่อ่อนที่ซ่อนอยู่ข้างเอว

“เจียงลั่วเสวี่ย ฟังข้าให้ดี” เขาหันมาสั่งนางโดยไม่ละสายตาจากศัตรู “นับหนึ่งถึงสาม ให้เจ้าวิ่งไปทางซ้าย อย่าหันกลับมามอง เข้าใจหรือไม่”

“แล้วท่านเล่า” เจียงลั่วเสวี่ยถามด้วยความเป็นห่วง แม้จะปากร้ายใส่กัน แต่ในสถานการณ์เป็นตาย นางกลับรู้สึกไม่อยากทิ้งเขาไว้

“ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก น่ารำคาญเสียจริง ไป!”

สิ้นเสียงคำว่าไป หลิ่วเฉินก็พุ่งเข้าหาชายชุดดำดุจลูกธนู เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความมืดของตรอก

เฟยอวี่ฉุดแขนเจียงลั่วเสวี่ย “จวิ้นจู่ รีบไปเถิดขอรับ ท่านโหวต้านมันไว้ได้ไม่นาน”

เจียงลั่วเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่น นางรู้ดีว่าตนเองอยู่ที่นี่ก็รังแต่จะเป็นตัวถ่วง นางจึงตัดสินใจวิ่งตามเฟยอวี่ไป แต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความกังวล

หลิ่วเฉิน ท่านอย่าตายนะ หากท่านตาย ข้าจะตามไปด่าท่านที่ปรโลกให้หูชาเลยคอยดู…

ขณะที่วิ่งหนีไปตามตรอกที่ซับซ้อน เจียงลั่วเสวี่ยสะดุดเข้ากับกองฟางจนล้มลง ฝ่ามือถลอกปอกเปิก

“จวิ้นจู่ เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ” เฟยอวี่รีบเข้ามาดู

“ข้าไม่เป็นไร” เจียงลั่วเสวี่ยกัดฟันลุกขึ้น แต่สายตานางเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่ในกองฟาง มันคือลูกปัดไม้แกะสลักเม็ดหนึ่ง ลักษณะเหมือนลูกประคำของนักบวช แต่มีกลิ่นหอมประหลาด กลิ่นเดียวกับที่นางได้กลิ่นจากตัวชายชุดดำหลังเวทีโรงงิ้ว

นางรีบเก็บมันใส่แขนเสื้อ “ไปกันต่อเถอะ”

ทั้งสองวิ่งลัดเลาะจนออกมาถึงถนนใหญ่ที่พลุกพล่าน ผู้คนเดินขวักไขว่ทำให้พวกนักฆ่าไม่กล้าลงมือโจ่งแจ้ง

ครึ่งชั่วยามต่อมา ที่จุดนัดพบลับหลังจวนอันหยางโหว

เจียงลั่วเสวี่ยเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ ชะเง้อมองไปทางต้นทางทุกครั้งที่มีเสียงใบไม้ไหว

“เฟยอวี่ ทำไมป่านนี้ท่านโหวของเจ้ายังไม่มา หรือว่าเขาจะ...”

“ท่านแช่งข้าหรืออย่างไร” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่กระโดดข้ามกำแพงลงมาอย่างแผ่วเบา หลิ่วเฉินมีสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดวิ่นเล็กน้อย และมีรอยเลือดซึมที่ท่อนแขนซ้าย แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม

“ท่านบาดเจ็บ” เจียงลั่วเสวี่ยรีบเข้าไปดูแผล “เลือดออกเยอะขนาดนี้ ยังทำหน้าตายอยู่ได้”

“แค่รอยขีดข่วน ไกลหัวใจนัก” หลิ่วเฉินปัดมือนางออกเบาๆ “ข้าสลัดมันหลุดแล้ว แต่มันคงไม่หยุดแค่นี้แน่ เราได้หลักฐานสำคัญมา”

“แล้วเจ้าล่ะ บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” เขาถามกลับ

“ข้าไม่เป็นไร แค่หกล้ม” เจียงลั่วเสวี่ยตอบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “อ้อ ข้าเจอสิ่งนี้ด้วย”

นางหยิบลูกปัดไม้ออกมาให้เขาดู หลิ่วเฉินรับไปดู ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจ “นี่คือ ลูกประคำไม้จันทน์หอมจากวัดต้าฉือเอิน วัดหลวงประจำราชวงศ์”

ทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อกัน ภาพวาดผังวังหลวง จุดแดงที่ตำหนักหมิงอ๋อง และลูกประคำจากวัดหลวง

“ดูเหมือนว่า ม่านหมอกนี้จะหนากว่าที่เราคิดเสียแล้ว” หลิ่วเฉินกำลูกปัดในมือแน่น “จวิ้นจู่ พรุ่งนี้เตรียมตัวเข้าวัง”

“เข้าวัง ไปทำไม” เจียงลั่วเสวี่ยถามด้วยความงุนงง

“ไปเยี่ยมเสด็จป้าของท่าน และไปตรวจสอบว่า ใครในวัดต้าฉือเอินที่ทำลูกประคำหาย” หลิ่วเฉินแสยะยิ้ม “ละครฉากต่อไป จะเล่นกันในเขตพระราชฐาน”

เจียงลั่วเสวี่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรู้สึกว่าขาข้างหนึ่งของนางได้ก้าวเข้าไปในหลุมพรางแห่งการแย่งชิงอำนาจเสียแล้ว

“ตกลง แต่ท่านต้องทำแผลก่อน” เจียงลั่วเสวี่ยดึงแขนเสื้อเขา “ตามข้ามาที่เรือน ข้าจะทำแผลให้”

“ไม่ต้อง ข้าให้หมอที่ศาลต้าหลี่ทำได้” หลิ่วเฉินปฏิเสธ

“อย่าดื้อ” เจียงลั่วเสวี่ยตวาด “ท่านช่วยชีวิตข้า ข้าก็ต้องตอบแทน บุญคุณความแค้นต้องชำระให้ชัดเจน มานี่”

นางลากแขนท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่ให้เดินตามไปอย่างไม่เกรงใจสายตาขององครักษ์ที่ยืนมองตาปริบๆ

เฟยอวี่หันไปกระซิบกับฮั่นถง “เจ้าว่า ท่านโหวของเราจะรอดจากเงื้อมมือจวิ้นจู่หรือไม่”

ฮั่นถงเกาหัวแกรกๆ “ข้าว่า ท่านโหวอาจจะเต็มใจให้ลากไปมากกว่านะ ดูสิ มุมปากท่านโหว เหมือนจะยิ้มอยู่เลย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 2

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสี่หนาว จวนฉางหนิงโหวที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมของขุนนางฝ่ายตุลาการ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะหลิ่วจื่อเฉิน หรือ อาเฉิน คุณชายน้อยแห่งจวนฉางหนิงโหวเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสี่หนาว รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนบิดา คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาคมเข้ม ทว่ากลับมีริมฝีปากบางและรอยยิ้มซุกซนที่ถอดแบบมาจากเจียงลั่วเสวี่ยผู้เป็นมารดา สติปัญญาของเด็กน้อยเฉียบแหลมเกินวัย ซึมซับเอาความเด็ดขาดของบิดาและความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมารดามาอย่างครบถ้วนยามเว่ย แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าห้องหนังสือ เฟยอวี่และฮั่นถง องครักษ์ฝีมือฉกาจแห่งศาลต้าหลี่ กำลังยืนหอบหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก พวกเขามิได้เพิ่งกลับจากการต่อสู้กับโจรผู้ร้าย ทว่าเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวิ่งไล่จับคุณชายน้อยที่แอบนำตำราพิชัยสงครามของบิดามาพับเป็นเรือกระดาษ"ท่านอาเฟยอวี่ ท่านอาฮั่นถง พวกท่านเชื่องช้าปานเต่าคลาน ข้าวิ่งวนรอบศาลาตั้งสามรอบ พวกท่านยังตามข้าไม่ทันเลย" เสียงใสแจ๋วของหลิ่วจื่อเฉินดังกังวาน เด็กน้อยยืนกอดอกอยู่บนโขดหินจำลอง เชิดหน้าขึ้นอย่าง

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 1

    ณ เมืองหลวงหยุนจิง สายลมพัดโชยนำพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมเมือง ทว่าสำหรับศาลต้าหลี่อันเป็นสถานที่ชำระความและรักษากฎหมาย บรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายตามฤดูกาล ซ้ำยังดูตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายส่วนสาเหตุหลักมิใช่เพราะมีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันใด ทว่าเป็นเพราะรังสีอำมหิตแฝงความร้อนรนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ซึ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานกองโตเฟยอวี่และฮั่นถงยืนลอบสบตากันอยู่หน้าประตูห้องทำงาน องครักษ์ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเหตุใดนายเหนือหัวของตนจึงมีท่าทีผุดลุกผุดนั่งและคอยมองดูเวลาอยู่ทุกครึ่งชั่วยาม“เจ้าดูสิ ท่านโหวอ่านฎีกาม้วนเดิมมาสามรอบแล้ว ข้าเห็นสายตาของท่านจับจ้องอยู่แต่ที่หน้าต่าง ราวกับจะโบยบินกลับจวนเสียให้ได้” เฟยอวี่กระซิบเสียงแผ่วเบาฮั่นถงพยักหน้าเห็นด้วย “จะมิให้ร้อนใจได้อย่างไร ฮูหยินตั้งครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หมอหลวงย้ำว่าอาจจะคลอดได้ทุกเมื่อ ท่านโหวผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบ บัดนี้กลับหวาดกลัวการทิ้งให้ฮูหยินอยู่จวนเพียงลำพังยิ่งกว่าสิ่งใด”คำกล่าวของฮั่นถงมิได้เกินจริงแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เจียงลั่วเส

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 44

    เวลาผ่านไปกว่าสองเดือนท่ามกลางความสงบสุขของจวนริมทะเลสาบ บ่ายวันหนึ่ง สายลมพัดโชยเอากลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ป่าล่องลอยมาตามลม หลิ่วเฉินนั่งอยู่บนระเบียงศาลากลางน้ำ ในมือของเขากำลังประคองกู่ฉินตัวโปรด ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดลงบนสายพิณ บรรเลงท่วงทำนองอันแสนหวานและผ่อนคลาย ต่างจากเพลงพิณสังหารที่เขาเคยใช้ในลานหอบูชาฟ้าดินอย่างสิ้นเชิงเจียงลั่วเสวี่ยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนบางเบา กำลังจัดเตรียมป้านชาและขนมกุ้ยฮวาอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ทว่าจู่ๆ นางก็รู้สึกอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว กลิ่นหอมหวานของขนมกุ้ยฮวาที่นางเคยโปรดปรานกลับทำให้รู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนไม่ไหวสตรีร่างบางยกมือขึ้นทาบอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอาการ ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างของนางโอนเอนและทรุดลงไปปะทะกับขอบโต๊ะหินอ่อน ถ้วยชาแกะสลักร่วงหล่นลงพื้นจนเกิดเสียงดังเสียงกระเบื้องแตกทำลายท่วงทำนองเพลงพิณ หลิ่วเฉินชะงักมือทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างของภรรยากำลังจะล้มลง หัวใจของเขากระตุกวูบ ชายหนุ่มทิ้งกู่ฉินล้ำค่าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี พุ่งทะยานร่างเข้าไปคว้าร่างบอบบางของนางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว"ล

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 43

    เมืองหลวงหยุนจิงในยามเช้าตรู่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครา ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่และโอ่อ่าตระการตาเนืองแน่นไปด้วยเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่ยืนเรียงแถวตามลำดับขั้นอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงในอดีต บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขและความศรัทธาต่อราชบัลลังก์ที่กลับมามั่นคงอีกครั้งเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร หีบไม้หุ้มเหล็กจำนวนหลายสิบใบถูกเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่ง เหรียญเงิน และอัญมณีล้ำค่า ทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกยักยอกไปซุกซ่อนไว้ใต้อารามเหลียนฮวา บัดนี้ได้ถูกนำกลับคืนสู่ท้องพระคลังแล้วฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระพักตร์ที่เคยหมองคล้ำด้วยความกังวลบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน พระองค์ทอดพระเนตรขุมทรัพย์เบื้องหน้าสลับกับร่างสูงใหญ่ของฉางหนิงโหว หลิ่วเฉิน ที่ยืนประสานมืออยู่อย่างนอบน้อม"หลิ่วเฉิน ความดีความชอบของเจ้าในครานี้ ยิ่งใหญ่จนข้ามิรู้จะหาถ้อยคำใดมาสรรเสริญ ทรัพย์สินเหล่านี้มิเพียงแต่เติมเต็มท้องพระคลัง ทว่ายังสามารถนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้และบำรุงกองทัพได้อีกหลายสิบปี ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ควบตำแหน่งหัวหน้าศาลต้าหลี่ มีอำนาจตร

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 42

    สตรีร่างบางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง นางเดินไปเปิดหีบไม้ใบเล็กที่นางนำติดตัวมาจากจวนอันหยางโหว ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกดำที่บันทึกอักษรลับของพวกกบฏ ซึ่งนางเคยช่วยเขาถอดไขความในคืนก่อนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนางนำสมุดบัญชีลับนั้นมากางลงบนโต๊ะ พลิกหน้ากระดาษไปยังส่วนที่บันทึกการเบิกจ่าย "ท่านโหว ท่านจำได้หรือไม่ว่าในบันทึกนี้ มีการอ้างถึงการขนส่งสมุนไพรต้านหนานซิงจำนวนมากไปยังทิศอุดร ทว่าเรามุ่งความสนใจไปที่ผาดวนหุนซึ่งเป็นโรงตีเหล็ก จนละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป"หลิ่วเฉินขยับตัวเข้ามาดูใกล้ๆ เขามองตามปลายนิ้วเรียวของนางที่ชี้ไปยังกลุ่มสัญลักษณ์รูปภูเขาและแม่น้ำที่ถูกสลับตำแหน่งกันอย่างซับซ้อน"ในทางการค้าของพ่อค้าเผ่าตงหู สัญลักษณ์รูปน้ำที่หันเหไปทางทิศตะวันออก มิได้หมายถึงแม่น้ำเสมอไป ทว่ามันยังหมายถึงสถานที่ที่เคยเป็นเส้นทางน้ำทว่าเหือดแห้งไปแล้ว" เจียงลั่วเสวี่ยอธิบายด้วยความเชี่ยวชาญ นางลากเส้นเชื่อมโยงสัญลักษณ์เหล่านั้นเข้าด้วยกัน "และสัญลักษณ์รูปดอกไม้นี้ หากอ่านตามตำราอักษรภาพโบราณ มันคือดอกบัวที่เหี่ยวเฉา""สระบัวแห้งทางทิศตะวันออกของเมืองอุดร" หลิ่วเฉินดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสามารถปะต

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 41

    แสงตะวันยามเช้าตรู่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างที่ประดับด้วยลวดลายมงคลสีแดงคู่ แสงสีทองอ่อนจางทาบลงบนพื้นไม้กระดานขัดเงา ภายในห้องหอยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นสุรามงคลที่หลงเหลือจากค่ำคืนอันแสนหวาน เทียนมงคลเล่มใหญ่บนโต๊ะไม้จันทน์มอดดับลงเหลือเพียงน้ำตาเทียนสีแดงสดที่อาบไล้เชิงเทียนทองเหลืองบนเตียงไม้สลักลวดลายพยัคฆ์คู่มังกร ม่านมุ้งสีแดงถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาปิดบังความอบอุ่นภายใน ร่างสูงใหญ่ของหลิ่วเฉินนอนตระกองกอดสตรีอันเป็นที่รักไว้แนบอก ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองดวงหน้างดงามที่ซบอยู่กับแผงอกของตนเองแพขนตางอนยาวของเจียงลั่วเสวี่ยทาบทับลงบนผิวแก้มเนียนละเอียด ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ หลิ่วเฉินมิกล้าขยับเขยื้อนกายด้วยเกรงว่าจะทำให้สตรีในอ้อมกอดต้องตื่นจากการหลับใหล เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วสากกร้านเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของนางออกอย่างเบามือที่สุดสัมผัสแผ่บเบานั้นทำให้นางรู้สึกตัว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ ปรือขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 31

    ณ จวนแม่ทัพหลี่ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวงรถม้าคันเรียบง่ายประทับตราจวนอันหยางโหวเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าประตูจวนอันใหญ่โต พ่อบ้านเฉิน ชายชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์และภักดีต่อตระกูลเจียง ก้าวลงจากรถม้าพร้อมด้วยกล่องไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ในมือของเขาคือของขวัญตามธรรมเนียม

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 13

    ภายในห้องนอนของจวนอันหยางโหว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวตื่น ความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีการตามล่าเมื่อคืนบรรเทาลงไปมาก นางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ปล่อยให้ผมยาวสลวยทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลังอิงเกอและลู่จูเดินถืออ่างน้ำทองเหลืองและผ้าเข้ามาปรนนิบัติเจ้านาย สีหน้าของสาวใช้ทั้งสองดูตื่นเต้นผิดปกติ"ท่านห

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 12

    เจียงลั่วเสวี่ยหันขวับมามองเขา แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้น "ท่านพูดเช่นนี้คิดจะทิ้งข้ากลางทางงั้นหรือ ข้าบอกแล้วว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าเจียงลั่วเสวี่ยมิใช่คนขี้ขลาดที่เห็นแก่ตัวเอาตัวรอดเพียงลำพัง ในเมื่อข้ารู้ความลับของหมิงอ๋องแล้ว ต่อให้ข้ากลับไปหลบซ่อนตัว เขาก็ไม่มีวันปล่อยข้าไปอยู่ดี

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 11

    "ส่งยาถอนพิษนั่นมาซะ หากไม่อยากตายแบบไร้ที่ฝัง" ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าตวาดกร้าวขณะตวัดดาบเข้าใส่"เกรงว่าพวกเจ้าคงไม่มีฝีมือพอจะเอาไปได้" หลิ่วเฉินตอบเสียงเย็นชา นัยน์ตาคมกวาดมองประเมินสถานการณ์รอบด้าน "จวิ้นจู่ เกาะข้าไว้ให้แน่น อย่าห่างจากตัวข้าแม้แต่ก้าวเดียว""ข้ารู้แล้ว ท่านระวังด้านขวาด้วย" เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status