Share

ตอนที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2026-04-01 13:21:02

แสงจันทร์สาดส่องผ่านม่านเมฆบางเบาลงมากระทบหลังคากระเบื้องของจวนอันหยางโหว ก่อให้เกิดประกายสีเงินยวงงดงามจับตา ทว่าภายในเรือนของตวนอี้จวิ้นจู่ กลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจที่คุกรุ่นอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ

เจียงลั่วเสวี่ย ในชุดนอนผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์คลุมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีฟ้าอ่อน เดินไปเดินมาอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ นางไล่สาวใช้ทั้งสองให้ไปพักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ โดยอ้างว่าต้องการความสงบเพื่อคัดลอกพระสูตร แต่แท้จริงแล้ว นางกำลังรอคอยโจรราคะผู้หนึ่งที่สัญญาว่าจะมาหา

"ยามไฮ่แล้ว เหตุใดเขาถึงยังไม่มาอีก" นางบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางชะโงกหน้ามองออกไปในความมืดมิดของสวนหลังเรือน ลมราตรีพัดเข้ามาพร้อมกลิ่นหอมเย็นของดอกราตรีโชยมาแตะจมูก

"หรือว่าเขาจะถูกจับได้ในวัง... หรือว่าแผลที่แขนกำเริบจนมาไม่ไหว" ความคิดฟุ้งซ่านเริ่มเกาะกุมจิตใจ ภาพของหมิงอ๋อง ผู้มีรอยยิ้มอาบยาพิษผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ทำให้ขนอ่อนตามร่างกายของนางลุกชัน

ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งก็วูบผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับภูตผี

เจียงลั่วเสวี่ยสะดุ้งสุดตัว นางกำลังจะอ้าปากร้อง แต่ฝ่ามือหนาที่คุ้นเคยก็พุ่งเข้ามาปิดปากนางไว้เสียก่อน พร้อมกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหมึกและไม้สนที่ทำให้นางจำได้ทันที

"ข้าเอง อย่าส่งเสียง" เสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอทำให้นางตัวแข็งทื่อ หลิ่วเฉินในชุดลำลองสีดำสนิทปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้านาง เขาค่อยๆ ปล่อยมือออกจากปากนางเมื่อเห็นว่านางตั้งสติได้แล้ว

"ท่านโหว ท่านจะเข้าตามตรอกออกตามประตูไม่ได้หรือไร เหตุใดต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนโจรเด็ดบุปผาเช่นนี้" เจียงลั่วเสวี่ยกระซิบต่อว่า พลางยกมือขึ้นลูบอกปลอบขวัญตัวเอง

หลิ่วเฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มบางเบาที่ดูยวนตายิ่งนักในแสงสลัว "หากข้าเดินเข้าทางประตูหน้า เกรงว่าท่านอัครเสนาบดีเจียง บิดาของท่านคงจะสั่งให้คนเอาไม้ไล่ตีข้าจนขาหัก ข้อหาลักลอบเข้าหาบุตรีในยามวิกาล"

"ท่านก็รู้ตัวนี่" เจียงลั่วเสวี่ยค้อนขวับ ก่อนจะดึงแขนเขาให้เข้ามาหลบในมุมอับสายตา "เป็นอย่างไรบ้าง แผลของท่าน"

"ยาของตระกูลเจียงวิเศษนัก อาการดีขึ้นมากแล้ว" หลิ่วเฉินตอบสายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องประทินโฉมของนาง ยามไร้แป้งชาด เจียงลั่วเสวี่ยดูอ่อนเยาว์และน่าทะนุถนอมกว่ายามปกติหลายส่วน

"เข้าเรื่องเถิด" เขาปรับสีหน้าเป็นจริงจัง "เรื่องหมิงอ๋อง... ข้าให้คนไปสืบย้อนหลังดูแล้ว หมิงอ๋องผู้นี้ภายนอกดูเป็นคนเจ้าสำราญ ไม่ฝักใฝ่อำนาจ แต่แท้จริงแล้วเขามีกองกำลังลับซุกซ่อนอยู่ กองกำลังที่ใช้สัญลักษณ์หน้ากากปีศาจ หรือ กลุ่มกุ่ยเมี่ยน"

"แล้วเรื่องแผนที่วังหลวงเล่า" เจียงลั่วเสวี่ยถาม นางเดินไปหยิบม้วนภาพวาดที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมาคลี่กางลงบนโต๊ะ

หลิ่วเฉินชี้ไปที่จุดสีแดงบนแผนที่ "จุดนี้คือตำหนักบรรพชน ด้านหลังตำหนักของหมิงอ๋อง ข้าคาดว่ามันน่าจะเป็นทางเข้าลับสู่ฐานบัญชาการใต้ดิน หรือไม่ก็เป็นที่ซ่อนสิ่งของที่สำคัญมาก... อาจจะเป็นอาวุธ หรือหลักฐานการติดต่อกับชนเผ่าตงหูทางเหนือ"

"ชนเผ่าตงหู" เจียงลั่วเสวี่ยเบิกตากว้าง "ท่านกำลังจะบอกว่า หมิงอ๋องคิดก่อกบฏโดยยืมมือคนนอกด่านหรือ"

"เป็นไปได้สูง" หลิ่วเฉินพยักหน้า "พิษสลายวิญญาณที่ใช้กับนางละคร ก็เป็นพิษที่มีต้นกำเนิดมาจากแดนตะวันตก ซึ่งชนเผ่าตงหูมักใช้ในการลอบสังหาร"

"ถ้าเช่นนั้น เราต้องรีบแจ้งฝ่าบาท"

"ช้าก่อน" หลิ่วเฉินยกมือห้าม "ฮ่องเต้ทรงรักใคร่พระอนุชาผู้นี้มาก หากเราไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ มีแต่หัวเราที่จะหลุดจากบ่า อีกอย่าง... ลูกประคำเม็ดนั้น แม้จะยืนยันได้ว่าหมิงอ๋องคือคนร้ายที่พยายามสังหารเราในตรอก แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเขาเป็นคนสั่งฆ่านางละคร หรือวางแผนกบฏ เขาอาจจะอ้างว่าทำประคำหาย หรือถูกขโมยไปก็ได้"

"คนเจ้าเล่ห์" เจียงลั่วเสวี่ยกัดฟันกรอด "แล้วเราจะทำอย่างไร"

"เราต้องหาพยานบุคคล" ดวงตาของหลิ่วเฉินวาวโรจน์ "พยานที่จะยืนยันได้ว่า หมิงอ๋องเป็นผู้สั่งซื้อพิษสลายวิญญาณ"

"แล้วเราจะไปหาพยานผู้นั้นได้ที่ไหน"

"ตลาดภูตพราย"

คำตอบของหลิ่วเฉินทำเอาเจียงลั่วเสวี่ยขนลุกซู่ ตลาดภูตพราย เป็นตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดในหยุนจิง ตั้งอยู่ในเขตสลัมทางทิศใต้ เปิดทำการเฉพาะยามวิกาล เป็นแหล่งรวมสินค้าผิดกฎหมายของโจร และข่าวสารด้านมืด ที่ซึ่งกฎหมายของราชสำนักเอื้อมมือไปไม่ถึง

"คืนนี้ ข้าสืบรู้มาว่าจะมีพ่อค้าพิษจากแดนตะวันตกเข้ามาทำการค้าที่นั่น ข้าจะไปจับตัวมันมาสอบสวน" หลิ่วเฉินกล่าว

"ข้าไปด้วย" เจียงลั่วเสวี่ยโพล่งออกมาทันที

"ไม่ได้" หลิ่วเฉินปฏิเสธเสียงแข็ง "ที่นั่นอันตรายเกินไป เต็มไปด้วยนักฆ่าและอันธพาล สตรีอย่างเจ้าไม่ควรย่างกรายเข้าไป"

"ข้าไม่ใช่สตรีในห้องหอทั่วไปนะ" เจียงลั่วเสวี่ยเถียงคอเป็นเอ็น "อีกอย่าง ข้ารู้จักเส้นทางในตลาดภูตพรายดีกว่าท่านเสียอีก"

หลิ่วเฉินเลิกคิ้ว "ท่านเนี่ยนะ จวิ้นจู่ผู้สูงศักดิ์ จะไปรู้จักตลาดมืดได้อย่างไร"

"สมัยเด็ก ข้าเคยหนีท่านพ่อไปเที่ยวเล่นแถวนั้นกับพี่ชายรอง" นางสารภาพ "ข้ารู้ทางหนีทีไล่ดี และข้าก็รู้จัก... รหัสลับ สำหรับผ่านเข้าตลาดด้วย"

หลิ่วเฉินมองนางอย่างชั่งใจ เขาไม่อยากพานางไปเสี่ยง แต่ต้องยอมรับว่าการมีคนนำทางที่ชำนาญพื้นที่ย่อมดีกว่า "ได้ แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ดื้อดึง และต้องอยู่ข้างหลังข้าตลอดเวลา"

"ตกลง"

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา ตามมาด้วยเสียงเรียกของสาวใช้

"ท่านหญิง... บ่าวเห็นแสงเทียนยังสว่างอยู่ เลยต้มน้ำแกงรังนกมาให้เจ้าค่ะ" เสียงของ ลู่จู ดังลอดเข้ามา

เจียงลั่วเสวี่ยหน้าซีดเผือด หันไปมองหลิ่วเฉิน หากลู่จูเข้ามาเห็นบุรุษอยู่ในห้องนอนนาง เรื่องใหญ่แน่

"ทำอย่างไรดี ท่าน... ท่านไปซ่อนเร็วเข้า" นางกระซิบเสียงรัว

"จะให้ข้าไปซ่อนที่ไหน ห้องเจ้าโล่งขนาดนี้" หลิ่วเฉินกวาดตามอง ตู้เสื้อผ้าก็เล็กเกินกว่าที่บุรุษตัวโตอย่างเขาจะเข้าไปได้

"ใต้เตียง ไม่สิ... หลังฉากกั้น โอ๊ย ไม่ทันแล้ว" เจียงลั่วเสวี่ยได้ยินเสียงสลักประตูกำลังจะถูกปลด "ขึ้นมาบนเตียง เร็ว"

"อะไรนะ" หลิ่วเฉินตาโต

เจียงลั่วเสวี่ยไม่รอฟังคำทักท้วง นางผลักร่างสูงของเขาให้ล้มลงบนเตียงกว้าง แล้วรีบกระโดดตามขึ้นไป คว้าผ้าห่มนวมผืนหนามาคลุมโปงปิดบังร่างของทั้งคู่ไว้จนมิดชิด

ประตูห้องถูกผลักเปิดออก ลู่จูเดินถือถาดน้ำแกงเข้ามา นางมองไปรอบห้องด้วยความแปลกใจเมื่อไม่เห็นเจ้านาย

"ท่านหญิง..."

"ข้าอยู่นี่" เสียงอู้อี้ดังมาจากก้อนผ้าห่มบนเตียง "ลู่จู วางน้ำแกงไว้เถิด ข้า... ข้ารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนต้องลมเย็น ขอนอนพักสักครู่"

ลู่จูรีบวางถาดลงแล้วเดินตรงมาที่เตียงด้วยความเป็นห่วง "ท่านหญิงไม่สบายหรือเจ้าคะ ให้บ่าวไปตามท่านหมอ..."

"ไม่ต้อง" เจียงลั่วเสวี่ยรีบปฏิเสธเสียงแข็งจากใต้ผ้าห่ม "แค่เวียนหัว นอนพักสักคืนก็หาย เจ้าออกไปเถิด อย่ามารบกวนข้า"

"แต่ว่า... ท่านหญิงดูสั่นๆ นะเจ้าคะ หนาวมากหรือเจ้าคะ" ลู่จูสังเกตเห็นกองผ้าห่มขยับไหวเล็กน้อย

"แค่ก ๆ ข้าบอกให้ออกไป" เจียงลั่วเสวี่ยแกล้งไอ "ข้าต้องการพักผ่อน"

ลู่จูลังเลเล็กน้อย แต่ไม่กล้าขัดคำสั่ง "เจ้าค่ะ บ่าววางน้ำแกงไว้ตรงนี้นะเจ้าคะ หากท่านหญิงต้องการอะไรให้เรียกบ่าว"

สาวใช้รีบถอยออกจากห้องแล้วปิดประตูอย่างแน่นหนา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 2

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสี่หนาว จวนฉางหนิงโหวที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมของขุนนางฝ่ายตุลาการ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะหลิ่วจื่อเฉิน หรือ อาเฉิน คุณชายน้อยแห่งจวนฉางหนิงโหวเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสี่หนาว รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนบิดา คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาคมเข้ม ทว่ากลับมีริมฝีปากบางและรอยยิ้มซุกซนที่ถอดแบบมาจากเจียงลั่วเสวี่ยผู้เป็นมารดา สติปัญญาของเด็กน้อยเฉียบแหลมเกินวัย ซึมซับเอาความเด็ดขาดของบิดาและความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมารดามาอย่างครบถ้วนยามเว่ย แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าห้องหนังสือ เฟยอวี่และฮั่นถง องครักษ์ฝีมือฉกาจแห่งศาลต้าหลี่ กำลังยืนหอบหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก พวกเขามิได้เพิ่งกลับจากการต่อสู้กับโจรผู้ร้าย ทว่าเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวิ่งไล่จับคุณชายน้อยที่แอบนำตำราพิชัยสงครามของบิดามาพับเป็นเรือกระดาษ"ท่านอาเฟยอวี่ ท่านอาฮั่นถง พวกท่านเชื่องช้าปานเต่าคลาน ข้าวิ่งวนรอบศาลาตั้งสามรอบ พวกท่านยังตามข้าไม่ทันเลย" เสียงใสแจ๋วของหลิ่วจื่อเฉินดังกังวาน เด็กน้อยยืนกอดอกอยู่บนโขดหินจำลอง เชิดหน้าขึ้นอย่าง

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 1

    ณ เมืองหลวงหยุนจิง สายลมพัดโชยนำพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมเมือง ทว่าสำหรับศาลต้าหลี่อันเป็นสถานที่ชำระความและรักษากฎหมาย บรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายตามฤดูกาล ซ้ำยังดูตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายส่วนสาเหตุหลักมิใช่เพราะมีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันใด ทว่าเป็นเพราะรังสีอำมหิตแฝงความร้อนรนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ซึ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานกองโตเฟยอวี่และฮั่นถงยืนลอบสบตากันอยู่หน้าประตูห้องทำงาน องครักษ์ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเหตุใดนายเหนือหัวของตนจึงมีท่าทีผุดลุกผุดนั่งและคอยมองดูเวลาอยู่ทุกครึ่งชั่วยาม“เจ้าดูสิ ท่านโหวอ่านฎีกาม้วนเดิมมาสามรอบแล้ว ข้าเห็นสายตาของท่านจับจ้องอยู่แต่ที่หน้าต่าง ราวกับจะโบยบินกลับจวนเสียให้ได้” เฟยอวี่กระซิบเสียงแผ่วเบาฮั่นถงพยักหน้าเห็นด้วย “จะมิให้ร้อนใจได้อย่างไร ฮูหยินตั้งครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หมอหลวงย้ำว่าอาจจะคลอดได้ทุกเมื่อ ท่านโหวผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบ บัดนี้กลับหวาดกลัวการทิ้งให้ฮูหยินอยู่จวนเพียงลำพังยิ่งกว่าสิ่งใด”คำกล่าวของฮั่นถงมิได้เกินจริงแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เจียงลั่วเส

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 44

    เวลาผ่านไปกว่าสองเดือนท่ามกลางความสงบสุขของจวนริมทะเลสาบ บ่ายวันหนึ่ง สายลมพัดโชยเอากลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ป่าล่องลอยมาตามลม หลิ่วเฉินนั่งอยู่บนระเบียงศาลากลางน้ำ ในมือของเขากำลังประคองกู่ฉินตัวโปรด ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดลงบนสายพิณ บรรเลงท่วงทำนองอันแสนหวานและผ่อนคลาย ต่างจากเพลงพิณสังหารที่เขาเคยใช้ในลานหอบูชาฟ้าดินอย่างสิ้นเชิงเจียงลั่วเสวี่ยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนบางเบา กำลังจัดเตรียมป้านชาและขนมกุ้ยฮวาอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ทว่าจู่ๆ นางก็รู้สึกอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว กลิ่นหอมหวานของขนมกุ้ยฮวาที่นางเคยโปรดปรานกลับทำให้รู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนไม่ไหวสตรีร่างบางยกมือขึ้นทาบอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอาการ ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างของนางโอนเอนและทรุดลงไปปะทะกับขอบโต๊ะหินอ่อน ถ้วยชาแกะสลักร่วงหล่นลงพื้นจนเกิดเสียงดังเสียงกระเบื้องแตกทำลายท่วงทำนองเพลงพิณ หลิ่วเฉินชะงักมือทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างของภรรยากำลังจะล้มลง หัวใจของเขากระตุกวูบ ชายหนุ่มทิ้งกู่ฉินล้ำค่าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี พุ่งทะยานร่างเข้าไปคว้าร่างบอบบางของนางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว"ล

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 43

    เมืองหลวงหยุนจิงในยามเช้าตรู่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครา ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่และโอ่อ่าตระการตาเนืองแน่นไปด้วยเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่ยืนเรียงแถวตามลำดับขั้นอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงในอดีต บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขและความศรัทธาต่อราชบัลลังก์ที่กลับมามั่นคงอีกครั้งเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร หีบไม้หุ้มเหล็กจำนวนหลายสิบใบถูกเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่ง เหรียญเงิน และอัญมณีล้ำค่า ทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกยักยอกไปซุกซ่อนไว้ใต้อารามเหลียนฮวา บัดนี้ได้ถูกนำกลับคืนสู่ท้องพระคลังแล้วฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระพักตร์ที่เคยหมองคล้ำด้วยความกังวลบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน พระองค์ทอดพระเนตรขุมทรัพย์เบื้องหน้าสลับกับร่างสูงใหญ่ของฉางหนิงโหว หลิ่วเฉิน ที่ยืนประสานมืออยู่อย่างนอบน้อม"หลิ่วเฉิน ความดีความชอบของเจ้าในครานี้ ยิ่งใหญ่จนข้ามิรู้จะหาถ้อยคำใดมาสรรเสริญ ทรัพย์สินเหล่านี้มิเพียงแต่เติมเต็มท้องพระคลัง ทว่ายังสามารถนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้และบำรุงกองทัพได้อีกหลายสิบปี ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ควบตำแหน่งหัวหน้าศาลต้าหลี่ มีอำนาจตร

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 42

    สตรีร่างบางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง นางเดินไปเปิดหีบไม้ใบเล็กที่นางนำติดตัวมาจากจวนอันหยางโหว ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกดำที่บันทึกอักษรลับของพวกกบฏ ซึ่งนางเคยช่วยเขาถอดไขความในคืนก่อนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนางนำสมุดบัญชีลับนั้นมากางลงบนโต๊ะ พลิกหน้ากระดาษไปยังส่วนที่บันทึกการเบิกจ่าย "ท่านโหว ท่านจำได้หรือไม่ว่าในบันทึกนี้ มีการอ้างถึงการขนส่งสมุนไพรต้านหนานซิงจำนวนมากไปยังทิศอุดร ทว่าเรามุ่งความสนใจไปที่ผาดวนหุนซึ่งเป็นโรงตีเหล็ก จนละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป"หลิ่วเฉินขยับตัวเข้ามาดูใกล้ๆ เขามองตามปลายนิ้วเรียวของนางที่ชี้ไปยังกลุ่มสัญลักษณ์รูปภูเขาและแม่น้ำที่ถูกสลับตำแหน่งกันอย่างซับซ้อน"ในทางการค้าของพ่อค้าเผ่าตงหู สัญลักษณ์รูปน้ำที่หันเหไปทางทิศตะวันออก มิได้หมายถึงแม่น้ำเสมอไป ทว่ามันยังหมายถึงสถานที่ที่เคยเป็นเส้นทางน้ำทว่าเหือดแห้งไปแล้ว" เจียงลั่วเสวี่ยอธิบายด้วยความเชี่ยวชาญ นางลากเส้นเชื่อมโยงสัญลักษณ์เหล่านั้นเข้าด้วยกัน "และสัญลักษณ์รูปดอกไม้นี้ หากอ่านตามตำราอักษรภาพโบราณ มันคือดอกบัวที่เหี่ยวเฉา""สระบัวแห้งทางทิศตะวันออกของเมืองอุดร" หลิ่วเฉินดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสามารถปะต

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 41

    แสงตะวันยามเช้าตรู่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างที่ประดับด้วยลวดลายมงคลสีแดงคู่ แสงสีทองอ่อนจางทาบลงบนพื้นไม้กระดานขัดเงา ภายในห้องหอยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นสุรามงคลที่หลงเหลือจากค่ำคืนอันแสนหวาน เทียนมงคลเล่มใหญ่บนโต๊ะไม้จันทน์มอดดับลงเหลือเพียงน้ำตาเทียนสีแดงสดที่อาบไล้เชิงเทียนทองเหลืองบนเตียงไม้สลักลวดลายพยัคฆ์คู่มังกร ม่านมุ้งสีแดงถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาปิดบังความอบอุ่นภายใน ร่างสูงใหญ่ของหลิ่วเฉินนอนตระกองกอดสตรีอันเป็นที่รักไว้แนบอก ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองดวงหน้างดงามที่ซบอยู่กับแผงอกของตนเองแพขนตางอนยาวของเจียงลั่วเสวี่ยทาบทับลงบนผิวแก้มเนียนละเอียด ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ หลิ่วเฉินมิกล้าขยับเขยื้อนกายด้วยเกรงว่าจะทำให้สตรีในอ้อมกอดต้องตื่นจากการหลับใหล เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วสากกร้านเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของนางออกอย่างเบามือที่สุดสัมผัสแผ่บเบานั้นทำให้นางรู้สึกตัว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ ปรือขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 12

    เจียงลั่วเสวี่ยหันขวับมามองเขา แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้น "ท่านพูดเช่นนี้คิดจะทิ้งข้ากลางทางงั้นหรือ ข้าบอกแล้วว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าเจียงลั่วเสวี่ยมิใช่คนขี้ขลาดที่เห็นแก่ตัวเอาตัวรอดเพียงลำพัง ในเมื่อข้ารู้ความลับของหมิงอ๋องแล้ว ต่อให้ข้ากลับไปหลบซ่อนตัว เขาก็ไม่มีวันปล่อยข้าไปอยู่ดี

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 11

    "ส่งยาถอนพิษนั่นมาซะ หากไม่อยากตายแบบไร้ที่ฝัง" ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าตวาดกร้าวขณะตวัดดาบเข้าใส่"เกรงว่าพวกเจ้าคงไม่มีฝีมือพอจะเอาไปได้" หลิ่วเฉินตอบเสียงเย็นชา นัยน์ตาคมกวาดมองประเมินสถานการณ์รอบด้าน "จวิ้นจู่ เกาะข้าไว้ให้แน่น อย่าห่างจากตัวข้าแม้แต่ก้าวเดียว""ข้ารู้แล้ว ท่านระวังด้านขวาด้วย" เ

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 10

    ความเงียบกลับคืนสู่ห้องนอนอีกครั้ง แต่ภายใต้ผ้าห่มกลับเต็มไปด้วยความปั่นป่วนเจียงลั่วเสวี่ยค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม สูดอากาศหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ใบหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู ไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เพราะร่างกายที่แนบชิดกับบุรุษใต้ผ้าห่มต่างหากหลิ่วเฉินนอนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเขาแนบชิดไปกับเรือน

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 8

    ฮองเฮาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดี... ฉางหนิงโหว ท่านเป็นขุนนางตงฉิน มีความสามารถ อายุก็ยังน้อย หากท่านจริงใจต่อเสวี่ยเอ๋อร์ ข้าก็วางใจ เรื่องการดูตัวกับบุตรแม่ทัพแดนเหนือ ข้าจะชะลอไว้ก่อน" "ขอบพระทัยเพคะ เสด็จป้า" เจียงลั่วเสวี่ยยิ้มแก้มปริ แผนการสำเร็จไปหนึ่งขั้น"แต่ว่า..." ฮองเฮาเอ่ยต่อ สีหน้าเปลี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status