Share

ตอนที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-03-28 13:35:55

แสงตะวันยามสายสาดส่องกระทบยอดไม้ในสวนจวนอันหยางโหว ขับไล่น้ำค้างแข็งที่เกาะพราวอยู่บนยอดหญ้าให้ระเหยกลายเป็นไอหมอกจางๆ บรรยากาศภายในเรือนของตวนอี้จวิ้นจู่เต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหลยิ่งกว่าตลาดสดยามเช้า

เสียงรื้อค้นหีบผ้าดังตึงตัง ผสมกับเสียงอุทานของสาวใช้คนสนิท

“จวิ้นจู่ ชุดนี้ไม่ได้หรือเจ้าคะ สีชมพูกลีบบัวขับผิวท่านยิ่งนัก” ลู่จู พยายามยื่นอาภรณ์เนื้อดีให้ผู้เป็นนายพิจารณา

เจียงลั่วเสวี่ย ซึ่งกำลังยืนเท้าเอวอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองส่ายหน้า นางปรายตามองชุดสวยงามเหล่านั้นด้วยแววตาเบื่อหน่าย

“ลู่จู เจ้าช่างไม่รู้ความ วันนี้เราจะไปหอระบำเมฆา สถานที่อโคจรเช่นนั้น หากข้าแต่งกายเป็นสตรีสูงศักดิ์เดินเข้าไป มีหวังไก่ตื่นกันพอดี ข้าต้องการความแนบเนียน”

“แต่จวิ้นจู่เป็นสตรี จะให้แต่งกายเยี่ยงไรจึงจะแนบเนียนเล่าเจ้าคะ” อิงเกอ ถามพลางพับผ้าเก็บลงหีบ

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเจียงลั่วเสวี่ย นางหมุนตัวเดินไปหยิบชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงิน ซึ่งเป็นชุดบุรุษที่นางแอบสั่งตัดไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

“ก็แต่งเป็นคุณชายเจ้าสำราญอย่างไรเล่า ในเมื่อหลิ่วเฉินต้องการพาข้าไปเปิดหูเปิดตา ข้าก็จะทำให้เขาเห็นว่า ข้าเจียงลั่วเสวี่ย มิใช่บุปผาบอบบางในห้องหอที่อ่อนแอ”

ครึ่งชั่วยามต่อมา

รถม้าสีดำประทับตราศาลต้าหลี่ แล่นมาจอดเทียบหน้าประตูจวนอันหยางโหวอย่างเงียบเชียบ หลิ่วเฉิน ในชุดลำลองสีเทาเข้ม นั่งรออยู่ภายในด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่านิ้วมือที่เคาะลงบนเข่าเป็นจังหวะนั้นบ่งบอกถึงความรำคาญใจเล็กน้อย

“ท่านโหว จวิ้นจู่มาแล้วขอรับ” เฟยอวี่ รายงานจากด้านนอก

ม่านหน้าต่างรถม้าถูกเลิกขึ้น หลิ่วเฉินชำเลืองมองไปทางประตูจวน คาดหวังว่าจะได้เห็นสตรีในชุดรุ่มร่ามเดินนวยนาดออกมาให้เขาเสียเวลา

ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตา กลับเป็นเด็กหนุ่มรูปงามในชุดบัณฑิตสีน้ำเงินเข้ม ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นสวมกวานหยกขาว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหมดจด ดวงตาหงส์เป็นประกายระยับ ในมือถือพัดจีบสะบัดพัดเบาๆ ท่วงท่าดูองอาจผ่าเผยราวกับคุณชายจากตระกูลใหญ่

หากมิใช่เพราะดวงตาคู่คุ้นเคยที่ฉายแววดื้อรั้นคู่นั้น หลิ่วเฉินคงนึกว่าอันหยางโหวมีบุตรชายซุกซ่อนไว้อีกคน

เจียงลั่วเสวี่ยก้าวขึ้นรถม้าอย่างคล่องแคล่ว นางทรุดกายลงนั่งฝั่งตรงข้ามเขา แล้วสะบัดพัดจีบปิดบังครึ่งใบหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดให้ทุ้มต่ำ

“คารวะท่านพี่หลิ่ว วันนี้อากาศดียิ่งนัก เหมาะแก่การร่ำสุรายลโฉมงามเสียจริง”

หลิ่วเฉินมองการแสดงงิ้วโรงเล็กตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า มุมปากกระตุกเล็กน้อย “จวิ้นจู่ หากท่านว่างมากนัก ข้าจะส่งหนังสือคัดลายมือไปให้ท่านคัดสักร้อยจบ ดีหรือไม่”

เจียงลั่วเสวี่ยรวบพัดเก็บทันที นางย่นจมูกใส่เขา “คนไร้อารมณ์ขัน ท่านบอกเองว่าจะพาข้าไปสืบคดีที่หอระบำเมฆา ข้าแต่งกายเช่นนี้ก็เพื่อให้กลมกลืนกับสถานที่ บุรุษเที่ยวหอคณิกาเป็นเรื่องปกติ แต่หากสตรีเข้าไป ย่อมเป็นเป้าสายตา”

“ก็มีเหตุผล” หลิ่วเฉินยอมรับในใจว่านางฉลาดกว่าที่คิด “แต่หนวดปลอมที่ติดอยู่เหนือริมฝีปากท่าน มันเอียง…”

เจียงลั่วเสวี่ยรีบยกมือขึ้นคลำหนวดแพะอันเล็กที่นางบรรจงติดมาอย่างดี พบว่ามันเอียงจริงๆ นางหน้าร้อนผ่าว รีบดึงมันออกแล้วโยนทิ้งไปนอกหน้าต่าง

“ช่างเถิด ข้าหน้าตาหล่อเหลาปานนี้ ไม่ต้องมีหนวดก็ดูออกว่าเป็นชายชาตรี”

“ชายชาตรีที่ตัวหอมฟุ้งกลิ่นแป้งร่ำเช่นนี้น่ะหรือ” หลิ่วเฉินส่ายหน้า “เอาเถิด วันนี้เจ้าใช้ชื่อว่า คุณชายเจียง น้องชายร่วมสาบานของข้าก็แล้วกัน หน้าที่ของเจ้าคือทำตัวให้เป็นธรรมชาติ อย่าให้ใครจับได้ว่าเป็นสตรี”

“วางใจเถอะ เรื่องการเล่นละครเป็นงานถนัดของข้า”

รถม้าเคลื่อนผ่านตลาดที่คึกคัก มุ่งหน้าสู่ย่านเริงรมย์ทางทิศตะวันตกของเมืองหยุนจิง บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป จากร้านค้าขายของชำกลายเป็นเหลาอาหารและหอสุรา เสียงดนตรีบรรเลงแว่วมาตามสายลม

หอระบำเมฆา ตั้งตระหง่านอยู่ริมคลองสายหลัก ตัวอาคารสูงสามชั้นสร้างด้วยไม้เนื้อหอมสลักลวดลายวิจิตรบรรจง โคมไฟกระดาษสาเขียนบทกวีห้อยประดับอยู่ทุกระเบียง แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่สถานที่แห่งนี้กลับดูมีชีวิตชีวาด้วยเหล่าปัญญาชนและคหบดีที่แวะเวียนเข้ามาสนทนาเรื่องศิลปะและบ้านเมือง

หลิ่วเฉินและเจียงลั่วเสวี่ยก้าวลงจากรถม้า เพียงแค่หลิ่วเฉินปรากฏตัว บรรดาเสี่ยวเอ้อร์หน้าประตูต่างรีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ แม้เขาจะไม่ได้สวมชุดขุนนาง แต่ราศีความน่าเกรงขามและป้ายหยกประจำตระกูลที่ห้อยเอวก็บ่งบอกฐานะที่ไม่ธรรมดา

“เชิญคุณชายทั้งสองขอรับ ไม่ทราบว่าจองโต๊ะไว้หรือไม่ หรือต้องการห้องรับรองพิเศษ”

“ห้องอักษรเทียน ชั้นสาม” หลิ่วเฉินเอ่ยเสียงเรียบ พลางโยนก้อนเงินให้เสี่ยวเอ้อร์

“ขอรับ เชิญทางนี้”

ทั้งสองเดินตามเสี่ยวเอ้อร์เข้าไปด้านใน ภายในหอระบำเมฆาตกแต่งอย่างหรูหราแต่ไม่ฉูดฉาด ตรงกลางโถงมีเวทียกสูง สำหรับให้นางรำและนักดนตรีผลัดเปลี่ยนกันมาแสดง กลิ่นกำยานราคาแพงลอยอบอวล ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ของผู้มาเยือน

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสาม ซึ่งเป็นเขตรโหฐานที่มีความเป็นส่วนตัวสูง หลิ่วเฉินเลือกห้องริมระเบียงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์คลองและเวทีด้านล่างได้ชัดเจน

“ท่านพี่หลิ่ว ท่านดูคุ้นเคยกับที่นี่นะขอรับ” เจียงลั่วเสวี่ยกระซิบเหน็บแนมขณะนั่งลง “ไหนว่าเกลียดสตรีและสถานที่อโคจร”

“ข้ามาสืบคดี มิได้มาหาความสำราญ” หลิ่วเฉินตอบสั้นๆ พลางรินชาให้ตัวเอง “อีกประการ หอระบำเมฆาแห่งนี้ เบื้องหลังคือแหล่งแลกเปลี่ยนข่าวสารของพรรคกระเรียนขาวซึ่งเป็นสายข่าวที่เชื่อถือได้”

“อ้อ” เจียงลั่วเสวี่ยพยักหน้าหงึกหงัก นางกวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะสะดุดตากับภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนัง เป็นภาพทิวทัศน์ภูเขาหมอกที่มีฝีแปรงหนักแน่นทรงพลัง

“เรียกแม่เล้ามาพบข้า” หลิ่วเฉินหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อร์

“เดี๋ยว” เจียงลั่วเสวี่ยยกมือขัด “จะเรียกแม่เล้ามาทำไม นางย่อมปากหนักและระวังตัว ให้ข้าจัดการเอง”

นางหันไปยิ้มโปรยเสน่ห์ให้เสี่ยวเอ้อร์ “พี่ชาย ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีสุราเลิศรสชื่อนารีแดงหมื่นปีและมีคณิกาที่เล่นพิณได้ไพเราะที่สุด นามว่าเสวี่ยจี ช่วยตามนางมาปรนนิบัติข้ากับพี่ชายข้าหน่อยได้หรือไม่ เงินทองมิใช่ปัญหา”

เจียงลั่วเสวี่ยวางตั๋วเงินปึกใหญ่ลงบนโต๊ะ

ดวงตาของเสี่ยวเอ้อร์ลุกวาวทันที “คุณชายช่างตาถึงยิ่งนัก แม่นางเสวี่ยจีเป็นคณิกาอันดับหนึ่งของหอเรา ปกติไม่รับแขกแปลกหน้า ข้าน้อยจะลองไปเรียนถามนางให้ขอรับ”

เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ออกไป หลิ่วเฉินก็หันมามองนางด้วยสายตาตำหนิ “สิ้นเปลือง”

“การจะตกปลาใหญ่ ต้องใช้เหยื่อก้อนโต” เจียงลั่วเสวี่ยยักคิ้ว “เสวี่ยจีผู้นี้ ข้าเคยได้ยินอวิ๋นเซียงพูดถึงตอนนางยังมีชีวิตอยู่ ว่าเป็นสหายสนิทเพียงคนเดียวของนาง หากจะมีใครรู้อะไรดีๆ ก็ต้องเป็นนาง”

ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออก สตรีร่างอรชรในชุดสีขาวบริสุทธิ์เดินเข้ามาพร้อมกับพิณเจ็ดสาย ใบหน้าของนางงดงามหมดจดราวกับเทพธิดาจำแลง ทว่าแววตากลับดูโศกเศร้าลึกล้ำ

“คารวะคุณชายทั้งสอง ข้าน้อยเสวี่ยจีเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางหวานใสราวกระดิ่งเงิน

เจียงลั่วเสวี่ยรีบลุกขึ้นไปประคองนางให้นั่งลง “แม่นางเสวี่ยจี ไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่ง พี่ชายข้าเป็นคนพูดน้อย แต่ใจกว้างดั่งมหาสมุทร วันนี้เราแค่อยากมาฟังดนตรีและสนทนาคลายเหงา”

เสวี่ยจีนั่งลงแล้วเริ่มดีดพิณ เสียงพิณกังวานเศร้าสร้อย บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ เจียงลั่วเสวี่ยแสร้งทำเป็นเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะเริ่มบทสนทนา

“เสียงพิณช่างไพเราะจับใจ แต่แฝงความโศกเศร้าอาลัย แม่นางกำลังคิดถึงสหายผู้จากไปอยู่หรือ”

มือที่กำลังดีดพิณชะงักกึก เสวี่ยจีเงยหน้าขึ้นมองคุณชายเจ้าสำราญตรงหน้าด้วยความระแวง “คุณชาย หมายถึงผู้ใดเจ้าคะ”

“ก็แม่นางอวิ๋นเซียงแห่งคณะเหินเวหาอย่างไรเล่า” เจียงลั่วเสวี่ยเอ่ยชื่อออกมาตรงๆ “ข้าได้ยินว่านางพิ่งเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ น่าเสียดายนัก ข้ายังไม่ทันได้ชมการแสดงของนางเลย”

เสวี่ยจีหน้าซีดเผือด นางก้มหน้าลงต่ำ “ข้าน้อย ไม่ทราบเรื่องอันใดเจ้าค่ะ อวิ๋นเซียงกับข้าเป็นเพียงคนรู้จักผ่านๆ”

“คนรู้จักผ่านๆ หรือ” หลิ่วเฉินเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “แต่ข้าสืบรู้มาว่า นางมักจะแอบมาพบเจ้าที่นี่ ยามวิกาล และฝากของบางอย่างไว้ที่เจ้า”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 2

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสี่หนาว จวนฉางหนิงโหวที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมของขุนนางฝ่ายตุลาการ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะหลิ่วจื่อเฉิน หรือ อาเฉิน คุณชายน้อยแห่งจวนฉางหนิงโหวเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสี่หนาว รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนบิดา คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาคมเข้ม ทว่ากลับมีริมฝีปากบางและรอยยิ้มซุกซนที่ถอดแบบมาจากเจียงลั่วเสวี่ยผู้เป็นมารดา สติปัญญาของเด็กน้อยเฉียบแหลมเกินวัย ซึมซับเอาความเด็ดขาดของบิดาและความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมารดามาอย่างครบถ้วนยามเว่ย แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าห้องหนังสือ เฟยอวี่และฮั่นถง องครักษ์ฝีมือฉกาจแห่งศาลต้าหลี่ กำลังยืนหอบหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก พวกเขามิได้เพิ่งกลับจากการต่อสู้กับโจรผู้ร้าย ทว่าเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวิ่งไล่จับคุณชายน้อยที่แอบนำตำราพิชัยสงครามของบิดามาพับเป็นเรือกระดาษ"ท่านอาเฟยอวี่ ท่านอาฮั่นถง พวกท่านเชื่องช้าปานเต่าคลาน ข้าวิ่งวนรอบศาลาตั้งสามรอบ พวกท่านยังตามข้าไม่ทันเลย" เสียงใสแจ๋วของหลิ่วจื่อเฉินดังกังวาน เด็กน้อยยืนกอดอกอยู่บนโขดหินจำลอง เชิดหน้าขึ้นอย่าง

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 1

    ณ เมืองหลวงหยุนจิง สายลมพัดโชยนำพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมเมือง ทว่าสำหรับศาลต้าหลี่อันเป็นสถานที่ชำระความและรักษากฎหมาย บรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายตามฤดูกาล ซ้ำยังดูตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายส่วนสาเหตุหลักมิใช่เพราะมีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันใด ทว่าเป็นเพราะรังสีอำมหิตแฝงความร้อนรนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ซึ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานกองโตเฟยอวี่และฮั่นถงยืนลอบสบตากันอยู่หน้าประตูห้องทำงาน องครักษ์ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเหตุใดนายเหนือหัวของตนจึงมีท่าทีผุดลุกผุดนั่งและคอยมองดูเวลาอยู่ทุกครึ่งชั่วยาม“เจ้าดูสิ ท่านโหวอ่านฎีกาม้วนเดิมมาสามรอบแล้ว ข้าเห็นสายตาของท่านจับจ้องอยู่แต่ที่หน้าต่าง ราวกับจะโบยบินกลับจวนเสียให้ได้” เฟยอวี่กระซิบเสียงแผ่วเบาฮั่นถงพยักหน้าเห็นด้วย “จะมิให้ร้อนใจได้อย่างไร ฮูหยินตั้งครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หมอหลวงย้ำว่าอาจจะคลอดได้ทุกเมื่อ ท่านโหวผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบ บัดนี้กลับหวาดกลัวการทิ้งให้ฮูหยินอยู่จวนเพียงลำพังยิ่งกว่าสิ่งใด”คำกล่าวของฮั่นถงมิได้เกินจริงแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เจียงลั่วเส

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 44

    เวลาผ่านไปกว่าสองเดือนท่ามกลางความสงบสุขของจวนริมทะเลสาบ บ่ายวันหนึ่ง สายลมพัดโชยเอากลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ป่าล่องลอยมาตามลม หลิ่วเฉินนั่งอยู่บนระเบียงศาลากลางน้ำ ในมือของเขากำลังประคองกู่ฉินตัวโปรด ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดลงบนสายพิณ บรรเลงท่วงทำนองอันแสนหวานและผ่อนคลาย ต่างจากเพลงพิณสังหารที่เขาเคยใช้ในลานหอบูชาฟ้าดินอย่างสิ้นเชิงเจียงลั่วเสวี่ยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนบางเบา กำลังจัดเตรียมป้านชาและขนมกุ้ยฮวาอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ทว่าจู่ๆ นางก็รู้สึกอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว กลิ่นหอมหวานของขนมกุ้ยฮวาที่นางเคยโปรดปรานกลับทำให้รู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนไม่ไหวสตรีร่างบางยกมือขึ้นทาบอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอาการ ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างของนางโอนเอนและทรุดลงไปปะทะกับขอบโต๊ะหินอ่อน ถ้วยชาแกะสลักร่วงหล่นลงพื้นจนเกิดเสียงดังเสียงกระเบื้องแตกทำลายท่วงทำนองเพลงพิณ หลิ่วเฉินชะงักมือทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างของภรรยากำลังจะล้มลง หัวใจของเขากระตุกวูบ ชายหนุ่มทิ้งกู่ฉินล้ำค่าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี พุ่งทะยานร่างเข้าไปคว้าร่างบอบบางของนางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว"ล

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 43

    เมืองหลวงหยุนจิงในยามเช้าตรู่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครา ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่และโอ่อ่าตระการตาเนืองแน่นไปด้วยเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่ยืนเรียงแถวตามลำดับขั้นอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงในอดีต บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขและความศรัทธาต่อราชบัลลังก์ที่กลับมามั่นคงอีกครั้งเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร หีบไม้หุ้มเหล็กจำนวนหลายสิบใบถูกเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่ง เหรียญเงิน และอัญมณีล้ำค่า ทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกยักยอกไปซุกซ่อนไว้ใต้อารามเหลียนฮวา บัดนี้ได้ถูกนำกลับคืนสู่ท้องพระคลังแล้วฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระพักตร์ที่เคยหมองคล้ำด้วยความกังวลบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน พระองค์ทอดพระเนตรขุมทรัพย์เบื้องหน้าสลับกับร่างสูงใหญ่ของฉางหนิงโหว หลิ่วเฉิน ที่ยืนประสานมืออยู่อย่างนอบน้อม"หลิ่วเฉิน ความดีความชอบของเจ้าในครานี้ ยิ่งใหญ่จนข้ามิรู้จะหาถ้อยคำใดมาสรรเสริญ ทรัพย์สินเหล่านี้มิเพียงแต่เติมเต็มท้องพระคลัง ทว่ายังสามารถนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้และบำรุงกองทัพได้อีกหลายสิบปี ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ควบตำแหน่งหัวหน้าศาลต้าหลี่ มีอำนาจตร

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 42

    สตรีร่างบางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง นางเดินไปเปิดหีบไม้ใบเล็กที่นางนำติดตัวมาจากจวนอันหยางโหว ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกดำที่บันทึกอักษรลับของพวกกบฏ ซึ่งนางเคยช่วยเขาถอดไขความในคืนก่อนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนางนำสมุดบัญชีลับนั้นมากางลงบนโต๊ะ พลิกหน้ากระดาษไปยังส่วนที่บันทึกการเบิกจ่าย "ท่านโหว ท่านจำได้หรือไม่ว่าในบันทึกนี้ มีการอ้างถึงการขนส่งสมุนไพรต้านหนานซิงจำนวนมากไปยังทิศอุดร ทว่าเรามุ่งความสนใจไปที่ผาดวนหุนซึ่งเป็นโรงตีเหล็ก จนละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป"หลิ่วเฉินขยับตัวเข้ามาดูใกล้ๆ เขามองตามปลายนิ้วเรียวของนางที่ชี้ไปยังกลุ่มสัญลักษณ์รูปภูเขาและแม่น้ำที่ถูกสลับตำแหน่งกันอย่างซับซ้อน"ในทางการค้าของพ่อค้าเผ่าตงหู สัญลักษณ์รูปน้ำที่หันเหไปทางทิศตะวันออก มิได้หมายถึงแม่น้ำเสมอไป ทว่ามันยังหมายถึงสถานที่ที่เคยเป็นเส้นทางน้ำทว่าเหือดแห้งไปแล้ว" เจียงลั่วเสวี่ยอธิบายด้วยความเชี่ยวชาญ นางลากเส้นเชื่อมโยงสัญลักษณ์เหล่านั้นเข้าด้วยกัน "และสัญลักษณ์รูปดอกไม้นี้ หากอ่านตามตำราอักษรภาพโบราณ มันคือดอกบัวที่เหี่ยวเฉา""สระบัวแห้งทางทิศตะวันออกของเมืองอุดร" หลิ่วเฉินดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสามารถปะต

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 41

    แสงตะวันยามเช้าตรู่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างที่ประดับด้วยลวดลายมงคลสีแดงคู่ แสงสีทองอ่อนจางทาบลงบนพื้นไม้กระดานขัดเงา ภายในห้องหอยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นสุรามงคลที่หลงเหลือจากค่ำคืนอันแสนหวาน เทียนมงคลเล่มใหญ่บนโต๊ะไม้จันทน์มอดดับลงเหลือเพียงน้ำตาเทียนสีแดงสดที่อาบไล้เชิงเทียนทองเหลืองบนเตียงไม้สลักลวดลายพยัคฆ์คู่มังกร ม่านมุ้งสีแดงถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาปิดบังความอบอุ่นภายใน ร่างสูงใหญ่ของหลิ่วเฉินนอนตระกองกอดสตรีอันเป็นที่รักไว้แนบอก ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองดวงหน้างดงามที่ซบอยู่กับแผงอกของตนเองแพขนตางอนยาวของเจียงลั่วเสวี่ยทาบทับลงบนผิวแก้มเนียนละเอียด ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ หลิ่วเฉินมิกล้าขยับเขยื้อนกายด้วยเกรงว่าจะทำให้สตรีในอ้อมกอดต้องตื่นจากการหลับใหล เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วสากกร้านเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของนางออกอย่างเบามือที่สุดสัมผัสแผ่บเบานั้นทำให้นางรู้สึกตัว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ ปรือขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 31

    ณ จวนแม่ทัพหลี่ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวงรถม้าคันเรียบง่ายประทับตราจวนอันหยางโหวเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าประตูจวนอันใหญ่โต พ่อบ้านเฉิน ชายชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์และภักดีต่อตระกูลเจียง ก้าวลงจากรถม้าพร้อมด้วยกล่องไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ในมือของเขาคือของขวัญตามธรรมเนียม

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 13

    ภายในห้องนอนของจวนอันหยางโหว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวตื่น ความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีการตามล่าเมื่อคืนบรรเทาลงไปมาก นางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ปล่อยให้ผมยาวสลวยทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลังอิงเกอและลู่จูเดินถืออ่างน้ำทองเหลืองและผ้าเข้ามาปรนนิบัติเจ้านาย สีหน้าของสาวใช้ทั้งสองดูตื่นเต้นผิดปกติ"ท่านห

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 12

    เจียงลั่วเสวี่ยหันขวับมามองเขา แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้น "ท่านพูดเช่นนี้คิดจะทิ้งข้ากลางทางงั้นหรือ ข้าบอกแล้วว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าเจียงลั่วเสวี่ยมิใช่คนขี้ขลาดที่เห็นแก่ตัวเอาตัวรอดเพียงลำพัง ในเมื่อข้ารู้ความลับของหมิงอ๋องแล้ว ต่อให้ข้ากลับไปหลบซ่อนตัว เขาก็ไม่มีวันปล่อยข้าไปอยู่ดี

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 11

    "ส่งยาถอนพิษนั่นมาซะ หากไม่อยากตายแบบไร้ที่ฝัง" ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าตวาดกร้าวขณะตวัดดาบเข้าใส่"เกรงว่าพวกเจ้าคงไม่มีฝีมือพอจะเอาไปได้" หลิ่วเฉินตอบเสียงเย็นชา นัยน์ตาคมกวาดมองประเมินสถานการณ์รอบด้าน "จวิ้นจู่ เกาะข้าไว้ให้แน่น อย่าห่างจากตัวข้าแม้แต่ก้าวเดียว""ข้ารู้แล้ว ท่านระวังด้านขวาด้วย" เ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status