Share

ตอนที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-03-26 12:33:32

"ข้าจะปล่อยเจ้ากลับจวน แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องให้ความร่วมมือในการสืบสวนทุกขั้นตอน เจ้าต้องช่วยข้าหาเบาะแสในที่ที่ข้าเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะในแวดวงสตรีชั้นสูงที่เจ้าถนัด"

เจียงลั่วเสวี่ยหรี่ตามองเขา สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผล นางเป็นคนไม่ยอมเสียเปรียบใคร "ข้าช่วยท่านได้ แต่ท่านต้องตอบแทนข้าด้วย"

"เจ้าต้องการสิ่งใด"

เจียงลั่วเสวี่ยยิ้มกริ่ม "ช่วงนี้เสด็จป้ากำลังพยายามจับคู่ข้ากับบุตรชายแม่ทัพแดนเหนือ ข้าไม่อยากแต่งงานกับคนป่าเถื่อนพรรค์นั้น ท่านต้องช่วยข้า"

"ช่วยอย่างไร" หลิ่วเฉินเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

"ท่านต้องแกล้งทำเป็นว่า... ท่านกำลังเกี้ยวพาราสีข้าอยู่" นางประกาศเสียงใส "หากมีข่าวลือว่าหัวหน้าศาลต้าลี่ผู้เคร่งขรึมกำลังคบหาดูใจกับตวนอี้จวิ้นจู่ เสด็จป้าย่อมต้องชะลอการดูตัวออกไปแน่ เพราะท่านเป็นถึงขุนนางคนโปรดของฝ่าบาท ดูดีกว่าบุตรแม่ทัพนั่นเยอะ"

หลิ่วเฉินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย "เจ้าจะให้ข้า... แกล้งรักเจ้าน่ะหรือ สตรีที่วันๆ เอาแต่วิ่งวุ่นเรื่องชาวบ้านอย่างเจ้า"

"ก็แค่แกล้งทำ ท่านจะจริงจังไปไย" เจียงลั่วเสวี่ยยักไหล่ "หรือท่านโหวกลัวว่าจะตกหลุมรักข้าจริงๆ"

"ไม่มีทาง" หลิ่วเฉินสวนกลับทันควัน "ข้ายอมดื่มยาพิษเสียยังดีกว่าต้องมีภรรยาเช่นเจ้า"

"ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้" เจียงลั่วเสวี่ยยื่นมือออกไปตรงหน้าเขา "ข้าช่วยท่านจับคนร้าย ท่านช่วยข้าหนีการคลุมถุงชน ถือว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว"

หลิ่วเฉินมองมือขาวผ่องตรงหน้าอย่างชั่งใจ เขาเกลียดความวุ่นวาย เกลียดเรื่องโกหกพกลม แต่คดีนี้สำคัญเกินกว่าจะปล่อยหลุดมือ

"ตกลง แต่เจ้าต้องอยู่ในสายตาข้าตลอดเวลา ห้ามทำอะไรนอกเหนือคำสั่งข้าเด็ดขาด"

"รับทราบเจ้าค่ะ ท่านหัวหน้า" เจียงลั่วเสวี่ยยิ้มหวาน แต่แววตาซุกซนนั้นบอกชัดว่านางคงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเขาง่ายๆ แน่

เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวใหญ่สะเทือนเมืองหลวงมิใช่เพียงเรื่องการตายของนางละครชื่อดัง แต่กลับเป็นข่าวลือหนาหูที่ว่า ฉางหนิงโหว หัวหน้าศาลต้าลี่ผู้เย็นชา ไปส่งตวนอี้จวิ้นจู่ถึงหน้าประตูจวนอันหยางโหวด้วยตนเองในยามรุ่งสาง

รถม้าประทับตราศาลต้าหลี่จอดเทียบท่าหน้าประตูใหญ่จวนโหว ผู้คนรอบข้างต่างชะโงกหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลิ่วเฉินก้าวลงจากรถม้าก่อน แล้วยื่นมือไปประคองเจียงลั่วเสวี่ยลงมา

"ขอบคุณท่านโหวที่มาส่ง" เจียงลั่วเสวี่ยแสร้งทำเสียงอ่อนหวาน พลางส่งสายตาหวานเชื่อมให้เขา

หลิ่วเฉินกัดฟันกรอด ภายใต้ใบหน้าที่ปั้นยิ้มแข็งทื่อ "เป็นหน้าที่ของข้า จวิ้นจู่พักผ่อนเถิด เมื่อคืน... ท่านคงเหนื่อยมากแล้ว"

คำพูดกำกวมของเขาทำเอาชาวบ้านร้านตลาดที่แอบฟังอยู่ถึงกับสูดปากด้วยความตื่นเต้น คำว่า เหนื่อยมากแล้ว ในยามวิกาล ย่อมถูกตีความไปในทางชู้สาวอย่างเลี่ยงไม่ได้

เจียงลั่วเสวี่ยหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เพราะโมโหที่เขาจงใจพูดให้คนเข้าใจผิด "ท่านเองก็รักษาสุขภาพด้วย พรุ่งนี้... อย่าลืมมารับข้าไปเดินเล่นตามที่นัดไว้นะเจ้าคะ"

นางเน้นคำว่าเดินเล่น แต่สายตาสื่อความหมายชัดเจนว่า มารับข้าไปสืบคดีเดี๋ยวนี้

หลิ่วเฉินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดขึ้นรถม้าแล้วสั่งให้บ่าวขับออกไปทันทีราวกับหนีโรคระบาด

เมื่อรถม้าลับสายตา เจียงลั่วเสวี่ยจึงหันหลังกลับเข้าจวน สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที

"อิงเกอ ลู่จู ตามข้าไปที่เรือนท่านพ่อ ข้าต้องให้ท่านพ่อช่วยตรวจสอบรายชื่อขุนนางที่มีสิทธิ์พกพาหยกกุ่ยเมี่ยน"

"เจ้าค่ะ" สองสาวใช้รับคำ

แต่ยังไม่ทันที่นางจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงทุ้มกังวานของบิดาก็ดังขึ้นเสียก่อน

"เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าไปทำเรื่องงามหน้าอะไรมา เหตุใดคนของศาลต้าหลี่ถึงมาส่งเจ้า แล้วข่าวลือเรื่องเจ้ากับฉางหนิงโหวนั่นมันคืออะไร"

อันหยางโหว บิดาของนางยืนหน้าถมึงทึงอยู่กลางลานเรือน ข้างกายมีฮูหยินใหญ่ มารดาของนางยืนทำหน้าตาตื่นตระหนก

เจียงลั่วเสวี่ยถอนหายใจเบาๆ "ท่านพ่อ ท่านแม่ ฟังข้านะเจ้าคะ เรื่องมันยาว..." นางเริ่มปั้นน้ำเป็นตัว "คือท่านโหวเขา... แอบมีใจให้ข้ามานานแล้ว เมื่อคืนเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้น เขาเกรงว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาทำร้ายข้า จึงอาสาดูแลข้าทั้งคืนเจ้าค่ะ"

อิงเกอและลู่จูหันมามองหน้ากัน ตาโตเท่าไข่ห่าน เจ้านายของพวกนางช่างกล้าพูดปดหน้าตายได้แนบเนียนยิ่งนัก

ในขณะเดียวกัน ณ ศาลต้าลี่

หลิ่วเฉินเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ฮั่นถงองครักษ์คนสนิทเดินตามเข้ามาพร้อมกับกองเอกสาร

"ท่านโหว ข่าวลือกระจายไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ตอนนี้ทั่วทั้งตลาดต่างพูดกันว่าท่านกับจวิ้นจู่..." ฮั่นถงอึกอักไม่กล้าพูดต่อ

"ข่าวลือเหลวไหล อย่าได้เก็บมาใส่ใจ" หลิ่วเฉินกล่าวเสียงเรียบ แววตาไม่สะทกสะท้าน "สิ่งที่ควรใส่ใจคือเบาะแสของคนร้ายต่างหาก ไปสืบเรื่องคณะละครเหินเวหามาหรือยัง"

"สืบมาแล้วขอรับ" ฮั่นถงรีบรายงาน "หัวหน้าคณะบอกว่า อวิ๋นเซียงเพิ่งเข้าคณะมาได้ไม่ถึงครึ่งปี เดิมทีนางเป็นคนต่างเมือง ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่จู่ๆ ก็มีฝีมือการแสดงก็ยอดเยี่ยมและมีเงินทองใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ที่สำคัญ..."

ฮั่นถงลดเสียงลง "ก่อนหน้านี้มีคนเห็นนางแอบไปพบปะกับคนของหอระบำเมฆาอยู่บ่อยครั้งขอรับ"

"หอระบำเมฆา?" หลิ่วเฉินขมวดคิ้ว

หอระบำเมฆา มิใช่เพียงหอนางโลมดาดดื่นทั่วไป แต่มันคือหอคณิกาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหยุนจิง สถานที่ที่รวมไว้ซึ่งศิลปะการดนตรี การร่ายรำชั้นสูง และสุราเลิศรส ว่ากันว่าคณิกาที่นี่ขายศิลปะไม่ขายเรือนร่าง หากแขกไม่มีปัญญาหรือบารมีมากพอ แม้แต่หน้าประตูก็ยังไม่อาจย่างกรายเข้าไปได้ ที่สำคัญ... มันเป็นแหล่งรวมข่าวสารชั้นดีของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่

"ดูเหมือนเราจะต้องไปเยือนสถานที่อัปมงคลนั่นเสียแล้ว" หลิ่วเฉินพึมพำ

"เอ่อ... ท่านโหวจะไปเองหรือขอรับ" ฮั่นถงถามอย่างไม่แน่ใจ ปกติเจ้านายของเขาเกลียดกลิ่นแป้งและสตรีในหอนางโลมเข้าไส้ อีกทั้งหอระบำเมฆามีกฎระเบียบเข้มงวด หากขุนนางใหญ่ไปปรากฏตัวโจ่งแจ้งย่อมเป็นที่ครหา

"ข้าต้องไป" หลิ่วเฉินตอบเสียงหนักแน่น แต่แล้วภาพใบหน้าหวานของเจียงลั่วเสวี่ยก็แวบเข้ามาในหัว เขานึกถึงข้อตกลงที่ทำไว้กับนาง

เจ้าต้องช่วยข้าหาเบาะแสในที่ที่ข้าเข้าไปไม่ถึง หลิ่วเฉินแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์พิลึก

"เฟยอวี่ เตรียมรถม้า พรุ่งนี้เช้าเราจะไปรับตวนอี้จวิ้นจู่"

"ไปไหนขอรับ" เฟยอวี่ถาม

"พานางไปเดินเล่น..." หลิ่วเฉินเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พานางไปเปิดหูเปิดตาที่หอระบำเมฆา นางอยากช่วยข้าสืบนักมิใช่หรือ ข้าก็จะให้นางสืบให้สมใจ".

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 2

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสี่หนาว จวนฉางหนิงโหวที่เคยเงียบสงบและเต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมของขุนนางฝ่ายตุลาการ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะหลิ่วจื่อเฉิน หรือ อาเฉิน คุณชายน้อยแห่งจวนฉางหนิงโหวเติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยสี่หนาว รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนบิดา คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาคมเข้ม ทว่ากลับมีริมฝีปากบางและรอยยิ้มซุกซนที่ถอดแบบมาจากเจียงลั่วเสวี่ยผู้เป็นมารดา สติปัญญาของเด็กน้อยเฉียบแหลมเกินวัย ซึมซับเอาความเด็ดขาดของบิดาและความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมารดามาอย่างครบถ้วนยามเว่ย แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าห้องหนังสือ เฟยอวี่และฮั่นถง องครักษ์ฝีมือฉกาจแห่งศาลต้าหลี่ กำลังยืนหอบหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก พวกเขามิได้เพิ่งกลับจากการต่อสู้กับโจรผู้ร้าย ทว่าเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวิ่งไล่จับคุณชายน้อยที่แอบนำตำราพิชัยสงครามของบิดามาพับเป็นเรือกระดาษ"ท่านอาเฟยอวี่ ท่านอาฮั่นถง พวกท่านเชื่องช้าปานเต่าคลาน ข้าวิ่งวนรอบศาลาตั้งสามรอบ พวกท่านยังตามข้าไม่ทันเลย" เสียงใสแจ๋วของหลิ่วจื่อเฉินดังกังวาน เด็กน้อยยืนกอดอกอยู่บนโขดหินจำลอง เชิดหน้าขึ้นอย่าง

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนพิเศษ 1

    ณ เมืองหลวงหยุนจิง สายลมพัดโชยนำพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมเมือง ทว่าสำหรับศาลต้าหลี่อันเป็นสถานที่ชำระความและรักษากฎหมาย บรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายตามฤดูกาล ซ้ำยังดูตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายส่วนสาเหตุหลักมิใช่เพราะมีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันใด ทว่าเป็นเพราะรังสีอำมหิตแฝงความร้อนรนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้ซึ่งนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หลังโต๊ะทำงานกองโตเฟยอวี่และฮั่นถงยืนลอบสบตากันอยู่หน้าประตูห้องทำงาน องครักษ์ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเหตุใดนายเหนือหัวของตนจึงมีท่าทีผุดลุกผุดนั่งและคอยมองดูเวลาอยู่ทุกครึ่งชั่วยาม“เจ้าดูสิ ท่านโหวอ่านฎีกาม้วนเดิมมาสามรอบแล้ว ข้าเห็นสายตาของท่านจับจ้องอยู่แต่ที่หน้าต่าง ราวกับจะโบยบินกลับจวนเสียให้ได้” เฟยอวี่กระซิบเสียงแผ่วเบาฮั่นถงพยักหน้าเห็นด้วย “จะมิให้ร้อนใจได้อย่างไร ฮูหยินตั้งครรภ์ล่วงเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หมอหลวงย้ำว่าอาจจะคลอดได้ทุกเมื่อ ท่านโหวผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบ บัดนี้กลับหวาดกลัวการทิ้งให้ฮูหยินอยู่จวนเพียงลำพังยิ่งกว่าสิ่งใด”คำกล่าวของฮั่นถงมิได้เกินจริงแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เจียงลั่วเส

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 44

    เวลาผ่านไปกว่าสองเดือนท่ามกลางความสงบสุขของจวนริมทะเลสาบ บ่ายวันหนึ่ง สายลมพัดโชยเอากลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ป่าล่องลอยมาตามลม หลิ่วเฉินนั่งอยู่บนระเบียงศาลากลางน้ำ ในมือของเขากำลังประคองกู่ฉินตัวโปรด ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดลงบนสายพิณ บรรเลงท่วงทำนองอันแสนหวานและผ่อนคลาย ต่างจากเพลงพิณสังหารที่เขาเคยใช้ในลานหอบูชาฟ้าดินอย่างสิ้นเชิงเจียงลั่วเสวี่ยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนบางเบา กำลังจัดเตรียมป้านชาและขนมกุ้ยฮวาอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ทว่าจู่ๆ นางก็รู้สึกอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว กลิ่นหอมหวานของขนมกุ้ยฮวาที่นางเคยโปรดปรานกลับทำให้รู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนไม่ไหวสตรีร่างบางยกมือขึ้นทาบอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอาการ ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างของนางโอนเอนและทรุดลงไปปะทะกับขอบโต๊ะหินอ่อน ถ้วยชาแกะสลักร่วงหล่นลงพื้นจนเกิดเสียงดังเสียงกระเบื้องแตกทำลายท่วงทำนองเพลงพิณ หลิ่วเฉินชะงักมือทันที เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างของภรรยากำลังจะล้มลง หัวใจของเขากระตุกวูบ ชายหนุ่มทิ้งกู่ฉินล้ำค่าลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี พุ่งทะยานร่างเข้าไปคว้าร่างบอบบางของนางไว้ในอ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว"ล

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 43

    เมืองหลวงหยุนจิงในยามเช้าตรู่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครา ท้องพระโรงอันกว้างใหญ่และโอ่อ่าตระการตาเนืองแน่นไปด้วยเหล่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่ยืนเรียงแถวตามลำดับขั้นอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงในอดีต บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขและความศรัทธาต่อราชบัลลังก์ที่กลับมามั่นคงอีกครั้งเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร หีบไม้หุ้มเหล็กจำนวนหลายสิบใบถูกเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่ง เหรียญเงิน และอัญมณีล้ำค่า ทรัพย์สินมหาศาลที่ถูกยักยอกไปซุกซ่อนไว้ใต้อารามเหลียนฮวา บัดนี้ได้ถูกนำกลับคืนสู่ท้องพระคลังแล้วฮ่องเต้ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ พระพักตร์ที่เคยหมองคล้ำด้วยความกังวลบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน พระองค์ทอดพระเนตรขุมทรัพย์เบื้องหน้าสลับกับร่างสูงใหญ่ของฉางหนิงโหว หลิ่วเฉิน ที่ยืนประสานมืออยู่อย่างนอบน้อม"หลิ่วเฉิน ความดีความชอบของเจ้าในครานี้ ยิ่งใหญ่จนข้ามิรู้จะหาถ้อยคำใดมาสรรเสริญ ทรัพย์สินเหล่านี้มิเพียงแต่เติมเต็มท้องพระคลัง ทว่ายังสามารถนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้และบำรุงกองทัพได้อีกหลายสิบปี ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ควบตำแหน่งหัวหน้าศาลต้าหลี่ มีอำนาจตร

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 42

    สตรีร่างบางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง นางเดินไปเปิดหีบไม้ใบเล็กที่นางนำติดตัวมาจากจวนอันหยางโหว ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกดำที่บันทึกอักษรลับของพวกกบฏ ซึ่งนางเคยช่วยเขาถอดไขความในคืนก่อนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนางนำสมุดบัญชีลับนั้นมากางลงบนโต๊ะ พลิกหน้ากระดาษไปยังส่วนที่บันทึกการเบิกจ่าย "ท่านโหว ท่านจำได้หรือไม่ว่าในบันทึกนี้ มีการอ้างถึงการขนส่งสมุนไพรต้านหนานซิงจำนวนมากไปยังทิศอุดร ทว่าเรามุ่งความสนใจไปที่ผาดวนหุนซึ่งเป็นโรงตีเหล็ก จนละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป"หลิ่วเฉินขยับตัวเข้ามาดูใกล้ๆ เขามองตามปลายนิ้วเรียวของนางที่ชี้ไปยังกลุ่มสัญลักษณ์รูปภูเขาและแม่น้ำที่ถูกสลับตำแหน่งกันอย่างซับซ้อน"ในทางการค้าของพ่อค้าเผ่าตงหู สัญลักษณ์รูปน้ำที่หันเหไปทางทิศตะวันออก มิได้หมายถึงแม่น้ำเสมอไป ทว่ามันยังหมายถึงสถานที่ที่เคยเป็นเส้นทางน้ำทว่าเหือดแห้งไปแล้ว" เจียงลั่วเสวี่ยอธิบายด้วยความเชี่ยวชาญ นางลากเส้นเชื่อมโยงสัญลักษณ์เหล่านั้นเข้าด้วยกัน "และสัญลักษณ์รูปดอกไม้นี้ หากอ่านตามตำราอักษรภาพโบราณ มันคือดอกบัวที่เหี่ยวเฉา""สระบัวแห้งทางทิศตะวันออกของเมืองอุดร" หลิ่วเฉินดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสามารถปะต

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 41

    แสงตะวันยามเช้าตรู่สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างที่ประดับด้วยลวดลายมงคลสีแดงคู่ แสงสีทองอ่อนจางทาบลงบนพื้นไม้กระดานขัดเงา ภายในห้องหอยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นสุรามงคลที่หลงเหลือจากค่ำคืนอันแสนหวาน เทียนมงคลเล่มใหญ่บนโต๊ะไม้จันทน์มอดดับลงเหลือเพียงน้ำตาเทียนสีแดงสดที่อาบไล้เชิงเทียนทองเหลืองบนเตียงไม้สลักลวดลายพยัคฆ์คู่มังกร ม่านมุ้งสีแดงถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาปิดบังความอบอุ่นภายใน ร่างสูงใหญ่ของหลิ่วเฉินนอนตระกองกอดสตรีอันเป็นที่รักไว้แนบอก ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว ชายหนุ่มทอดสายตามองดวงหน้างดงามที่ซบอยู่กับแผงอกของตนเองแพขนตางอนยาวของเจียงลั่วเสวี่ยทาบทับลงบนผิวแก้มเนียนละเอียด ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ หลิ่วเฉินมิกล้าขยับเขยื้อนกายด้วยเกรงว่าจะทำให้สตรีในอ้อมกอดต้องตื่นจากการหลับใหล เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วสากกร้านเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของนางออกอย่างเบามือที่สุดสัมผัสแผ่บเบานั้นทำให้นางรู้สึกตัว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ ปรือขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 38

    “สวรรค์ยุติธรรมเสมอ ท่านสร้างกรรมอันใดไว้ ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้นตอบแทน” หลิ่วเฉินกล่าวเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาททรงมีพระเมตตา ละเว้นโทษประหารให้แก่ท่าน ทว่าท่านจะต้องถูกจองจำอยู่ในคุกเหมันต์แห่งนี้ไปจนสิ้นอายุขัย ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม ไม่มีแสงตะวันให้เชยชม ท่านจะมีเวลาทบทวนความผิดของตนเอ

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 37

    หลังจากอาการบาดเจ็บพ้นขีดอันตราย หลิ่วเฉินได้ทูลขอพระราชทานอนุญาตย้ายกลับมาพักฟื้นที่จวนของตนเอง ฮ่องเต้ทรงพระเมตตาประทานโอสถล้ำค่าและสิ่งของบำรุงร่างกายมากมายมาให้ถึงจวน พร้อมทั้งมีรับสั่งให้ตวนอี้จวิ้นจู่สามารถเข้าออกจวนฉางหนิงโหวได้อย่างอิสระเพื่อดูแลอาการของเขา นับเป็นการเปิดทางให้แก่หนุ่มสาวทั

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 31

    ณ จวนแม่ทัพหลี่ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวงรถม้าคันเรียบง่ายประทับตราจวนอันหยางโหวเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าประตูจวนอันใหญ่โต พ่อบ้านเฉิน ชายชราผู้มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์และภักดีต่อตระกูลเจียง ก้าวลงจากรถม้าพร้อมด้วยกล่องไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ในมือของเขาคือของขวัญตามธรรมเนียม

  • ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ   ตอนที่ 13

    ภายในห้องนอนของจวนอันหยางโหว เจียงลั่วเสวี่ยขยับตัวตื่น ความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีการตามล่าเมื่อคืนบรรเทาลงไปมาก นางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ปล่อยให้ผมยาวสลวยทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลังอิงเกอและลู่จูเดินถืออ่างน้ำทองเหลืองและผ้าเข้ามาปรนนิบัติเจ้านาย สีหน้าของสาวใช้ทั้งสองดูตื่นเต้นผิดปกติ"ท่านห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status