เข้าสู่ระบบ“ถงหว่านเหนียน เจ้าไม่มีทางเหนือกว่าข้าไปได้!”
ถงเฮ่อหลง ตะโกนก้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อตัวเขา ไม่อาจที่จะเข้าถึงตัวของถงหว่านเหนียนได้เลย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฝีมือนางจะเหนือกว่าเขา หญิงขี้โรคอ่อนแอ ปวกเปียก นี่คือสิ่งที่คนของบิดา คอยรายงานกลับไปให้รับรู้อยู่เสมอ
แต่วันนี้สิ่งที่เขาเห็น นางไม่เพียงแต่ไม่เจ็บป่วย ทว่านางยังคงมีฝีมือในเชิงยุทธ ในระดับที่ดีอีกด้วย หรือว่าคนของบิดา ได้หลอกลวงพวกเขามาโดยตลอด
เหตุผลที่สกุลถงยังไม่เอาชีวิตนาง เพราะยังเป็นช่วงไว้ทุกข์ให้แก่ท่านย่า จึงยังคงไม่อาจลงมือต่อนางได้อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยสายตาของหลายคนยังจับจ้องเรื่องของนางอยู่ บุตรสาวที่มีคู่หมายเป็นถึงท่านอ๋องจิ้ง แต่ตอนนี้ครบการไว้ทุกข์สามปีแล้ว ถงหว่านเหนียน ก็ควรติดตามลงไปปรนนิบัติท่านย่าในยมโลก มิสมควรอยู่เป็นภัยให้แก่คนในตระกูล และขัดขวางเส้นทาง ของน้องสาวคนรอง ในการออกเรือน
“ถงเฮ่อหลง หึ ๆ เจ้าอยากได้หัวของข้า ก็ต้องมาดูกันว่า ความเร็วของเจ้า จะมีเหนือกว่าข้าสักแค่ไหน”
ถงหว่านเหนียน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มีฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะสู้กับนาง ยังห่างชั้นอีกเยอะ ที่นางยังทนเล่น หมากกระดานนี้ด้วย ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดเลย เพียงแค่การตายเร็วจนเกินไป มันดูยังไม่ทรมาน สาสมกับสิ่งที่สกุลถงได้ทำ กับเจ้าของร่างเดิม รวมถึงบ่าวไพร่แก่ชราเหล่านั้น
แม้นางจะเป็นอดีตนักรบ แต่ไม่ใช่ว่าดาบในมือของนาง จะบั่นคอผู้ใดได้ตามใจชอบ เพียงเพราะคำทำนายไร้สาระ ทำให้มีหลายชีวิต ต้องสังเวยให้กับความเขลานี้ของคนสกุลถง หากบิดาเจ้าของร่าง หากเบิกตาให้กว้างกว่านี้อีกสักหน่อย ก็น่าจะมองเห็นกลโกงในเรือนหลัง ที่สร้างเรื่องขึ้นมาจำกัดกันเอง โดยมีบุตรชายหญิงเป็นหมากในกระดาน เช่นนั้นแล้วหมากกระดานนี้ นางจะเดินมันให้จบ โดยที่ผู้ควบคุมจะเป็นนางเอง ความจริงที่ซ่อนอยู่ อาจไม่ใช่แค่คำทำนายบ้าบอนี้ แต่มีเบื้องลึกที่เจ้าของร่างไม่อาจรู้ และนางต้องรู้มันให้ได้
ว่าเพราะเหตุผลใดกันแน่ ที่มารดาผู้ให้กำเนิด จึงเลือกทอดทิ้งเลือดในอก ถือว่านางจะตอบแทนเจ้าของร่าง ด้วยการหาคำตอบ ให้คนที่จากไปได้สงบจิตใจได้
“หุบปากอันเหม็นเน่าของเจ้าเสีย ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ หัวของเจ้า จะต้องไปอยู่ต่อหน้าคนสกุลถง”
ถงเฮ่อหลง ตะโกนใส่น้องสาวเสียงกร้าว แววตาที่มองนางไร้ซึ่งคำสายใยครอบครัว
“เช่นนั้น เราก็มาดูกัน ว่าจะเป็นหัวของใครที่ไปอยู่ต่อหน้าคนพวกนั้น”
สำหรับถงหว่านเหนียน สายไยนั้นมันสะบั้น ตั้งแต่นางลืมตาตื่น มาในร่างนี้ตั้งแต่แรกแล้ว อน่กได้หัวของนาง เหอะ! ใฝ่สูงเกินไปแล้ว เรียวปากงามเหยียดออกอย่างเย้ยหยัน นางไม่จำเป็นต้องหลบหลีก การโจมตีอันอ่อนปวกเปียกนั้นอีกแล้ว มือบางที่เคยว่างเปล่า บัดนี้นางได้คว้าอาวุธคู่ใจ มาถือเอาไว้ในมือ
เขาช่างกล้าคิดว่านาง ไม่ได้เตรียมการอันใดเลย นางต้องเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดี ตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้ามาในเขตชายแดนแล้ว ในเมืองหน้าด่านแห่งนี้ มิใช่ว่าจะไร้ ซึ่งหูตาของนางเสียเมื่อไหร่ นางไม่ได้ทุ่มเงินให้มันละลายไปกับอากาศ แต่นางหว่านเม็ดเงินลงไป ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวนาง และคนภายใต้การดูแลของนาง
“สามหาวนัก!”
“หึ ๆ ข้าถือว่านี่เป็นคำชม”
หญิงสาวแค้นเสียงหัวงเราะในลำคอ ก่อนจะเอ่ยตอบไป ด้วยน้ำเสียงอันยียวน นั่นยิ่งเพิ่มความคลั่งแค้น ภายในใจของถงเอ่อหลง สติที่ไม่อาจคุมได้ของเขา เพราะโทสะคือสิ่งที่นางเฝ้ารออยู่นานแล้ว คนแบบนี้ยิ่งคลุ้มคลั่ง ยามล้มลงยิ่งเจ็บปวดทรมาน
“ตายซะเถอะ”
ฉับ! ทว่ายังไม่ทันที่เขา จะได้ก้าวถึงตัวของน้องสาว ขาสองข้าง พลันรู้เย็นวาบไปชั่วขณะ ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มตึงลงกับพื้น และแปรเปลี่ยน กลายเป็นความเจ็บปวด ที่ถาโถมเข้ามาจนสุดขั้วหัวใจ อาวุธในมือ ถูกปล่อยทันที มือสองข้าง สั่นเทาด้วยความวาดกลัว เมื่อสายตาของเขามองไปที่ขาของตนเอง ใต้เข่าลงไปคงมีเพียงความว่างเปล่า และเลือดที่ไหลพุ่งประหนึ่งทำนน้ำพังทลาย
“อ๊ากกก!!!! ข้าของข้า!!!”
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก จนผู้ติดตามที่คิดว่าพวกเขา จับตาดูอย่างไม่คิดละสายตา ยังไม่อาจเข้าช่วยเหลือผู้เป็นนายได้ทัน ชายทั้งสามพุ่งเข้าไปภายในห้องอย่างรวดเร็ว หนึ่งในสาว รีบเข้าไปพาคุณชายใหญ่ออกห่างจากการต่อสู้ อีกสองคนได้เคลื่อนเข้าโรมรันกับหญิงสาว อย่างคิดที่จะออมมือ
“ขาข้า...เร็วเข้า ช่วยข้า อ๊าก!!!”
ถงเฮ่อหลงเร่งให้ผู้ติดตาม ช่วยตนเอง มือสองข้างของเขา ทำได้เพียงยกขึ้นกุมศีรษะเอาไว้ พร้อมตะโกนอย่างคนที่หวาดกลัวอย่างสุดขีด เขาไม่อาจบอกได้ว่าตอนนี้ เจ็บที่กายหรือใจมากกว่ากัน
“อดทนหน่อยขอรับ ข้าน้อยจะใส่ผงห้ามเลือด”
ชายหนุ่มพยายามที่จะปลอบใจผู้เป็นนาย ทว่าผงห้ามเลือดของเขา ไม่เพียงพอที่จะหยุดเลือดที่ไหลออกมาในตอนนี้ มันรวดเร็วและยากที่จะทำให้มันหยุดลงได้ ที่เขาทำได้ตอนนี้ แค่ชะลอการไหลของเลือด ให้ช้าลงสักหนึ่งถึงสองส่วนเท่านั้น
“พี่ใหญ่!!! ไยเป็นเช่นนี้” ถงหว่านอี้ หวีดร้องเสียงหลง ก่อนจะใช้สองมือ ปิดใบหน้าเอาไว้ นางสั่นเทาอย่างคนเสียขวัญ ภาพที่เห็นช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก หากหัวที่อยู่ในกล่องนั้น เป็นของพี่สาวคนโต นางคงจะสุขใจกว่านี้ แต่นี่ไยจึงกลายเป็นหัวของพี่ชายไปได้เล่า! ท่านอัครมหาเสนาบดี ช้าหนึบไปทั้งร่าง มันจะเป็นได้อย่างไร ที่หัวในห่องเบื้องหน้า เป็นของบุตรชายคนโต ไยจึงไม่หัวของตัวหายนะนั่นเล่า ท่านอัครมหาเสนาบดี ค่อย ๆ ก้าวตรงไปยังกล่องไม้ ที่เวลานี้ภรรยาได้คว้าไปกอดเอาไว้แนบอก นางร้องไห้ปริ่มขาดใจ“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ!”ทว่ายังไม่ทันจะก้าวไปถึง เสียงที่เต็มไปด้วยความแตกตื่น ของอนุคนโปรด พลันดังแทรกขึ้นเสียก่อน ร่างที่อ่อนเยาว์กว่าภรรยาเอก ก้าวยาว ๆ เข้ามาภายในห้อง“ไสหัวออกไป!”ถงฮูหยิน หันไปตวาดอนุของสามี ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชิงชัง หญิงแพศยานี่ คงหาหนทางกดหัวนางเป็นแน่ ในตอนนี้นางไร้บุตรชายสืบสายเลือดแล้ว นังตัวซวยนั่นคนเดียวแท้ ๆ นางไม่น่าจะทนเก็บมันเอาไว้เลย“ท่านพี่ ไยพี่หญิงจึงขับไล่ข้าเช่นนี้ มีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ”อนุเจียงเดินเข้าไปหาสามี ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียง ที่เต็ม
สิบวันถัดมา ณ เมืองหลวง ม้าเร็วที่เดินทางไม่หยุดพัก ได้มาหยุดอยู่หน้าจวนอัครมหาเสนาบดีถง ชายสวมชุดสีเข้ม ได้เหวี่ยงกายลงจากหลังม้า ก่อนจะกระตุกผ้าที่ผูก กล่องไม้ขนาดไม่ไม่ใหญ่มากนัก เขานำกล่องนั้น ถือเดินเข้าไปยังหน้าประตูจวน ก่อนจะจับห่วงเหล็กกระแทกกับประตูสามครั้งเพียงครู่เดียวประตูบานใหญ่ ได้เปิดออกเพียงครึ่ง ชายชราผมขาวโพลน ได้เยี่ยมหน้าออกมามอง ว่าผู้ใดกันมาเคาะเรียก คิ้วหนาสีดอกเลา ขมวดย่นจนชิดกัน เมื่อเห็นชายแปลกหน้า ยืนถือกล่อง ที่มีไอน้ำเกาะอยู่ เหมือนกับมีของเย็นจัดอยู่ด้านใน “ต้องการพบผู้ใด” ชายชราเอ่ยถาม“ข้าเป็นคนส่งของ จากชายแดนตะวันตก นี่สำหรับท่านอัครมหาเสนาบดีถง กับครอบครัว โปรดผู้ชรารับไปเถิด”ชายหนุ่มยื่นส่งกล่องไม้ ให้แก่ชายชรา ซึ่งเขาไม่ต้องเดาว่านี้เป็นใคร เพราะคงมีเพียงพ่อบ้านเท่านั้น ที่จะได้สวมชุดดูดี รองจากเจ้าของบ้าน“นี่คือสิ่งใด”ชายชราเอ่ยถาม เพราะครั้งก่อนที่ของส่งมาจากชายแดน ทำให้คนทั้งจวนแตกตื่นยิ่งนัก“มิใช่สิ่งที่ข้าต้องสอดรู้”ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ แววตาไม่มีคิดจะสอดส่ายไปข้างใน หรืออย่างรู้สิ่งใด นอกเหนือจากหน้าที่ของเขา นั่น
“นางมันคือปีศาจ ฆ่านางให้ได้” ถงเฮ่อถง พูดด้วยเสียงที่อันสั่นเทา ทั้งความเจ็บปวด และความกลัว กำลังตีรวนอยู่ในหัว ถ้าเขาไม่ตายก็กลายเป็นคนไร้ค่า เมื่อคิดถึงการถูกผู้คนหยามเหยียด ถงเฮ่อหลง อกของเขาแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ สองผู้ติดตามที่พุ่งเข้าหาหญิงสาว เวลานี้ต่างก็อยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่า พวกเขาก็รับรู้ได้ทันที ว่าฝีมือของหญิงสาว เหนือกว่าพวกเขาอยู่หลายขั้น เรียกว่าเทียบนางมิติดเลยทีเดียว “ไปฆ่านาง!” ดวงตาที่เริ่มจะพล่าเลือน จากการเสียเลือด มองไปที่น้องสาว ซึ่งยืนมองมาที่นาง และผู้ติดตามที่ยังอยู่กับเขา ด้วยสองคนนั้นแน่นิ่งไป ภายใต้คมอาวุธของนางไปแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจขัดคำสั่งได้ เขาลุกขึ้น พุ่งเข้าหาหญิงสาว ด้วยความรวดเร็ว ฉับ! ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ แม้เพียงครึ่งกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ ลมหายใจพลันขาดสะบั้นลง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอาวุธของนาง ตวัดใส่ร่างเขาตั้งแต่เอไหร่ “เจ้ามันปีศาจ ถงหว่านเหนียน!” ถงเฮ่อหลงพยายามกระถดถอยหนี จากคนที่ก้าวช้า ๆ มาที่เขาอยู่ในตอนนี้ คนของเขาที่เหลือเล่า ไยไม
“ถงหว่านเหนียน เจ้าไม่มีทางเหนือกว่าข้าไปได้!” ถงเฮ่อหลง ตะโกนก้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อตัวเขา ไม่อาจที่จะเข้าถึงตัวของถงหว่านเหนียนได้เลย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฝีมือนางจะเหนือกว่าเขา หญิงขี้โรคอ่อนแอ ปวกเปียก นี่คือสิ่งที่คนของบิดา คอยรายงานกลับไปให้รับรู้อยู่เสมอแต่วันนี้สิ่งที่เขาเห็น นางไม่เพียงแต่ไม่เจ็บป่วย ทว่านางยังคงมีฝีมือในเชิงยุทธ ในระดับที่ดีอีกด้วย หรือว่าคนของบิดา ได้หลอกลวงพวกเขามาโดยตลอดเหตุผลที่สกุลถงยังไม่เอาชีวิตนาง เพราะยังเป็นช่วงไว้ทุกข์ให้แก่ท่านย่า จึงยังคงไม่อาจลงมือต่อนางได้อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยสายตาของหลายคนยังจับจ้องเรื่องของนางอยู่ บุตรสาวที่มีคู่หมายเป็นถึงท่านอ๋องจิ้ง แต่ตอนนี้ครบการไว้ทุกข์สามปีแล้ว ถงหว่านเหนียน ก็ควรติดตามลงไปปรนนิบัติท่านย่าในยมโลก มิสมควรอยู่เป็นภัยให้แก่คนในตระกูล และขัดขวางเส้นทาง ของน้องสาวคนรอง ในการออกเรือน “ถงเฮ่อหลง หึ ๆ เจ้าอยากได้หัวของข้า ก็ต้องมาดูกันว่า ความเร็วของเจ้า จะมีเหนือกว่าข้าสักแค่ไหน” ถงหว่านเหนียน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มีฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะสู้กับนาง ยังห่างช
“ถงหว่านเนียน! เจ้ากำลังด่าทอข้าอย่างนั้นรึ” ถงเฮ่อหลง ตวาดกลับเสียงกร้าว ใบหน้าของชายหนุ่ม มืดครึ้ม ด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด ยิ่งเห็นแววตาเยาะหยันจากน้องสาว ความเคียดแค้นและชิงชัง ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น นางกล้าดีอย่างไร ถึงได้อาจหาญ ด่าทอว่าเขาเป็นสุนัข “ข้าเอ่ยชื่อเจ้าหรือ” หญิงสาว ถามกลับด้วยน้ำ อันเสียงอ่อนโยน ทว่ารอยยิ้มของนางนั้น หาได้เป็นเยี่ยงคำพูดไม่ เพราะทุกอย่างมันล้วนเต็มไปด้วยความขบขัน นี่หรือ...บุตรชายคนโตของสกุลถง โอหังแต่ไร้ สามารถ ลำพองตนแต่ขลาดเขลาเบาปัญญา มิน่าเล่าถึงยังไม่ก้าวหน้าในราชสำนัก หากนางมีบุตรชายเช่นนี้ คงกลั้นใจตายไปแล้ว เทียบไม่ได้กับนางในชีวิตเดิม ยังได้ไม่ถึงขี้เล็บ มาทำพองขนต่อหน้านาง ช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย “หากไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นผู้ใดเล่า ในเมื่อภายในห้องนี้ มีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้น” ถงเฮ่อหลง ตอบกลับด้วยเสียง ที่เต็มไปด้วยโทสะอันคุกรุ่น ยิ่งเห็นท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของนาง ความชิงชังก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ราวกับทำนบน้ำที่พังทลาย “เช่นนั้น ก็ตามแต่พี่ใหญ่จะคิด ก็แล้วกันเจ้าค่ะ” หญิง
ห้าวันต่อมา ณ กระท่อมชายป่า แว่วใบไม้เสียดสียามสายลมพัดผ่าน ดังแววให้ได้ยินเป็นระยะ กลิ่นอายของธรรมชาติ ทำให้คนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายป่า รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายนิ่งนัก ถงหว่านเหนียนนั่งจิบชาอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพัง สายตาของนางมองผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ออกไปยังสวนดอกไม้ป่าที่นางให้คนปลุกเอาไว้ แขกของนางคงกำลังใกล้จะมาถึงแล้ว นี่ถือเป็นการสละเวลาให้สายเลือดเจ้าของร่าง ก่อนที่นางจะเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อสะสางเรื่องราวต่าง ๆ ให้มันจบลง ภายหน้าจะได้ไม่ต้องยุ่งยากอีก ชีวิตแบบนี้สิที่นางต้องการ ร่ำรวยและเรียบง่าย แต่ชีวิตในความเป็นจริง มันช่างไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลยสักนิด จบเรื่องหนึ่งก็มีเรื่องหนึ่งวนเวียนเกิดขึ้นมามิเว้นวัน แต่เมื่อยังหายใจอยู่ ก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะสู้รบกับชะกรรมได้ “คุณหนู พวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวไป๋รีบเข้ามารายงาน เมื่อเห็นว่ามีคนมาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้ากระท่อม ท่าทางของผู้มาเยือน ไม่ได้เป็นมิตรสักนิด “เจ้าพาท่านป้าหวงไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง” การแสดงสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเหยื่อมาถึง นักแสดงก้ต้องออกจากที่นี่ เพื







