แชร์

ตอนที่ 2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-19 19:34:56

ดอกเดซี่

“การมีความหวัง”

คนเราจะต้องเจ็บปวดและเสียใจอีกกี่ครั้งกันถึงจะพอ?

รถกระบะสมรรถนะเยี่ยมขับเข้ามาจอดยังบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่ป้าเฟื้องบอกว่าเป็นมรดกตกทอดจากพ่อที่ต้องการส่งมอบให้เธอด้วยความรัก

แต่ลึกๆ แล้วมัสลินกลับรู้สึกว่ามันอาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดของพ่อที่มีต่อเธอและแม่มากกว่า เขาถึงอยากที่จะชดเชยสิ่งเหล่านี้ให้

ทว่าเมื่อเธอมองออกไปยังอาณาเขตของบ้านเบื้องหน้า ก็นึกแย้งกับคำพูดของป้าเฟื้องในใจ ที่บอกว่าเป็นเพียงบ้านและที่ดินหลังเล็กนั้น สำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่เลย

จริงอยู่ที่คนบ้านใหญ่ที่เรียกว่าบ้านเมียหลวงนั้นได้ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ไปหลายร้อยไร่ สมฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพ่อเลี้ยงเรืองแห่งทองผาภูมิ

แต่มัสลินคิดว่าเธอช่างโชคดี ที่พ่อยังนึกถึงเธอกับแม่ แล้วที่นี่ก็ช่างดูอบอุ่น มันเป็นบ้านสองชั้นสีขาวตัดกับสีฟ้าสร้างขึ้นในแบบสไตล์อิงลิช คันทรี หน้าบ้านมีดอกเดซีมากาเร็ต ดอกคัตเตอร์ และดอกคาโมมายล์ ล้วนแต่เป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกสีขาวปลูกแซมด้วยต้นโรสแมรีที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นละมุนลอยเตะจมูกไว้รอบๆ ตัวบ้าน ที่นี่คงอากาศเย็นตลอดทั้งปี จึงเหมาะแก่การปลูกดอกไม้เมืองหนาว

ตามคำบอกเล่าป้าเฟื้องบอกว่าบ้านหลังนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านที่พ่ออยู่กับแม่ นอกจากนั้นที่ดินตรงนี้ยังอยู่ติดกันกับบ้านของป้าเฟื้องที่อยู่หลังถัดไป ซึ่งก็ใหญ่โตโอ่อ่าไม่แพ้กัน ป้าเฟื้องเป็นพี่สาวแท้ๆ ของพ่อ ป้าอายุราวหกสิบปี และหล่อนก็ไม่มีลูกและสามีให้เป็นภาระ

“โฮ่ง! โฮ่ง!”

เสียงสุนัขเห่าดังขึ้นมา พวกมันวิ่งหลุนๆ ตามกันออกมาจากหลังบ้านเป็นพรวนน่าจะมีอายุราวสักขวบปีล่ะมั้ง ตัวหนึ่งเป็นลูกสุนัขพันธุ์แจ็ค รัสเซล เทอร์เรียหูพับลำตัวสีขาว มีมาร์คสีน้ำตาลรูปหัวใจโดดเด่นขนาดใหญ่ที่ลำตัวตัดกับขนสีขาว และมาร์ครูปหัวใจสีขาวเล็กๆ ตัดกับสีน้ำตาลที่อยู่กลางหน้าผากของมัน มิหนำซ้ำยังมีขนสีดำแต้มบนลำตัวอีกเล็กน้อยประปราย มันยืดคอขึ้น แล้วก็เอียงคอมองคนแปลกหน้าด้วยความแปลกใจ

อีกตัวที่ยืนอยู่ข้างกันเป็นลูกสุนัขพันธุ์ดัชชุนที่ได้รับสมญานามว่า “สุนัขไส้กรอก” มันมีสีน้ำตาลเข้มหลังอาน ขาสั้นแต่ทว่าลำตัวของมันยาวกว่าสุนัขทั่วไป จึงเป็นเอกลักษณ์พิเศษของสุนัขพันธุ์นี้ มันกระดิกหางดุ๊กดิ๊กไปมา พลางแลบลิ้นยาวออกมาหอบแฮ่ก เนื้อตัวพวกมันเปื้อนดินเลอะเทอะ มัสลินเดาว่าพวกมันคงจะขุดดินเล่นกันอยู่หลังบ้าน ถึงแม้ว่าจะมีพลังงานวิ่งเล่นล้นเหลือ แต่ทว่าตัวกลับอ้วนกลมเกินเกณฑ์ไปมาก...

อ้อ! พวกมันเป็นตัวผู้ทั้งคู่

“เจ้าปุ๊กลุก กับ เจ้าจุ๊กกะดุ๋ยน่ะ มันเป็นหมาของพ่อเรืองเขา พ่อเรืองมาพักที่นี่ก่อนจะเสียจากมะเร็ง เขาเอาพวกมันมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย พ่อเรืองรักพวกมันมากเลยนะ”

และวันนี้เธอก็ได้รับรู้อีกเรื่อง นอกจากพ่อจะทิ้งสมบัติไว้ให้แล้ว ยังทิ้งเจ้าตัวภาระสองตัวไว้ให้เธอด้วย...

“เข้าบ้านเถอะ” ป้าเฟื้องชวนเข้าไปในบ้าน เธอเดินสำรวจบ้านภายในบ้านเล็กน้อย ที่นี่เงียบสงบเป็นส่วนตัว บริเวณพื้นที่ตัวบ้านราวหนึ่งไร่ เมื่อเปิดบานหน้าต่างออกไปก็พบว่า ห่างออกไปหลังบ้านเป็นสนามหญ้าโล่งๆ ราวสามไร่ล้อมด้วยรั้วคาวบอยปล่อยทิ้งร้างไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร

“ป้าเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บชั้นบนให้แล้ว เป็นห้องเดิมที่ไหมเคยอยู่” ป้าเฟื้องแย้มยิ้มเอ่ยขึ้น ขณะเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน

“แล้วนี่ก็กุญแจเซฟจ้ะ เดี๋ยวป้ากลับบ้านก่อน มีอะไรเรียกป้าได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” แล้วก็ยื่นกุญแจห้องและกุญแจตู้เซฟให้กับเธอ

มัสลินยกมือกระพุ่มไหว้กลางอกแล้วกล่าวขอบคุณที่วันนี้รบกวนป้าเฟื้องหลายเรื่อง ก่อนที่ป้าจะเดินออกไป มัสลินเดินขึ้นไปบนชั้นสองในห้องของแม่ ที่นี่ตกแต่งเอาไว้แบบเรียบๆ มีเตียงนอนขนาดห้าฟุต ใกล้กันนั้นมีโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า เป็นไม้โอ๊คสีน้ำตาลอ่อนเข้าชุดกัน

ถึงตัวบ้านภายนอกจะเป็นแนวอิงลิช คันทรี แต่ภายในตกแต่งเรียบร้อยแบบสไตล์มูจิเน้นความเรียบง่าย เธอคิดว่ามันก็เข้ากันได้ดีอย่างประหลาด

ห้องนอนสามห้องอยู่ชั้นบนทั้งหมด มีห้องน้ำที่ชั้นสองอยู่สองห้อง ส่วนชั้นล่างจะมีห้องเก็บของ ส่วนของห้องครัวและห้องรับแขก และมีห้องน้ำอีกหนึ่งห้อง

เธอลองนำกุญแจไปเปิดตู้เซฟที่อยู่ในห้อง ในนั้นมีถุงกระดาษสีน้ำตาลบรรจุเงินสดอยู่สิบถุง เธอคิดว่าจะเก็บเงินสดไว้กับตัวบางส่วน ส่วนที่เหลือก็จะนำเงินเข้าบัญชี

ในโฉนดที่ดินยังระบุเป็นชื่อของแม่ “แพรไหม สุวรรณวงศ์” คงต้องทำเรื่องเปลี่ยนจากชื่อแม่เป็นชื่อของเธอในภายหลัง เพราะตอนนี้แม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว

มีอีกหลายเรื่องที่ต้องคิดทำหลังจากนี้ เพราะตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียว ในท้องยามนี้มีชีวิตน้อยๆ ที่จะลืมตาดูโลกในอีกไม่ช้า การเลี้ยงลูกให้ดีได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เงินจำนวนสิบล้านใช้ทั้งชีวิตคงไม่พอ หากไม่คิดจะหามาเพิ่ม

มัสลินมองออกไปยังพื้นที่รกร้างหลังบ้านกว่าสามไร่ ปลูกผักดีไหม? แต่เธอเห็นตอนที่นั่งรถมาระหว่างทางว่าที่นี่มีพื้นที่ทำเกษตรกรรมกว้างขวางเป็นจำนวนมาก เกษตรกรปลูกผักจำหน่ายกันเยอะมากแล้ว เธอควรปลูกอะไรที่คนไม่ปลูกและชอบอากาศเย็น

ใช่แล้ว!

เธอชอบดอกไม้มากนี่นา จนแม่หยอกล้อเธอเป็นประจำว่าเธอน่ะเป็น “แม่มดดอกไม้” ปลูกดอกไม้ชนิดใดก็งอกเงยและงอกงาม

บ้านชั้นเดียวหลังเล็กในย่านชานเมือง ที่มีพื้นที่ไม่ถึงหนึ่งร้อยตารางวา พื้นที่โดยรอบมีดอกไม้นานาชนิดที่เธอปลูกประดับประดาไว้แทบทั้งสิ้น

เธอรีบหยิบสมาร์ตโฟนมาค้นหาข้อมูล ถ้าหากปลูกมาแล้วไม่มีคนซื้อก็เปล่าประโยชน์ เธอลองสืบค้นหาข้อมูลการตลาดเบื้องต้น สายตาว่องไวกวาดหาข้อมูล และก็เจอจนได้...

“ทางโรงแรมคีรีมายัน รับซื้อ “ดอกไม้กินได้”เป็นจำนวนมาก”

นี่แหละที่เธอต้องการ!

หากสร้างมูลค่าเพิ่มของเจ้าพวกดอกไม้นี้ได้ก็จะดีมาก ทั้งดอกไม้ที่กินได้และดอกไม้เพื่อความสวยงาม มัสลินมีความคิดว่าจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะชุมชนแห่งนี้ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

เปิดเป็นคาเฟเบเกอรี่และบาร์เครื่องดื่ม และนอกจากนั้นจะเปิดให้เข้าชมสวนดอกไม้ แล้วเก็บค่าเข้าชมเพิ่มเล็กน้อยสำหรับค่าบำรุงรักษาสถานที่

มัสลินยังมีความคิดที่จะเปิดร้านขายดอกไม้เล็กๆ จัดให้มีเวิร์กชอปในการจัดช่อดอกไม้ จัดแจกัน หรือนำดอกไม้เหล่านั้นมาทำอาหารหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชา สบู่ หรือแม้แต่เครื่องสำอางด้วยก็คงจะดีไม่น้อย

และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการทำอาชีพใหม่ของเธอ...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 3/2

    แรกๆ ที่มัสลินเรียกดวงดาวว่า “แม่” ก็ไม่ค่อยชินปากนัก แต่พอเรียกไปสักพักก็เริ่มเข้าปากและชินไปเอง เมื่อกินข้าวเที่ยงเสร็จ พี่ชายทั้งสองของเธอยังอาสาช่วยสอนเธอให้หัดขับรถด้วย เพราะป้าเฟื้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร คราวนี้เธอยอมรับการช่วยเหลือเพราะไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของพวกเขาเป็นคำรบที่สองการเรียนการสอนขับรถในวันนี้ มันก็ค่อนข้างจะทุลักทุเลพอสมควร เธอตระหนักรู้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดเดียว แต่เธอก็พยายามเรียนรู้และพอจะเข้าใจบ้างแล้ว ที่เหลือคือความใจกล้าที่จะต้องลองขับด้วยตัวเองให้ได้และพอพี่ๆ รู้ว่าเธอต้องการจะซื้อรถมือสอง วันรุ่งขึ้นตามตะวันกับจันทรคุปต์ก็เอารถที่บ้านซึ่งเป็นคันที่ไม่ค่อยได้ใช้ เนื่องจากที่บ้านใหญ่มีอยู่หลายคันมาให้เป็นรถทรงสปอร์ตสีขาวสัญชาติญี่ปุ่นของคุณดวงดาวที่ขับไม่กี่ครั้งเท่านั้น มันยังใหม่เอี่ยมอ่องเหมือนเพิ่งออกจากศูนย์จำหน่ายไม่มีผิด มัสลินรู้สึกดีใจมากที่ครอบครัวบ้านใหญ่ ไม่นึกรังเกียจเธอ แถมยังช่วยเหลือเธอเป็นอย่างดีอีกด้วยเธอช่างโชคดีจริงๆ ...หนึ่งเดือนผ่านไป...หลังจากจัดการเรื่องส่วนตัวจนเข้าที่เข้าทาง และปรับตัวกับความเป็นอ

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 3/1

    ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า“ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ การให้อภัย”ดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายซ่อนอยู่... การตีความหมายของภาษาดอกไม้ ในหนังสือชื่อ เลอ ลองแกจ เดส์ เฟลอร์ (Le Langage des Fleurs) มีการแปลความหมายของดอกไม้รวบรวมไว้กว่า 8,000 ชนิด มัสลินมีฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ในครอบครองด้วยบางทีหากสื่อสารออกมาเป็นคำพูดกับใครสักคน มันอาจจะทำได้ยาก แต่หากใช้ภาษาดอกไม้ในการสื่อสารแทนใจอาจเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า...“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง” เสียงสุนัขทั้งสองตัวดังมาจากชั้นล่าง มัสลินค่อยๆ เดินลงบันไดด้วยความระมัดระวัง พบว่าปากของพวกมันคาบชามข้าวสแตนเลสแล้วเดินตุ๊ต๊ะต้วมเตี้ยมเข้ามาหาเธอ พร้อมกับวางชามข้าวลงเบื้องหน้าของเธอเป็นสัญญานว่าพวกมันหิวแล้ว คล้ายกับกำลังจะบอกเธอว่า รีบเอาอาหารมาเติมให้ทีสิมนุษย์ พ่อคงเลี้ยงพวกมันอย่างดีจนอ้วนฉุแบบนี้“หิวแล้วล่ะสิ แต่ต่อไปพวกแกต้องลดน้ำหนักแล้วนะ กินอาหารให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากหน่อย พวกแกจะได้มีสุขภาพที่ดี เข้าใจไหม?” สุนัขก็เหมือนคน หากน้ำหนักมากเกินเกณฑ์ก็มักจะมีโรคร้ายตามมา มัสลินพูดกับมัน มันก็เอียงคอมองเธอด้วยความสงสัย เธอก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าพวกมันจะเ

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 2

    ดอกเดซี่“การมีความหวัง”คนเราจะต้องเจ็บปวดและเสียใจอีกกี่ครั้งกันถึงจะพอ?รถกระบะสมรรถนะเยี่ยมขับเข้ามาจอดยังบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่ป้าเฟื้องบอกว่าเป็นมรดกตกทอดจากพ่อที่ต้องการส่งมอบให้เธอด้วยความรัก แต่ลึกๆ แล้วมัสลินกลับรู้สึกว่ามันอาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดของพ่อที่มีต่อเธอและแม่มากกว่า เขาถึงอยากที่จะชดเชยสิ่งเหล่านี้ให้ ทว่าเมื่อเธอมองออกไปยังอาณาเขตของบ้านเบื้องหน้า ก็นึกแย้งกับคำพูดของป้าเฟื้องในใจ ที่บอกว่าเป็นเพียงบ้านและที่ดินหลังเล็กนั้น สำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่เลยจริงอยู่ที่คนบ้านใหญ่ที่เรียกว่าบ้านเมียหลวงนั้นได้ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ไปหลายร้อยไร่ สมฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพ่อเลี้ยงเรืองแห่งทองผาภูมิแต่มัสลินคิดว่าเธอช่างโชคดี ที่พ่อยังนึกถึงเธอกับแม่ แล้วที่นี่ก็ช่างดูอบอุ่น มันเป็นบ้านสองชั้นสีขาวตัดกับสีฟ้าสร้างขึ้นในแบบสไตล์อิงลิช คันทรี หน้าบ้านมีดอกเดซีมากาเร็ต ดอกคัตเตอร์ และดอกคาโมมายล์ ล้วนแต่เป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกสีขาวปลูกแซมด้วยต้นโรสแมรีที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นละมุนลอยเตะจมูกไว้รอบๆ ตัวบ้าน ที่นี่คงอากาศเย็นตลอดทั้งปี จึงเหมาะแก่การปลูกดอกไม้เมืองหนาว

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 1

    ดอกฟอร์เก็ทมีน็อท“อย่าลืมฉัน”มัสลินมองที่ตรวจครรภ์ในมือ รอบเดือนเธอไม่มาสองเดือนแล้ว จึงได้ลองตรวจดู ผลปรากฏว่ามันขึ้นสองขีดเธอไม่ได้เศร้า ทว่าใบหน้ากลับแต้มไปด้วยรอยยิ้มบางเบา“สิ่งนี้เป็นของขวัญที่คุณให้มัสไว้ดูต่างหน้าใช่ไหมคะ คุณโปรด...มัสคิดถึงคุณนะ มัสจะไม่มีวันลืมคุณเลยค่ะ” เหลียวมองที่ข้อนิ้วนางด้านซ้ายที่มีแหวนเพชรที่ทรงโปรดสั่งทำเป็นพิเศษให้เธอ กลีบดอกสีน้ำเงินอมม่วงรอบตัวเพชรเม็ดงาม มันคือ “ดอกฟอร์เก็ทมีน็อท” ซึ่งเป็นดอกไม้สุดโปรดของเธอนั่นเองมัสลินเอื้อมมือมาลูบท้องของตัวเองที่ยังคงแบนราบเรียบอยู่ มีสิ่งมีชีวิตกำลังก่อกำเนิดอยู่ในนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและเธออย่างละครึ่ง มัสลินคิดอยู่หลายตลบก่อนจะตัดสินใจในวันนี้“ทำไมจะลาออกซะล่ะมัส แล้วจะไปทำอะไรที่ไหน ยังไง?” ดารณีลนลานถามรุ่นน้องสาวคนสนิทด้วยความเป็นห่วง ทำงานด้วยกันมาหนึ่งปีแทบจะรู้ใจกันมากกว่าพี่น้องที่คลานตามก้นกันมาเสียอีก มือหล่อนยังคงเกาะกุมมือบางไว้ หล่อนรู้ว่ายามนี้มัสลินแตกสลายเพียงใด มัสลินยังคงอยู่ในชุดเดรสสีดำไว้ทุกข์ให้ทรงโปรด ถึงแม้จะเกิดเรื่องผ่านมาแล้วเป็นวันที่เจ็ดก็ตาม“ถ้ามัสยังอย

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   อารัมภบท

    ดอกเบญจมาศสีขาว“ความตายคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”เวลา:07:30PM (ตามเวลาท้องถิ่น)แผนกศัลยกรรมประสาท โรงพยาบาล Johns Hopkins บัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์“แม่ครับ ถ้าผมตายไป ผมฝากแม่ดูแล “มัส” แทนผมด้วยนะครับ” คุณขวัญเรือนจับมือลูกชายไว้มั่น ขณะที่บุรุษพยาบาลกำลังเข็น นพ.ทรงโปรด พสุธาดล ศัลยแพทย์ หนุ่มวัยสามสิบสองปี ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมองเข้าสู่ห้องผ่าตัดเบื้องหน้า“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะโปรด ลูกต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน หมอที่นี่เก่งมาก อย่างไรก็ต้องปลอดภัยแล้วออกมาหาแม่นะลูก” คนเป็นแม่วิ่งตามรถเข็นพยาบาลส่งลูกชายสู่ปลายทางห้องผ่าตัด หล่อนถูกกันให้รออยู่ที่หน้าห้อง ขวัญเรือนประสานมือสวดมนต์ภาวนาอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลกที่พอจะนึกได้ตอนนี้ เพื่อขอให้ลูกชายคนเดียวของเธอปลอดภัยเวลา 11:30 นาที (ตามเวลาท้องถิ่น)เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ณ โรงพยาบาลเอกชนภิรมย์ราษฎร์มัสลิน สุวรรณวงศ์ ประชาสัมพันธ์สาววัย 23 ปี ในชุดยูนิฟอร์มประชาสัมพันธ์เรียบร้อยดูสง่าราวกับแอร์โฮสเตสสายการบินชั้นนำสักที่หนึ่ง เธอสวมเสื้อสีฟ้าอ่อน กระโปรงสีเทาเข้มและสวมทับด้วยสูทสีน้ำเงินเข้ม มัดเก็บมวยผมที่ท้าย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status