Share

ตอนที่ 3/1

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-19 19:36:59

ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า

“ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ การให้อภัย”

ดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายซ่อนอยู่...

การตีความหมายของภาษาดอกไม้ ในหนังสือชื่อ เลอ ลองแกจ เดส์ เฟลอร์ (Le Langage des Fleurs) มีการแปลความหมายของดอกไม้รวบรวมไว้กว่า 8,000 ชนิด มัสลินมีฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ในครอบครองด้วย

บางทีหากสื่อสารออกมาเป็นคำพูดกับใครสักคน มันอาจจะทำได้ยาก แต่หากใช้ภาษาดอกไม้ในการสื่อสารแทนใจอาจเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า...

“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง” เสียงสุนัขทั้งสองตัวดังมาจากชั้นล่าง มัสลินค่อยๆ เดินลงบันไดด้วยความระมัดระวัง พบว่าปากของพวกมันคาบชามข้าวสแตนเลสแล้วเดินตุ๊ต๊ะต้วมเตี้ยมเข้ามาหาเธอ พร้อมกับวางชามข้าวลงเบื้องหน้าของเธอเป็นสัญญานว่าพวกมันหิวแล้ว

คล้ายกับกำลังจะบอกเธอว่า รีบเอาอาหารมาเติมให้ทีสิมนุษย์ พ่อคงเลี้ยงพวกมันอย่างดีจนอ้วนฉุแบบนี้

“หิวแล้วล่ะสิ แต่ต่อไปพวกแกต้องลดน้ำหนักแล้วนะ กินอาหารให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากหน่อย พวกแกจะได้มีสุขภาพที่ดี เข้าใจไหม?” สุนัขก็เหมือนคน หากน้ำหนักมากเกินเกณฑ์ก็มักจะมีโรคร้ายตามมา มัสลินพูดกับมัน มันก็เอียงคอมองเธอด้วยความสงสัย เธอก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าพวกมันจะเข้าใจที่เธอพูดหรือเปล่า

มัสลินมองซ้ายแลขวามองหาถุงอาหารของพวกมัน

เหมือนว่ามันจะเข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังสื่อสาร ... เจ้าปุ๊กลุกสุนัขพันธุ์แจ็ค รัสเซลเทอร์เรีย จึงเดินอุ้ยอ้ายนำทางไปยังถุงอาหารในห้องครัว แถมมันยังใช้ขาหน้าแตะที่ถุงอาหารชี้บอกตำแหน่งอีก

“โฮ่ง!”

“แสนรู้เชียวนะ” ไม่รู้ว่าพวกมันจะแสนรู้เฉพาะตอนที่หิวหรือเปล่า เธอยิ้มขันแกมเอ็นดูแล้วลูบหัวมันเบาๆ จากนั้นก็ตักอาหารใส่ชามยื่นให้พวกมันทั้งสองตัว

มัสลินผละออกมาเดินสำรวจในครัว มีข้าวสาร อาหารแห้ง มีวัตถุดิบสดในตู้เย็นสำหรับทำอาหารอยู่บ้างแล้ว

คงเป็นป้าเฟื้องที่ซื้อติดครัวเอาไว้ให้ อีกเรื่องที่เธอคิดในหัวตอนนี้ บางทีเธอควรจะเรียนขับรถไว้บ้างเผื่อว่าฉุกเฉิน หากมัวแต่คอยพึ่งพาแต่ป้าเฟื้องคงไม่ได้

พอคิดถึงป้าเฟื้องขึ้นมา หล่อนก็โผล่หน้ามาทันที อายุยืนเสียจริง มองดูเวลาก็ใกล้เที่ยงพอดี หล่อนมาพร้อมมะม่วงน้ำดอกไม้ลูกห่ามๆ น้ำปลาหวาน คงจำได้ว่ามัสลินบ่นว่าเปรี้ยวปากอยากกิน หล่อนจึงซื้อมาจากชาวบ้านในชุมชน และพ่วงขนมจีนน้ำยาปลาช่อน ที่หล่อนทำเองกับมือมาให้อีกด้วย

ที่นี่เป็นชุมชนหมู่บ้านเล็กๆ อยู่กันไม่ถึงร้อยหลังคาเรือน และตั้งอยู่ในหุบเขาจึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ที่นี่สงบเงียบ ทุกคนถ้อยทีถ้อยอาศัยพึ่งพากัน

เธอชักจะรู้สึกชอบที่นี่เสียแล้วสิ...

จากนั้นมัสลินจึงใช้โอกาสนี้ปรึกษาป้าเฟื้องเรื่องอยากเรียนขับรถ

“ไม่ต้องไม่เรียนให้เปลืองเงินหรอก เอาอย่างนี้สิ พรุ่งนี้ครอบครัวบ้านใหญ่จะมาเยี่ยมป้า และจะแวะมาหาเราด้วยนะ ก็ให้ตาตามช่วยสอนให้ รายนั้นเขาใจเย็นมากนะ” จริงๆ เธอไม่อยากรบกวนใคร เพราะเห็นมามากว่าคนในครอบครัวมักจะทะเลาะกันมานักต่อนักเรื่องการสอนขับรถ

เธอรู้จากป้าเฟื้องมาแล้วว่าคนบ้านใหญ่นั้น คุณดวงดาวมีลูกชายฝาแฝดสองคนชื่อคุณตาม หรือตามตะวันและคุณจันทร์ หรือ จันทรคุปต์ หล่อนไม่มีลูกสาว พอป้าเฟื้องเห็นสีหน้าแววตาที่ดูวิตกกังวลของเธอก็รีบเอื้อมมือมาแตะต้นแขนเธอแผ่วเบาทันที

“ไม่ต้องกังวลใจไปหรอกนะลูก คนบ้านใหญ่เขาเป็นคนจิตใจดีนะ โดยเฉพาะแม่ของเจ้าแฝดยังบ่นว่าอยากเจอหนูอยู่เลย” มัสลินไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นคนเช่นไร พอเจอหน้ากันจริงๆ แล้วจะเหมือนกับที่ป้าเฟื้องเล่าให้ฟังหรือไม่

มันก็คงจะรู้สึกประหม่าและตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อย ที่เธอจะได้เจอหน้าพวกเขาในฐานะของลูกนอกกฎหมายของพ่อ

มัสลินยิ้มแห้งเพราะเธอวางสีหน้าไม่ถูก ก็ได้แต่พยักหน้ารับน้อยๆ ไปก่อน ...

เมื่อถึงวันที่จะได้พบกับคนบ้านใหญ่ มัสลินเองก็ช่วยป้าเฟื้องตระเตรียมอาหารเที่ยงไว้รอพวกเขาด้วย

ป้าเฟื้องนำดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า และสีม่วงมาจัดลงแจกันประดับประดาตกแต่งไว้ในบ้าน การมีดอกไม้ในบ้านแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายอย่างน่าเหลือเชื่อ

เมื่อถึงเวลานัดหมาย รถสปอร์ตสัญชาติยุโรปคันหรูก็ขับมาจอดที่บ้านของป้าเฟื้อง มัสลินจึงเดินออกไปต้อนรับ

พวกเขารับรู้จากป้าเฟื้องเบื้องต้นแล้วว่า มัสลินเผชิญกับปัญหาอะไรมาบ้าง และยังรู้สึกสงสารเธอมาก ที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องเจอกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามารอบด้าน

“ยัยหนูมัสใช่ไหมลูก?” มัสลินพยักหน้ารับก่อนจะยกมือกระพุ่มไหว้ดวงดาวและกล่าวทักทาย รวมถึงไหว้พี่ชายฝาแฝดต่างมารดาทั้งสองคนที่ยืนขนาบข้างมารดาของพวกเขาด้วย

“ใช่ค่ะ เชิญข้างในก่อนค่ะ อาหารเตรียมพร้อมแล้วค่ะ” เธอคลี่รอยยิ้มบาง กิริยามารยาทอ่อนน้อมถ่อมตน ยิ่งทำให้เธอสวยขึ้นไปอีก บางคนที่ว่าสวยแต่รูปแล้วจูบไม่หอม คงใช้ไม่ได้กับมัสลิน

พี่ชายฝาแฝดของเธอ พวกเขาตัวสูงใหญ่เกินมาตรฐานชายไทยกันมากๆ แถมหน้าตาพวกเขาก็หล่อเหลามากทีเดียว ผิดกับเธอที่สูงตามมาตรฐานหญิงไทยทั่วไป

หลังจากดวงดาวเดินเข้ามากอดมัสลินและให้กำลังใจกับเรื่องที่เธอเผชิญอยู่แล้ว จากนั้นทุกคนก็พากันเดินไปยังโต๊ะอาหาร

ยอมรับว่านาทีแรกที่เจอกันมัสลินรู้สึกเคอะเขิน แต่พอได้พูดคุยกันอย่างเป็นกันเองบนโต๊ะอาหาร ก็ค่อยๆ ละลายพฤติกรรมกันไปทีละน้อย แถมคุณดวงดาวยังมีเมตตา ขอรับมัสลินเป็นบุตรบุญธรรมอีก มันเกินกว่าที่เธอจะคาดฝันไปสักนิด คุณดวงดาวให้เหตุผลว่ารู้สึกถูกชะตากับมัสลินมากและเธอเองก็ไม่มีลูกสาวด้วย หากได้เธอมาเป็นลูกสาวอีกคนก็คงจะดีไม่น้อย

“เอาอย่างนี้ไหม แม่จะให้แม่บ้านมาดูแลหนู ตอนนี้ท้องไส้อยู่ด้วย อยู่คนเดียวจะลำบาก” ดวงดาวเสนอความคิดเห็น เพราะมัสลินก็อยู่บ้านคนเดียว ถึงแม้จะอยู่ติดกับบ้านของป้าเฟื้องก็ตาม ทว่าป้าเฟื้องคงไม่ได้มาดูแลตลอดเวลา และป้าเฟื้องเองก็มีอายุมากแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากเลยค่ะ หนูเกรงใจคุณดาวค่ะ” มัสลินอ้อมแอ้มตอบดวงดาวเสียงเบาด้วยความเกรงใจ

“เรียกแม่สิจ๊ะ” ดวงดาวท้วงติงทันควัน “แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจนะ มีอะไรให้ช่วย หนูบอกแม่ได้เลย” ทว่ามัสลินยังคงยืนกรานปฏิเสธไม่ขอรับความช่วยเหลือในเรื่องนี้

“หนูดูแลตัวเองได้ค่ะ...คุณแม่” เมื่อนั้นคุณดวงดาวก็คร้านจะขัดใจเธอ เพราะดูท่าว่ามัสลินเป็นคนมุ่งมั่นทีเดียว หากมีธงในใจแล้วก็คงไม่เปลี่ยนใจ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 3/2

    แรกๆ ที่มัสลินเรียกดวงดาวว่า “แม่” ก็ไม่ค่อยชินปากนัก แต่พอเรียกไปสักพักก็เริ่มเข้าปากและชินไปเอง เมื่อกินข้าวเที่ยงเสร็จ พี่ชายทั้งสองของเธอยังอาสาช่วยสอนเธอให้หัดขับรถด้วย เพราะป้าเฟื้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร คราวนี้เธอยอมรับการช่วยเหลือเพราะไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของพวกเขาเป็นคำรบที่สองการเรียนการสอนขับรถในวันนี้ มันก็ค่อนข้างจะทุลักทุเลพอสมควร เธอตระหนักรู้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดเดียว แต่เธอก็พยายามเรียนรู้และพอจะเข้าใจบ้างแล้ว ที่เหลือคือความใจกล้าที่จะต้องลองขับด้วยตัวเองให้ได้และพอพี่ๆ รู้ว่าเธอต้องการจะซื้อรถมือสอง วันรุ่งขึ้นตามตะวันกับจันทรคุปต์ก็เอารถที่บ้านซึ่งเป็นคันที่ไม่ค่อยได้ใช้ เนื่องจากที่บ้านใหญ่มีอยู่หลายคันมาให้เป็นรถทรงสปอร์ตสีขาวสัญชาติญี่ปุ่นของคุณดวงดาวที่ขับไม่กี่ครั้งเท่านั้น มันยังใหม่เอี่ยมอ่องเหมือนเพิ่งออกจากศูนย์จำหน่ายไม่มีผิด มัสลินรู้สึกดีใจมากที่ครอบครัวบ้านใหญ่ ไม่นึกรังเกียจเธอ แถมยังช่วยเหลือเธอเป็นอย่างดีอีกด้วยเธอช่างโชคดีจริงๆ ...หนึ่งเดือนผ่านไป...หลังจากจัดการเรื่องส่วนตัวจนเข้าที่เข้าทาง และปรับตัวกับความเป็นอ

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 3/1

    ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า“ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ การให้อภัย”ดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายซ่อนอยู่... การตีความหมายของภาษาดอกไม้ ในหนังสือชื่อ เลอ ลองแกจ เดส์ เฟลอร์ (Le Langage des Fleurs) มีการแปลความหมายของดอกไม้รวบรวมไว้กว่า 8,000 ชนิด มัสลินมีฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ในครอบครองด้วยบางทีหากสื่อสารออกมาเป็นคำพูดกับใครสักคน มันอาจจะทำได้ยาก แต่หากใช้ภาษาดอกไม้ในการสื่อสารแทนใจอาจเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า...“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง” เสียงสุนัขทั้งสองตัวดังมาจากชั้นล่าง มัสลินค่อยๆ เดินลงบันไดด้วยความระมัดระวัง พบว่าปากของพวกมันคาบชามข้าวสแตนเลสแล้วเดินตุ๊ต๊ะต้วมเตี้ยมเข้ามาหาเธอ พร้อมกับวางชามข้าวลงเบื้องหน้าของเธอเป็นสัญญานว่าพวกมันหิวแล้ว คล้ายกับกำลังจะบอกเธอว่า รีบเอาอาหารมาเติมให้ทีสิมนุษย์ พ่อคงเลี้ยงพวกมันอย่างดีจนอ้วนฉุแบบนี้“หิวแล้วล่ะสิ แต่ต่อไปพวกแกต้องลดน้ำหนักแล้วนะ กินอาหารให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากหน่อย พวกแกจะได้มีสุขภาพที่ดี เข้าใจไหม?” สุนัขก็เหมือนคน หากน้ำหนักมากเกินเกณฑ์ก็มักจะมีโรคร้ายตามมา มัสลินพูดกับมัน มันก็เอียงคอมองเธอด้วยความสงสัย เธอก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าพวกมันจะเ

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 2

    ดอกเดซี่“การมีความหวัง”คนเราจะต้องเจ็บปวดและเสียใจอีกกี่ครั้งกันถึงจะพอ?รถกระบะสมรรถนะเยี่ยมขับเข้ามาจอดยังบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่ป้าเฟื้องบอกว่าเป็นมรดกตกทอดจากพ่อที่ต้องการส่งมอบให้เธอด้วยความรัก แต่ลึกๆ แล้วมัสลินกลับรู้สึกว่ามันอาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดของพ่อที่มีต่อเธอและแม่มากกว่า เขาถึงอยากที่จะชดเชยสิ่งเหล่านี้ให้ ทว่าเมื่อเธอมองออกไปยังอาณาเขตของบ้านเบื้องหน้า ก็นึกแย้งกับคำพูดของป้าเฟื้องในใจ ที่บอกว่าเป็นเพียงบ้านและที่ดินหลังเล็กนั้น สำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่เลยจริงอยู่ที่คนบ้านใหญ่ที่เรียกว่าบ้านเมียหลวงนั้นได้ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ไปหลายร้อยไร่ สมฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพ่อเลี้ยงเรืองแห่งทองผาภูมิแต่มัสลินคิดว่าเธอช่างโชคดี ที่พ่อยังนึกถึงเธอกับแม่ แล้วที่นี่ก็ช่างดูอบอุ่น มันเป็นบ้านสองชั้นสีขาวตัดกับสีฟ้าสร้างขึ้นในแบบสไตล์อิงลิช คันทรี หน้าบ้านมีดอกเดซีมากาเร็ต ดอกคัตเตอร์ และดอกคาโมมายล์ ล้วนแต่เป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกสีขาวปลูกแซมด้วยต้นโรสแมรีที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นละมุนลอยเตะจมูกไว้รอบๆ ตัวบ้าน ที่นี่คงอากาศเย็นตลอดทั้งปี จึงเหมาะแก่การปลูกดอกไม้เมืองหนาว

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 1

    ดอกฟอร์เก็ทมีน็อท“อย่าลืมฉัน”มัสลินมองที่ตรวจครรภ์ในมือ รอบเดือนเธอไม่มาสองเดือนแล้ว จึงได้ลองตรวจดู ผลปรากฏว่ามันขึ้นสองขีดเธอไม่ได้เศร้า ทว่าใบหน้ากลับแต้มไปด้วยรอยยิ้มบางเบา“สิ่งนี้เป็นของขวัญที่คุณให้มัสไว้ดูต่างหน้าใช่ไหมคะ คุณโปรด...มัสคิดถึงคุณนะ มัสจะไม่มีวันลืมคุณเลยค่ะ” เหลียวมองที่ข้อนิ้วนางด้านซ้ายที่มีแหวนเพชรที่ทรงโปรดสั่งทำเป็นพิเศษให้เธอ กลีบดอกสีน้ำเงินอมม่วงรอบตัวเพชรเม็ดงาม มันคือ “ดอกฟอร์เก็ทมีน็อท” ซึ่งเป็นดอกไม้สุดโปรดของเธอนั่นเองมัสลินเอื้อมมือมาลูบท้องของตัวเองที่ยังคงแบนราบเรียบอยู่ มีสิ่งมีชีวิตกำลังก่อกำเนิดอยู่ในนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและเธออย่างละครึ่ง มัสลินคิดอยู่หลายตลบก่อนจะตัดสินใจในวันนี้“ทำไมจะลาออกซะล่ะมัส แล้วจะไปทำอะไรที่ไหน ยังไง?” ดารณีลนลานถามรุ่นน้องสาวคนสนิทด้วยความเป็นห่วง ทำงานด้วยกันมาหนึ่งปีแทบจะรู้ใจกันมากกว่าพี่น้องที่คลานตามก้นกันมาเสียอีก มือหล่อนยังคงเกาะกุมมือบางไว้ หล่อนรู้ว่ายามนี้มัสลินแตกสลายเพียงใด มัสลินยังคงอยู่ในชุดเดรสสีดำไว้ทุกข์ให้ทรงโปรด ถึงแม้จะเกิดเรื่องผ่านมาแล้วเป็นวันที่เจ็ดก็ตาม“ถ้ามัสยังอย

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   อารัมภบท

    ดอกเบญจมาศสีขาว“ความตายคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”เวลา:07:30PM (ตามเวลาท้องถิ่น)แผนกศัลยกรรมประสาท โรงพยาบาล Johns Hopkins บัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์“แม่ครับ ถ้าผมตายไป ผมฝากแม่ดูแล “มัส” แทนผมด้วยนะครับ” คุณขวัญเรือนจับมือลูกชายไว้มั่น ขณะที่บุรุษพยาบาลกำลังเข็น นพ.ทรงโปรด พสุธาดล ศัลยแพทย์ หนุ่มวัยสามสิบสองปี ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมองเข้าสู่ห้องผ่าตัดเบื้องหน้า“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะโปรด ลูกต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน หมอที่นี่เก่งมาก อย่างไรก็ต้องปลอดภัยแล้วออกมาหาแม่นะลูก” คนเป็นแม่วิ่งตามรถเข็นพยาบาลส่งลูกชายสู่ปลายทางห้องผ่าตัด หล่อนถูกกันให้รออยู่ที่หน้าห้อง ขวัญเรือนประสานมือสวดมนต์ภาวนาอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลกที่พอจะนึกได้ตอนนี้ เพื่อขอให้ลูกชายคนเดียวของเธอปลอดภัยเวลา 11:30 นาที (ตามเวลาท้องถิ่น)เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ณ โรงพยาบาลเอกชนภิรมย์ราษฎร์มัสลิน สุวรรณวงศ์ ประชาสัมพันธ์สาววัย 23 ปี ในชุดยูนิฟอร์มประชาสัมพันธ์เรียบร้อยดูสง่าราวกับแอร์โฮสเตสสายการบินชั้นนำสักที่หนึ่ง เธอสวมเสื้อสีฟ้าอ่อน กระโปรงสีเทาเข้มและสวมทับด้วยสูทสีน้ำเงินเข้ม มัดเก็บมวยผมที่ท้าย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status