Compartir

ตอนที่ 1

last update Fecha de publicación: 2026-09-19 19:33:58

ดอกฟอร์เก็ทมีน็อท

“อย่าลืมฉัน”

มัสลินมองที่ตรวจครรภ์ในมือ รอบเดือนเธอไม่มาสองเดือนแล้ว จึงได้ลองตรวจดู ผลปรากฏว่ามันขึ้นสองขีด

เธอไม่ได้เศร้า ทว่าใบหน้ากลับแต้มไปด้วยรอยยิ้มบางเบา

“สิ่งนี้เป็นของขวัญที่คุณให้มัสไว้ดูต่างหน้าใช่ไหมคะ คุณโปรด...มัสคิดถึงคุณนะ มัสจะไม่มีวันลืมคุณเลยค่ะ” เหลียวมองที่ข้อนิ้วนางด้านซ้ายที่มีแหวนเพชรที่ทรงโปรดสั่งทำเป็นพิเศษให้เธอ กลีบดอกสีน้ำเงินอมม่วงรอบตัวเพชรเม็ดงาม มันคือ “ดอกฟอร์เก็ทมีน็อท” ซึ่งเป็นดอกไม้สุดโปรดของเธอนั่นเอง

มัสลินเอื้อมมือมาลูบท้องของตัวเองที่ยังคงแบนราบเรียบอยู่ มีสิ่งมีชีวิตกำลังก่อกำเนิดอยู่ในนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและเธออย่างละครึ่ง

มัสลินคิดอยู่หลายตลบก่อนจะตัดสินใจในวันนี้

“ทำไมจะลาออกซะล่ะมัส แล้วจะไปทำอะไรที่ไหน ยังไง?” ดารณีลนลานถามรุ่นน้องสาวคนสนิทด้วยความเป็นห่วง ทำงานด้วยกันมาหนึ่งปีแทบจะรู้ใจกันมากกว่าพี่น้องที่คลานตามก้นกันมาเสียอีก

มือหล่อนยังคงเกาะกุมมือบางไว้ หล่อนรู้ว่ายามนี้มัสลินแตกสลายเพียงใด มัสลินยังคงอยู่ในชุดเดรสสีดำไว้ทุกข์ให้ทรงโปรด ถึงแม้จะเกิดเรื่องผ่านมาแล้วเป็นวันที่เจ็ดก็ตาม

“ถ้ามัสยังอยู่ที่นี่ คงทำใจได้ยากค่ะ” มัสลินก้มหน้าเอ่ยเสียงสั่น นั่นดารณีก็เข้าใจ การอยู่ในสถานที่ที่เห็นภาพของคนรักยังคงวนเวียนอยู่ทุกที่ ไปที่ไหนในโรงพยาบาลก็คงเห็นภาพเก่าๆ ของทั้งคู่ลอยอบอวลอยู่

“มัสคงกลับบ้านไปอยู่ที่บ้านญาติที่ต่างจังหวัดสักพักค่ะพี่ดา” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว วันนี้แค่ต้องการมาร่ำลาดารณีเพียงเท่านั้น มัสลินไม่ใช่พนักงานประจำของที่นี่ โรงพยาบาลต่อสัญญาจ้างให้เธอเป็นปีต่อปี

และมันก็หมดสัญญาลงพอดีเมื่อเจ็ดวันที่แล้ว เธอเลยตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญาอีก ดารณีพรูลมหายใจออกมาหนักหน่วงในฐานะหัวหน้าประชาสัมพันธ์ หล่อนไม่อยากเสียพนักงานดีๆ อย่างมัสลินไป แต่เธอก็เข้าใจมัสลินที่สุด ดารณีตบที่หลังมือของมัสลินแผ่วเบาเพื่อให้กำลังใจ

“ถ้าต้องการให้พี่ช่วยอะไรก็บอกนะ และที่นี่ก็ยินดีต้อนรับมัสกลับมาเสมอ” มัสลินพยักหน้ารับสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนที่จะกลั้นใจเดินออกจากโรงพยาบาลมา

ความจริงแล้ว เธอไม่มีบ้านต่างจังหวัดอะไรนั่นสักหน่อย ที่ต้องโกหกดารณีไปแบบนั้นเพราะไม่อยากให้หล่อนต้องเป็นห่วงต่างหาก

ครืด ... ครืด

มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา เธอชั่งใจสักครู่ ไม่อยากรับสาย เพราะกลัวว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่โทรเข้ามาป่วนเธออยู่เป็นประจำ

ทว่า...สุดท้ายก็ตัดสินใจกดรับสายอยู่ดี

“ค่ะ”

‘นี่ใช่เบอร์หนูมัส ลูกแม่ไหมหรือเปล่าจ๊ะ” สำเนียงของหล่อนออกไปทางเหน่อ มัสลินไม่รู้ว่าหล่อนเป็นคนที่ไหน แต่มีสำเนียงค่อนข้างจะแตกต่างจากเหน่อสุพรรณที่เธอเคยได้ยิน

“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าใครโทรมาคะ?” ร่างบางขมวดคิ้วมุ่นถามต้นสายกลับไปเช่นกัน มิจฉาชีพจะรู้กระทั่งชื่อเล่นของแม่เธอเหรอ?

“นี่ป้าเฟื้องเอง ป้าเป็นพี่สาวพ่อเรือง พ่อของหนู”

“คะ? พ่อเหรอ ป้าน่าจะจำผิดคนแล้วค่ะ หนูไม่เคยมีพ่อ” ร่างบางขมวดคิ้วมุ่นเป็นคำรบที่สอง เธอเคยมีพ่อที่ไหนกัน ป้าคนนี้อาจจะแค่บังเอิญโทรมาผิด และบังเอิญทักถูกคนก็ได้

เรื่องบังเอิญจริงๆ น่ะเหรอ?

“จำไม่ผิดหรอกอีหนูเอ๊ย พ่อกับแม่หนูเลิกกันไปตั้งแต่หนูอายุได้ไม่ถึงขวบดี แม่หนูหอบลูกหนีไปอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่ตอนนั้นล่ะ ป้าจะโทรมาบอกว่าพ่อเราเขาเสียแล้วนะ ทรัพย์สมบัติก็แบ่งให้ลูกเมียบ้านใหญ่นั้นไปหมดแล้ว เหลือแต่เพียงส่วนของหนูกับแม่นี่แหละ มีบ้านพร้อมที่ดินแปลงเล็กอีกสี่ไร่ และเงินสดอีกสิบล้านบาทอยากให้หนูมารับ พอดีป้าติดต่อแม่ไม่ได้เลย จำได้ว่า “ไหม” เคยให้เบอร์หนูกับป้าไว้ เลยลองเสี่ยงโทรมา ดีนะที่หนูยังไม่เปลี่ยนเบอร์น่ะ” หล่อนร่ายยาว แต่มัสลินฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะสติหลุดไปตั้งแต่ได้ยินเรื่องเงินสิบล้านบาทแล้ว

“สะ สิบล้านเลยหรือคะ?”

‘จ้า’

“ป้าหลอกหนูหรือเปล่า? ไม่ใช่มิจฉาชีพแน่นะ” ตอนนี้มิจฉาชีพกำลังระบาดอยู่ด้วย เธอต้องมีสติยังคงต้องฟังหูไว้หู คนเราหมดตัวเพราะความโลภมานักต่อนักแล้ว

‘ป้าไม่ได้หลอกจริงๆ แล้วแม่เราเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม ป้าติดต่อไหมล่าสุดเมื่อสองปีที่แล้ว ขอโทษนะที่ป้าห่างหายไปเสียนาน’

“แม่เสียแล้วค่ะ เมื่อปีที่แล้ว” มัสลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า และเธอก็รับรู้ได้ว่าต้นสายที่โทรมา ก็มีน้ำเสียงเศร้าสลดใจลงไปไม่น้อยเช่นกัน

แม่ของเธอไม่เคยเล่าเรื่องญาติฝั่งพ่อให้ฟังเลยสักครั้ง และเธอก็ไม่เคยที่จะติดต่อกับญาติฝั่งนั้นด้วย แต่จะว่าไปเธอไม่เคยรับรู้การมีอยู่ของพ่อเลยด้วยซ้ำ

เธอรับรู้แค่เพียงว่าพ่อกับแม่แยกทางกันและต่างก็ไปใช้ชีวิตของใครของมันตั้งแต่เธอยังเล็ก และไม่เคยรับรู้อะไรเกี่ยวกับพ่อ แม้แต่รูปสักใบของพ่อ แม่ก็ไม่เคยให้เห็น

ส่วนแม่มีอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า ส่งเสียเลี้ยงดูเธอมาจนโต เมื่อปลายปีที่แล้วแม่เพิ่งเสียชีวิตจากโรคหัวใจกะทันหัน ทุกอย่างในชีวิตของเธอพังครืนทะลายลงมาต่อหน้าต่อตา เป็นครั้งแรกที่มัสลินเสียใจมากที่สุดในชีวิต

และมาในปีนี้...เธอมาสูญเสียคนรักไปอีก ความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างประดังประเดเข้ามาทับถมจนเธอแทบไม่มีแรงเดินต่อ

บางทีแล้ว...การไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสถานที่ที่เธอไม่คุ้นเคย อาจจะทำให้จิตใจของเธอสงบลงก็ได้...

มันทำให้เธอคิดถึงสำนวนนี้ขึ้นมา...

‘Every cloud has a silver lining’

‘ในเรื่องร้ายก็ยังมีเรื่องดีเสมอ’

รถทัวร์จากหมอชิตออกเดินทางจากสถานีเดินรถ จุดหมายปลายทางคือบริเวณชายแดนทางภาคตะวันตกของประเทศไทย

รถโดยสารชั้นเดียว มุ่งเข้าสู่เขตจังหวัดปลายทาง วิ่งตัดผ่านถนนหนทางคดเคี้ยวเลี้ยวลดตามแนวหุบเขา

อากาศก็ค่อยๆ เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ระยะทางกว่าสามร้อยกิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่าห้าชั่วโมง

เมื่อมาถึงตัวอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ป้าเฟื้องที่เธอได้คุยกันจนสนิทใจแล้ว นับว่ามีส่วนอย่างมากที่ทำให้มัสลินตัดสินใจมาที่นี่ ป้ามารอรับเธอที่ตัวอำเภอด้วยตัวเอง

‘มาอยู่ที่นี่ด้วยกันนะลูก หลานในท้องป้าจะช่วยเลี้ยงเอง’

ป้าเฟื้องขับรถกระบะสี่ประตูคันสีดำมารับ หล่อนช่วยมัสลินยกกระเป๋าเดินทางขึ้นกระบะด้านหลังเรียบร้อยเสร็จสรรพ แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นมานั่งในห้องโดยสารรถยนต์

“ป้าเสียใจเรื่องแม่ด้วยนะ พ่อกับแม่คงไปเจอกันบนสวรรค์แล้ว” ป้าเฟื้องเอ่ยขึ้นขณะที่ขับรถออกจากตัวอำเภอมาได้สักพักแล้ว

“อยู่ที่นี่ให้สบาย ไม่ต้องห่วง คนบ้านใหญ่พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก เขาอยู่ในตัวอำเภอกันหมด แต่พวกเขาก็แวะเวียนมาเยี่ยมป้าบ่อยๆ ส่วนบ้านหลังนี้พ่อเขาตั้งใจเก็บไว้ให้หนูเลยนะ” ป้าเฟื้องคลี่รอยยิ้มบางเปรยกับเธอ

“พ่อเขารู้สึกผิดกับหนูและแม่มาก...ก่อนที่เขาจะตายเขาฝากฝังป้าเรื่องนี้เอาไว้”

และวันนี้เธอได้รับรู้เหตุผลจากปากของป้าเฟื้อง เรื่องที่แม่ต้องหนีไป เพราะว่าแม่มารู้ความจริงทีหลังว่าแม่เป็นภรรยาที่มาทีหลังนั่นเอง...

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 3/2

    แรกๆ ที่มัสลินเรียกดวงดาวว่า “แม่” ก็ไม่ค่อยชินปากนัก แต่พอเรียกไปสักพักก็เริ่มเข้าปากและชินไปเอง เมื่อกินข้าวเที่ยงเสร็จ พี่ชายทั้งสองของเธอยังอาสาช่วยสอนเธอให้หัดขับรถด้วย เพราะป้าเฟื้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร คราวนี้เธอยอมรับการช่วยเหลือเพราะไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของพวกเขาเป็นคำรบที่สองการเรียนการสอนขับรถในวันนี้ มันก็ค่อนข้างจะทุลักทุเลพอสมควร เธอตระหนักรู้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดเดียว แต่เธอก็พยายามเรียนรู้และพอจะเข้าใจบ้างแล้ว ที่เหลือคือความใจกล้าที่จะต้องลองขับด้วยตัวเองให้ได้และพอพี่ๆ รู้ว่าเธอต้องการจะซื้อรถมือสอง วันรุ่งขึ้นตามตะวันกับจันทรคุปต์ก็เอารถที่บ้านซึ่งเป็นคันที่ไม่ค่อยได้ใช้ เนื่องจากที่บ้านใหญ่มีอยู่หลายคันมาให้เป็นรถทรงสปอร์ตสีขาวสัญชาติญี่ปุ่นของคุณดวงดาวที่ขับไม่กี่ครั้งเท่านั้น มันยังใหม่เอี่ยมอ่องเหมือนเพิ่งออกจากศูนย์จำหน่ายไม่มีผิด มัสลินรู้สึกดีใจมากที่ครอบครัวบ้านใหญ่ ไม่นึกรังเกียจเธอ แถมยังช่วยเหลือเธอเป็นอย่างดีอีกด้วยเธอช่างโชคดีจริงๆ ...หนึ่งเดือนผ่านไป...หลังจากจัดการเรื่องส่วนตัวจนเข้าที่เข้าทาง และปรับตัวกับความเป็นอ

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 3/1

    ดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า“ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ การให้อภัย”ดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายซ่อนอยู่... การตีความหมายของภาษาดอกไม้ ในหนังสือชื่อ เลอ ลองแกจ เดส์ เฟลอร์ (Le Langage des Fleurs) มีการแปลความหมายของดอกไม้รวบรวมไว้กว่า 8,000 ชนิด มัสลินมีฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ในครอบครองด้วยบางทีหากสื่อสารออกมาเป็นคำพูดกับใครสักคน มันอาจจะทำได้ยาก แต่หากใช้ภาษาดอกไม้ในการสื่อสารแทนใจอาจเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า...“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง” เสียงสุนัขทั้งสองตัวดังมาจากชั้นล่าง มัสลินค่อยๆ เดินลงบันไดด้วยความระมัดระวัง พบว่าปากของพวกมันคาบชามข้าวสแตนเลสแล้วเดินตุ๊ต๊ะต้วมเตี้ยมเข้ามาหาเธอ พร้อมกับวางชามข้าวลงเบื้องหน้าของเธอเป็นสัญญานว่าพวกมันหิวแล้ว คล้ายกับกำลังจะบอกเธอว่า รีบเอาอาหารมาเติมให้ทีสิมนุษย์ พ่อคงเลี้ยงพวกมันอย่างดีจนอ้วนฉุแบบนี้“หิวแล้วล่ะสิ แต่ต่อไปพวกแกต้องลดน้ำหนักแล้วนะ กินอาหารให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากหน่อย พวกแกจะได้มีสุขภาพที่ดี เข้าใจไหม?” สุนัขก็เหมือนคน หากน้ำหนักมากเกินเกณฑ์ก็มักจะมีโรคร้ายตามมา มัสลินพูดกับมัน มันก็เอียงคอมองเธอด้วยความสงสัย เธอก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าพวกมันจะเ

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 2

    ดอกเดซี่“การมีความหวัง”คนเราจะต้องเจ็บปวดและเสียใจอีกกี่ครั้งกันถึงจะพอ?รถกระบะสมรรถนะเยี่ยมขับเข้ามาจอดยังบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่ป้าเฟื้องบอกว่าเป็นมรดกตกทอดจากพ่อที่ต้องการส่งมอบให้เธอด้วยความรัก แต่ลึกๆ แล้วมัสลินกลับรู้สึกว่ามันอาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดของพ่อที่มีต่อเธอและแม่มากกว่า เขาถึงอยากที่จะชดเชยสิ่งเหล่านี้ให้ ทว่าเมื่อเธอมองออกไปยังอาณาเขตของบ้านเบื้องหน้า ก็นึกแย้งกับคำพูดของป้าเฟื้องในใจ ที่บอกว่าเป็นเพียงบ้านและที่ดินหลังเล็กนั้น สำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่เลยจริงอยู่ที่คนบ้านใหญ่ที่เรียกว่าบ้านเมียหลวงนั้นได้ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ไปหลายร้อยไร่ สมฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพ่อเลี้ยงเรืองแห่งทองผาภูมิแต่มัสลินคิดว่าเธอช่างโชคดี ที่พ่อยังนึกถึงเธอกับแม่ แล้วที่นี่ก็ช่างดูอบอุ่น มันเป็นบ้านสองชั้นสีขาวตัดกับสีฟ้าสร้างขึ้นในแบบสไตล์อิงลิช คันทรี หน้าบ้านมีดอกเดซีมากาเร็ต ดอกคัตเตอร์ และดอกคาโมมายล์ ล้วนแต่เป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกสีขาวปลูกแซมด้วยต้นโรสแมรีที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นละมุนลอยเตะจมูกไว้รอบๆ ตัวบ้าน ที่นี่คงอากาศเย็นตลอดทั้งปี จึงเหมาะแก่การปลูกดอกไม้เมืองหนาว

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   ตอนที่ 1

    ดอกฟอร์เก็ทมีน็อท“อย่าลืมฉัน”มัสลินมองที่ตรวจครรภ์ในมือ รอบเดือนเธอไม่มาสองเดือนแล้ว จึงได้ลองตรวจดู ผลปรากฏว่ามันขึ้นสองขีดเธอไม่ได้เศร้า ทว่าใบหน้ากลับแต้มไปด้วยรอยยิ้มบางเบา“สิ่งนี้เป็นของขวัญที่คุณให้มัสไว้ดูต่างหน้าใช่ไหมคะ คุณโปรด...มัสคิดถึงคุณนะ มัสจะไม่มีวันลืมคุณเลยค่ะ” เหลียวมองที่ข้อนิ้วนางด้านซ้ายที่มีแหวนเพชรที่ทรงโปรดสั่งทำเป็นพิเศษให้เธอ กลีบดอกสีน้ำเงินอมม่วงรอบตัวเพชรเม็ดงาม มันคือ “ดอกฟอร์เก็ทมีน็อท” ซึ่งเป็นดอกไม้สุดโปรดของเธอนั่นเองมัสลินเอื้อมมือมาลูบท้องของตัวเองที่ยังคงแบนราบเรียบอยู่ มีสิ่งมีชีวิตกำลังก่อกำเนิดอยู่ในนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและเธออย่างละครึ่ง มัสลินคิดอยู่หลายตลบก่อนจะตัดสินใจในวันนี้“ทำไมจะลาออกซะล่ะมัส แล้วจะไปทำอะไรที่ไหน ยังไง?” ดารณีลนลานถามรุ่นน้องสาวคนสนิทด้วยความเป็นห่วง ทำงานด้วยกันมาหนึ่งปีแทบจะรู้ใจกันมากกว่าพี่น้องที่คลานตามก้นกันมาเสียอีก มือหล่อนยังคงเกาะกุมมือบางไว้ หล่อนรู้ว่ายามนี้มัสลินแตกสลายเพียงใด มัสลินยังคงอยู่ในชุดเดรสสีดำไว้ทุกข์ให้ทรงโปรด ถึงแม้จะเกิดเรื่องผ่านมาแล้วเป็นวันที่เจ็ดก็ตาม“ถ้ามัสยังอย

  • ยังเป็นรักอยู่วันยังค่ำ   อารัมภบท

    ดอกเบญจมาศสีขาว“ความตายคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”เวลา:07:30PM (ตามเวลาท้องถิ่น)แผนกศัลยกรรมประสาท โรงพยาบาล Johns Hopkins บัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์“แม่ครับ ถ้าผมตายไป ผมฝากแม่ดูแล “มัส” แทนผมด้วยนะครับ” คุณขวัญเรือนจับมือลูกชายไว้มั่น ขณะที่บุรุษพยาบาลกำลังเข็น นพ.ทรงโปรด พสุธาดล ศัลยแพทย์ หนุ่มวัยสามสิบสองปี ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมองเข้าสู่ห้องผ่าตัดเบื้องหน้า“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะโปรด ลูกต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน หมอที่นี่เก่งมาก อย่างไรก็ต้องปลอดภัยแล้วออกมาหาแม่นะลูก” คนเป็นแม่วิ่งตามรถเข็นพยาบาลส่งลูกชายสู่ปลายทางห้องผ่าตัด หล่อนถูกกันให้รออยู่ที่หน้าห้อง ขวัญเรือนประสานมือสวดมนต์ภาวนาอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลกที่พอจะนึกได้ตอนนี้ เพื่อขอให้ลูกชายคนเดียวของเธอปลอดภัยเวลา 11:30 นาที (ตามเวลาท้องถิ่น)เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ณ โรงพยาบาลเอกชนภิรมย์ราษฎร์มัสลิน สุวรรณวงศ์ ประชาสัมพันธ์สาววัย 23 ปี ในชุดยูนิฟอร์มประชาสัมพันธ์เรียบร้อยดูสง่าราวกับแอร์โฮสเตสสายการบินชั้นนำสักที่หนึ่ง เธอสวมเสื้อสีฟ้าอ่อน กระโปรงสีเทาเข้มและสวมทับด้วยสูทสีน้ำเงินเข้ม มัดเก็บมวยผมที่ท้าย

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status