تسجيل الدخولบทที่ 2
หากโลกของใครบางคนเป็นเหมือนกับไฟที่ปิดเอาไว้ โลกของจ้าวก็คงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดรับแสงแดดในยามเช้าให้เข้ามาภายในห้องที่มืดมน ทั้งเสียงหัวเราะ และผู้คนมากมายเข้ามาเติมเต็มให้ห้องนั้นสดใสขึ้น ไม่มีทางที่จะปล่อยให้ความเงียบครอบงำได้อย่างแน่นอน เสียงนาฬิกาปลุกยังไม่ทันดัง ร่างบอบบางของหญิงสาวก็สะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝัน พร้อมกับความแตกตื่นที่คิดว่าตัวเองนั้นสายแล้ว “ตายแล้ว สายแน่ ๆ “ เสียงใสดังขึ้นภายในห้องนอนที่ตกแต่งไปด้วยสีพาสเทล ผ้าปูเตียงยับยู่ยี่จากความรีบร้อนของเธอ เสื้อผ้าบางตัวที่พาดอยู่บนเก้าอี้ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เรียบร้อยมากเท่าไหร่นัก เพียงแค่มีใบหน้าที่สวยใส จิ้มลิ้มเป็นตัวปกปิดเท่านั้น มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลา ก่อนที่จะค่อย ๆ พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก “โอ๊ย ฝันบ้านี่ทำให้ตื่นก่อนเวลาอีกแล้ว!” จ้าวพูดออกมาอย่างหัวเสียเพราะการที่เธอต้องมาตื่นก่อนเวลามันไม่ใช่เรื่องดีเลยด้วยซ้ำ การนอนของเธอต้องมาก่อนเรื่องอื่นอยู่แล้ว ทว่าหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเอาแต่ฝันถึงเรื่องเดิมซ้ำ ๆ และการสะดุ้งตื่นของเธอก็เป็นผลพวงที่เกิดขึ้นตามมาโดยที่ไม่รู้ว่าต้องแก้อย่างไร เมื่อรู้อย่างนั้นเธอก็ยังไม่ลุกไปอาบน้ำในทันที เล่นโทรศัพท์ดูคลิปต่าง ๆ ไปเรื่อยเพื่อให้นาฬิกาปลุกดังแล้วจึงจะไปจัดการตัวเอง เพื่อเพื่อนเห็นว่าเธอตื่นเช้ากว่าปกติก็อดไม่ได้ที่จะต้องทักมาแซวคุณนายตื่นสายของกลุ่ม เส้นด้าย : อะไรกันคะเนี่ย ทำไมคุณนายตื่นเช้าจังคะ JAO : กูไม่ได้อยากตื่นเช้าหรอกจ้า แต่สะดุ้งตื่นติดกันมาหลายวันแล้วเนี่ย เส้นด้าย : ฝันเห็นผีเหรอวะ มันบอกเลขปะ JAO : อีบ้า ไม่ใช่เว้ย เดี๋ยวกูไปเล่าให้ฟังอีผิงจะได้ฟังด้วย เส้นด้าย : เออ ๆ นี่กูเตรียมตัวละ เดี๋ยวโดนพ่อด่าอีก หลังจากจ้าวกดออกจากแชตเพื่อนเสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นทันที เธอถอนหายใจออกมาอย่าง เซ็ง ๆ ก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดตัวลายการ์ตูนเรื่องโปรดเข้าไปในห้องน้ำ กระจกสะท้อนภาพหญิงสาวอายุยี่สิบสองปีกำลังฮัมเพลงเบา ๆ ไปพร้อมกับเพลงที่เธอเปิดเอาไว้ ผมยาวขลับดำถูกรวบขึ้นอย่างลวก ๆ ดวงตากลมใสมาพร้อมกับรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของเธอตลอดเวลา แม้บางครั้งการกระทำจะสวนทางกับหน้าตาที่จิ้มลิ้มน่ารักของเธอก็ตาม จ้าวเป็นคนที่สวยสะดุดตาอย่างที่เดินผ่านแล้วทุกคนต้องหันกลับมามอง แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่สนใจใครและใช้ชีวิตโสดมาเรื่อย ๆ จนขึ้นมหาวิทยาลัย ความสดใสอันน่าสบายใจของเธอนั้นทำให้ใคร ๆ ก็อยากเข้าใกล้ ทว่าจ้าวกลับมีเส้นบาง ๆ ในการเลือกคนเข้ามาในชีวิตของเธอ จึงทำให้มีเพียงแค่เพื่อนที่ไว้ใจในคณะเท่านั้นที่จะพูดคุยกับเธอได้อย่างเปิดเผยและไม่ต้องเกรงใจที่จะปรึกษาเรื่องต่าง ๆ เธอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกับการแต่งหน้าบาง ๆ ที่ทำให้ผิวได้ผ่อนคลาย เพราะถึงแม้จะแต่งหน้าหนักไปเหมือนสาว ๆ คณะอื่นเธอก็ไม่ได้ใช้งานกับมันอยู่แล้ว คณะที่เธอเรียนมันช่างสวนทางกับใบหน้าของเธอ ไม่แปลกที่การกระทำจะดูกร้านโลกราวกับเด็กผู้ชาย เห็นตัวเล็กน่ารักแบบนี้เธอสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของผู้เป็นพ่อที่มาทดแทนการเป็นลูกผู้หญิงของเธอได้เป็นอย่างดี ร่างบอบบางเดินลงมาชั้นล่างของบ้าน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยคลุ้งออกมาจากในครัว แม่ของเธอจัดเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้เหมือนกับทุกวัน และไม่มีวันไหนเลยที่จะไม่ทำด้วยความรัก… “แม่จ๋า” จ้าวเข้าไปกอดแม่จากทางด้านหลัง หญิงวัยกลางคนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้าง พร้อมหัวเราะออกมาเบา ๆ “ลูกคนนี้นะ แม่ตกใจหมดเลย” จ้าวบุ้ยปากเล็กน้อย ก่อนจะพาตัวเองมาลงที่เก้าอี้โต๊ะทานข้าว “วันนี้ทำไมตื่นเช้าจัง ปกตินะสายจนวิ่งวุ่น ทำแม่ปวดหัวทุกวัน” แม่ส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะวางข้าวต้มกุ้งของโปรดลงตรงหน้าเธอ “จ้าวฝันไม่ดีมาหลายวันแล้วอะแม่” เธอทำหน้าเซ็ง ๆ “หืม? ฝันเรื่องอะไร” แม่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย “ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แต่คนในฝันเขาเป็นผู้ชายแล้วก็…” “ไหน ไอ้ผู้ชายหน้าไหนมันมาจีบลูกสาวพ่อ จะเอาปืนเป่ากระบาลมันเดี๋ยวนี้แหละ!” ยังไม่ทันได้เล่าจบเสียงของพ่อก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางหน้าห้องน้ำ จ้าวและแม่พร้อมใจกันส่ายหน้าเบา ๆ กับการกระทำของพ่อ ซึ่งเธอก็ชินมากแล้วกับการที่พ่อฟังอะไรไม่เคยจบแล้วตีโพยตีพายไปเอง “โอ๊ย พ่อไม่มีใครมาจีบลูกหรอก จ้าวมันฝันไม่ดีเฉย ๆ “ แม่พูด พ่อทำท่ากระฟัดกระเฟียดเดินเข้ามานั่งข้างเธอ “ฝันก็แล้วไป แต่ใครมาจีบรีบบอกเลยนะ ถ้ารู้ทีหลังไอ้นั่นหูขาดแน่” จ้าวหัวเราะออกมากับคำพูดของพ่อ เขาก็น่าจะรู้ดีว่าเธอแทบจะไม่สนใจผู้ชายคนไหนอยู่แล้ว และไม่เคยมีเรื่องผู้ชายมาทำให้พ่อปวดหัวเลยสักนิด “แต่ถึงจะมีจริง ๆ เขาจะกลัวพ่อกันเหรอ ก็ดูทำตัวสิ” ว่าแล้วเธอก็มองไปยังที่คาดผมที่มีตัวการ์ตูนแพนด้าเกาะอยู่ เธอจำได้ดีว่าซื้อมาเป็นของขวัญให้กับแม่ แต่ที่ไหนได้มันดันไปอยู่บนหัวพ่อเสียอย่างนั้น “อะไร อันนี้พ่อขอแม่แล้วนะโว๊ย” พ่อทำเป็นไม่รู้ชี้ก่อนที่จะหันไปทานข้าวต้มฝีมือแม่ที่อร่อยที่สุดในโลก ครอบครัวของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขแบบนี้ทุกวัน เติมเต็มความรักไม่ขาดแม้แต่น้อยนั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้จ้าวสดใสอยู่ตลอด แม้ว่าเธอจะมีเรื่องเครียดอะไรมาพ่อกับแม่ก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับเธอ ทั้งยังทำให้เธอเป็นที่ปรึกษาให้กับคนอื่นได้ด้วย นี่สินะ คนที่เกิดมาพร้อมกับความรักเป็นอย่างนี้นี่เอง… หลังจากที่มื้อข้าวจบลง พ่อของเธอก็เป็นคนมาส่งถึงหน้าคณะทุกวัน แม้ว่าที่ทำงานของเขาจะต้องขับรถย้อนกลับไปหลายกิโลเมตรก็ตาม “บ๊ายบายนะพ่อ ตอนเย็นเจอกัน” เธอโบกมือให้กับผู้เป็นพ่อก่อนจะเดินเข้าไปในตึก “ตั้งใจเรียนนะ พ่อไปก่อน” เสียงรถของพ่อเคลื่อนออกไป จ้าวก็เดินเข้ามาถึงม้านั่งหินอ่อนที่ประจำของกลุ่มเธอพอดี ผิงผิงและเส้นด้ายนั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับเพื่อน ๆ ในคณะของเธอที่อยู่บริเวณนั้นเหมือนกัน “กูว่านะวันนี้ฝนตกน้ำท่วมแหง ๆ เลย” ผิงผิงเอ่ยแซว “ชีตื่นมาเล่นไอจีตั้งแต่เช้าจ้า” เส้นด้ายเสริมทัพ จ้าวกลอกตามองบนเล็กน้อย ก่อนที่จะหย่อนกายนั่งลงพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แหม คิดว่ากูอยากตื่นเช้าเหรอ” “เออ แล้วสรุปฝันว่าอะไรยะ ถ้าไม่เด็ดพอกูไม่ฟัง” เส้นด้ายเชิดหน้าขึ้นทันที “เรื่องผู้ชาย เด็ดพอไหม?” จ้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ เพราะรู้ดีว่าอย่างไรเพื่อนของเธอก็ต้องสนใจเรื่องแบบนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว “เหรอมึง! หล่อไหม เป็นไงพูดมา” แล้วดูเหมือนว่าความคิดของเธอจะไม่ผิดด้วยซ้ำ “กูไม่เห็นหน้าหรอก แต่เหมือนเขาพยายามจะช่วยอะไรกูสักอย่าง แล้วพอกูจะถามชื่อนะก็สะดุ้งตื่นเลยเว้ย” เพื่อนทั้งสองคนตาเบิกโพลง ไม่ใช่เพราะเรื่องผู้ชายที่คิดเอาไว้ในตอนแรกแต่เป็นเพราะความฝันแปลก ๆ ที่จ้าวกำลังพูดถึง “อีจ้าว! ผีเปล่าวะ แบบเจ้ากรรมนายเวรงี้อะมึง” ผิงผิงพูดโพล่งขึ้นมา ทำเอาเส้นด้ายแตกตื่นไปด้วย “เออจริงมึง วันหยุดไปทำบุญเก้าวัดเลยนะจะได้หาย” เส้นด้ายทำท่าทางขนลุกขนพอง จ้าวส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอาในความคิดของเพื่อน ๆ “ไม่ใช่หรอกมึง กูไม่ได้คิดแบบพวกมึงเลย ความรู้สึกกูมันไม่ใช่ผีว่ะ ก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่อยากจะช่วยกู แต่ก็นั่นแหละตื่นก่อนรู้ชื่อทุกที” แม้จ้าวจะว่าอย่างนั้น แต่เพื่อนของเธอก็ยังปักใจเชื่อว่านั่นเป็นผีเจ้ากรรมนายเวรอยู่ดี “ไม่อะ กูว่าผีชัวร์ ๆ “ เส้นด้ายยืนยันเสียงแข็ง “โอ๊ย อีบ้ามึงไม่คิดหน่อยเหรอว่าบางทีอาจจะเป็นผัวกูในอนาคต” จ้าวสวนทันที เพื่อนทั้งสองนิ่งอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างไม่ได้เกรงใจคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ตรงนั้น ทว่าก็โชคดีไปเพราะเป็นเพื่อน ๆ ที่เคยเห็นหน้าคร่าตาและรู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี ทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว แต่ก็มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ค่อยซึมซับกับพฤติกรรมของพวกผู้หญิงเสียเท่าไหร่ จึงทำให้เขาต้องหันมามองพวกเธอเป็นสายตาเดียวกัน “อะไรกันวะ หัวเราะดังขนาดนั้นมันตลกมากรึไง” ไนท์ที่กำลังนั่งทำงานอยู่พูดออกมาอย่างหัวเสีย “ปกติของผู้หญิง มึงจะเอาไรมาก” อาชิเสริมขึ้น “กูก็ไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ มาเรียนคณะนี้เหมือนกัน เนี่ยกลุ่มแรกเลย” ไนท์ยังคงพูดต่อแม้ว่าสายตาของเขาจะไม่ได้มองไปที่กลุ่มของจ้าวก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีใครสนใจพวกเธอ ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดถึงผู้หญิงกลุ่มนั้น มาเก๊าก็หันไปดูการกระทำของพวกเธอ แต่ไม่น่าเชื่อว่าเจอคนที่สะดุดตาเข้าอย่างจัง ถึงแม้ว่าการกระทำและคำพูดของเธอจะดูสวนทางกับหน้าตาก็ตาม ราวกับมีเรื่องดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถละสายตาจากเธอได้ แม้ว่าในกลุ่มนั้นจะมีเพื่อนเธออีกสองคนเขาก็ไม่ได้สนใจ “แหม มองตาเป็นมันเลยนะครับพี่มาเก๊า” อาชิแซว มาเก๊าที่เพิ่งได้สติก็หันกลับมาที่เดิม แล้วทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แต่อย่างน้อยก็ถือว่าดี จะได้มีอาหารตาอยู่ใกล้ ๆ ไม่ต้องเดินไปคณะอื่นให้เหนื่อย” ไนท์หัวเราะออกมา “มึง คนนั้นชื่ออะไรเหรอ” จู่ ๆ มาเก๊าที่เงียบที่สุดก็เอ่ยคำถามที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากปากเขาออกมา เพื่อนทั้งสองคนมองไปตามที่มาเก๊าชี้ หญิงสาวผมตรงสลวยขลับดำ ใบหน้าจิ้มลิ้ม ผิวขาวเนียนสว่างไม่ต่างจากหลอดไฟ ทั้งริมฝีปากยังแต้มไปด้วยสีชมพูระเรื่อ เห็นแล้วชวนใจสั่น “อ๋อ ไอ้จ้าว ตัวจี๊ดเลยนะเว้ย แต่ก็ว่าไม่ได้เห็นแบบนี้มันโคตรใจดี” อาชิแนะนำราวกับคนที่รู้ดี มาเก๊ายังคงไม่ละสายตาจากหญิงสาวที่เขากำลังจ้องมอง แม้ความรู้สึกจะบอกว่าไม่ได้สนใจเธอมากขนาดนั้น แต่มันก็เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาต้องทำตรงข้ามกับความรู้สึกไปหมด อาจจะเป็นเพราะความสดใสของเธอมันจูนเข้ากับโลกที่มืดมนของเขาจนเกิดแสงสว่างบางอย่าง ที่เขาเองไม่เคยมีมาก่อน…บทที่ 481 ปีผ่านไปเสียงชัตเตอร์ดังรัวพร้อมกับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มายืนรวมตัวกันอยู่ด้านหน้าตึกคณะ เสียงพูดคุยกันอย่างเจื้อยแจ้วปะปนไปกับเสียงหัวเราะของชายหญิง“อีจ้าว มานี่เดี๋ยวกูถ่ายรูปให้” เส้นด้ายกวักมือเรียกอีกฝ่ายรัว ๆจ้าวที่หอบข้าวของพะรุงพะรังจากที่รุ่นพี่และรุ่นน้องนำเอามาให้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่เธอเรียนจบ แม้วันนี้จะเป็นเพียงแค่การซ้อมขึ้นรับใบปริญญาก็ตาม ทว่าผู้คนที่รักและชื่นชอบในตัวของเธอกลับมีอยู่ไม่น้อยจึงต้องเตรียมใจรับของขวัญทั้งสองรอบ“มึงไม่เดินมาหากูล่ะ ของกูก็เยอะ” จ้าวบนอุบแต่ก็ยังสาวเท้าเดินไปหาเพื่อน“โอ๊ย แล้วไอ้มาเก๊ามันไปไหน ไม่มาช่วยมึงล่ะ” ผิงผิงเท้าเอว“นู่นไง สาว ๆ รุมล้อมจนมองไม่เห็นแล้ว” ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ วันดี ๆ แบบนี้จ้าวเองก็ไม่อยากขัดขวางหรือทำตัวหวงก้างมากเกินไปที่จะมีคนนำของขวัญเพื่อแสดงความยินดีให้กับเขา“ครั้งแรกเลยปะเนี่ยที่มึงไม่ตาเขียว” เส้นด้ายหัวเราะร่า“ถ้าแค่มาแสดงความยินดีกูก็ไม่โกรธหรอก แต่อย่าให้รู้ว่าอีไหนมันทำตัวน่าสงสัย”“แหม ใครจะกล้า ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้หมดแล้วว่าฤทธิ์มึงเยอะ
บทที่ 47ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันภายในคอนโดส่วนตัวของมาเก๊ามาร่วมหนึ่งเดือนกว่า ความเขินที่มีก็เริ่มน้อยลงมากกว่าตอนแรกแม้จะเพิ่งคุ้นชินกับการนอนร่วมเตียงด้วยกันก็ตาม ในทุก ๆ คืนจ้าวจะได้รับอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นจากมาเก๊าอยู่เสมอแม้ว่าเธอจะหลับใหลไปก่อนเขาก็ตามมาเก๊ากลับไปทำงานที่บาร์หลังมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ทว่าครั้งนี้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการ เพราะเจ้าของบาร์นั้นเล็งเห็นถึงความตั้งใจของมาเก๊ามาโดยตลอด แต่ถึงหน้าที่การงานของเขาจะต้องหนักขึ้นเป็นเท่าตัวแต่เขาก็ไม่เคยลืมวันสำคัญของแฟนสาวเลยสักครั้งเดียวโดยเฉพาะวันนี้ที่มาเก๊าตั้งใจกลับคอนโดเร็วกว่าปกติ…“แล้วมันไม่รู้เหรอว่าแกกลับเร็ว”เส้นด้ายเอ่ยถามพลางยื่นกล่องเค้กสั่งทำพิเศษให้กับมาเก๊า เพื่อนทุกคนรู้แผนการเซอร์ไพรส์เป็นอย่างดีและคนที่ได้รับหน้าที่ที่สำคัญก็คือเส้นด้ายที่เพิ่งไปเรียนทำเค้กมาเมื่อเดือนก่อน มาเก๊าอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับงานวันเกิดของจ้าวในปีนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาพอจะทำได้มากที่สุดก็คือให้ทุกคนร่วมมือกันในเรื่องต่าง ๆ“ไม่หรอก เราบอกว่ากลับดึกเพราะมีงานด่วนด้วยซ้ำ”“แบบนี้มันไม่น้อยใจแย่รึไง”“เมื่อ
บทที่ 46พ่อกับแม่มองหน้าสลับกันไปมาต่างจากมาเก๊าที่ยิ้มหน้าระรื่นราวกับตอนนี้เขาไม่ได้สนใจคำตอบที่จะได้รับเสียเท่าไหร่ เพราะต่อให้พ่อและแม่ของเธอจะปฏิเสธแต่เขาก็จะหาวิธีมาเพื่อให้ได้ตัวเธอไปอยู่ดีถ้าเป็นเรื่องของจ้าวแล้วคนอย่างมาเก๊าสู้ไม่ถอยแน่นอน เขายอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสถานการณ์อันตรายเพื่อให้ได้กลับมาอยู่กับเธออย่างอิสระ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องผิดหวังเด็ดขาด“ตี๋…” จ้าวกระตุกแขนมาเก๊าเบา ๆ“ไม่เป็นไรหรอก” มาเก๊าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“จริง ๆ ข้าก็ไม่ได้อยากขัดขวางความสุขของเอ็งหรอกนะ” พ่อลอบถอนหายใจ “แต่มันก็อดเป็นห่วงจ้าวไม่ได้ มันไม่เคยออกไปใช้ชีวิตกับคนอื่น มันจะเป็นภาระแกเปล่า ๆ “สีหน้าของพ่อดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะความรักและความเป็นห่วงที่กลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แม้ว่าคนนั้นจะเป็นแฟนของจ้าวเองก็ตาม ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของมาเก๊าเลยสักนิด เธอไม่ใช่ภาระแต่กลับกันเขาจะไม่ให้เธอลำบากเลยสักนิดเลยต่างหาก“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยครับพ่อ จ้าวไม่ต้องทำอะไรเลยผมต่างหากที่พร้อมจะทำให้เธอทุกอย่าง” มาเก๊ารับปากอย่างหนักแน่น“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถามเจ้าตัวเองแล้ว
บทที่ 45รถยนต์หรูสีดำสนิทแล่นเข้ามาสู่สนามบินของประเทศจีนหลายคันโดยที่คันแรกมาเก๊าและจีนนั่งมาด้วย ส่วนเถ้าแก่เฉิงนั่งอยู่คันที่สองเพราะอยากให้พี่น้องได้พูดคุยความในใจกันก่อนที่มาเก๊าจะกลับประเทศไทยในวันนี้ไม่เพียงเท่านั้นเถ้าแก่เฉิงยังเตรียมเครื่องบินส่วนตัวไว้ให้ลูกชายคนเล็กเพื่อการนี้โดยเฉพาะ นักบินมากประสบการณ์ที่ทำงานรับใช้ตระกูลหานมาหลายปีก็พร้อมที่จะไปส่งนายน้อยด้วยตัวเองอย่างเต็มใจ ทว่าคนที่ดูจะอาลัยอาวรณ์มากที่สุดก็เห็นจะเป็นจีนที่สรรหาเรื่องต่าง ๆ มาเพื่อเปลี่ยนใจมาเก๊าให้อยู่กับเขาที่นี่แต่ความแน่วแน่ของมาเก๊าก็ไม่อาจจะทำให้คำขอร้องของจีนมีผลต่อเขาได้“แล้วมึงจะกลับมาอีกเมื่อไหร่” จีนเอ่ยถามแม้สายตาเว้าวอนอยู่ก็ตาม“ไม่รู้หรอก ก็เรียนจบนู่นแหละมั้ง” มาเก๊ากระจับกระเป๋าเดินทางของตัวเองแน่น“กว่ามึงจะเรียนจบ เอาเป็นว่ากูไปหามึงเองดีกว่า”“เอาเวลาไปดูแลพ่อเถอะ ที่นั่นไม่ค่อยมีอะไร”ที่มาเก๊าเลือกจะพูดอย่างนั้นก็เพราะกลัวว่าพี่ชายของเขาจะไปสร้างเรื่องที่ประเทศไทยให้เถ้าแก่เฉิงมาตามเช็ดตามล้างต่างหาก ที่นั่นไม่ใช่ถิ่นของพวกเขาแม้แต่มาเก๊าเองก็ยังเจียมตัวอยู่นานกว่าที่จะกล้าเอ
บทที่ 44คฤหาสน์ตระกูลหานกลับมาครึกครื้นอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เป็นแบบนี้มานาน การพูดคุยกันโดยปกติอย่างที่ครอบครัวอื่นเป็นกันพวกเขาไม่เคยได้สัมผัสตั้งแต่ที่ผู้เป็นแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ หากเรื่องเลวร้ายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นก็ไม่รู้เลยว่าพี่น้องจะกลับมารักใคร่กันได้อีกเมื่อไหร่มาเก๊าต้องอยู่รักษาตัวตามที่หมอสั่งทั้งที่ความจริงเขาอยากจะกลับประเทศไทยเพื่อไปหาจ้าวเสียตอนนี้เลย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะรักษาตัวเพื่อกลับไปหาเธออย่างปลอดภัยมากที่สุด และไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขามากไปกว่านี้หากเธอได้เห็นรอยแผลที่ยังไม่หายดีของเขา มีหวังความสดใสของเธอต้องหายไปอีกครั้งเพราะเขาอย่างแน่นอน“ช่วงนี้มันหนีไปคุยโทรศัพท์บ่อยนะพ่อ” จีนว่าพลางจิบชาเบา ๆ“คงเป็นเรื่องสำคัญ” เถ้าแก่เฉิงยกยิ้มราวกับรู้อะไรบางอย่างจีนจับสังเกตนั้นได้ดีและรู้ว่าพ่อต้องคิดไม่ต่างจากตัวเองเสียเท่าไหร่“น่าแปลกนะครับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนเข้ามาเปลี่ยนมันได้มากขนาดนี้”“แต่ก็ดีแล้ว จะได้ตามทันโลกสักที วัน ๆ ทำตัวเหมือนไม่รับรู้โลกภายนอก” เถ้าแก่เฉิงว่า“เพราะแบบนี้ผมถึงมีเรื่องมาเสนอพ่อ”จีนว่าพลางยกยิ้มเบา
บทที่ 43สองอาทิตย์ผ่านไปอาการของจีนดีขึ้นตามลำดับและคนที่มาคอยดูแลเขาไม่ห่างก็คือมาเก๊าที่มาทำหน้าที่แทนเถ้าแก่เฉิงอย่างไม่ขาดตกด้วยความเต็มใจ ทว่าวันนี้เถ้าแก่เฉิงกลับอยากมาดูอาการลูกชายคนโตด้วยตัวเองมาเก๊าจึงขัดต่อความต้องการไม่ได้“หมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว” มาเก๊าว่าพลางนั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นพ่อ“จริง ๆ ก็อยากให้หมอประจำตระกูลเข้าไปดูแลที่บ้านนะ แต่อาการมันหนักไปต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้น” เถ้าแก่เฉิงว่า“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” จีนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และการกระทำที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนทำให้เถ้าแก่เฉิงแปลกใจไม่น้อย“นี่ไอ้หยวนมันกระแทกระบบประสาทรึไง อยู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนเป็นคนใจเย็นไปได้” เขาแค่นหัวเราะ“ต่อให้มันไม่ทำแต่โดนแบบนี้ก็ต้องเปลี่ยนกันบ้างนั่นแหละครับ”มาเก๊าส่ายหน้าเบา ๆ ที่เห็นหน้าที่อันหวาดหวั่นของพี่ชายเมื่อพูดถึงศัตรูคู่แค้น หลังจากนี้จีนคงเข็ดขยาดไปอีกนานในเรื่องการทำอะไรไม่คิด และมันทำให้เขารับรู้ถึงนิสัยที่แท้จริงของตัวเองว่าไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะสู้กับใครได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องการต่อสู้หรือเรื่องการทำธุรกิจที่ความรู้ของเขาน







