LOGINเรื่องราวความรักสุดว้าวุ่นใจเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "น้องซาลาเปา" (นางสาวเปมิกา กมลดวงใจ) หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า "น้องเปา" นักเรียนสาวมัธยมปลายจอมแก่น ต้องพบว่าเพื่อนบ้านคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านติดกัน ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็น "อาจารย์ไทม์" (ฐาปกรณ์ สายลม) อาจารย์หนุ่มสุดหล่อบรรจุใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสอนที่โรงเรียนของเธอ ความบังเอิญที่บ้านอยู่ติดกันทำให้ทั้งสองคนต้องใกล้ชิดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยสถานะ "ครู" กับ "ลูกศิษย์" ที่ค้ำคอ ทำให้จารย์ไทม์ต้องตั้ง "กฎเหล็กของเพื่อนบ้าน" ขึ้นมา 3 ข้อ เพื่อรักษาระยะห่างและปิดบังความลับนี้ไม่ให้ใครในโรงเรียนรู้: ห้ามบอกใครเรื่องที่บ้านอยู่ติดกัน ห้ามแสดงอาการหวั่นไหวหรือสนิทสนมกันในโรงเรียน และข้อที่สำคัญที่สุดคือ... ห้ามรักอาจารย์ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะทุกครั้งที่อยู่บ้าน น้องเปามักจะคอยป้วนเปี้ยนส่งยิ้มหวานเกาะรั้วคุยกับอาจารย์ข้างบ้านอยู่เสมอ จนหัวใจของอาจารย์หนุ่มเริ่มสั่นคลอนตั้งแต่ประทับใจกันในวันแรกที่เจอ จากความสัมพันธ์แบบลับๆ ที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในโรงเรียน สู่ความผูกพันที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นนอกเวลาราชการ สุดท้ายแล้วกามเทพข้างบ้านจะทำให้
View More“เปา ลูกค้าสั่งซาลาเปาไส้หมูสับสองลูก ไส้ครีมหนึ่งลูกด่วนเลยลูก”
“รับแซ่บค่ะแม่นิ่ม จัดให้แบบไฟกะพริบเลยจ้า”
เสียงใสของ ‘ซาลาเปา’ หรือ ‘เปา’ เด็กสาว ม.5 แก้มป่องประจำซอยขานรับคำสั่งของมารดาอย่างแข็งขัน มือเรียวรีบใช้ที่คีบหยิบซาลาเปาร้อน ๆ ที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ ๆ ควันฉุยจากซึ้งนึ่งใบใหญ่ใส่ถุงกระดาษอย่างคล่องแคล่ว สมกับที่เป็นลูกสาวเจ้าของร้าน ‘ซาลาเปาแม่นิ่ม’ อร่อยถูกใจ อนามัยที่ถูกปาก
วันนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของวันหยุดยาวก่อนที่โรงเรียนจะเปิดเทอมใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เปาที่อยู่ในชุดลำลองเสื้อยืดขนาดพอดีตัวตามวัยสีพาสเทลกับกางเกงขาสั้น สลัดคราบเด็กนักเรียน ม.5 สายเอ๋อ กลายมาเป็นแม่ค้าตัวจี๊ด คอยต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มสดใสจนแก้มกลม ๆ แทบจะปริออกมา
หลังจากส่งซาลาเปาให้ลูกค้าคนสุดท้ายเสร็จ เด็กสาวก็ถอนหายใจยาวพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
เอี๊ยดดด!
ทันใดนั้น เสียงเบรกของรถกระบะคันใหญ่ที่ดังขึ้นหน้าบ้านข้าง ๆ ก็ดึงความสนใจของเธอให้หันไปมอง บ้านหลังนั้นเป็นบ้านไม้สองชั้นกึ่งปูนที่มีรั้วไม้สีขาวกั้นกลางระหว่างบ้านของเธอ มันถูกทิ้งร้างมานานหลายเดือนหลังจากเจ้าของเดิมย้ายออกไป แต่ดูเหมือนว่าวันนี้... จะมีสมาชิกใหม่ย้ายเข้ามาซะแล้ว
“ใครย้ายมานะเปา แหมลูกสาวฉันชะเง้อจนคอจะยืดเป็นยีราฟแล้วลูก” แม่นิ่มเดินออกมาสมทบพลางมองไปตามสายตาของลูกสาว
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะแม่ เห็นรถขนของมาเยอะมากเลยจ้ะ ... เอ๊ะ นั่นไง เดินลงมาแล้วค่ะแม่”
เปาหรี่ตาพยายามโฟกัสสายตาผ่านรั้วบ้านตนเองมองไปยังหน้ารถกระบะคันนั้น และทันทีที่ประตูฝั่งคนขับเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวลงมา... ซาลาเปาที่กำลังเคี้ยวขนมจีบอยู่ในปากถึงกับหยุดกึก
" เช็ดเข้... นี่มันสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลกหรือเปล่าวะเนี่ย " เปาร้องอุทานในใจ
ชายหนุ่มคนนั้นอยู่ในชุดลำลองกางเกงสแล็กสีดำกับเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนลุกเซอร์ ๆ ส่วนสูงน่าจะเฉียด 180 เซนติเมตร ผิวขาวออร่าตัดกับผมสีดำสนิทที่เซตมาลุคธรรมชาติ ใบหน้าคมคายรับกับดวงตาเรียวรีที่ดูนิ่งสนิทแต่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด ยิ่งตอนที่แสงแดดยามเย็นทอส่องลงมากระทบเสี้ยวหน้าของเขา เปาบอกได้คำเดียวเลยว่า ‘ดาเมจความหล่อรุนแรงมากแม่’ เจอกลิ่นความหล่อลอยทะลุรั้วมาขนาดนี้ หัวใจเด็ก ม.5 มันก็เต้นผิดจังหวะไปเลยสิคะ
“อ้าว หนุ่มน้อยย้ายมาอยู่ใหม่เหรอจ๊ะ” แม่นิ่มที่อัธยาศัยดีเป็นทุนเดิม ตะโกนทักทายข้ามรั้วไปทันที
ชายหนุ่มหันมาตามเสียง เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยกมือไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อมและสุภาพสุภาพสุด ๆ
“สวัสดีครับ ใช่ครับ พอดีผมเพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่น่ะครับเลยมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่” น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังของเขาทำเอาเปาที่แอบยืนฟังอยู่ข้างหลังแม่ถึงกับหูผึ่ง
“ดีเลย ๆ มีอะไรขาดเหลือบอกน้าได้นะ บ้านน้าขายซาลาเปาอยู่ข้าง ๆ นี่เอง... ยินดีต้อนรับจ้า”
“ขอบคุณมากครับคุณน้า” ชายหนุ่มยิ้มรับบาง ๆ เป็นรอยยิ้มละมุนที่ทำให้โลกสดใสขึ้นแบบ 300%
พอเห็นคุณพี่ชายข้างบ้านสุดหล่อเริ่มทยอยยกกล่องลังกระดาษหนัก ๆ ลงจากท้ายรถกระบะคนเดียว ซาลาเปาสายเผือกและสายเล็งผู้ชายหล่อมีหรือจะอยู่เฉย เธอรีบหันไปสะกิดแม่ทันที
“แม่จ๋า... นึกขึ้นได้ว่าซาลาเปาไส้ครีมในตู้ยังเหลืออยู่ 3 ลูก ให้หนูเอาไปแจกผูกมิตรกับพี่ข้างบ้านดีไหมคะ ถือเป็นน้ำใจของคนไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี” เปาทำตาปริบ ๆ อ้างเหตุผลสุดซึ้ง แม่นิ่มมองบนใส่ลูกสาวตัวดีอย่างรู้ทัน
“จ้า ช่างน้ำใจงามเหลือเกินนะแม่ตัวดี อะ... เอาใส่จานไปให้พี่เขาไป แต่อย่าไปกวนเขามากนะ เขาเหนื่อย ๆ ขนของอยู่”
“รับทราบจ้านายแม่จ๋า”
เปารีบจัดซาลาเปาร้อน ๆ ใส่จานอย่างสวยงาม จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกความมั่นใจ แล้วเดินเตาะแตะไปที่ริมรั้วไม้สีขาวที่กั้นระหว่างสองบ้าน ซึ่งตรงนั้นมีทางเชื่อมเล็ก ๆ ที่พอจะยืนคุยกันได้พอดี
“เอ่อ... พี่ชายคะ” เปาส่งเสียงทักทายออกไปอย่างร่าเริง
ชายหนุ่มที่กำลังยกลังหนังสือหนัก ๆ อยู่หันมามองตามเสียง ทันทีที่สบตากันตรง ๆ เปาก็แอบใจสั่นกึก แต่ก็ยังรักษาฟอร์มเด็กแก่นเอาไว้ ยื่นจานซาลาเปาข้ามรั้วไปให้เขา
“หนูเอาซาลาเปาอุ่น ๆ มาต้อนรับสมาชิกใหม่ค่ะ ร้านหนูทำเองอร่อยมาก ไส้ครีมหวานกำลังดีเลิศ”
ชายหนุ่มวางลังของลง เขามองเด็กสาวแก้มป่องเดินถือจานขนมมาด้วยกำลังส่งยิ้มทะเล้นมาให้ แววตาของเขาฉายความเอ็นดูออกมาแวบหนึ่งก่อนจะเดินเข้ามารับจานขนมไป
“ขอบคุณมากครับ... เอ่อ”
“หนูชื่อซาลาเปาค่ะ เรียกสั้น ๆ ว่าเปาก็ได้ แล้วพี่ชายชื่ออะไรเหรอคะ” เปายิงคำถามตรงประเด็นไม่มีอ้อมค้อมตามสไตล์เด็ก Gen Z
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเบา ๆ
“พี่ชื่อ ไทม์ ครับ”
“พี่ไทม์... โห ชื่อเท่ซะด้วย” เปาพยักหน้าหงึก ๆ พลางแอบสำรวจคนตรงหน้าใกล้ ๆ โอ้โห ใกล้ ๆ ยิ่งหล่อ หน้าตาดีชะมัดเลย
“พี่ไทม์เพิ่งย้ายมาทำงานเหรอคะ ทำงานเกี่ยวกับอะไรเหรอ เผื่อวันหลังหนูมีเรื่องให้ช่วย”
พี่ไทม์มองเด็กสาวตรงหน้าพลางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบคำถาม เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน ชายหนุ่มหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอแล้วหันมาพูดกับเธออย่างสุภาพ
“พี่ขอตัวไปรับสายก่อนนะครับน้องเปา ขอบคุณสำหรับซาลาเปาอีกครั้งนะครับ”
“อ๋อ... ค่ะ ๆ ตามสบายเลยค่ะพี่ไทม์” เปาโบกมือบ๊ายบาย
เธอค้างเติ่งอยู่ตรงรั้ว มองตามแผ่นหลังกว้างของพี่ไทม์ที่เดินคุยโทรศัพท์เข้าบ้านไป แต่อย่างน้อยวันนี้เธอก็รู้ชื่อเขาแล้ว แถมเขายังเรียกเธอด้วยน้ำเสียงละมุนหูว่า ‘น้องเปา’ อีกต่างหาก
"โอ๊ยยย ยอมแล้วทูนหัว มีพี่ชายข้างบ้านหล่อขนาดนี้ เปิดเทอมใหม่ปีนี้ของอีเปา...ต้องว้าวุ่นใจระเบิดระเบ้อแน่ ๆ "
เปากระโดดโลดเต้นกลับมาบ้านด้วยความฟิน โดยที่เธอไม่มีทางรู้เลยว่า... พี่ไทม์สุดหล่อข้างบ้านคนนี้ จะเป็นคนเดียวกับคนที่กำลังจะทำให้อนาคตชีวิต ม.5 ของเธอนั้น... ช็อกซีนีม่าจนตาตั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ตอนที่ 55: สตรีมรัก... ข้างบ้านและข้างกาย (ตอนจบ)แสงแดดแรกของยามเช้าทอดแสงสีทองอบอุ่นละมุนตา พาดผ่านยอดไม้ใหญ่และทุ่งหญ้าเขียวขจี เข้ามากระทบหน้าต่างกระจกใสของร้าน “ซาลาเปาบ้านครู” คาเฟ่ขนมไทยผสมผสานสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่ถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่ทั้งหมดด้วยน้ำพักน้ำแรงและความตั้งใจของ ‘ซาลาเปา’ สถาปนิกสาวเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ที่เพิ่งคว้าปริญญาใบแรกในชีวิตมาให้ครอบครัวได้ภาคภูมิใจตัวอาคารไม้สองชั้นทรงดั้งเดิมของคุณพ่อเชียรถูกออกแบบปรับปรุงใหม่ให้ดูโปร่งสบาย สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ รอบตัวร้านโอบล้อมด้วยกระจกบานใหญ่เปิดรับลมเย็นยามเช้า มีระเบียงไม้เชื่อมต่อไปยังลานบ้านพักครูที่อยู่ติดกัน ขอบรั้วไม้เตี้ยๆ ที่เคยเต็มนไปด้วยกฎเหล็กและระเบียบข้อบังคับ บัดนี้ถูกรื้อถอนออก แล้วแทนที่ด้วยซุ้มไม้เลื้อยดอกมะลิหอมฟุ้ง เชื่อมสองพื้นที่เข้าด้วยกันอย่างไม่มีอะไรกั้นขวางอีกต่อไปวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีแรกของซาลาเปาและพี่ไทม์ รวมถึงเป็นวันเปิดร้านอย่างเป็นทางการ เสียงดนตรีบรรเลงอะคูสติกเบาๆ ดังกังวานสลับกับเสียงหัวเราะแจ่มใสของบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน"ยินดีด้วยนะยัยเปา! ร้านส
ตอนที่ 54: บททดสอบของเวลาเวลาผ่านไปรวดเร็วปานโกหก จากวันแรกที่เด็กสาวแก้มป่องหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางใบโตและกองอุปกรณ์วาดรูปขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง วันเวลาได้หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปจนกระทั่งปิดภาคเรียนแรกของชีวิตมหาวิทยาลัยมาถึง ซาลาเปาเรียนรู้การปรับตัว ก้าวผ่านความกดดัน และเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มภาคภูมิ ความอดทนทุ่มเทตัดโมเดลข้ามคืนและความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้ผลงานการออกแบบอาคารพักอาศัยของเธอได้รับคำชมเชยจากอาจารย์ในคณะอย่างล้นหลาม กลายเป็นนิสิตสถาปัตย์ฯ รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองขณะเดียวกัน ณ โรงเรียนประจำจังหวัดในบ้านเกิด ‘ไทม์’ ก็ยังคงทำหน้าที่แม่พิมพ์ของชาติอยู่อย่างมุ่งมั่น ความทุ่มเทในการสั่งสอนลูกศิษย์ การวิจัยพัฒนาการเรียนการสอน และการเป็นที่ปรึกษาที่ดี ทำให้เขาได้รับการเลื่อนวิทยฐานะและเป็นที่เคารพรักของครูอาจารย์รวมถึงนักเรียนทุกคนในสถาบัน ชายหนุ่มยังคงเป็นครูที่น่านับถือในโรงเรียน และเป็นพี่ชายข้างบ้านที่แสนอบอุ่นในหัวใจของซาลาเปาเสมอมายามสายของวันเริ่มต้นปิดภาคเรียน... รถตู้โดยสารประจำทางเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบชานชาลา ณ สถานีขนส่งประจำจังหวัดประตูรถเลื่อนเปิดออก ร่
ตอนที่ 53: ชีวิตมหาวิทยาลัย รถไฟสายความห่วงใยการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงเปิดโลกใบใหม่ให้กับ ‘ซาลาเปา’ อย่างสิ้นเชิง ภาพของตึกสูงเสียดฟ้า เสียงจราจรติดขัดยามเช้า และบรรยากาศอันเร่งรีบของเมืองใหญ่แตกต่างจากความเงียบสงบในบ้านเกิดโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะชีวิตในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวเข้มและความท้าทาย ซาลาเปาต้องปรับตัวอย่างหนักกับตารางเรียนที่แน่นขนัด งานเขียนแบบที่ต้องการความละเอียดสมบูรณ์แบบ การตัดโมเดลที่ต้องอดนอนข้ามคืน และการเรียนรู้ที่จะวางตัวในสังคมเพื่อนใหม่รอบตัว ชีวิตในวัยผู้ใหญ่เริ่มต้นขึ้นพร้อมความรับผิดชอบที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเด็กสาวแก้มป่องในชุดเสื้อช็อปสีเข้มของคณะ ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตคนเดียวในหอพักใกล้มหาวิทยาลัย จากเด็กสาวที่เคยมีพ่อเชียร คอยช่วยยกของ มีแม่นิ่มคอยทำอาหารเช้าให้ทาน และมีอาจารย์คนใหม่ข้างบ้านคอยส่งสัญญาณผ่านหน้าต่างยามค่ำคืน บัดนี้เธอต้องบริหารจัดการเวลา ซักผ้า ซื้อของใช้ และเผชิญหน้ากับความเหน็ดเหนื่อยเพียงลำพังทว่า... สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตามระยะทางและกาลเวลา คือสายโทรศัพท์และวิดีโอคอลที่ดังขึ้นในเวลาเดิมหก
สายลมยามเย็นพัดพากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ป่าผ่านลานบ้านพักครู แสงอาทิตย์อัสดงทอดแสงสีทองอบอุ่นทาบทาลงบนขอบรั้วไม้เตี้ยๆ ที่กั้นระหว่างบ้านพักของซาลาเปาและบ้านพักครูของไทม์ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงใบไม้สีกันแว่วตามลมยามค่ำที่กำลังจะมาเยือน‘ซาลาเปา’ เดินถือแผ่นเอกสารประกาศผลการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยมายืนอยู่ตรงขอบรั้วไม้ เด็กสาวที่เพิ่งผ่านพ้นพิธีจบการศึกษาชั้น ม.6 มาสด ๆ ร้อน ๆ ปลดกระเป๋าเป้ออก ยืนกำขอบรั้วแน่นด้วยสองมือ หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกพองโตจนแทบปริ นัยน์ตาหวานทอประกายความสุขระคนตื่นเต้นอย่างที่สุดตึก... ตึก...เสียงก้าวเท้าที่คุ้นเคยดังมาจากทางเดินในบ้านพักครู ร่างสูงโปร่งของ ‘พี่ไทม์’ ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสบาย ๆ เดินก้าวออกมายังระเบียงหน้าบ้าน ยามเมื่อสายตาคู่คมใต้กรอบแว่นสายตาสบเข้ากับร่างเล็กแก้มป่องที่ยืนรออยู่ตรงขอบรั้ว ชายหนุ่มก็สืบเท้าเดินตรงเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว"ยืนทำหน้าตาตื่นอะไรตรงนั้นครับ... ยัยตัวยุ่ง" ไทม์เอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู"พี่ไทม์... มานี่หน่อยสิคะ" ซาลาเปาเรียกน้ำเสียงสั่นเครือ กวักมือยิ้มร่า สองมือยื่นแผ่นเอกสารผลการสอบ





