LOGINความเงียบแทรกขึ้นปกคลุมคนทั้งสามทันที
“พรีมไม่เคยพลาดนะคะ” เธอตอบกลับด้วยความมั่นใจ
“ผมไม่ได้พูดถึงคุณ” คำตอบสั้นห้วน ทำเอาบรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบ
พรีมชะงัก ไม่พูดอะไรต่อ... นาทีนี้เธอรู้ดีแล้วว่า นี่ไม่ใช่แค่การคุยเรื่องงานธรรมดา
อีกฝั่งของห้อง คิมยังคงยืนนิ่งไม่หลบสายตา แต่กรามกลับเกร็งตึง เขาเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของเจ้านายดี
“เตรียมตัวให้พร้อม” ภูผาพูดทิ้งท้ายก่อนเดินออกไป
พรีมลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ แล้วเดินตรงเข้าหาคิมจนเธอมาหยุดตรงหน้าเขา
“ดูเหมือน...” เธอพูดพลางเงยหน้ามองเขาตรง ๆ
“คุณจะมีคนคอยจับผิดแล้วนะ”
“มันก็แค่หน้าที่” เขาตอบเสียงเรียบต่ำ
“เหรอคะ” พรีมหัวเราะในคอ
เธอขยับเข้าใกล้จนปลายรองเท้าเกือบชิดกัน
“งั้นคุณต้องระวังให้มากขึ้นแล้วล่ะ”
คิมไม่ได้ถอยหนี แต่ก็ไม่ก้าวเข้ามา
เส้นบางๆ คั่นกลางระหว่างหน้าที่กับความรู้สึกถูกดึงจนตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ และครั้งนี้... ไม่ใช่แค่พรีมคนเดียวที่สนุกกับการเล่นเกมเดิมพันความรู้สึก....
ห้องชมงานส่วนตัวถูกออกแบบให้ตัดขาดจากโลกภายนอก ผนังโทนสีเข้มดูขรึม แสงไฟส่องเน้นเฉพาะจุด ให้ความงามของอัญมณีตรงหน้าโดดเด่น ตู้กระจกนิรภัยตั้งอยู่กลางห้อง ทุกอย่างดูไร้ที่ติ ทว่าพื้นที่อันจำกัดกลับสร้างความอึดอัดเงียบๆ ขึ้นมา
พรีมยืนประจำอยู่ข้างโต๊ะโชว์ มือสวมถุงมือสีขาวหยิบแหวนเพชรขึ้นมาจากกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มอย่างทะนุถนอม
“วงนี้เป็นชิ้นส่วนเนื้อที่หายากค่ะ น้ำจะเล่นไฟมากเป็นพิเศษ” น้ำเสียงเธอนุ่มนวลแต่มั่นใจ
ลูกค้าชายวัยกลางคนยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่ได้มองแหวนในมือ แต่ตั้งใจจ้องคนถือ
คิมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังพรีม ใกล้กว่าปกติมากเพราะถูกบังคับด้วยชั้นโชว์และผนังห้อง
ภูผายืนพิงโต๊ะอยู่ด้านข้าง ไม่พูดอะไร ทำเพียงเฝ้ามองทุกรายละเอียด
“ผมลองใส่ได้ไหมครับ” ลูกค้าถามขึ้น น้ำเสียงฟังสุภาพแต่สายตาที่มองพรีมกลับสื่อเจตนาต่างออกไป
พรีมพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนก้าวเข้าหา คิมขยับตามเธอทันทีครึ่งก้าว เงียบเชียบและแม่นยำ พรีมกำลังจะสวมแหวนให้ตามหน้าที่ ทว่าจังหวะนั้น มืออีกฝ่ายพลิกกลับอย่างรวดเร็ว คว้ามือเธอไว้อย่างจงใจ
พรีมสะดุ้งสุดตัว สัมผัสที่ไม่น่าไว้วางใจทำเอาเธอตั้งตัวไม่ติด แต่ยังไม่ทันจะได้ชักมือกลับ คิมก็ดึงตัวเธอออกทันที แขนเขาสอดเข้าโอบรอบเอวเธอไว้ จนแผ่นหลังของพรีมแนบสนิทเข้ากับแผ่นอกเขาเต็มแรง
“อย่าเพิ่งขยับ” เสียงต่ำพร่าดังชิดใบหู ขณะเดียวกัน มืออีกข้างของคิมก็กระชากข้อมือเธอออกจากมือของชายคนนั้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนห้องเงียบกริบ พรีมรู้สึกถึงลมหายใจของคิม มันร้อนและหนักแน่นจนหัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
ลูกค้าชะงักทันที เมื่อทีมบอดี้การ์ดของคิมขยับเข้าประจำตำแหน่งปิดล้อมพื้นที่
“ขออภัยครับ” คิมพูดเสียงเรียบ แต่แววตาเย็นจัดจนน่าขนลุก และยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวเธอ
ภูผายืนมองเหตุการณ์ตรงหน้านิ่ง สายตาไม่ได้มองลูกค้าแม้แต่น้อย แต่กลับมองไปที่คิม
“ดูเหมือนวันนี้จะไม่เหมาะสำหรับการดูของ” ภูผาพูดขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงยังคงความสุภาพตามมารยาททางธุรกิจ ทว่าเป็นการตัดบทที่ชัดเจนและทรงอำนาจ
“เราขอจบไว้แค่นี้”
ไร้คำอธิบายเพิ่มเติม และไม่มีช่องว่างให้ต่อรอง
คิมค่อยๆ คลายมือออกจากเอวพรีม แล้วถอยกลับไปยืนรักษาระยะห่างตามตำแหน่งเดิม
พรีมยังคงยืนนิ่ง ผิวตรงจุดที่คิมเพิ่งสัมผัสยังคงอุ่นวาบ เธอเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและแรงดึงดูด แต่คิมกลับไม่มองตอบ และพรีมรู้ดี... มันไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป
ทันทีที่ประตูรถปิดลง เสียงด้านนอกก็ถูกตัดขาด ภายในห้องโดยสารกว้างขวางกลับดูแคบลงอย่างประหลาด
พรีมนั่งอยู่บนเบาะหลังข้างภูผา สายตาไม่ได้มองชายหนุ่มข้างๆ เธอมองตรงไปด้านหน้า ยังแผ่นหลังของคนที่นั่งประจำตำแหน่งข้างคนขับ
ในหัวของพรีมตอนนี้ ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังคงติดตา สัมผัสจากมือเขาที่ทาบลงบนเอว ทำเอาพรีมต้องแอบกลืนน้ำลาย หวังไล่ความรู้สึกปั่นป่วนออกไป แต่กลับไม่สำเร็จ
“เป็นอะไรไหม” เสียงภูผาดังขึ้นทำลายความเงียบ ยังคงเรียบเฉยและสุภาพ
“ไม่เป็นไรค่ะ” พรีมหันไปตอบสั้นๆ
ภูผาพยักหน้ารับ ไม่ซักไซ้ สายตาเลื่อนมองไปด้านหน้าเสี้ยววินาที ก่อนเบือนกลับมาอย่างเย็นเยียบ
“กลับบริษัท”
“ครับบอส” คิมตอบรับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
รถเคลื่อนออกสู่ถนนใหญ่ พรีมเอนหลังพิงเบาะ แต่สายตายังไม่ละจากแผ่นหลังของคนด้านหน้า เธอเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่คนอื่นอาจมองข้าม นิ้วมือของคิมที่วางอยู่บนหน้าขากระตุกกำเข้าหากันเบาๆ
พรีมขยับตัวไปข้างหน้า กระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน
“คุณจับฉันแรงจังเลยนะคะ”
“สถานการณ์มันจำเป็นครับ” คำตอบนั้นตรงไปตรงมา
“เหรอคะ”
เธอไม่ถอยกลับ ยังคงโน้มตัวอยู่อย่างนั้น
“หรือว่าคุณ... รีบเกินไป?”
ฝ่ามือของคิมที่วางอยู่บนหน้าขา รวบกำแน่นขึ้นทันที
“ผมทำตามหน้าที่” น้ำเสียงเขายังนิ่งแต่ต่ำลง
“หรือว่าฉัน… เป็นเคสพิเศษ?”
คราวนี้... ความเงียบในรถกลับหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม
“คุณอยู่ในขอบเขตที่ผมต้องจัดการ”
พรีมยิ้มกว้างขึ้น แต่แววตากลับไม่เชื่อคำพูดนั้น
“งั้นเหรอ”
เธอค่อยๆ เอนตัวกลับไปพิงเบาะ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยเสียงแผ่วเบา
“คราวหน้าฉันจะยืนให้ใกล้กว่านี้… คุณจะได้ไม่ต้องรีบขนาดนั้น”
ประโยคธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา คิมไม่ตอบ แต่ปลายนิ้วกลับจิกขยำลงบนเนื้อผ้ากางเกงแน่น เหมือนกำลังบังคับตัวเองให้อยู่นิ่ง
วินาทีนั้น คิมก็ดันตัวเองเข้าไปจนสุด ปลดปล่อยความอุ่นร้อนลึกเข้าไปข้างในตัวเธอจนหมด เขาทิ้งตัวลงมาทับร่างเธอไว้ ซบหน้าลงกับซอกคอ เสียงหอบหายใจดังอยู่ข้างหูเธอพรีมนอนนิ่งอยู่ใต้ตัวเขา สองมือยังคงลูบหลังที่เปียกเหงื่อของคิม รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับภูผาเลยสักนิดคิมค่อยๆ ขยับตัวลงมานอนตะแคง แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองคนไว้ พรีมขยับหันหน้าเข้าหาคิม สบตากับเขาในความมืดสลัว“พรุ่งนี้... คุณจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกใช่ไหม” พรีมถามขึ้นตรงๆ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยคิมจ้องตาเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออก“ผมไม่เคยคิดจะลืม” คิมตอบเสียงต่ำ “แต่คุณก็รู้ว่า... มันจะเป็นยังไง”“ค่ะ” พรีมก้มหน้าลง มองมือตัวเองที่แตะอยู่ตรงอกเขา “พรีมแค่กลัว... กลัวว่าคุณจะมองเรื่องคืนนี้เป็นแค่ความผิดพลาดอีก”คิมจับคางเธอขึ้น ให้สบตาเขาอีกครั้ง“ฟังผมนะ” คิมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “สิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้ ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่หลังจากนี้... คุณต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม”“ค่ะ”“เวลาอยู่ต่อหน้าเขา ทำตัวให้ปกติที่สุด อย่าแสดงอาการอะไรทั้งนั้น... ส่วนเรื่อง
หน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่นิดเดียว กลิ่นสบู่จากตัวเธอลอยแตะจมูกเขา คิมจ้องหน้าพรีม เลื่อนสายตามองปากที่กำลังสั่นของเธอ ก่อนจะสบตาเธอนิ่งๆ“ถ้าผมเกลียดคุณ...” คิมพูดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ รดข้างแก้มเธอ “ผมจะทิ้งเพื่อนแล้วมายืนเฝ้าคุณข้างถนนทำไม”พรีมชะงัก“อย่าถามอะไรแบบนี้” คิมพูดพลางมือที่จับเอวเธอเผลอบีบแรงขึ้นนิดนึง “คิม...”พรีมก้มมองคนที่นอนอยู่ใต้ตัวเธอ สายตาเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันดูอึดอัด โกรธ และเหมือนพยายามกลั้นอะไรบางอย่างไว้“แล้วทำไมถึงไม่ยอมมองหน้าพรีมเลยล่ะ” พรีมถามกลับ“ทำไมต้องทำเหมือนพรีมเป็นแค่ภาระที่ต้องคอยจัดการตามคำสั่งภูผา”คิมยกมือขึ้นมาแตะแก้มเธอเบาๆ สัมผัสแค่นั้นทำเอาพรีมขนลุกไปทั้งตัว“เพราะถ้าผมมองคุณตรงๆ ...” คิมพูดเบาลงจนเกือบเป็นกระซิบ สายตาเลื่อนลงมองปากเธออีกรอบ “...ผมกลัวใจตัวเอง ว่าจะไม่ยอมปล่อยคุณไป”ทั้งห้องเงียบลงทันที มีแค่เสียงลมหายใจของทั้งคู่ ท่ามกลางระยะห่างที่ไม่มีเหลืออีกแล้วคิมจ้องริมฝีปากที่สั่นของพรีม ลมหายใจร้อนๆ รดกันในระยะประชิด วินาทีนั้นเขาหมดความอดทน มือเลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยเธอแล้วรั้งใบหน้าลงมาบดจูบอย่างหนักหน่
แท็กซี่จอดหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ตัวตึกดูเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน คิมพาพรีมขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นสี่ เขาแตะคีย์การ์ดแล้วผลักประตูเปิดออกภายในเป็นห้องสตูดิโอขนาดกลาง ผนังปูนเปลือยกับเฟอร์นิเจอร์สีดำและเทาเข้ม ทุกอย่างถูกจัดวางเป็นระเบียบเหมือนค่ายทหาร บนโต๊ะทำงานไม่มีของเกะกะ มีเพียงแล็ปท็อปเครื่องหนึ่ง เตียงนอนปูผ้าสีเทาเรียบตึง ม่านทึบแสงปิดสนิท ไร้รูปถ่ายหรือของตกแต่งพรีมเดินก้าวเข้ามาอย่างเกร็งๆ เธอหยุดยืนอยู่กลางห้อง กลิ่นสบู่ผู้ชายผสมกลิ่นสะอาดลอยแตะจมูก“นั่งก่อนสิ” คิมบอกพลางพยักหน้าไปทางโซฟาหนังสีดำตัวยาวพรีมเดินไปนั่งลงตรงริมขอบโซฟา สองมือวางไว้บนตักอย่างไม่คุ้นชิน คิมเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำเปล่าขวดใหม่ออกมาเปิดฝาแล้วยื่นให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” พรีมรับขวดน้ำมาถือไว้“เดี๋ยวผมลงไปข้างล่างแป๊บเดียว…. คุณพักผ่อนตามสบาย ห้องน้ำอยู่ฝั่งนู้น”“คุณจะไปไหนเหรอคะ” “ไปซื้อของ” คิมตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป พรีมนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง พอดื่มน้ำไปสองอึก เธอก็วางขวดลงแล้วลุกขึ้นเดินสำรวจห้องเงียบๆห้องนี้แทบไม่มีร่องรอยของการใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ไม่มีขนม ไม่มีต้นไม้ ไม่มีของสะสม มีแต่ความเงียบกับ
ช่วงค่ำบนถนนใหญ่ แสงไฟหน้ารถเก๋งของพรีมส่องกระทบฝากระโปรงหน้าที่ยุบย่น น้ำในหม้อน้ำไหลนองลงพื้นถนน เสียงแตรและเสียงเครื่องยนต์ของรถคันอื่นดังผ่านไปมาอย่างเร่งรีบชายวัยสามสิบเศษรีบวิ่งลงมาจากรถกระบะคู่กรณี สีหน้าตื่นตระหนก ยกมือไหว้น้ำตาคลอ“คุณครับ ผมขอโทษจริงๆ ครับ! ผมรีบพาลูกไปส่งโรงพยาบาล น้องชักหมดสติอยู่ในรถ”หญิงสาวอีกคนเปิดประตูกระบะ วิ่งอุ้มเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังชักลงมา ร้องไห้กระวนกระวาย “พี่ เร็วเข้า ลูกดิ้นใหญ่แล้ว!”พรีมที่ยังมึนศีรษะจากแรงกระแทก มองภาพนั้นแล้วรีบโบกมือ“ไม่เป็นไรค่ะ รีบพาน้องไปโรงพยาบาลก่อนเลยค่ะ!” พรีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ถ่ายรูปหน้ารถ ทะเบียน กับบัตรประชาชนพี่ไว้ก่อน แล้วพี่รีบไปเลยค่ะ เดี๋ยวทางนี้ฉันรอประกันเอง”“ขอบคุณครับคุณ ขอบคุณมากครับ!” ชายคนนั้นรีบยื่นบัตรประชาชนให้เธอถ่าย แลกเบอร์โทรศัพท์อย่างลนลาน แล้ววิ่งกลับขึ้นรถกระบะ ขับพุ่งออกไปทันทีถนนตรงนั้นกลับมาเหลือเพียงความเงียบ พรีมยืนกอดอกพิงข้างตัวรถที่พังยับ ลมดึกพัดมาจนรู้สึกหนาว ความเจ็บระบมจากทริปต่างจังหวัดเมื่อคืนผสมกับแรงกระแทกจากถุงลมนิรภัยทำให้เธอแทบยืนไม่ไหว เธอถือโทรศัพท์แนบหูเพื่อรอ
“กูแค่อยากได้ยินเสียงมึงเฉยๆ ... มึงคุยกับกูก่อน อย่าเพิ่งด่ากูตอนนี้เลยนะ”“...เชี่ยเอ๊ย” นิกกี้สบถเสียงแผ่ว ความโมโหเมื่อกี้หายไปหมด เหลือแค่น้ำเสียงจุกๆ “มันจงใจทำขนาดนี้เลยเหรอวะ...”พรีมกอดเข่าตัวเองแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ“พรีม มึงฟังกู” นิกกี้สูดหายใจลึก พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นเพื่อดึงสติเพื่อน “กูไม่ซ้ำเติมมึงแล้วนะ แต่มึงเห็นแล้วใช่ไหมว่าคิมมันช่วยเหี้ยอะไรมึงไม่ได้เลย ต่อให้มันได้ยิน มันก็ทำได้แค่นิ่ง”“กูรู้... กูก็แค่สมเพชตัวเอง”“หยุดสมเพชตัวเอง!” นิกกี้ดุสวน“ตอนนี้มึงต้องเอาตัวรอดก่อน ลุกไปกินข้าว กินยา แล้วหาอะไรปิดรอยพวกนั้นซะ อย่าให้ภูผามันเห็นว่ามึงจะตายเพราะเรื่องนี้”พรีมพยักหน้าทั้งน้ำตา“เรื่องภูผามึงถอยไม่ได้แล้ว แต่กับคิม... มึงต้องตัดใจเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมึงพังยับแน่พรีม” นิกกี้ผ่อนเสียงลงแต่จริงจัง “ทนให้จบทริปนี้ กลับมากรุงเทพฯ เมื่อไหร่... ค่อยมาแหกปากร้องไห้ที่บ้านกู”ภายในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่ว คิมทำหน้าที่ขับรถ สายตามองตรงไปข้างหน้า มือสองข้างจับพวงมาลัยนิ่งสนิทภูผานั่งอยู่เบาะหลัง เขากดปิดหน้าจอไอแพด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส
“ส่วนคิม” ภูผาหันไปสั่ง“พักห้องฝั่งขวา เช็กความเรียบร้อยรอบบ้านให้เสร็จ แล้วคืนนี้ถ้าไม่ได้เรียก ก็ไม่ต้องออกมา”“ครับ” คิมตอบรับสั้นๆคิมถอดแว่นกันแดดออก สีหน้าเขายังนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาเขาสบเข้ากับพรีมตรงๆ ทั้งคู่รู้ดีว่าหลังประตูห้องใหญ่คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น และคิมก็รู้ว่าตัวเองทำได้แค่อยู่ในห้องฝั่งตรงข้ามตามคำสั่ง“เข้าไปอาบน้ำก่อนสิ” ภูผาแตะแขนพรีมเบาๆ ดันให้เธอเดินนำไปที่ห้องนอนใหญ่ภูผาเดินตามเข้าไปแล้วปิดประตูลง ทิ้งให้คิมยืนอยู่คนเดียวตรงโถงกลาง…..พรีมก้าวเท้าออกจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำ แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงห้องแต่งตัว ภูผาก็คว้าต้นแขนเธอไว้แล้วดันร่างเธอถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับบานประตูห้องนอนตึง!“คุณภูผา... อื้อ!”ภูผากดจูบลงมาหนักหน่วง มือกระตุกสายผูกชุดคลุมอาบน้ำของเธอออกอย่างรวดเร็ว เขายกร่างเธอขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น ดันสะโพกเธอแนบชิดกับบานไม้“ตรงนี้... ไม่เอาค่ะ” พรีมเบือนหน้าหนี ลมหายใจหอบถี่ พยายามใช้สองมือดันไหล่เขาออก “ไปที่เตียงเถอะนะคะ”“ทำไมล่ะ” ภูผากระซิบชิดซอกคอ “ตรงนี้ก็สะดวกดีออก”ร่างกายของเขารุกรานเข้ามาทันทีโดยไม่ให้เวลาเธอตั้งตัว พรีมสะ







![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)