Share

บทที่ 3

Penulis: มู่หือ
“มันดึกแล้ว เธอนั่งแท็กซี่กลับ ไม่กลัวบ้างหรือไง? ช่างเถอะ ถือว่าฉันดวงไม่ดีเอง พรุ่งนี้ค่อยไปล้างรถก็ได้”

พูดเหมือนจะดีแบบนี้อีกแล้ว

ฉันกำเข็มขัดนิรภัยแน่น รู้สึกจุกในลำคอมาก

ฉันตัดสินใจเอามือถือออกมาส่งข้อความหาร้านถ่ายพรีเวดดิ้งที่จองไว้นานแล้ว

[สวัสดีค่ะ ฉันต้องการยกเลิกถ่ายพรีเวดดิ้งที่จองไว้สัปดาห์หน้า ต้องทำยังไงบ้าง?]

ร้านถ่ายพรีเวดดิ้งพิมพ์ๆ ลบๆ อยู่หลายครั้ง หลังผ่านไปสิบกว่าครั้ง เธอส่งข้อความมาว่า

[คุณจ้าว ที่คุณจองถ่ายพรีเวดดิ้งไว้เมื่อสามวันก่อนเปลี่ยนเป็นธีมคู่รักฉลองวันเกิดแล้วค่ะ อีกอย่างคุณหลินโทรมาบอกให้เราถ่ายล่วงหน้าด้วย ทางร้านจะส่งไฟล์ภาพให้คืนนี้ค่ะ]

[คุณหลินไม่ได้บอกคุณเหรอ?]

ปลายนิ้วฉันค้างอยู่บนหน้าจอมือถือ ผ่านไปนานกว่าจะเห็นว่ามันสั่นมาก ฉันใช้มืออีกข้างจับข้อมือไว้ ทำให้มือถือไม่หล่นลงไป

ฉันหันไปมองหลินอวี้ เขากำลังตั้งใจขับรถ สายตามองไปด้านหน้า ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม

เหมือนหลินอวี้รู้สึกได้ว่าฉันกำลังมองอยู่ เขาหันมาพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

“มองฉันทำไม? โดนว่านิดว่าหน่อย ถึงกับน้อยใจเลยเหรอ?”

ฉันไม่ได้ตอบเขา มือสองข้างหายสั่นแล้ว ฉันค่อยๆ พิมพ์ตอบว่า

[ฉันขอดูรูปหน่อยได้ไหม?]

เจ้าของร้านพิมพ์ๆ ลบๆ อยู่หลายรอบอีกแล้ว จากนั้นก็ส่งรูปมาให้ มีคลิปความยาวสิบวินาทีด้วย

[ตอนนั้นแฟนคุณรับปากว่าจะไม่ทำให้เราเดือดร้อน เราเลยยอมเปลี่ยนและถ่ายภาพให้ล่วงหน้า คุณจ้าว คุณอย่าทำให้เราลำบากใจเลยนะ......]

ฉันไม่สนใจแล้วว่าเธอจะส่งอะไรมาอีก เมื่อเปิดภาพดู ใบหน้าคุ้นเคยสะท้อนอยู่ในดวงตาของฉัน มันชัดจนขอบตาฉันแดงระเรื่อ

คนในภาพคือเจียงพั่นพั่น ครูฝึกสอนที่เพิ่งมาใหม่ แล้วก็เป็นคนที่หลินอวี้เอาผ้าอนามัยกับยาแก้ปวดไปให้ด้วย

รูปเยอะมาก ฉันค่อยๆ เลื่อนดูทีละรูป มีหลินอวี้อยู่ด้วยทุกรูป ทั้งสองคนแต่งตัวคล้ายกัน ดูเหมือนคู่รักที่รักกันปานจะกลืนกิน

สุดท้ายฉันเปิดคลิปนั้นดู

เจียงพั่นพั่นน่าจะถ่ายรูปจนเหนื่อย เธอทำหน้ามุ่ยแล้วบ่นว่า

“ปวดไหล่มากเลย หลินอวี้ นายนวดให้ฉันหน่อยสิ”

คลิปสั้นๆ เพียงสิบวินาที ทำให้ฉันได้เห็นอีกด้านของหลินอวี้ เขาอ่อนโยนจนฉันไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“โอ๋ๆ ถ่ายเซ็ตสุดท้ายแล้วครับคุณหนู อดทนอีกนิดเดียว เสร็จแล้วฉันจะพาไปกินของอร่อยๆ”

เจียงพั่นพั่นยิ้มกว้างอีกครั้ง ชูมือสองข้างด้วยความดีใจ

“โอเค”

ขอบตาฉันร้อนผ่าว พอยกมือขึ้นมาแตะดู กลับไม่มีน้ำตารสชาติเค็มปร่าแม้แต่หยดเดียว ฉันไม่เสียน้ำตาให้หลินอวี้อีกแล้ว

แต่มันทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวบางอย่าง

หลังจากเราหมั้นกันเรียบร้อย ฉันเคยบอกให้รีบไปถ่ายพรีเวดดิ้ง ไม่งั้นจะไม่ทัน

แต่หลินอวี้ไม่ยอม

“เธอก็รู้นิว่าฉันไม่ชอบถ่ายรูป รูปแต่งงานเอามาตั้งไว้ดูเฉยๆ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ทำไมเธอต้องบังคับให้ฉันทำเรื่องไร้สาระด้วย”

ฉันขบริมฝีปาก เอ่ยเสียงเบาว่า

“มีประโยชน์สิ หลินอวี้ ถ้าเราแก่แล้วจำหน้าอีกฝ่ายไม่ได้ขึ้นมา เราจะได้เอารูปแต่งงานมาดูไง ถ้าเรามีลูก ลูกของเราก็จะได้รู้ว่าตอนนั้นพ่อกับแม่มีความสุขขนาดไหน”

“ฉันสัญญาว่าจะถ่ายแค่สองเซ็ต ถ่ายในสตูดิโอกับถ่ายนอกสถานที่ โอเคไหม? รับรองว่านายไม่เหนื่อยแน่นอน”

เขาเหลือบมองฉันแล้วพูดว่า

“เรื่องมาก”

แม้เป็นเช่นนี้ ฉันก็ยังไม่ยอมแพ้ เกลี้ยกล่อมหลินอวี้อยู่นาน โดนเขาพูดจาทำร้ายจิตใจจนร้องไห้ไปหลายรอบ เขาถึงยอมถ่ายพรีเวดดิ้งแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร

ฉันเตรียมข้อมูลต่างๆ เป็นอย่างดี ตั้งแต่เรื่องชุด สถานที่ รวมถึงช่างถ่ายภาพ เพราะอยากถ่ายให้เสร็จภายในครั้งเดียว แถมยังวางแผนเรื่องต่างๆ จนถึงตีสองตีสาม เช้ามาก็ต้องรวบรวมพลังไปสอนนักเรียนอีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยามใบไม้ผลัดใบ   บทที่ 10

    รอบชิงชนะเลิศ ฉันใส่ชุดสุภาพยืนบนเวทีด้วยความมั่นใจ นำเสนอผลงานการจัดการเรียนการสอนอย่างคล่องแคล่วและมั่นใจคณะกรรมการและผู้ชมเห็นพ้องต้องกันว่าการจัดการเรียนการสอนของฉันสนุกและน่าสนใจ วิธีการสอนแปลกใหม่และไม่เหมือนใครตอนกรรมการประกาศว่าฉันได้รางวัลชนะเลิศ ฉันดีใจจนน้ำตาคลอเบ้าในที่สุดความพยายามตลอดระยะเวลาหนึ่งปีกว่าก็ประสบผลสำเร็จแล้วกู้เฉินยืนอยู่ด้านล่างเวที เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ฉัน แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและภาคภูมิใจหลังจบงานประกวด ฉันได้รับจดหมายแนะนำจากทางโรงเรียนที่มาทำวิจัย ทางโรงเรียนแนะนำให้ฉันไปสอนที่โรงเรียนมัธยมอันดับต้นๆ ของที่นี่ในเวลาเดียวกันก็มีโรงเรียนมัธยมระดับท็อปในประเทศยื่นข้อเสนอให้ฉันกลับไปเป็นอาจารย์เช่นกันฉันลังเลอยู่นานมาก อยู่ต่างประเทศมีระบบต่างๆ ที่มีคุณภาพและมีโอกาสเติบโต แต่กลับบ้านเกิดก็จะได้อยู่กับคนในครอบครัวที่ฉันเป็นห่วงอยู่ตลอด กู้เฉินดูออกว่าฉันลังเล จึงพูดด้วยเสียงอ่อนโยน“ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง ฉันสนับสนุนเธอเสมอ ถ้าเธออยากกลับ ฉันก็จะกลับด้วย ถ้าเธออยากอยู่ที่นี่ต่อ ฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอ”เมื่อเห็นสายตาจริงใจของเขา ฉันรู้สึก

  • ยามใบไม้ผลัดใบ   บทที่ 9

    “หลินอวี้ นายกล้าตบฉันเหรอ? ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!”เจียงพั่นพั่นพูดแล้วเอามือถือออกมาจากกระเป๋า“ในนี้มีรูปภาพกับคลิปตอนที่นายเคยอยู่กับฉัน แล้วก็มีแชตที่นายสั่งให้ฉันปลอมบัตรเชิญด้วย ถ้าฉันโพสต์ลงโซเชียล ฉันอยากรู้เหมือนกันว่านายจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”สีหน้าหลินอวี้เปลี่ยนไปทันที เขารีบลุกขึ้นจากพื้น จะเข้าไปแย่งมือถือของเจียงพั่นพั่น“เจียงพั่นพั่น เธอกล้าเหรอ! ถ้าเธอกล้าโพสต์ลงโซเชียล ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”ทั้งสองคนพยายามยื้อยุดฉุดกระชากกัน ดึงทึ้งเสื้อผ้าของอีกฝ่าย พ่นคำหยาบใส่กันไม่หยุด สภาพทุเรศทุรังมากคนที่อยู่รอบๆ เอามือถือมาถ่ายรูปถ่ายคลิป ผู้คนพากันซุบซิบนินทาฉันกับกู้เฉินยืนอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นสภาพของพวกเขา ฉันไม่รู้สึกสงสารสักนิดพวกเขาทำตัวเองทั้งนั้น พวกเขาทำลายทุกอย่างด้วยมือตัวเองขณะนั้นมีรถตำรวจขับเข้ามา ไม่รู้ว่าใครโทรแจ้งตำรวจตำรวจพาตัวหลินอวี้กับเจียงพั่นพั่นออกไป ได้ยินว่าพวกเขาโดนข้อหาทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ และข้อหาสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในที่สาธารณะหลังจากนั้นฉันได้ยินว่าเจียงพั่นพั่นโพสต์คลิปกับรูปภาพวกนั้นลงโซเชียล หลินอวี้ตกเป็นเป้าสายตา

  • ยามใบไม้ผลัดใบ   บทที่ 8

    หลินอวี้เขาใส่ชุดลำลอง ผมเผ้ายุ่งเหยิง แววตาอิดโรย ช่างแตกต่างกับอาจารย์หลินคนที่ดูมีชีวิตชีวาอย่างสิ้นเชิงอีกฝ่ายเห็นฉันเหมือนกัน ดวงตาเขาเป็นประกายทันที เขาก้าวฉับๆ เข้ามาหาฉัน“จ้าวถัง เธอจริงด้วย!”เสียงหลินอวี้แหบแห้ง แววตาเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด“ฉันตามหาเธอนานมาก ในที่สุดก็เจอเธอสักที”ฉันขมวดคิ้วแล้วขยับเข้าไปใกล้กู้เฉินโดยไม่รู้ตัวกู้เฉินจับมือฉันทันที มองฉันด้วยสายตาอ่อนโยนแล้วพูดกับหลินอวี้ว่า“คุณหลิน ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่า? ตอนนี้จ้าวถังเป็นแฟนฉัน คงไม่สะดวกคุยกับนายเท่าไร”หลินอวี้หน้าซีดทันที เขามองฉัน แล้วก็มองมือของกู้เฉินที่จับมือฉันอยู่ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ“แฟนเหรอ? จ้าวถัง นี่เธอทิ้งฉันจริงๆ เหรอ? ฉันผิดไปแล้ว ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ เธอให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม?”“ฉันตัดขาดกับเจียงพั่นพั่นแล้ว เจียงพั่นพั่นเป็นคนหลอกลวง ผู้หญิงคนนั้นหลอกฉัน ตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่ฉันรักจริงๆ คือเธอ”ฉันเห็นท่าทางสำนึกผิดของเขาแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยฉันค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกจากมือของกู้เฉิน มองหลินอวี้แล้วเอ่ยเสียงเรียบ“หลินอวี้ ฉันไม่ได้ร

  • ยามใบไม้ผลัดใบ   บทที่ 7

    หลินอวี้ชะงักไป“ฉันไม่ได้ปลอมบัตรเชิญนะ พั่นพั่นเป็นคนให้ฉัน”เจียงพั่นพั่นหน้าซีดเผือด รีบอธิบายว่า“ฉันไม่ได้ทำ พี่หลินอวี้ ฉันไม่ได้ปลอมบัตรเชิญ ฉันแค่ขอบัตรเชิญให้พี่ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นบัตรปลอม”ทั้งสองคนโยนความผิดกันไปมา ฉันเห็นสภาพทุเรศทุรังของพวกเขาแล้วยกยิ้มมุมปากฉันเดาไว้แล้วว่าเจียงพั่นพั่นต้องทำอะไรแปลกๆ จึงแจ้งผู้อำนวยการไว้ก่อน บอกให้พวกเขาสังเกตบัตรเชิญของหลินอวี้ คิดไม่ถึงว่าเธอจะกล้าปลอมบัตรเชิญจริงๆสุดท้ายหลินอวี้ถูกรปภ.ของโรงเรียนพาตัวไป แถมยังโดนตำรวจในพื้นที่สอบสวนด้วย ทางโรงเรียนออกหนังสือประณามเรื่องที่เจียงพั่นพั่นปลอมบัตรเชิญ แถมยังโดนตัดสิทธิ์ฝึกงานด้วยเห็นพวกเขาเดินออกไปอย่างหมดสภาพ ฉันถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกนี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาเคยทำกับฉัน ฉันจะค่อยๆ เอาคืนให้สาสมตำรวจปรับเงินหลินอวี้เรื่องปลอมบัตรเชิญ แถมยังถูกห้ามไม่ให้เดินทางเข้ามาในประเทศ เขาจึงต้องบินกลับทันทีเจียงพั่นพั่นก็ต้องบินกลับอย่างน่าเวทนา ก่อนกลับเธอยังโพสต์ลงโซเชียลมีเดียด้วยด่าทอหลินอวี้ว่าไร้ความรับผิดชอบ โยนความผิดทุกอย่างมาให้เธอหลังจากเคลียร์เรื่องขอ

  • ยามใบไม้ผลัดใบ   บทที่ 6

    หลินอวี้เห็นสายตาเด็ดขาดของฉัน สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ แต่พูดด้วยความโมโหว่า“จ้าวถัง ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไปหรอก ฉันจะรอเธอกลับมา”ฉันไม่ตอบเขา หันหลังเดินตามหัวหน้าเข้าไปในโรงเรียน สายตาของหลินอวี้ที่อยู่ด้านหลังขุ่นมัวมาก แต่ฉันรู้ว่าตั้งแต่นี้ไป เขาไม่มีทางผูกมัดฉันได้อีกแล้วหลินอวี้ไม่ได้บินกลับทันที แต่เช่าห้องพักอยู่แถวนั้นเขาไปรอฉันที่หน้าประตูโรงเรียนทุกวัน แม้เขาไม่ส่งเสียงโวยวาย แต่ก็ทำให้คนพากันซุบซิบไม่หยุดฉันไม่สนใจเขา ทุ่มเทกับการทำวิจัย เรียนรู้แนวคิดในการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่จากครูของที่นี่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอนกับครูที่มาทำวิจัยด้วยกัน ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแถมยังงานยุ่งทุกวันด้วยจนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันเลื่อนไปเห็นโพสต์ของเจียงพั่นพั่น เธอโพสต์ภาพหลินอวี้กำลังทำอาหารพร้อมแคปชั่นว่า“ขอบคุณพี่หลินอวี้ แม้อยู่ต่างประเทศ แต่ก็ยังได้กินอาหารรสชาติต้นตำรับ มีพี่หลินอวี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจจริงๆ”ภาพนั้นเป็นภาพหลินอวี้ใส่ผ้ากันเปื้อน กำลังทำอาหารอยู่ในครัว ใบหน้าเขาดูอ่อนโยนมากช่างแตกต่างกับตอนที่ทำอาหารให้ฉันแบบลวกๆ อย่างชัดเจนฉันแค่นยิ้มแล้วเลื่อนผ่านอย่างไม่ใส่ใ

  • ยามใบไม้ผลัดใบ   บทที่ 5

    หน้าจอมือถือเต็มไปด้วยแจ้งเตือนสายไม่ได้รับ เป็นเบอร์ของหลินอวี้ทั้งหมดแล้วก็มีข้อความหลายสิบข้อความ ตอนแรกเป็นข้อความที่ถามด้วยความหงุดหงิด หลังๆ เป็นข้อความอ้อนวอนอย่างหมดหนทางฉันกวาดตามองผ่านๆ ไม่ได้เปิดอ่านสักข้อความ ฉันบล็อกเบอร์มือถือของเขา ลบและบล็อกช่องทางโซเชียลมีเดียที่สามารถติดต่อฉันได้หัวหน้าทีมวิจัยรอฉันอยู่ตรงทางออก เขายื่นกำหนดการกับซิมมือถือในประเทศให้ฉัน พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“อาจารย์จ้าวเดินทางมาเหนื่อยๆ เรารีบเข้าที่พักก่อนดีกว่า ค่อยเริ่มดูงานกันพรุ่งนี้”ฉันรับของจากมือเขาแล้วพูดขอบคุณอย่างสุภาพ จากนั้นก็เดินทางไปยังที่พักพร้อมกับทีมที่มาด้วยกันสายลมต่างแดนมีกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคย เมื่อสายลมพัดผ่านใบหน้า คิดไม่ถึงว่าความเครียดที่สะสมมาทั้งวันค่อยๆ หายไปทีละนิดที่พักคือคอนโดที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเปิดหน้าต่างมองออกไปไกลๆ จะเห็นธรรมชาติสีเขียวขจีฉันวางกระเป๋าเดินทาง สิ่งที่ทำเป็นอย่างแรกก็คือเอาผ้าอนามัยกับยาแก้ปวดออกมาวางอย่างเป็นระเบียบนี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจเพิ่งเก็บของเสร็จ มือถือก็ดังขึ้นมา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status