เข้าสู่ระบบรอบชิงชนะเลิศ ฉันใส่ชุดสุภาพยืนบนเวทีด้วยความมั่นใจ นำเสนอผลงานการจัดการเรียนการสอนอย่างคล่องแคล่วและมั่นใจคณะกรรมการและผู้ชมเห็นพ้องต้องกันว่าการจัดการเรียนการสอนของฉันสนุกและน่าสนใจ วิธีการสอนแปลกใหม่และไม่เหมือนใครตอนกรรมการประกาศว่าฉันได้รางวัลชนะเลิศ ฉันดีใจจนน้ำตาคลอเบ้าในที่สุดความพยายามตลอดระยะเวลาหนึ่งปีกว่าก็ประสบผลสำเร็จแล้วกู้เฉินยืนอยู่ด้านล่างเวที เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ฉัน แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและภาคภูมิใจหลังจบงานประกวด ฉันได้รับจดหมายแนะนำจากทางโรงเรียนที่มาทำวิจัย ทางโรงเรียนแนะนำให้ฉันไปสอนที่โรงเรียนมัธยมอันดับต้นๆ ของที่นี่ในเวลาเดียวกันก็มีโรงเรียนมัธยมระดับท็อปในประเทศยื่นข้อเสนอให้ฉันกลับไปเป็นอาจารย์เช่นกันฉันลังเลอยู่นานมาก อยู่ต่างประเทศมีระบบต่างๆ ที่มีคุณภาพและมีโอกาสเติบโต แต่กลับบ้านเกิดก็จะได้อยู่กับคนในครอบครัวที่ฉันเป็นห่วงอยู่ตลอด กู้เฉินดูออกว่าฉันลังเล จึงพูดด้วยเสียงอ่อนโยน“ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง ฉันสนับสนุนเธอเสมอ ถ้าเธออยากกลับ ฉันก็จะกลับด้วย ถ้าเธออยากอยู่ที่นี่ต่อ ฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอ”เมื่อเห็นสายตาจริงใจของเขา ฉันรู้สึก
“หลินอวี้ นายกล้าตบฉันเหรอ? ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!”เจียงพั่นพั่นพูดแล้วเอามือถือออกมาจากกระเป๋า“ในนี้มีรูปภาพกับคลิปตอนที่นายเคยอยู่กับฉัน แล้วก็มีแชตที่นายสั่งให้ฉันปลอมบัตรเชิญด้วย ถ้าฉันโพสต์ลงโซเชียล ฉันอยากรู้เหมือนกันว่านายจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”สีหน้าหลินอวี้เปลี่ยนไปทันที เขารีบลุกขึ้นจากพื้น จะเข้าไปแย่งมือถือของเจียงพั่นพั่น“เจียงพั่นพั่น เธอกล้าเหรอ! ถ้าเธอกล้าโพสต์ลงโซเชียล ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”ทั้งสองคนพยายามยื้อยุดฉุดกระชากกัน ดึงทึ้งเสื้อผ้าของอีกฝ่าย พ่นคำหยาบใส่กันไม่หยุด สภาพทุเรศทุรังมากคนที่อยู่รอบๆ เอามือถือมาถ่ายรูปถ่ายคลิป ผู้คนพากันซุบซิบนินทาฉันกับกู้เฉินยืนอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นสภาพของพวกเขา ฉันไม่รู้สึกสงสารสักนิดพวกเขาทำตัวเองทั้งนั้น พวกเขาทำลายทุกอย่างด้วยมือตัวเองขณะนั้นมีรถตำรวจขับเข้ามา ไม่รู้ว่าใครโทรแจ้งตำรวจตำรวจพาตัวหลินอวี้กับเจียงพั่นพั่นออกไป ได้ยินว่าพวกเขาโดนข้อหาทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ และข้อหาสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในที่สาธารณะหลังจากนั้นฉันได้ยินว่าเจียงพั่นพั่นโพสต์คลิปกับรูปภาพวกนั้นลงโซเชียล หลินอวี้ตกเป็นเป้าสายตา
หลินอวี้เขาใส่ชุดลำลอง ผมเผ้ายุ่งเหยิง แววตาอิดโรย ช่างแตกต่างกับอาจารย์หลินคนที่ดูมีชีวิตชีวาอย่างสิ้นเชิงอีกฝ่ายเห็นฉันเหมือนกัน ดวงตาเขาเป็นประกายทันที เขาก้าวฉับๆ เข้ามาหาฉัน“จ้าวถัง เธอจริงด้วย!”เสียงหลินอวี้แหบแห้ง แววตาเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด“ฉันตามหาเธอนานมาก ในที่สุดก็เจอเธอสักที”ฉันขมวดคิ้วแล้วขยับเข้าไปใกล้กู้เฉินโดยไม่รู้ตัวกู้เฉินจับมือฉันทันที มองฉันด้วยสายตาอ่อนโยนแล้วพูดกับหลินอวี้ว่า“คุณหลิน ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่า? ตอนนี้จ้าวถังเป็นแฟนฉัน คงไม่สะดวกคุยกับนายเท่าไร”หลินอวี้หน้าซีดทันที เขามองฉัน แล้วก็มองมือของกู้เฉินที่จับมือฉันอยู่ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ“แฟนเหรอ? จ้าวถัง นี่เธอทิ้งฉันจริงๆ เหรอ? ฉันผิดไปแล้ว ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ เธอให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม?”“ฉันตัดขาดกับเจียงพั่นพั่นแล้ว เจียงพั่นพั่นเป็นคนหลอกลวง ผู้หญิงคนนั้นหลอกฉัน ตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่ฉันรักจริงๆ คือเธอ”ฉันเห็นท่าทางสำนึกผิดของเขาแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยฉันค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกจากมือของกู้เฉิน มองหลินอวี้แล้วเอ่ยเสียงเรียบ“หลินอวี้ ฉันไม่ได้ร
หลินอวี้ชะงักไป“ฉันไม่ได้ปลอมบัตรเชิญนะ พั่นพั่นเป็นคนให้ฉัน”เจียงพั่นพั่นหน้าซีดเผือด รีบอธิบายว่า“ฉันไม่ได้ทำ พี่หลินอวี้ ฉันไม่ได้ปลอมบัตรเชิญ ฉันแค่ขอบัตรเชิญให้พี่ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นบัตรปลอม”ทั้งสองคนโยนความผิดกันไปมา ฉันเห็นสภาพทุเรศทุรังของพวกเขาแล้วยกยิ้มมุมปากฉันเดาไว้แล้วว่าเจียงพั่นพั่นต้องทำอะไรแปลกๆ จึงแจ้งผู้อำนวยการไว้ก่อน บอกให้พวกเขาสังเกตบัตรเชิญของหลินอวี้ คิดไม่ถึงว่าเธอจะกล้าปลอมบัตรเชิญจริงๆสุดท้ายหลินอวี้ถูกรปภ.ของโรงเรียนพาตัวไป แถมยังโดนตำรวจในพื้นที่สอบสวนด้วย ทางโรงเรียนออกหนังสือประณามเรื่องที่เจียงพั่นพั่นปลอมบัตรเชิญ แถมยังโดนตัดสิทธิ์ฝึกงานด้วยเห็นพวกเขาเดินออกไปอย่างหมดสภาพ ฉันถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกนี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาเคยทำกับฉัน ฉันจะค่อยๆ เอาคืนให้สาสมตำรวจปรับเงินหลินอวี้เรื่องปลอมบัตรเชิญ แถมยังถูกห้ามไม่ให้เดินทางเข้ามาในประเทศ เขาจึงต้องบินกลับทันทีเจียงพั่นพั่นก็ต้องบินกลับอย่างน่าเวทนา ก่อนกลับเธอยังโพสต์ลงโซเชียลมีเดียด้วยด่าทอหลินอวี้ว่าไร้ความรับผิดชอบ โยนความผิดทุกอย่างมาให้เธอหลังจากเคลียร์เรื่องขอ
หลินอวี้เห็นสายตาเด็ดขาดของฉัน สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ แต่พูดด้วยความโมโหว่า“จ้าวถัง ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไปหรอก ฉันจะรอเธอกลับมา”ฉันไม่ตอบเขา หันหลังเดินตามหัวหน้าเข้าไปในโรงเรียน สายตาของหลินอวี้ที่อยู่ด้านหลังขุ่นมัวมาก แต่ฉันรู้ว่าตั้งแต่นี้ไป เขาไม่มีทางผูกมัดฉันได้อีกแล้วหลินอวี้ไม่ได้บินกลับทันที แต่เช่าห้องพักอยู่แถวนั้นเขาไปรอฉันที่หน้าประตูโรงเรียนทุกวัน แม้เขาไม่ส่งเสียงโวยวาย แต่ก็ทำให้คนพากันซุบซิบไม่หยุดฉันไม่สนใจเขา ทุ่มเทกับการทำวิจัย เรียนรู้แนวคิดในการจัดการเรียนการสอนยุคใหม่จากครูของที่นี่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอนกับครูที่มาทำวิจัยด้วยกัน ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแถมยังงานยุ่งทุกวันด้วยจนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันเลื่อนไปเห็นโพสต์ของเจียงพั่นพั่น เธอโพสต์ภาพหลินอวี้กำลังทำอาหารพร้อมแคปชั่นว่า“ขอบคุณพี่หลินอวี้ แม้อยู่ต่างประเทศ แต่ก็ยังได้กินอาหารรสชาติต้นตำรับ มีพี่หลินอวี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจจริงๆ”ภาพนั้นเป็นภาพหลินอวี้ใส่ผ้ากันเปื้อน กำลังทำอาหารอยู่ในครัว ใบหน้าเขาดูอ่อนโยนมากช่างแตกต่างกับตอนที่ทำอาหารให้ฉันแบบลวกๆ อย่างชัดเจนฉันแค่นยิ้มแล้วเลื่อนผ่านอย่างไม่ใส่ใ
หน้าจอมือถือเต็มไปด้วยแจ้งเตือนสายไม่ได้รับ เป็นเบอร์ของหลินอวี้ทั้งหมดแล้วก็มีข้อความหลายสิบข้อความ ตอนแรกเป็นข้อความที่ถามด้วยความหงุดหงิด หลังๆ เป็นข้อความอ้อนวอนอย่างหมดหนทางฉันกวาดตามองผ่านๆ ไม่ได้เปิดอ่านสักข้อความ ฉันบล็อกเบอร์มือถือของเขา ลบและบล็อกช่องทางโซเชียลมีเดียที่สามารถติดต่อฉันได้หัวหน้าทีมวิจัยรอฉันอยู่ตรงทางออก เขายื่นกำหนดการกับซิมมือถือในประเทศให้ฉัน พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“อาจารย์จ้าวเดินทางมาเหนื่อยๆ เรารีบเข้าที่พักก่อนดีกว่า ค่อยเริ่มดูงานกันพรุ่งนี้”ฉันรับของจากมือเขาแล้วพูดขอบคุณอย่างสุภาพ จากนั้นก็เดินทางไปยังที่พักพร้อมกับทีมที่มาด้วยกันสายลมต่างแดนมีกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคย เมื่อสายลมพัดผ่านใบหน้า คิดไม่ถึงว่าความเครียดที่สะสมมาทั้งวันค่อยๆ หายไปทีละนิดที่พักคือคอนโดที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเปิดหน้าต่างมองออกไปไกลๆ จะเห็นธรรมชาติสีเขียวขจีฉันวางกระเป๋าเดินทาง สิ่งที่ทำเป็นอย่างแรกก็คือเอาผ้าอนามัยกับยาแก้ปวดออกมาวางอย่างเป็นระเบียบนี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจเพิ่งเก็บของเสร็จ มือถือก็ดังขึ้นมา







