แชร์

บทที่ 3 ซื้อของกลับไปเยี่ยมลูกชาย

ผู้เขียน: เต้าหู้ยิ้ม
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 20:46:37

แม้มื้อนี้จะทำให้จิ้นอิ๋งเสียเงินไป 50 เฟิน แต่บอกตามตรงว่า...เธอยังรู้สึกกินไม่ค่อยอิ่มเลย พูดก็พูดเถอะ...ราคานี้จริง ๆ ก็ไม่ได้แพงอะไรนักหรอก เพียงแต่เงินเดือนของเธอในแต่ละเดือนมีแค่15 หยวนเท่านั้น ถ้าจะกินแบบนี้ทุกวันจริง ๆ คงเลี้ยงตัวเองไม่ไหวแน่

แต่ตอนนี้...จิ้นอิ๋งกลับไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยสักนิด เพราะเงินเดือนของเหวินหงเยอะกว่าเงินเดือนเธอนี่นา เดือนหนึ่งได้มากถึง 35 หยวน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา...เงินเดือนของเขา เจ้าของร่างเดิมก็เป็นคนเก็บไว้หมด แล้ว...แม่ของเธอก็มาขอยืมเงินจากเธอไปจนหมด

ตอนนี้จิ้นอิ๋งยังเหลือเงินติดตัวอยู่นิดหน่อย แต่ก็ไม่มากนักหรอก ร่างระหงเดินเข้าไปในห้อง หยิบเอาสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารออกมาดู ทันทีที่เห็นตัวเลขในสมุด เธอถึงกับหุบยิ้ม พอรวมทั้งเงินเดือนของเธอแล้ว ก็พอแค่ใช้จ่ายดูแลตัวเองไปวัน ๆ ส่วนค่าใช้จ่ายหลักในบ้าน ล้วนแต่ต้องใช้เงินของหานเหวินหงเกือบทั้งสิ้น

หานเหวินหงทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกระหว่างเมือง รายได้ค่อนข้างดี เพราะนอกจากเงินเดือนหลักแล้ว ยังมีเงินค่ากิน ค่าเบี้ยเลี้ยงอีก เขาจึงมีเงินส่งกลับมาที่บ้านครบ 35 หยวนทุก ๆ เดือน ที่จริงแล้วเงินค่าแรงเขาแต่ละเดือนแค่ 30 หยวนเท่านั้น

ถ้าคำนวณค่าใช้จ่ายภายในบ้านแล้ว เดือนหนึ่งใช้จ่ายอยู่ประมาณ 15 หยวน ค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร ในความเป็นจริงแล้ว เหวินหงไม่ได้กลับมาที่บ้านบ่อยนัก วันหยุดเขาถึงได้กลับมาทานข้าวที่บ้าน เดือนหนึ่งกลับมาเยี่ยมครอบครัวแค่ 3 ครั้ง

ปกติแล้ว...เขามักจะกลับไปเยี่ยมลูกที่บ้านแม่ แล้วก็พาลูกมาพักอยู่ในเมืองสองสามวัน ก่อนจะส่งกลับไปที่บ้านแม่เมื่อเขาต้องกลับไปทำงาน ถึงแม้เขาจะกลับบ้านไปเยี่ยมลูกอยู่บ่อย ๆ ก็ใช่ว่าจะได้กินดีอยู่ดีอะไรนัก ส่วนลูกชายทั้งสองคนนั้น...จิ้นอิ๋งเป็นคนรับผิดชอบ ส่งเงินกลับให้พ่อกับแม่สามี 3 หยวนทุก ๆ เดือน

ลองกลับมาคำนวณเงินในบัญชีดูแล้ว เดือนหนึ่งแบ่งเงิน 15 หยวนเก็บไว้ในบัญชีเป็นจำนวณเงินที่น้อยมาก ๆ เดือนละ 15 หยวน ปีหนึ่งก็ต้องมีเงินเก็บ 180 หยวนสิ จิ้นอิ๋งแต่งงานกับเหวินหง 5 ปี อย่างน้อย...ก็ต้องมีเงินเก็บสัก 800-900 หยวนสิ

ทว่า...พอเปิดสมุดบัญชีเงินฝากดู กลับมีเงินเก็บแค่ 300 หยวนเท่านั้น ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม จิ้นอิ๋งรู้ดีว่า...เงินอีกกว่าครึ่งนั้นตกอยู่ในมือแม่เจ้าของร่างเดิมเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องถามก็รู้ว่าไขมันที่หุ้มห่อร่างของน้องชายเจ้าของร่างเดิมได้มาจากไหน

ที่แย่ไปกว่านั้น...จิ้นอิ๋งเพิ่งจะนึกได้ว่า ในโลกนี้เธอยังมี น้องชายอีกหนึ่งคน และดูเหมือนว่าไอ้น้องชายคนนี้จะถูกเลี้ยงดูแบบตามใจจนกลายเป็นคนไร้ความสามารถไปแล้ว เอาเถอะ...ไว้มีเวลาว่างค่อยกลับไปบ้านแม่ดูให้เห็นกับตาสักหน่อย เธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าลูกรักของพ่อกับแม่ที่เธอเคยเป็นในชาติก่อน มาชาตินี้จะแสบได้ขนาดไหน

แต่พรุ่งนี้...ก่อนอื่น เธอต้องกลับไปหาลูกชายของเจ้าของร่างเดิมก่อน เธอมีระบบเถาเป่านี่นา เธอจะใช้ระบบนี่แหละให้เกิดประโยชน์ คิดไปคิดมา...การที่เธอทะลุมิติมายังช่วงเวลานี้ก็ไม่เลวนี่นา อย่างน้อยก็ข้ามพ้นด่านคลอดลูกที่เสี่ยงตายที่สุดของชีวิตมาได้ แถมยังได้ระบบมือทองสุดวิเศษมาอีกด้วย

ถึงจะไม่มีงานทำ ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะเธอยังสามารถนำสินค้าจากระบบไปขายต่อเอากำไรได้อยู่ดี ต้องรู้ไว้นะว่า...ที่ตลาดมืด ไข่ไก่ 1 ชั่งขายกันตั้ง 5-6 เหมาเชียวนะ แพงกว่าราคาตลาดเป็นเท่าตัว แต่ถึงอย่างนั้น...จิ้นอิ๋งก็ไม่ได้คิดจะไปขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ยุ่งยากหรอก เพราะเธอยังมีงานประจำอยู่ จะใช้ชีวิตแบบคนปกติไปก่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไร

และก็ยังมีหานเหวินหง...สามีที่ทั้งหล่อทั้งขยัน แม้ตอนนี้จะยังไม่มีความรู้สึกรักใคร่กันก็ตาม แต่เรื่องของหัวใจ...ค่อย ๆ พัฒนากันไปก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนอะไรเลย...

หลังจากหลับสนิทมาตลอดทั้งคืน เช้าวันถัดมา...จิ้นอิ๋งตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ เธอลุกขึ้นมาแต่งตัวเรียบร้อย ล้างหน้า หวีผม แต่งหน้าเบา ๆ ก่อนจะยืนมองตัวเองในกระจก อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนได้กินขาหมูตุ๋นชิ้นใหญ่มื้อดึก ทำให้เช้านี้ผิวพรรณของเธอดูสดใสกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อคืนเพิ่งทะลุมิติมา...เลยยังไม่มีเวลาทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่จากวันนี้เป็นต้นไป...เธอสาบานว่าจะดูแลผิวพรรณของตัวเองให้ดี เพราะเธออายุน้อยกว่าหานเหวินหงแค่ปีเดียวเท่านั้น และผู้หญิงมักดูแก่กว่าผู้ชาย ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดี เวลายืนข้างกันคนอื่นอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแม่ลูกกันได้ เธอไม่ยอมให้คนอื่นเข้าใจผิดเธอแบบนั้นหรอกนะ

จิ้นอิ๋งสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว แล้วเปิดแอปเถาเป่าขึ้นมา กดสั่งของเตรียมไว้สำหรับเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านสามีที่อยู่ไกลจากที่นี่ เธอกดสั่งมันหมูก้อนใหญ่หนึ่งก้อน ยุคนี้...มันหมูถือเป็นของล้ำค่า แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเนื้อระดับพรีเมียมเลยก็ว่าได้ เดิมทีเธอคิดจะซื้อแค่ 1 ชั่ง

แต่พอเห็นปริมาณแล้วก็รู้ว่าไม่พอแน่นอน สุดท้ายเลยตัดสินใจซื้อไปเลย 2 ชั่ง กว่าจะได้กลับไปอีกทีก็คงอีกนาน จะซื้อเยอะหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร นอกจากมันหมูแล้ว เธอยังซื้อเนื้อแดงเพิ่มอีก 1 ชั่ง มันหมูจะใช้สำหรับเจียวเอาน้ำมัน ส่วนเนื้อแดงก็ตั้งใจจะเอาไปให้ลูกชายสองคนได้กินให้อิ่มท้อง

ตอนแรก...จิ้นอิ๋งก็คิดอยากจะซื้อไก่ตัวหนึ่งกลับไปทำอาหารด้วย แต่พอนึกถึงสภาพยุคนี้ที่ของกินหายากแล้ว ก็เกิดลังเลจนตัดใจแค่ถือมันหมู 2 ชั่งกับเนื้อแดง 1 ชั่งกลับไป ก็น่าจะพอแล้วแหละ ถ้าถือของเยอะกว่านี้อีก กลัวว่าแม่สามีจะตกใจจนพูดไม่ออก

นอกจากของที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้ จิ้นอิ๋งยังสั่งนมผงเพิ่มอีก 1 กระป๋อง เอาไว้เสริมโภชนาการให้ลูกชายทั้งสองคน โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กที่ยังอยู่ในวัยดื่มนม ส่วนพี่ชายถึงแม้จะโตกว่า แต่ก็ยังเด็กอยู่ จึงสามารถดื่มด้วยกันได้ทั้งคู่ เธอซื้อเพิ่มอีกอย่างคือน้ำตาลทรายแดง1 ถุง ตั้งใจจะให้แม่สามีเอาไว้ชงดื่มบำรุงร่างกาย แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ว่าแต่...ซื้อแค่น้ำตาลทรายแดงถุงเดียวจะน้อยไปไหมนะ ? ที่จริงแล้ว หนึ่งถุงก็ถือว่าไม่น้อยเลย เพราะเมื่อก่อน...ไม่สิ อย่าไปพูดถึงเจ้าของร่างเดิมเลยดีกว่า เพราะที่ผ่านมาเจ้าของร่างเดิมไม่เคยซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านเลย มีแต่ตัวเปล่ากลับไป แล้วก็โยนเงิน 3 หยวนให้แบบขอไปที ใช้เป็นค่ากินอยู่ของลูก ๆ

ทั้งที่ให้แค่นั้น...แต่แม่สามีก็ยังอุตส่าห์ทำไข่เจียวให้เธอกินอยู่บ่อย ๆ ทุ่มเทให้กับลูกสะใภ้คนนี้แบบไม่หวงของเลย ไม่คิดเลยว่าความหวังดีของแม่สามีจะถูกมองข้ามและเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดีเจ้าของร่างเดิมไม่เคยสำนึกบุญคุณแม่สามีผู้ซื่อ ๆ จากชนบทคนนี้เลยสักครั้ง

คราวนี้จิ้นอิ๋งเลยตั้งใจจะตอบแทนน้ำใจนั้น ด้วยการซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือกลับไปอย่างน้ำตาลทรายแดง ซึ่งในยุคนี้...นับเป็นของหายาก จึงเหมาะจะใช้เป็นของฝากชั้นดี หลังจากจัดการเก็บของทั้งหมดใส่ตะกร้า ปิดด้วยผ้าคลุมเรียบร้อยแล้ว จิ้นอิ๋งก็เริ่มปั่นจักรยานมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านสามี

บ้านหานตั้งอยู่ในหน่วยผลิตอู่ซิง ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายหน่วยของสหกรณ์การผลิตแห่งตำบลหงฉี เมื่อเธอปั่นจักรยานมาถึงบ้าน...ก็พบว่าคนในบ้านหานออกไปทำงานกันหมดแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 15 เจี้ยนกั๋วมาหว่านล้อม

    หลังจากกลับมาถึงบ้าน...จิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ครุ่นคิดอะไรมากนัก เธอเข้าใจดีว่า พ่อกับแม่รักลูกชายมากก็เพราะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อลูกชายเพียงคนเดียว แต่ถึงจะรักมากแค่ไหน คนเป็นพ่อแม่ก็คงหวังว่าลูกชายจะกตัญญูตอบแทนตนบ้าง ถ้าหากลูกชายไม่รู้จักเห็นใจหรือใส่ใจพ่อแม่จริง ๆ ล่ะก็ หัวอกของคนเป็นพ่อแม่คงไม่มีวันที่จะรู้สึกสบายใจได้เลยแต่การจะเปลี่ยนความคิดของพวกท่านในทันทีนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และอาจให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ จิ้นอิ๋งจึงเลือกที่จะไม่เร่งรีบ เธอรู้ว่า...การค่อย ๆ ปรับทีละนิดอย่างพอดีจึงจะได้ผล เธอได้หว่านเมล็ดเล็ก ๆ ลงบนผืนดินแห่งความคิดของแม่แล้ว ตอนนี้...ก็แค่รอวันมันเติบโตขึ้นมาเท่านั้นเองจากนั้น...จิ้นอิ๋งก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไปทำงาน กลับบ้าน และในระหว่างนั้น...เธอก็เริ่มสอบถามรายละเอียดของสถานรับเลี้ยงเด็กใกล้โรงงานผลิตยาสีฟันที่เธอทำงานอยู่ ค่าเล่าเรียนเดือนละ 2 หยวน ซึ่งก็ไม่น้อยเลยในยุคนี้ แต่ถ้าเพิ่มเงินอีก 1 หยวน เด็กจะสามารถกินข้าวกลางวันและนอนกลางวันที่โรงเรียนได้เลย ตอนกลางวันไม่ต้องกลับบ้าน กลับบ้านทีเดียวตอนเย็นจิ้นอิ๋งรู้สึกว่า...แบบนี้เหมาะมากกับการให้ต้าเป่าไปเ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 14 ความกลัวภายในใจได้ก่อตัวขึ้น

    เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่แม่ของจิ้นอิ๋งจะเอ่ยปากเชิญลูกเขยมาร่วมโต๊ะอาหารถึงที่บ้าน ดูท่าว่าความพยายามของจิ้น อิ๋งในการแสดงความใส่ใจและอ่อนน้อมจะไม่สูญเปล่า“อีกสองสามวันค่ะแม่ พอเขากลับมา หนูจะพาเขามาทานข้าวที่บ้านเรานะคะ” จิ้นอิ๋งเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มละมุน แต่แฝงด้วยไหวพริบ“หนูไม่ให้เขามาทานข้าวที่บ้านเราฟรี ๆ โดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาด้วยหรอกนะคะ หนูจะซื้อของกลับมาฝากแม่แน่นอนค่ะ”ประโยคนั้น...ทำให้แม่ของจิ้นอิ๋งยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แม้จะไม่ได้เอ่ยปากชม แต่ในแววตาคู่นั้นฉายชัดว่าภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มากแค่ไหนหลังจากที่คุยกันเสร็จ...จิ้นอิ๋งก็ได้ถามถึงความเป็นอยู่ของพี่สาวคนโต ส่วนน้องสาวคนเล็กยังคงทำงานอยู่ในเมือง ยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนน้องชายคนเล็ก ‘โม่หวังเฉิง’ ก็กำลังจะกลับมาจากโรงเรียนในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ไม่ทันไร...เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาถึงหน้าประตู เด็กชายอวบอ้วนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าระรื่น“แม่~ ผมขอเงินหน่อย ผมอยากเข้ากลุ่ม” หวังเฉิงเข้ามาในบ้านก็รีบวิ่งมาขอเงินแม่“กลุ่มอะไรของลูก ?”“แม่ไม่เข้าใจหรอก ที่โรงเรียนจะตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวครับแม

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 13 กลับไปเยี่ยมแม่

    เดิมทีจิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ตั้งใจจะนำไก่ย่างมาด้วย แต่เมื่อนึกได้ว่าคนที่เธอจะนำของไปให้คือแม่แท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิม ก็ต้องจำใจนำไก่ย่างติดไม้ติดมือมาด้วย ในยุคที่ผู้คนยังต้องกินข้าวคลุกเกลือ ร่างกายอ่อนแรงเพราะอดมื้อกินมื้อ เธอทำเป็นไม่สนใจใยดีไม่ได้หรอกนะ จะปล่อยให้ผู้เป็นแม่อดอยากไม่มีเนื้อสัตว์กินได้ยังไงทว่า...จิ้นอิ๋งกลับคาดไม่ถึงว่าแม่จะพูดว่า “เก็บไว้ให้น้องชายลูกกินดีกว่า”จิ้นอิ๋งถึงกับอึ้งตะลึงงัน ในใจแอบคิด...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ? แม้ภายในใจจะเดือดปุด ๆ ราวน้ำมันเดือดบนกระทะ แต่จิ้นอิ๋งกลับยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“แม่ หนูเคยพูดกับแม่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ? ผู้หญิงที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วยังไม่ลืมครอบครัวตัวเองมีไม่กี่คนหรอกค่ะ หนูพูดถูกใช่ไหม ?”แม่ของจิ้นอิ๋งไม่ชอบที่เธอพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า“มันคือหน้าที่ของลูกไง แม่อุตส่าห์เลี้ยงลูกมาจนโต จะไม่ตอบแทนเลยก็คงไม่ถูก” จิ้นอิ๋งยังคงยิ้ม พลางพยักหน้าเบา ๆ“แม่พูดถูกค่ะ หนูเองก็อยากตอบแทนให้ดีที่สุดเหมือนกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา...แม่ลองคิดดูสิคะ ว่าหนูทำอะไรให้

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 12 ใช้ชีวิตเหมือนไม่ใช่สามีภรรยา

    จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ ทว่า...ความขมขื่นในดวงตาของเธอกลับชัดเจนยิ่งกว่าแววตาใด“พี่หงฮา ทำไมอยู่ดี ๆ พี่ถึงพูดเรื่องฉันขึ้นมาล่ะคะ ?”“ก็พี่เห็นน่ะสิ” หงฮาวางของในมือลง พลางถอนหายใจแรง“เวลาเห็นเธอกับสามีอยู่ด้วยกัน มันดูแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ มันไม่เหมือนสามีภรรยาทั่วไป เหมือนคนสองคนที่แค่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรผูกพันกันเลย เหมือนต่างคนต่างอดทนใช้ชีวิตไปวัน ๆ มากกว่า”หงฮวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจเต็มเปี่ยมว่า“แต่พูดตรง ๆ นะจิ้นอิ๋ง พี่ว่าเหวินหงเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยนะ ยุคนี้จะหาคนอย่างเหวินหงได้จากที่ไหน ถ้าเธอปล่อยเขาหลุดมือไป เธอหาผู้ชายดี ๆ อย่างเขาไม่ได้อีกแล้วนะ” จิ้นอิ๋งถอนหายใจยาว ดวงตาพลันหม่นแสง“พี่เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตที่ดีกับเขาเหมือนกันนะ เรามีลูกด้วยกันตั้งสองคน จะไม่อยากมีชีวิตดี ๆ ด้วยกันได้ยังไงเล่า แต่ปัญหาคือ...เขาไม่เคยแสดงความรักให้ฉันได้เห็นเลยน่ะสิ”จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นแผ่วราวลม แต่นัยน์ตากลับหม่นเศร้า“เขากลับบ้านมาก็ไม่เคยแตะต้องตัวฉันเลยสักครั้ง มันเหมือนกับว่า...พอมีลูกชายสองคนแล้ว ก็ถือว่าครบแล

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 11 เรื่องราวในอดีต

    หวังเจี้ยนกั๋วกลับมาที่บ้านของตัวเอง บ้านหลังเล็กนี้มีลานบ้านกว้างขวาง คือที่พักอาศัยซึ่งเขาเป็นเจ้าของโดยชอบธรรมแต่ในอดีต...บ้านหลังนี้คือสถานที่ที่เขากับจิ้นอิ๋งชาวบ้านแจ้งทางการให้มาจับตัวไปในข้อหาทำเรื่องผิดศีธรรมในตอนนั้น...เขายังหนีรอดออกมาได้ ส่วนจิ้นอิ๋ง...ถูกจับกุมแล้วทนความอัปยศไม่ไหว จึงเลือกจบชีวิตตัวเองลงอย่างเงียบงันหลายปีต่อมา...เขาได้เดินทางไปสร้างตัวที่ฮ่องกง เมื่อกลับมายังแผ่นดินแม่ในฐานะชาวจีนโพ้นทะเล เขาถึงทราบเรื่องการตายของจิ้นอิ๋งความรู้สึกผิดฝังแน่นในใจของเขานับแต่นั้นมา หากวันนั้นเขาไม่ปล่อยมือเธอ เดินหนีไปด้วยกัน บางที...เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ถึงจะไม่สุขสมบูรณ์ แต่อย่างน้อย...ก็ไม่ใช่จุดจบแบบนั้น เพราะเหตุนี้เอง...ชีวิตในชาตินี้เขาจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพาจิ้นอิ๋งติดตามเขาไปฮ่องกงให้ได้เร็ว ๆ นี้...กำลังจะมีนโยบายใหม่ถูกประกาศลงมาสถานการณ์ภายในประเทศจะสั่นคลอนยิ่งขึ้น เขาจึงต้องรีบขยับ เดินทางให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินไปวันนี้...ที่เขาอดรนทนไม่ไหวต้องรีบไปหาจิ้นอิ๋ง ก็เพราะความทรงจำในอดีตหวนคืนมาอย่างหนัก แต่...สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ จิ้น อ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 10 ชายที่มีนามว่าหวังเจี้ยนกั๋ว

    หลี่หงฮวากับหวังเจี้ยนกั๋วเป็นเพื่อนบ้านกัน พอเจอหน้าก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่พักหนึ่ง ส่วนจิ้นอิ๋ง….เมื่อเห็นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบก้มหน้าก้มตาทำงานในทันทีผู้ชายคนนี้…เธอควรหลีกให้ไกลที่สุดถึงจะดี แต่คนอย่างหวังเจี้ยนกั๋ว กลับไม่ปล่อยให้เธอเมินเฉยได้ง่าย ๆ เขาเดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“คนสวยครับ รบกวนชั่งลูกกวาดให้ผมครึ่งชั่งหน่อยครับ” จิ้นอิ๋งไม่ได้ตอบอะไร นอกจากหยิบถุงมาแล้วลงมือชั่งอย่างเงียบ ๆ พอเจี้ยนกั๋วรับถุงไป ก็ทำทีเป็นรีบร้อนเลื่อนมือมาดูนาฬิกา เผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่ส่งตรงมาจากเซี่ยงไฮ้ แสดงถึงถานะทางบ้านว่ามีหน้ามีตาแค่ไหนในยุคนี้“จ่ายเงินด้วยค่ะ” หวังเจี้ยนกั๋วยื่นเงินส่งให้ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่มีนัยแฝง“ผมดูเหมือนคนที่ไม่มีความรับผิดชอบเหรอครับ ?” สายตาเขาแน่นิ่งแต่ลึกซึ้ง คล้ายมีเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหล หากเป็นจิ้นอิ๋งคนเดิมคงเผลอหวั่นไหวไปแล้ว แต่ตอนนี้…เธอไม่ใช่จิ้นอิ๋งคนนั้น คนที่เคยผิดพลาดเพราะในอดีต…หลังจากที่จิ้นอิ๋งยอมตกลงมีอะไรกับเขา พวกเขาก็ถูกจับได้และถูกประณามอย่างรุนแรง จิ้นอิ๋งทนแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจึงจบชีวิตลงด้วยความสิ้นหวังส่วนเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status