แชร์

บทที่ 4 ตระกูลหาน

ผู้เขียน: เต้าหู้ยิ้ม
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-16 23:49:34

คนในครอบครัวหานนั้นซับซ้อนพอสมควร หานเหวินหงมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ชายสี่หญิงสอง และตัวเขาเป็นคนสุดท้องของบ้านหาน พี่ชายคนโตคือ ‘หานเหวินต้า’ พี่ชายรอง ‘หานเหวินเอ๋อ’ พี่ชายสาม ‘หานเหวินซาน’ พี่สาวคนที่สี่ชื่อ ‘หานเหวินซือ’ พี่สาวคนที่ห้าคือ ‘หานเหวินอวี่’ ส่วนพี่ชายคนที่หกคือ ‘หานเหวินเหลียว’

หานเหวินหงคือลูกสาวสุดท้องคนที่ 7 ลูกชายคนสุดท้องที่เกิดตอนพ่อแม่เริ่มแก่แล้ว ก็เลยไม่ได้รับการตั้งชื่อตามลำดับตัวเลขเหมือนพี่ ๆ น้อง ๆ แต่ได้ชื่อว่าหานเหวินหงแทน

หานเหวินต้าอายุ 41 ปี แต่งงานมีลูกด้วยกัน 4 คนเป็นชายสาม หญิงหนึ่ง ลูกสาวคนโตชื่อ ‘หานโส่วอวี่’ แต่งงานออกเรือนไปแล้ว มีลูกหนึ่งคน หานเหวินต้าได้กลายเป็นคุณตาอย่างเป็นทางการแล้ว ลูกชายคนแรกของเขาชื่อ ‘หานโส่วกั๋ว’ คนที่สองชื่อ ‘หานโส่วเจีย’ คนสุดท้องชื่อ ‘หานโส่วปิ้ง’ ตอนนี้หานโส่วกั๋วอายุ 20 ปีแล้ว กำลังเตรียมตัวจะแต่งงานในปีนี้

หานเหวินเอ๋อ วัย 38 ปี แต่งงานมีลูกสามคนเช่นกัน ลูกชายคนโตชื่อ ‘หานโส่วฮา’ ลูกสาวคนกลางชื่อ ‘หานโส่วชุ่ย’ และลูกชายคนเล็กชื่อ ‘หานโส่วไห่’ แม้หานโส่วฮาจะเป็นลูกชายของพี่ชายรอง แต่เขาคือหลานชายคนแรกของตระกูลหาน

แม้ว่าพี่สะใภ้รองจะแต่งเข้าบ้านช้ากว่าพี่สะใภ้ใหญ่ แต่...พี่สะใภ้รองท้องก่อนพี่สะใภ้ใหญ่ โส่วฮาจึงกลายเป็นหลานชายคนแรกของตระกูลหาน ด้วยเหตุนี้...หานโส่วฮาจึงอายุมากกว่าหานโส่วกั๋วหนึ่งปี เมื่อปีที่แล้ว...หานโส่วฮาแต่งงาน ปีนี้ก็มีลูกสาวคนแรก ถือว่าเป็นเหลนสาวคนแรกของตระกูลหานอีกคน

ลูกชายคนรองอย่างหานเหวินเอ๋อ กลายเป็นคุณปู่ก่อนพี่ชายใหญ่หานเหวินต้าเสียอีก ไม่ว่ายังไง...ทั้งสองคนก็ได้เลื่อนขั้นเป็นปู่กันทั้งคู่ พูดถึงบ้านพี่ชายคนที่สามหานเหวินซานแล้ว ปีนี้อายุ 36 ปี เขาแต่งงานมีลูกถึง 4 คน เรียงจากคนโตหาคนเล็ก ‘หานโส่วมู่’, ‘หานโส่วหลิน’, ‘หานโส่วเซิน’ และคนสุดท้ายคือลูกสาวชื่อ ‘หานโส่วซิ่ว’

ส่วนพี่สาวคนที่สี่หานเหวินซือและพี่สาวคนที่ห้าหานเหวินอวี่ เป็นฝาแฝด ทั้งสองแต่งงานออกเรือนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพูดถึง หานเหวินเหลียวพี่ชายคนที่หกกับภรรยาชีวิตดูเรียบง่ายกว่าพี่น้องคนอื่น ๆ พวกเขามีลูกแค่ 2 คน หญิงหนึ่งชายหนึ่ง ลูกสาวชื่อ ‘หานโส่วเฟย’ ส่วนลูกชายคนเล็กชื่อ ‘หานโส่วกัง’

ภรรยาของหานเหวินเหลียวสุขภาพไม่ค่อยดี หลังจากคลอดหานโส่วกัง ร่างกายก็อ่อนแอลงมาก หลายปีผ่านไปก็ยังไม่มีลูกคนที่ 3 สักที ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะตระกูลหานนั้น มีหลานชายมากพอที่จะสืบสกุลแล้ว

ยุคสมัยนี้...เวลามีเรื่องทะเลาะกัน มักจะเรียกพี่น้องมาช่วย ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องแท้ ๆ หรือลูกพี่ลูกน้อง ย่อมต้องพึ่งพากันได้ ส่วนคนสุดท้องของบ้านก็คือหานเหวินหง มีลูกสองคน ลูกชายคนโตชื่อ ‘หานโส่วฟง’ (ต้าเป่า) , คนเล็กชื่อ ‘หานโส่วฮวน’ (เอ้อร์เป่า)

มีลูกหลานเยอะขนาดนี้ พ่อกับแม่ของเหวินหงอายุไม่น้อยแล้ว พ่อกับแม่ของเขาอายุเท่า ๆ กัน ปีนี้พวกท่านอายุ 58 ปีแล้ว พ่อกับแม่เหวินหง แต่งงานกันเมื่อตอนอายุ 16 และมีลูกชายคนโตหานเหวินต้าตอนอายุ 17 ในยุคนี้...ถือว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไป ไม่ได้แปลกใหม่อะไร

แม้อายุท่านทั้งสองจะมากแล้ว แต่สุขภาพของท่านทั้งสองก็ยังแข็งแรงดี เช้านี้...แม่ของเหวินหานกำลังยืนอยู่หน้าบ้าน ป้อนโจ๊กใส่ไข่ให้หลานชายคนเล็กเอ้อร์เป่ากินอย่างใจเย็น ส่วนต้าเป่าหรือหานโส่วฟง ลูกชายคนโตของจิ้นอิ๋ง ตื่นแต่เช้า กินข้าวเสร็จแล้วก็วิ่งออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ

“เอ้อร์เป่า เด็กดีของย่า กินเยอะ ๆ นะลูก กินเสร็จแล้วจะได้ไปเก็บผักป่ากับย่า เที่ยงนี้...ย่าจะทำเกี๊ยวอร่อย ๆ ให้กินนะลูก”

กุ้ยฮวาเอ่ยปลอบหลานชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เต็มไปด้วยความรักความห่วงใย เอ้อร์เป่าอายุเพิ่งจะ 1 ขวบ แต่ก็เริ่มฟังผู้ใหญ่รู้เรื่องบ้างแล้ว ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ชอบกินโจ๊กไข่เท่าไหร่ กินช้ามาก กว่าจะกลืนได้แต่ละคำก็ใช้เวลานาน

ครู่นั้น...ยายข้างบ้านซึ่งก็กำลังป้อนข้าวหลานตัวเองอยู่เหมือนกัน พอเห็นกุ้ยฮวาต้องมานั่งป้อนแล้วปลอบหลานอย่างนั้น ก็อดแขวะไม่ได้

“เอ้อร์เป่าหลานเธอนี่กินยากไปหน่อยไหม ? มีโจ๊กใส่ไข่ให้กินแล้วแท้ ๆ ยังไม่ยอมกินอีก ดูหลานฉันสิ...แค่โจ๊กมันเทศยังยิ้มไม่หุบเลย หลานฉันไม่เรื่องมากเหมือนหลานเธอหรอกนะ กินหมดก็อ้าปากรอกินคำต่อไปทันที”

กุ้ยฮวาเหยียดยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยบอกออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

“จะเหมือนกันได้ยังไงล่ะ เอ้อร์เป่าของฉันโตในเมือง ได้รับการเลี้ยงดูแบบลูกหลานในเมืองก็ต้องถูกเอาใจเป็นธรรมดา ไม่เหมือนหลานเธอเกิดมาก็ลำบากแล้ว ให้เอ้อร์เป่าหลานฉันกินแค่โจ๊กมันเทศน่ะเหรอ ? ไม่มีทางหรอก หลานฉันชอบกินเนื้อ ส่วนโจ๊กไข่ก็แค่มื้อธรรมดากินเล่นแค่นั้นแหละ”

ยายข้างบ้านถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ทำหน้าบึ้งแล้วหันไปบ่นกับเพื่อนบ้านอีกคนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแทน

“ลืมไปแล้วรึไงว่าไม่กี่ปีก่อนเรายังอด ๆ อยาก ๆ กันอยู่เลย โจ๊กมันเทศยังแทบจะไม่มีจะกิน นี่เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มลำพอง มีลูกสะใภ้โตในเมืองหน่อยก็ทำเป็นยกยอปอปั้น คงหวังจะย้ายไปอยู่ในเมืองตอนแก่ล่ะสิท่า !!” เพื่อนบ้านอีกคนพูดเสริมขึ้นมาทันทีว่า

“จริงด้วย กุ้ยฮวารักหลานไม่เท่ากัน หวงลูกของเหวินหงเหมือนทอง หลานคนอื่น ๆ กลับมองข้าม ลูกทั้งสองของเหวินหงได้กินไข่ไก่ทุกวัน ส่วนหลานคนอื่น ๆ ได้กินแค่น้ำข้าว เป็นย่าประสาอะไร ทำกับหลานตัวเองได้ลงคอ”

“กุ้ยฮวาน่ะ เป็นคนชอบสร้างภาพมาตั้งแต่สาว ๆ แล้ว ชอบเอาใจลูกสะใภ้เพราะอยากจะย้ายไปอยู่ในเมืองน่ะสิ แต่ลูกสะใภ้กลับไม่เห็นหัว เดือนนึงกลับมาที แถมกลับมาก็ไม่เคยซื้ออะไรติดไม้ติดมือมาด้วยเลย”

“แต่ก็ส่งเงินให้ตั้ง 3 หยวนนะ ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ ไข่ไก่ 1ชั่งราคา 3 เหมา 3 หยวนซื้อไข่ไก่ได้ตั้ง 10 ซั่ง ฉันไม่แปลกใจเลยที่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าจะมีไข่กินทุกวัน”

“จริงสิ แล้วกุ้ยฮวาลำเอียงยังไง ? ลูกชายคนโตแยกบ้านแล้วไม่ใช่หรือ ? อีกอย่าง...ตามธรรมเนียมบ้านเราก็รู้กันอยู่ว่าสุดท้ายแล้วพ่อกับแม่ก็ต้องอยู่กับลูกคนสุดท้อง ในอนาคตกุ้ยฮวากับหานจิ้งต้องย้ายไปอยู่กับเหวินหงในเมืองอยู่แล้ว ไม่เห็นแปลกเลยที่กุ้ยฮวาจะช่วยลูกสะใภ้เลี้ยงหลาน แม่ไก่ที่เลี้ยงไว้ ไว้เอาไข่ไก่ให้หลานกินไม่ใช่หรือ ? กุ้ยฮวากับหานจิ้งยังไม่กล้ากินไข่พวกนั้นเลย ฉันไม่เห็นแปลกเลยนะ ก็ปกตินี่”

หญิงวัยกลางคนที่เคยทำแบบเดียวกันกับกุ้ยฮวาออกโรงปกป้องทันที ในความคิดของตน สิ่งที่กุ้ยฮวาทำอยู่ไม่ได้ผิดอะไรเลย มันเป็นเรื่องปกติของบ้านที่มีลูกหลายคนต่างหาก

“เรื่องแบบนี้เรียกว่าปกติได้ยังไง ? เธอไม่เห็นหรือไงว่าภรรยาของเหวินเหลียวไม่พอใจขนาดไหน” อีกคนพูดแทรก

“ภรรยาเหวินเหลียวจะไม่พอใจอะไรนักหนา ? เรื่องพวกนี้เกี่ยวอะไรกับภรรยาเหวินเหลียวล่ะ ? ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าก็ไม่ได้กินไข่ไก่จากบ้านนั้นสักหน่อย ลูกชายรองของกุ้ยฮวาแยกเรือนตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ ?” เพื่อนบ้านอีกคนสวนกลับทันควัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 15 เจี้ยนกั๋วมาหว่านล้อม

    หลังจากกลับมาถึงบ้าน...จิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ครุ่นคิดอะไรมากนัก เธอเข้าใจดีว่า พ่อกับแม่รักลูกชายมากก็เพราะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อลูกชายเพียงคนเดียว แต่ถึงจะรักมากแค่ไหน คนเป็นพ่อแม่ก็คงหวังว่าลูกชายจะกตัญญูตอบแทนตนบ้าง ถ้าหากลูกชายไม่รู้จักเห็นใจหรือใส่ใจพ่อแม่จริง ๆ ล่ะก็ หัวอกของคนเป็นพ่อแม่คงไม่มีวันที่จะรู้สึกสบายใจได้เลยแต่การจะเปลี่ยนความคิดของพวกท่านในทันทีนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และอาจให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ จิ้นอิ๋งจึงเลือกที่จะไม่เร่งรีบ เธอรู้ว่า...การค่อย ๆ ปรับทีละนิดอย่างพอดีจึงจะได้ผล เธอได้หว่านเมล็ดเล็ก ๆ ลงบนผืนดินแห่งความคิดของแม่แล้ว ตอนนี้...ก็แค่รอวันมันเติบโตขึ้นมาเท่านั้นเองจากนั้น...จิ้นอิ๋งก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไปทำงาน กลับบ้าน และในระหว่างนั้น...เธอก็เริ่มสอบถามรายละเอียดของสถานรับเลี้ยงเด็กใกล้โรงงานผลิตยาสีฟันที่เธอทำงานอยู่ ค่าเล่าเรียนเดือนละ 2 หยวน ซึ่งก็ไม่น้อยเลยในยุคนี้ แต่ถ้าเพิ่มเงินอีก 1 หยวน เด็กจะสามารถกินข้าวกลางวันและนอนกลางวันที่โรงเรียนได้เลย ตอนกลางวันไม่ต้องกลับบ้าน กลับบ้านทีเดียวตอนเย็นจิ้นอิ๋งรู้สึกว่า...แบบนี้เหมาะมากกับการให้ต้าเป่าไปเ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 14 ความกลัวภายในใจได้ก่อตัวขึ้น

    เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่แม่ของจิ้นอิ๋งจะเอ่ยปากเชิญลูกเขยมาร่วมโต๊ะอาหารถึงที่บ้าน ดูท่าว่าความพยายามของจิ้น อิ๋งในการแสดงความใส่ใจและอ่อนน้อมจะไม่สูญเปล่า“อีกสองสามวันค่ะแม่ พอเขากลับมา หนูจะพาเขามาทานข้าวที่บ้านเรานะคะ” จิ้นอิ๋งเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มละมุน แต่แฝงด้วยไหวพริบ“หนูไม่ให้เขามาทานข้าวที่บ้านเราฟรี ๆ โดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาด้วยหรอกนะคะ หนูจะซื้อของกลับมาฝากแม่แน่นอนค่ะ”ประโยคนั้น...ทำให้แม่ของจิ้นอิ๋งยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แม้จะไม่ได้เอ่ยปากชม แต่ในแววตาคู่นั้นฉายชัดว่าภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มากแค่ไหนหลังจากที่คุยกันเสร็จ...จิ้นอิ๋งก็ได้ถามถึงความเป็นอยู่ของพี่สาวคนโต ส่วนน้องสาวคนเล็กยังคงทำงานอยู่ในเมือง ยังไม่ได้แต่งงาน ส่วนน้องชายคนเล็ก ‘โม่หวังเฉิง’ ก็กำลังจะกลับมาจากโรงเรียนในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ไม่ทันไร...เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาถึงหน้าประตู เด็กชายอวบอ้วนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าระรื่น“แม่~ ผมขอเงินหน่อย ผมอยากเข้ากลุ่ม” หวังเฉิงเข้ามาในบ้านก็รีบวิ่งมาขอเงินแม่“กลุ่มอะไรของลูก ?”“แม่ไม่เข้าใจหรอก ที่โรงเรียนจะตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวครับแม

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 13 กลับไปเยี่ยมแม่

    เดิมทีจิ้นอิ๋งก็ไม่ได้ตั้งใจจะนำไก่ย่างมาด้วย แต่เมื่อนึกได้ว่าคนที่เธอจะนำของไปให้คือแม่แท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิม ก็ต้องจำใจนำไก่ย่างติดไม้ติดมือมาด้วย ในยุคที่ผู้คนยังต้องกินข้าวคลุกเกลือ ร่างกายอ่อนแรงเพราะอดมื้อกินมื้อ เธอทำเป็นไม่สนใจใยดีไม่ได้หรอกนะ จะปล่อยให้ผู้เป็นแม่อดอยากไม่มีเนื้อสัตว์กินได้ยังไงทว่า...จิ้นอิ๋งกลับคาดไม่ถึงว่าแม่จะพูดว่า “เก็บไว้ให้น้องชายลูกกินดีกว่า”จิ้นอิ๋งถึงกับอึ้งตะลึงงัน ในใจแอบคิด...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ? แม้ภายในใจจะเดือดปุด ๆ ราวน้ำมันเดือดบนกระทะ แต่จิ้นอิ๋งกลับยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า“แม่ หนูเคยพูดกับแม่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ? ผู้หญิงที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วยังไม่ลืมครอบครัวตัวเองมีไม่กี่คนหรอกค่ะ หนูพูดถูกใช่ไหม ?”แม่ของจิ้นอิ๋งไม่ชอบที่เธอพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า“มันคือหน้าที่ของลูกไง แม่อุตส่าห์เลี้ยงลูกมาจนโต จะไม่ตอบแทนเลยก็คงไม่ถูก” จิ้นอิ๋งยังคงยิ้ม พลางพยักหน้าเบา ๆ“แม่พูดถูกค่ะ หนูเองก็อยากตอบแทนให้ดีที่สุดเหมือนกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา...แม่ลองคิดดูสิคะ ว่าหนูทำอะไรให้

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 12 ใช้ชีวิตเหมือนไม่ใช่สามีภรรยา

    จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ ทว่า...ความขมขื่นในดวงตาของเธอกลับชัดเจนยิ่งกว่าแววตาใด“พี่หงฮา ทำไมอยู่ดี ๆ พี่ถึงพูดเรื่องฉันขึ้นมาล่ะคะ ?”“ก็พี่เห็นน่ะสิ” หงฮาวางของในมือลง พลางถอนหายใจแรง“เวลาเห็นเธอกับสามีอยู่ด้วยกัน มันดูแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ มันไม่เหมือนสามีภรรยาทั่วไป เหมือนคนสองคนที่แค่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรผูกพันกันเลย เหมือนต่างคนต่างอดทนใช้ชีวิตไปวัน ๆ มากกว่า”หงฮวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจเต็มเปี่ยมว่า“แต่พูดตรง ๆ นะจิ้นอิ๋ง พี่ว่าเหวินหงเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยนะ ยุคนี้จะหาคนอย่างเหวินหงได้จากที่ไหน ถ้าเธอปล่อยเขาหลุดมือไป เธอหาผู้ชายดี ๆ อย่างเขาไม่ได้อีกแล้วนะ” จิ้นอิ๋งถอนหายใจยาว ดวงตาพลันหม่นแสง“พี่เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตที่ดีกับเขาเหมือนกันนะ เรามีลูกด้วยกันตั้งสองคน จะไม่อยากมีชีวิตดี ๆ ด้วยกันได้ยังไงเล่า แต่ปัญหาคือ...เขาไม่เคยแสดงความรักให้ฉันได้เห็นเลยน่ะสิ”จิ้นอิ๋งหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นแผ่วราวลม แต่นัยน์ตากลับหม่นเศร้า“เขากลับบ้านมาก็ไม่เคยแตะต้องตัวฉันเลยสักครั้ง มันเหมือนกับว่า...พอมีลูกชายสองคนแล้ว ก็ถือว่าครบแล

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 11 เรื่องราวในอดีต

    หวังเจี้ยนกั๋วกลับมาที่บ้านของตัวเอง บ้านหลังเล็กนี้มีลานบ้านกว้างขวาง คือที่พักอาศัยซึ่งเขาเป็นเจ้าของโดยชอบธรรมแต่ในอดีต...บ้านหลังนี้คือสถานที่ที่เขากับจิ้นอิ๋งชาวบ้านแจ้งทางการให้มาจับตัวไปในข้อหาทำเรื่องผิดศีธรรมในตอนนั้น...เขายังหนีรอดออกมาได้ ส่วนจิ้นอิ๋ง...ถูกจับกุมแล้วทนความอัปยศไม่ไหว จึงเลือกจบชีวิตตัวเองลงอย่างเงียบงันหลายปีต่อมา...เขาได้เดินทางไปสร้างตัวที่ฮ่องกง เมื่อกลับมายังแผ่นดินแม่ในฐานะชาวจีนโพ้นทะเล เขาถึงทราบเรื่องการตายของจิ้นอิ๋งความรู้สึกผิดฝังแน่นในใจของเขานับแต่นั้นมา หากวันนั้นเขาไม่ปล่อยมือเธอ เดินหนีไปด้วยกัน บางที...เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ถึงจะไม่สุขสมบูรณ์ แต่อย่างน้อย...ก็ไม่ใช่จุดจบแบบนั้น เพราะเหตุนี้เอง...ชีวิตในชาตินี้เขาจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะพาจิ้นอิ๋งติดตามเขาไปฮ่องกงให้ได้เร็ว ๆ นี้...กำลังจะมีนโยบายใหม่ถูกประกาศลงมาสถานการณ์ภายในประเทศจะสั่นคลอนยิ่งขึ้น เขาจึงต้องรีบขยับ เดินทางให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินไปวันนี้...ที่เขาอดรนทนไม่ไหวต้องรีบไปหาจิ้นอิ๋ง ก็เพราะความทรงจำในอดีตหวนคืนมาอย่างหนัก แต่...สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ จิ้น อ

  • ยุค 60 เมื่อตัวประกอบไร้ค่าทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตเป็นนางเอก   บทที่ 10 ชายที่มีนามว่าหวังเจี้ยนกั๋ว

    หลี่หงฮวากับหวังเจี้ยนกั๋วเป็นเพื่อนบ้านกัน พอเจอหน้าก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่พักหนึ่ง ส่วนจิ้นอิ๋ง….เมื่อเห็นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบก้มหน้าก้มตาทำงานในทันทีผู้ชายคนนี้…เธอควรหลีกให้ไกลที่สุดถึงจะดี แต่คนอย่างหวังเจี้ยนกั๋ว กลับไม่ปล่อยให้เธอเมินเฉยได้ง่าย ๆ เขาเดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“คนสวยครับ รบกวนชั่งลูกกวาดให้ผมครึ่งชั่งหน่อยครับ” จิ้นอิ๋งไม่ได้ตอบอะไร นอกจากหยิบถุงมาแล้วลงมือชั่งอย่างเงียบ ๆ พอเจี้ยนกั๋วรับถุงไป ก็ทำทีเป็นรีบร้อนเลื่อนมือมาดูนาฬิกา เผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือราคาแพงที่ส่งตรงมาจากเซี่ยงไฮ้ แสดงถึงถานะทางบ้านว่ามีหน้ามีตาแค่ไหนในยุคนี้“จ่ายเงินด้วยค่ะ” หวังเจี้ยนกั๋วยื่นเงินส่งให้ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่มีนัยแฝง“ผมดูเหมือนคนที่ไม่มีความรับผิดชอบเหรอครับ ?” สายตาเขาแน่นิ่งแต่ลึกซึ้ง คล้ายมีเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหล หากเป็นจิ้นอิ๋งคนเดิมคงเผลอหวั่นไหวไปแล้ว แต่ตอนนี้…เธอไม่ใช่จิ้นอิ๋งคนนั้น คนที่เคยผิดพลาดเพราะในอดีต…หลังจากที่จิ้นอิ๋งยอมตกลงมีอะไรกับเขา พวกเขาก็ถูกจับได้และถูกประณามอย่างรุนแรง จิ้นอิ๋งทนแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจึงจบชีวิตลงด้วยความสิ้นหวังส่วนเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status