Home / รักโบราณ / ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ / บทที่ 3 ขัดขวางแผนการท่านย่า

Share

บทที่ 3 ขัดขวางแผนการท่านย่า

last update Last Updated: 2025-12-29 22:30:21

การเดินจากหลังตระกูลฟู่มาถึงเรือนด้านหน้าที่เป็นเรือนฮูหยินใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งท่านแม่มีแต่รอยแผลจนเต็มตัวไปหมดเช่นนี้นางยิ่งอดสงสารชะตาชีวิตของท่านแม่ไม่ได้

         เมื่อฮูหยินใหญ่ของจวนถึงเรือน เหล่าสาวใช้บ่าวชายหญิงก็รีบออกไปกันจนหมดจนนางแปลกใจ แต่ทว่าศีรษะของนางก็คล้ายได้รับการกระทบกระเทือนมากเหลือเกินจนต้องฟุบลงกับเตียงท่านแม่ พร้อมกับเสียงที่สั่งปี้ถัง

         “ปี้ถังไปตามท่านหมอมาเถิดข้าก็เริ่มไม่ไหวแล้ว” นางใช้แรงที่เหลือไปมากเกินไป ยามนี้ดวงตาเริ่มพร่ามัว จึงทรุดนอนด้านข้างท่านแม่ โดยที่นางได้ยินเสียงสะอื้นของท่านแม่ดังอยู่ชิดใบหู

         “ฮึก...ลูกแม่ แม่ขอโทษเจ้าที่ปกป้องเจ้าไม่ได้” ไป๋เฟิ่นโยว่หลั่งน้ำตา ทั้งที่นอนคว่ำอยู่เนื่องจากที่หลังนั้นยามนี้แตะต้องไม่ได้ และคาดว่าท่านแม่สามีคงจะหาทางกลั่นแกล้งนางต่อ เพราะเหล่าสาวใช้ไม่เหลือในจวนเลยสักคนเดียว

         “ท่านแม่อย่าร้องไปเลย ที่จริงไม่ใช่ความผิดของท่าน เพียงแค่ท่านย่าอยากให้ท่านอาละวาดเพื่อหาทางลงโทษท่านเท่านั้น ที่จริงเรื่องนี้ต้องโทษอนุฮัน” เสียงเรียบเรื่อยกล่าวอย่างแผ่วเบา นางกำลังเวียนหัวจนไม่อาจจะลุกขึ้นมาพูดกับท่านแม่ดี ๆ ได้

         “เจ้ารู้หรือ” ไป๋เฟิ่นโยว่คล้ายไม่อยากเชื่อคำพูดของลูกสาว แต่ฟู่อินเหยาก็ต้องหาทางแก้ตัว นางจะบอกว่าตัวเองเป็นคนอื่นมาสิงร่างนี้ไม่ได้ มันเกินกว่าคนยุคนี้จะจินตนาการได้

         “ข้าบังเอิญไปได้ยินท่านย่ากับอนุฮันพูดคุยกัน”

          ฟู่อินเหยาโกหกท่านแม่ เพราะไม่มีเหตุผลใดที่จะดีกว่านี้อีกแล้ว นางไม่ใช่เพียงรู้เรื่องท่านพ่อ ยังรู้แผนการของท่านย่าร้ายกาจ ที่ต้องการสนับสนุนอนุฮันให้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ หลังจากท่านแม่สิ้นชีพ และหลังจากนั้นนางก็อยู่ด้วยความเจ็บช้ำ ทั้งริษยาน้องสาวต่างมารดาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนางเอกในนิยาย จนวางแผนเพื่อจะแย่งคนรักของน้องสาวไปครอง

         ใครจะคาดว่าสุดท้ายวางแผนมากมาย นอกจากไม่ได้คลอดลูกของเขาแล้วยังตายอย่างอนาถอีกด้วย คนที่เคยเป็นคนสุภาพกลับต่ำช้าทำกับสตรีตัวเล็ก ๆ เพื่อนางในดวงใจ

         บุรุษพรรค์นั้นนางไม่อยากได้สักนิด

         “หากแม่ถูกบิดาเจ้าปลดภรรยา เจ้าไม่เสียใจหรือที่พูดกับท่านย่าแบบนั้น” ไป๋เฟิ่นโยว่รับรู้มาตลอดว่านางไม่ได้เป็นที่รักของสามีนัก แต่เนื่องจากสัญญาการหมั้นหมายที่ทำกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยมีผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินอย่างฮ่องเต้เป็นพยาน ถึงเวลาก็ต้องแต่ง เข้าหอได้คืนเดียวเขาก็ออกรบ กลับมาแต่ละครั้งพบหน้านางนับครั้งได้

         เมื่ออนุฮันเข้ามาอีกคน เขาก็ยังคงเมินเฉยไม่ได้ต่างกัน จนนางคิดว่าเขาเอาแต่ปกป้องแคว้นจนลืมหาความสุขใส่ตัวใช่หรือไม่ จนเมื่อสามปีก่อนที่อนุฮันคลอดลูก เขาถึงกับลาราชการเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนนาง ทำให้ไป๋เฟิ่นโยว่เจ็บช้ำใจนัก

         ตอนนางตั้งครรภ์และคลอดบุตรล้วนโดดเดี่ยว มีเพียงสาวใช้และหมอตำแย ส่วนกับอนุเขาให้ความสำคัญ จนตอนหลังบ่าวไพร่ในจวนไปภักดีต่ออนุฮันมากกว่านางที่เป็นฮูหยินใหญ่

         ความเจ็บแค้นใจของนางสะสมมาเรื่อย ๆ จนวันนี้ที่ลูกสาวของนางต้องบาดเจ็บ โดยไร้คนเช่นสามีปกป้อง นางก็ไม่รู้ว่าจะมีเขาไว้ทำอันใด

         “แล้วท่านแม่ดีใจที่จะได้อยู่ในตระกูลฟู่หรือเจ้าคะ”

         ท่านแม่ไม่ตอบคำถามนาง นั่นก็ชัดเจนแล้วว่าท่านแม่ไม่ได้ปรารถนาจะครองคู่กับท่านพ่อ อีกอย่างเขาก็ไม่เคยให้ความรักความอบอุ่น ทั้งมีท่านย่าเป็นคนเป่าหูหาเรื่องมาใส่ศีรษะท่านแม่อยู่เรื่อย ไม่สู้ออกไปใช้ชีวิตให้มีความสุขหรอกรึ

         “ไม่...แม่ไม่อยากอยู่ที่นี่ บิดาเจ้าไม่เคยไยดีแม่” ไป๋เฟิ่นโยว่พูดทั้งน้ำตา

         “ข้าก็ไม่ปรารถนาจะอยู่ที่ตระกูลฟู่เช่นกัน ให้อนุฮันสมใจแล้วเราสองแม่ลูกใช้ชีวิตอย่างสงบดีหรือไม่เจ้าคะ”

         สติสุดท้ายของฟู่อินเหยาบอกมารดาไปก่อนที่ตัวเองจะสลบไป นางเหมือนหลุดลอยไปในความฝัน โดยในความฝันนั้นมีเด็กคนหนึ่งมายืนอยู่เบื้องหน้าของนาง

         ‘ฝากท่านแม่ของข้าด้วย’ น้ำเสียงล่องลอยมาในอากาศนั้นทำให้ชิดตะวันมองไปยังเด็กน้อยที่เปล่งเสียงออกมาโดยที่ไม่ได้อ้าปากสักนิดอย่างประหลาดใจ

         “ฟู่อินเหยานั่นเจ้าหรือ”

         เด็กน้อยผู้นั้นไม่ตอบ เพียงแต่มีเสียงล่องลอยมาอีกครั้ง

         “ขัดขวางแผนการท่านย่า อย่าให้ท่านแม่ดื่มยาจากในจวน”

         เสียงนั้นเปล่งออกมาเสร็จเด็กน้อยเบื้องหน้าก็หายวับไป พร้อมกับกลุ่มหมอกควันที่ฟุ้งเบื้องหน้าจนมองไม่เห็นทาง

         “ฟู่อินเหยา ฟู่อินเหยา กลับมาก่อน” เสียงเพ้อเรียกชื่อตัวเองทำให้ไป๋เฟิ่นโยว่ยกมือลูบหัวลูกสาว ตอนนี้ท่านหมอได้ทำแผลเสร็จแล้ว โดยมีผ้าพันรอบหัวของฟู่อินเหยาเอาไว้

         “อินเหยาลูก หมดเคราะห์แล้วนะ” นางจูบที่ขมับลูกสาวให้หลุดจากอาการฝันร้าย แต่แล้วลูกสาวนางก็ฟื้นขึ้นได้สติทันทีที่นางจูบขมับ

         ฮึก!

         ชิดตะวันในร่างฟู่อินเหยาลืมตาขึ้น เมื่อเห็นท่านแม่อยู่ด้านข้างก็โล่งใจ มองไปอีกฟากเห็นท่านหมอกำลังจัดยาให้ท่านแม่ นางจึงกำชับปี้ถัง

         “ปี้ถังยาของท่านหมอเจ้าเก็บให้ดี ต้มเองกับมืออย่าให้สาวใช้ในจวนมายุ่มย่ามเด็ดขาด”

         ปี้ถังแม้จะวัยห้าหนาวเท่ากับคุณหนูใหญ่ แต่นางรู้ความทั้งทำงานได้คล่องแคล่ว ท่านแม่สอนเด็กสาวคนนี้ได้ไม่เลว ทั้งนางยังหัวไวอีกด้วย

         “เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องยาแน่ ท่านวางใจเถอะ”

         “ปี้ถังไปหยิบถุงตำลึงในหีบให้ท่านหมอ” ไป๋เฟิ่นโยว่สั่งให้ผู้ที่สามารถไว้ใจได้หนึ่งเดียวคือเด็กวัยห้าหนาวทำสิ่งต่าง ๆ แทนนาง

         น่าอนาถนัก นางเป็นถึงฮูหยินใหญ่สาวใช้เดิมก็ไม่สามารถนำมาที่จวนได้ จนเมื่อนางรับเลี้ยงเด็กสาวคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกอดีตสาวใช้ แต่ไม่นึกว่าปี้ถังจะกตัญญูต่อนางมากมายเพียงนี้

         ปี้ถังส่งถุงตำลึงให้ท่านหมอ จากนั้นก็ไปตั้งเตาเตรียมต้มยาให้นายหญิงทั้งสอง เมื่อมีเรื่องทีไรเรือนนี้ก็ไร้บ่าวไพร่เมื่อนั้น เป็นอย่างนี้บ่อยครั้งจนปี้ถังเริ่มชินชาเสียแล้ว

         ในครัวเล็ก ๆ ในเรือนนายหญิงมีเครื่องครัวครบครัน เพราะนายหญิงไม่ชอบอาหารในจวนตระกูลฟู่ ที่มีอาหารที่ไม่ดีนักส่งมา แต่หากไปร่วมรับประทานพร้อมหน้า จะมีแต่อาหารดี ๆ เหมือนต้องการทำแค่เอาหน้าเท่านั้น ลับหลังนายหญิงถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานาจนรู้สึกน่าสงสาร

         แต่ปี้ถังก็ทำอาหารได้เก่งแล้วเพราะนายหญิงทำอาหารได้นับว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง นางจึงตั้งใจเรียนรู้จากนายหญิงให้มากที่สุด เมื่อกลิ่นยาขม ๆ ลอยกรุ่นแล้วนางก็รอให้เดือด จากนั้นก็ไปตั้งกระทะต้มโจ๊กให้กับนายหญิงและคุณหนูใหญ่ของนาง

         นางใส่เนื้อตากแห้งและต้นหอมลงไปในโจ๊กด้วย เพื่อเพิ่มรสชาติก่อนจะเติมเกลือในขั้นตอนสุดท้าย ทำให้เนื้อโจ๊กเนียนนุ่มและเต็มไปด้วยรสชาติที่หวานจากข้าวใหม่ แต่เค็มมันจากเนื้อและเกลือ

         เด็กน้อยตักโจ๊กใส่ถ้วยสองถ้วยตั้งใจจะไปป้อนให้นายหญิงกับคุณหนูใหญ่เสียก่อน เพราะยายังต้องรออีกพอสมควรกว่าจะได้ที่ แต่คาดไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงในห้องพัก กลับเห็นสาวใช้ของนายหญิงผู้เฒ่าฟู่เดินมาอยู่ในห้องนอนของนายหญิงเสียแล้ว

         “พวกท่านมาทำอันใดกัน” เสียงของปี้ถังปลุกให้ฟู่อินเหยากับไป๋เฟิ่นโยว่ที่หลับตาพักผ่อน ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อเห็นว่ามีคนอื่นเข้ามาฟู่อินเหยาก็รีบลุกขึ้นทันที

         “หึ...คิดว่าข้าอยากมารึ หากไม่ใช่นายหญิงผู้เฒ่าสั่ง” วาจาถือดีของสตรีผู้นี้ฟู่อินเหยาจำได้ว่านางอยู่ข้างท่านย่าตอนที่ไปช่วยท่านแม่ และความทรงจำของร่างฟู่อินเหยาก็หลั่งไหลออกมา ‘ท่านป้าเขื่อเจี้ยนั่นเอง’

         เขื่อเจี้ยเดินถือถ้วยสีดำจนน่ากลัวเข้ามา ฟู่อินเหยาเห็นดังนั้นจึงขยิบตาให้กับปี้ถัง นางจึงเหยียบชายกระโปรงไว้จากนั้นเขื่อเจี้ยสาวใช้ร้ายกาจของท่านย่าก็หงายท้องตึง

         ว้าย!!! ตึง!

         เสียงสตรีวัยกลางคนที่ร่างกายอวบเล็กน้อยล้มตึง จากนั้นยาที่นำมาก็รดใบหน้า ฟู่อินเหยาเห็นเขื่อเจี้ยสะบัดไปมาทั้งเอาเสื้อเช็ดไม่ให้เข้าปากของนาง

         ‘ยาพิษสินะ’ เด็กน้อยวัยห้าหนาวพยายามนึกถึงตอนนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็พอมีภาพจำเลือนรางในหัว ว่ายาที่ท่านย่าให้กินนั้นเป็นยาที่ทำให้ท่านแม่คลอดบุตรไม่ได้อีกตลอดชีวิต หรือเรียกง่าย ๆ คือยาที่ทำให้เป็นหมัน เมื่อนั้นท่านยาจะให้ท่านหมอมาตรวจแล้วก็ใช้เรื่องนี้เป่าหูบิดาของนาง

         ‘เหอะฝันไปเถอะว่าจะสมใจ’

         นางไม่มีวันให้ท่านแม่ถูกทำร้ายเด็ดขาด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 15 อินจื้อผู้ร่ำรวย

    “พี่เขย...หยุดเดี๋ยวนี้นะ นั่นมันของสะสมของข้า”อินจื้อกลับจากชายแดนหอบหีบของสะสมมามากมาย แต่เมื่อเขากำลังจะเข้าไปชื่นชมหยกสีชมพูที่ตนเองประมูลมาได้ พี่เขยตัวแสบกลับขโมยมันออกมาเสียนี่ “อินจื้ออะไรกันโวยวายแต่เช้า” อินเหยานั่งตรวจบัญชีอยู่ในห้อง เพราะหอเริงรมย์ของอินจื้อทำรายได้อย่างงาม จนต้องนำบัญชีมาคิดแบ่งให้น้องชายผู้เก่งกาจการค้า จึงทำให้ได้ยินเสียงตีกันระหว่างสามีกับน้องชายคนเล็ก “ก็พี่เขยน่ะสิ ขโมยหยกสีชมพูของข้าไป ข้าตั้งใจจะทำปิ่นให้กับหลานสาวของข้านะ” อินจื้อที่โดนกลั่นแกล้งบ่อยครั้ง และทุกครั้งก็มักจะฟ้องพี่สาวเสมือนเช่นตอนเด็ก ทำให้อินเหยาส่ายหน้า ทั้งมองไปยังสามีที่ชอบแหย่รังแตน รู้ทั้งรู้ว่าของในห้องสมบัติเจ้าน้องชายตัวแสบนั้นหวงแหนเพียงใด “ท่านพี่คืนอินจื้อไป” อินเหยาสั่งเสียงเฉียบ ทำให้คนที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ลอยหน้าลอยตาราวกับคนว่างงาน ไร้สิ่งใดทำ เพราะรับตำแหน่งอ๋องกินเมืองอย่างสุขสบาย ชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งน้องชายเป็นงานอดิเรก “อาเหยา เจ้านี่รีดไถข้าไปเท่าไหร่ แค่ข้าอยากได้หยกมาทำเครื่องประดับให้เจ้าเขาทำงก” “จื้อไม่ใช่คนงก

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 14 ชีวิตรักของซานลู่

    หลังจากงานอภิเษกของหลิงหยวนกับองค์ชายรอง อินหยาต้องเดินทางไปยังแคว้นฉินโดยพาลูกชายของนางอันหลานไปเยี่ยมเสด็จปู่และเสด็จย่า รวมทั้งเดินทางเป็นเพื่อนองค์หญิงสามในการจัดงานอภิเษกสมรสระหว่างองค์ชายรองหรือว่าที่องค์รัชทายาทคนใหม่ของแคว้นฉิน แม้องค์หญิงสามจะพูดว่าไม่ตื่นเต้น แต่ทว่านางเข้าใจความรู้สึกในช่วงใกล้แต่งงานดีที่สุด “องค์หญิงสาม ท่านนอนแล้วหรือ” อินเหยาเดินออกมาจากกระโจมพักของตัวเองและสามี ยามนี้อันหลานของนางหลับไปแล้ว เนื่องจากเดินทางตลอดทั้งวันทำให้เขาอ่อนเพลีย นางจึงเดินมาดูองค์หญิงสามเสียหน่อย “ยังหรอก เจ้าเข้ามาเถอะ” ซานลู่รู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย ที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน บ้านที่นางเล่นซนแต่กลับไม่เคยมีใครดุด่านางจริงจัง นอกเสียจากเสด็จแม่ บ้านที่นางดื้ออย่างไรก็ได้ แต่ไปแคว้นฉินคราวนี้ นางไปในฐานะว่าที่ชายาองค์ชายรอง ไม่รู้ว่าที่นั่นจะต้อนรับนางหรือไม่ ในใจยังกังวลไม่น้อย “เจ้ากลัวหรือไม่” อินเหยานั่งด้านข้างจับมือสหายของตนเพื่อให้กำลังใจ “บอกไม่กลัวข้าคงโกหก วางใจเถอะข้าน่ะต้องอยู่ให้ได้” ซานลู่บอกสหายอย่างเข้มแข็ง ทั้งที่ใจอ่อนยวบ ไม่รู้

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 13 ปักปิ่นหลิงหยวน

    งานปักปิ่นของลูกสาวคนที่สามของตระกูลฟู่จัดยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และครั้งนี้ดูเหมือนเหล่าพี่เขยของหลิงหยวนต่างเอาใจนางถึงขนาดหาของขวัญอันแสนงดงามมาให้นางจนเต็มเรือน “พี่สามท่านชอบหรือไม่” อินจื้อหาของขวัญล้ำค่าจากชายแดนที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง เป็นผ้าทอจากเส้นไหมทองคำที่สิบปีจะเกิดสักครั้ง และนั่นย่อมนำมาตัดชุดที่งดงามได้แน่นอน “ย่อมชอบ ขอบใจเจ้ามากที่ยังคงนึกถึงพี่สาม” ส่วนคนอื่น ๆ ก็ให้ปิ่นล้ำค่า ไข่มุกหายากเครื่องประดับสวยงาม แต่มีชิ้นหนึ่งที่นางคงจะละเลยไม่ได้ก็คือของขวัญจากว่าที่สามี ที่เป็นเชือกถักที่เขาทำด้วยตัวเองพร้อมกับกระซิบบอกนาง “เชือกถักนี้ถือเป็นของที่ใช้ถือในวันแต่งงาน นั่นหมายถึงว่าข้าพร้อมรักใคร่กลมเกลียวกับเจ้าแล้ว” ใบหน้าของหลิงหยวนแดงก่ำทันทีที่ฟังจบ พลันในหัวคิดถึงเพียงแต่วันนั้นที่นางได้แตะสวรรค์ชั้นเซียนเป็นครั้งแรกด้วยปากของเขา ใช่ด้วยปาก เขาก็ยังคงอยากเก็บส่วนที่สำคัญที่สุดเอาไว้ในคืนเข้าหอสินะ เมื่อนั่งอมยิ้มอยู่ในห้องลำพังได้เพียงชั่วครู่ เสียงคนเดินเข้ามาด้านในจนทำให้นางหยุดคิดและไปดูว่าด้านนอกมีอะไรก

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 12 เมื่อหลิงหยวนโตเป็นสาว

    สองปีผ่านไป น้องชายคนเล็กของอินเหยาเป็นพ่อค้าที่น่าจับตามอง แม้ว่าเขาอายุเพียง 12 หนาว แต่ทว่าด้วยรูปร่างสูงใหญ่จนโตเป็นหนุ่มแล้ว จึงทำให้เขาดูน่าเกรงขาม เป็นคุณชายที่ทำการค้าได้เก่งกาจ และไม่มีใครกล้าเอาเปรียบด้วยความละเอียดรอบคอบ ตอนนี้ทั้งอินเหยาและปี้ถังต่างเป็นแม่คนแล้ว ปี้ถังมีลูกสาวหนึ่งคน ส่วนอินเหยามีลูกชายหนึ่งคน และใบหน้าคลับคล้ายกับอินจื้อเป็นพิเศษ โดยเฉพาะดวงตาเจ้าเล่ห์ “อันหลาน เจ้าจะเหมือนท่านน้าเล็กเจ้าไม่ได้นะ” ฉินอันจวินที่รับตำแหน่งอ๋องแล้วมาหยอกล้อกับบุตรชายอันหลาน เป็นนามที่เสด็จแม่ของเขาตั้งให้ และลุ่มหลงหลานชายคนแรกนี้ที่สุด “ท่านพี่ท่านก็เอาแต่ต่อว่า ยิ่งว่าก็ยิ่งเหมือนเห็นหรือไม่ น้าชายของเขาฉลาดปราดเปรื่อง เหมือนน้าจื้อย่อมเป็นเรื่องมงคล” ฉินอันจวินไร้คำจะกล่าว อีกไม่นานก็ต้องพบเจ้าอ้วนตัวแสบแล้วสินะ “อาจื้อของเจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่กัน ข้าจะได้พาลูกชายไปที่อื่น” “ก็อีกวันน่าจะถึง” อินเหยาตอบสามี เพราะว่าถึงงานปักปิ่นของหลิงหยวนแล้ว เหล่าบุรุษตระกูลฟู่ที่ออกไปอยู่ชายแดนต้องกลับมาร่วมงาน “เห

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 11 เมื่อน้องชายต้องไปชายแดน

    อินจ้านและอินจื้อ เดิมบิดาอยากให้ทั้งสองรับหน้าที่เป็นแม่ทัพต่อจากตน แต่ทว่านางห้ามปรามเอาไว้ คิดว่าให้น้องชายทั้งสองเป็นผู้เลือกเองเถิดว่าอยากเป็นบัณฑิต เป็นพ่อค้า หรือเป็นทหาร แต่สามีของนางนี่สิมันน่าตีนักบอกให้ลองไปฝึกดูก่อน หากไม่ชอบก็ไม่สาย และนางต้องห่างจากอินจื้อและอินจ้านชั่วคราวทำให้นางเจ็บปวดใจนัก “พี่ใหญ่ พี่เขยรังแกข้า ให้ท่านพ่อส่งข้าไปห่างไกลท่าน อย่างไรท่านควรสั่งสอนเขาให้ดีกว่านี้สักหน่อย” อินจื้อ คือบุรุษเจ้าสำอาง แน่นอนว่าเขาไม่อยากเดินทางห่างจากจวนเลยสักนิด “พี่ใหญ่ไปคุยกับท่านพ่ออีกทีดีหรือไม่” เมื่อต้องห่างจากน้องชายที่เลี้ยงมากับมือ ใจของอินเหยาก็เริ่มสั่นไหว ทั้งเป็นห่วง ทั้งคิดถึง ไม่รู้ว่าอยู่ชายแดนจะเป็นเช่นไร “พี่ใหญ่อย่าดีกว่า” อินจื้อแม้ไม่อยากไป แต่พี่เขยตัวแสบน่ะสิปรามาสเขาไว้ว่า อยู่ได้แค่วันเดียวก็ต้องวิ่งกลับเมืองหลวงแล้ว คอยดูเขาจะอยู่ให้ครบสามเดือนให้ได้ “พี่ว่าเจ้าคิดดี ๆ อีกทีก็ไม่สาย” อินเหยาเกลี้ยกล่อมน้องชาย แต่กลับโดนสามีห้ามเอาไว้ “เหยาเอ๋อร์ปล่อยให้เขาไปเผชิญความลำบากบ้าง จะได้ฝึกความอดทน

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 10 ข้าไม่อยากมีลูกชายแบบอินจื้อ

    หนึ่งคำนับฟ้าดิน... สองคำนับบิดามารดา... สามเจ้าบ่าวเจ้าสาวคำนับกันและกัน... เสร็จพิธีเข้าหอได้.... เสียงสิ้นสุดพิธีการแต่งงานที่จัดยิ่งใหญ่ โดยจัดรวมกันที่วังหลวง เพราะว่าสามารถรับรองคนได้เยอะ รวมทั้งรักษาความปลอดภัยของคนสำคัญของแคว้นทั้งสอง เพราะมีทั้งฮ่องเต้แคว้นฉินและฮองเฉา รวมทั้งองค์ชายอีกสองคนมาร่วมงาน แต่เข้าหอก็ยังมาเข้าหอที่เรือนหอที่สร้างเอาไว้ โดยอินเหยาจะไปรออยู่ห้องหอของเรือนหอหลังใหม่ ส่วนปี้ถังจะเข้าหอที่เรือนหอของตระกูลเหลียง เนื่องจากมีบุตรชายเพียงคนเดียว ทำให้เสนาบดีเหลียงกับฮูหยินอยากให้อยู่ที่ตระกูลเหลียงเป็นบ้านหลัก ส่วนเจ้าบ่าวทั้งสองนั้น...ถูกเหล่าบุรุษกักตัวเอาไว้ในงานเลี้ยงที่วังหลวง “พี่เขย...ดื่ม! วันนี้ไม่เมาไม่เลิก” อินจื้อต้องมอมพี่เขยให้เมาจะได้ขัดขวางความสุขของพี่เขยสักเล็กน้อย แม้ว่าหลายวันที่ผ่านมาเขารีดไถไปเยอะแล้ว แต่นั่นยังไม่พอหรอกนะ “อินจื้อข้าจะไปหาพี่สาวเจ้า” ฉินอันจวินปวดขมับทีเดียว เมื่อเจ้าน้องชายตัวแสบของภรรยาคิดจะมอมเหล้าเขาให้ตายไปข้างหนึ่ง ทั้งที่เขาหลบเลี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status