Share

บทที่ 6 คนที่ไร้ความผูกพัน

last update Last Updated: 2025-12-29 22:31:17

จิววั่งซูรู้สึกพลาดไปแล้วที่เลือกจัดการลูกสะใภ้ในวันนี้ นางไม่คิดว่าลูกชายของนางจะกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ จึงคิดเปลี่ยนเรื่องอื่นแทนที่จะสนใจกระเพาะปลาในถ้วยตรงหน้า

         ไป๋เฟิ่นโยว่มองหน้าสามีสลับกับแม่สามี แล้วไม่ลืมหันมาหาลูกสาวตัวเอง ตอนนี้นางสับสนไปหมด นี่แม่สามีเอาสิ่งใดให้นางกินกัน

         “เหยาเหยา~” เสียงแหบเครือเรียกลูกสาว พร้อมกับมองที่ถ้วยกระเพาะปลานี้แล้วก็นึกคลางแคลงใจ นางกลัวอย่างเดียว คือจะไม่ได้อยู่กับลูกจนถึงนางแต่งงาน หากนางจากไปก่อน ชีวิตของลูกสาวของนางต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร

         ‘ไม่นางไม่ยอม’

         ฟู่อินเหยาเห็นมารดาทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก นางจึงก้มลงกระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินกันสองคน

         “อาหารที่ป้อนท่านข้าสับเปลี่ยนแล้วเจ้าค่ะ”

         ไป๋เฟิ่นโยว่ได้ฟังก็สบายใจขึ้น นางลูบหัวลูกสาวแล้วก็พยักหน้าอย่างรู้สึกขอบคุณความฉลาดของเด็กน้อย แต่นางทั้งสองไม่รู้ว่าที่พูดคุยกันนั้นเข้าหู ฟู่ลีหยวน ผู้ที่มาใหม่เข้าเต็มสองหู เนื่องจากฟู่ลีหยวนเป็นแม่ทัพ สัมผัสต่าง ๆ ย่อมดีกว่าคนทั่วไป ทั้งมีวรยุทธและวิชาเดินลมปราณทำให้ได้ยินที่สองแม่ลูกกระซิบกระซาบกัน คิดว่ากระเพาะปลาถ้วยนี้เขาก็คงกินได้

         จึงตักขึ้นมาชิมแต่เมื่อจะเอาเข้าปาก กลับโดนมารดาของเขาปัดมือจนช้อนตกพื้น

         เพล้ง!!!

         เสียงช้อนลายครามกระแทกพื้นจนแตกกระจาย ทำให้คนที่กำลังเอาเข้าปากดวงตามืดครึ้ม มองมารดาอย่างไม่วางใจ

         “ท่านแม่ท่านทำอันใด!” เสียงเข้มคล้ายอยากคาดคั้นว่าท่านแม่ต้องการสิ่งใดกันแน่ และที่ผ่านมาฮูหยิน ของเขากับลูกสาวเกิดอันใดขึ้น

         เขามองไปที่ร่างกายของนางที่สภาพซีดเซียวราวกับคนไม่สบาย กับลูกสาวที่มีผ้าสีขาวพันรอบศีรษะ จนอยากรู้เรื่องราวต่าง ๆ ให้กระจ่างแจ้งเสียเดี๋ยวนี้

         “เอ่อ...ลีหยวน อาหารนี้เย็นชืดหมดแล้ว เจ้าไปกินที่ห้องโถงเถอะ แม่จะให้คนทำให้ใหม่ ๆ”

         “แล้วเหตุใดอาหารนี้กินไม่ได้” ฟู่ลีหยวนไม่ยอมให้ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป เพราะสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นก็ได้เห็นแล้ว

         แต่เมื่อเขาอยากจะคาดคั้นมากขึ้น กลับได้ยินคำพูดที่ไม่ใคร่จรรโลงใจจากภรรยาของตัวเอง

         “ท่านพี่...เขียนหนังสือหย่าให้ข้าเถอะ ข้ายอมแล้ว”

         ไป๋เฟิ่นโยว่พูดพร้อมกับหยาดน้ำตาที่หลั่งริน นั่นยิ่งทำให้จิววั่งซูอยากจะหาอะไรอุดปากเน่า ๆ ของลูกสะใภ้เสีย ยิ่งมาพูดเรื่องหย่าร้างตอนนี้ บุตรชายของนางจะไม่สอบสวนได้อย่างไร

         “ฮูหยินเจ้าพูดอะไรออกมารู้หรือไม่!” ฟู่ลีหยวนไม่รู้เลยสักนิดว่านางกับลูกโดนสิ่งใดกันมา แล้วตอนนี้ยังมาให้เขาปลดนางออกจากภรรยาเสียอีก แบบนี้จะให้เขาคิดอย่างไร

         แต่ฟู่อินเหยาไม่ยอมปล่อยผ่าน นางไม่อยากอยู่ในดงเสือดงจระเข้อีกแล้ว เมื่อท่านพ่อกลับมาเร็วกว่าที่คาดก็ดี เส้นเรื่องของนิยายจะได้เปลี่ยนสักที

         นางคาดการณ์อาชีพไว้ในหัวแล้วว่า หนึ่งในนั้นย่อมมีเปิดร้านขายกระเพาะปลาเป็นแน่ ต้องขอบคุณท่านย่าที่จุดประกายให้นาง

         “นั่นสิเหลวไหลสิ่งใดกัน เจ้าไม่สบายก็พักผ่อนให้มาก” จิววั่งซูรีบสำทับทันที แต่ทว่าหลานในไส้ของนางกลับไม่ยอมหุบปาก

         “ที่ท่านแม่ป่วยเช่นนี้เพราะท่านย่าสั่งให้โบยด้วยหวายไม่ใช่หรือเจ้าคะ” ถ้อยคำประชดประชันของบุตรสาวคนโตทำเอาฟู่ลีหยวนหันมองท่านแม่ด้วยสีหน้าคาดคั้นอีกครั้ง หากไม่ยอมตอบวันนี้เขาจะไม่ยอมลุกไปจากห้องนี้เด็ดขาด

         “โบยด้วยหวาย นางทำสิ่งใดผิด”

         ไม่ทันที่ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จะตอบ ฟู่อินเหยาก็พูดแทรกเสียก่อน

         “เพราะว่ามีใครบางคนวางแผนใส่ร้ายท่านแม่ ทั้งที่ท่านแม่เรียกร้องความยุติธรรมให้ข้า ที่โดนคนอื่นรังแกเสียเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง แต่ท่านย่ากลับห่วงชื่อเสียงตระกูลว่าทำให้บาดหมางกับตระกูลเสนาบดี จึงโบยท่านแม่หลังลาย ไม่เหลือที่ว่างแม้แต่น้อย ขนาด...”

         “หุบปาก!” จิววั่งซูอยากจะตบปากหลานคนโตยิ่งนัก แต่ยามนี้ทำได้แค่ตวาดเพราะไม่อยู่ใกล้มือ ทั้งมีสายตาบุตรชายที่มองมาด้วยความผิดหวัง

         “พูดต่อไป ข้าอยากฟัง” ตระกูลเสนาบดีเหลียงเกี่ยวอันใดเขาก็อยากจะรู้เหมือนกัน

         “บุตรชายเสนาบดีเหลียง เหลียงจื่อเพ่ยผลักข้าหัวกระแทกกับโขดหินจนข้าสลบไป เขาโดนตี ท่านย่าไม่พอใจมาลงมือกับท่านแม่ อ้างกฎตระกูล”

         ฟู่ลีหยวนเกิดมาไม่เคยได้พบการกระทำที่ไร้ความยุติธรรมของมารดามาก่อน คราวนี้เห็นจะเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกผิดหวังในตัวมารดายิ่งนัก เดิมที่วันนี้เขาได้รับพระราชทานเรือนแม่ทัพเพิ่มอีกเรือน ตั้งใจกลับมาโดยไม่แจ้ง จะได้ให้คนที่บ้านแปลกใจ แต่กลับต้องเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดเสียได้

         เขาไม่ใช่ไม่รู้ว่าท่านแม่คิดอะไร การต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์พวกนี้เขาไม่เห็นด้วยสักนิด เห็นแต่ครั้งเขาที่ต้องแต่งงานโดยไม่เต็มใจ เมื่อต่างคนต่างไม่เคยสนิทสนม แต่งเข้ามาก็อึดอัด แต่เขาเลือกที่จะไปชายแดนเพื่อไม่ให้นางอยู่กับเขาอย่างลำบากใจ ใครจะคาดว่านางจะถูกรังแกทั้งที่อยู่ในฐานะฮูหยินใหญ่

         “เหยาเหยาพูดเหลวไหล เจ้าอย่าไปเชื่อนาง แม่แค่สั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ”

         ฟู่ลี่หยวนดึงเสื้อที่คลุมร่างกายของไป๋เฟิ่นโยว่ออก ริ้วแดงที่ช้ำเลือดเต็มหลังไปหมดเช่นนี้ท่านแม่ยังคิดว่าสั่งสอนเพียงเล็กน้อยอีกเหรอ

         ฮึก... “ท่านพี่” ไป๋เฟิ่นโยว่รั้งเสื้อขึ้นปกปิด เพราะไม่อยากให้ผู้ใดเห็นแผลที่น่าเกลียดของนาง

         “เรื่องนี้ข้าจะสอบสวนด้วยตัวเอง” ฟู่ลีหยวนกล่าวขึ้น แต่ทว่าไป๋เฟิ่นโยว่ใช้มือห้ามเอาไว้

         “ท่านพี่ในเมื่อท่านและท่านแม่ต่างอึดอัดใจที่มีข้าอยู่ในจวน มิสู้ปล่อยข้ากับลูกไปเถอะเจ้าค่ะ ข้ารับปากว่าจะไม่พูดให้ตระกูลท่านเสื่อมเสีย”

         ไป๋เฟิ่นโยว่พูดทั้งน้ำตา จนฟู่อินเหยานึกเจ็บใจแทนมารดา ท่านแม่เจ็บช้ำใจมามาก ท่านแม่ไม่พูดก็เรื่องของท่านแม่ แต่ข้าไม่ใช่ หากท่านพ่อหย่ากับท่านแม่ ท่านพ่อก็คือศัตรูอันดับหนึ่งของข้า รองจากเหลียงจื่อเพ่ยพระเอกของเรื่องนี้

         “ใครบอกว่าข้าอึดอัด”

         “ก็....”

         “พอไม่ต้องพูดแล้วเจ้ามาเหนื่อย ๆ ก็รีบไปพักผ่อนเถอะ” จิววั่งซูพยายามรั้งใจบุตรชายให้ออกจากสองแม่ลูกนี้ ต่อให้ที่ผ่านมาเมินเฉย แต่ก็ใช่ว่าบุตรชายไร้ความยุติธรรม ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ทัพตระกูลฟู่ผิดถูกว่ากันตามพยานหลักฐาน

         “วันนี้ข้าจะพักที่นี่ ท่านแม่กลับไปเถิด”

         ฟู่อินเหยาแปลกใจที่บิดานางเปลี่ยนจากที่คิดเอาไว้ เขาคือบุรุษเย็นชา ไร้ความผูกพันกับท่านแม่นี่นา แล้วนี่คืออะไรกัน...

         “เรือนนางคับแคบ บุตรสาวนางก็อยู่ด้วยเจ้าจะนอนที่ใด”

         “นางนอนที่ใดข้าก็นอนที่นั่น แล้วบ่าวไพร่ในจวนไปที่ใดกันหมด ตายกันแล้วหรือไง ฮูหยินเจ็บเช่นนี้ไม่มาปรนนิบัติ คอยดูข้าจะขายออกให้หมด”

         เสียงโวยวายของท่านพ่อทำให้ฟู่อินเหยาอยากจะขำ นี่ท่านคงไม่รู้เลยสินะ นอกจากข้า ท่านแม่ แล้วก็ปี้ถังยังจะมีใครก้าวเข้ามาได้อีกหากท่านย่าไม่อนุญาต

         “ท่านถามท่านย่าเถิด ในจวนแห่งนี้ท่านแม่ไม่ต่างจากทาสสักเท่าไหร่นัก”

         “อินเหยา!” จิววั่งซูอยากตบเด็กวาจาสามหาวผู้นี้สักร้อยครั้ง ไม่พูดสักคำจะตายหรือไง เห็นอยู่ว่าบุตรชายของนางไม่พอใจ

         “ท่านอีกแล้วหรือ” ฟู่ลีหยวนครวญครางคล้ายเสียงคำราม

         ปี้ถังที่วิ่งเข้ามาพอดี เห็นนายท่านก็รีบคารวะก่อน

         “คารวะนายท่านเจ้าค่ะ” แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อ ฟู่อินเหยาก็ลากตัวของปี้ถังเข้ามาในครัวเสียก่อน

         “เรียบร้อยดีหรือไม่” ฟู่อินเหยากระซิบกับปี้ถัง

         “เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ คนครัวเอากระเพาะปลาไปอุ่นรวมกับของที่จะให้ฮูหยินผู้เฒ่ากับท่านป้าเขื่อเจี้ย”

         ฟู่อินเหยาได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกสะใจไม่น้อย หึ...ให้พวกนางรู้เสียบ้างว่าผู้ใดเป็นผู้ใด

         “ยาท่านแม่พวกเราช่วยกันต้มเถิด ข้าไม่อยากเห็นหน้าบิดานัก” ฟู่อินเหยาพูดแล้วก็หงุดหงิด กลับมาเร็วใช่ว่านางกับท่านแม่จะสมหวัง ดูเหมือนเรื่องราวยิ่งบานปลายไปใหญ่ เพียงแค่นางต้องการได้ใบหย่าของท่านแม่ ก็จะจากไปแล้ว แต่นี่ท่านพ่อทำเหมือนไม่อยากจะหย่าเสียอย่างนั้น

         นางตักกระเพาะปลาปลอม ๆ ฝีมือตัวเองมานั่งกิน ก็รู้สึกว่ารสดีนัก จึงเรียกปี้ถังมากินด้วยกัน

         “ปี้ถังกินก่อนเถอะเดี๋ยวข้าช่วยเจ้าต้มยาอีกแรง”

         ปี้ถังนั่งลงแล้วชิมกระเพาะปลาที่ไม่ได้ทำจากกระเพาะปลา แต่รสชาติดียิ่งจนเด็กน้อยมีประกายตาสดใส และโชคดีนักที่คุณหนูใหญ่ทำไว้มากมาย

         “คุณหนูท่านทำอาหารเก่งกาจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

         เอาแล้วไง นางลืมไปเลยว่าฟู่อินเหยาไม่ชอบทำอาหาร มีเพียงปี้ถังที่ช่วยท่านแม่เท่านั้น นางจะอ้างสิ่งใดนอกเสียจาก

         “ท่านแม่ข้ารสมือไม่เป็นรองผู้ใดในใต้หล้านี้ แล้วเจ้าคิดว่าลูกไม้ใต้ต้นอย่างข้าจะทำไม่อร่อยเลยรึ”

         ปี้ถังพยักหน้าเห็นด้วย นายหญิงเหมือนเป็นแม่ครัวห้องเครื่องด้วยซ้ำ คุณหนูของนางมีหรือจะไม่มีฝีมือติดมาบ้าง

         แต่ขณะกินกันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนที่ฟู่อินเหยาไม่อยากเห็นหน้าอยู่ด้านหลัง

         “เช่นนั้นพ่อชิมฝีมือเจ้าสักถ้วยได้หรือไม่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 15 อินจื้อผู้ร่ำรวย

    “พี่เขย...หยุดเดี๋ยวนี้นะ นั่นมันของสะสมของข้า”อินจื้อกลับจากชายแดนหอบหีบของสะสมมามากมาย แต่เมื่อเขากำลังจะเข้าไปชื่นชมหยกสีชมพูที่ตนเองประมูลมาได้ พี่เขยตัวแสบกลับขโมยมันออกมาเสียนี่ “อินจื้ออะไรกันโวยวายแต่เช้า” อินเหยานั่งตรวจบัญชีอยู่ในห้อง เพราะหอเริงรมย์ของอินจื้อทำรายได้อย่างงาม จนต้องนำบัญชีมาคิดแบ่งให้น้องชายผู้เก่งกาจการค้า จึงทำให้ได้ยินเสียงตีกันระหว่างสามีกับน้องชายคนเล็ก “ก็พี่เขยน่ะสิ ขโมยหยกสีชมพูของข้าไป ข้าตั้งใจจะทำปิ่นให้กับหลานสาวของข้านะ” อินจื้อที่โดนกลั่นแกล้งบ่อยครั้ง และทุกครั้งก็มักจะฟ้องพี่สาวเสมือนเช่นตอนเด็ก ทำให้อินเหยาส่ายหน้า ทั้งมองไปยังสามีที่ชอบแหย่รังแตน รู้ทั้งรู้ว่าของในห้องสมบัติเจ้าน้องชายตัวแสบนั้นหวงแหนเพียงใด “ท่านพี่คืนอินจื้อไป” อินเหยาสั่งเสียงเฉียบ ทำให้คนที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ลอยหน้าลอยตาราวกับคนว่างงาน ไร้สิ่งใดทำ เพราะรับตำแหน่งอ๋องกินเมืองอย่างสุขสบาย ชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งน้องชายเป็นงานอดิเรก “อาเหยา เจ้านี่รีดไถข้าไปเท่าไหร่ แค่ข้าอยากได้หยกมาทำเครื่องประดับให้เจ้าเขาทำงก” “จื้อไม่ใช่คนงก

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 14 ชีวิตรักของซานลู่

    หลังจากงานอภิเษกของหลิงหยวนกับองค์ชายรอง อินหยาต้องเดินทางไปยังแคว้นฉินโดยพาลูกชายของนางอันหลานไปเยี่ยมเสด็จปู่และเสด็จย่า รวมทั้งเดินทางเป็นเพื่อนองค์หญิงสามในการจัดงานอภิเษกสมรสระหว่างองค์ชายรองหรือว่าที่องค์รัชทายาทคนใหม่ของแคว้นฉิน แม้องค์หญิงสามจะพูดว่าไม่ตื่นเต้น แต่ทว่านางเข้าใจความรู้สึกในช่วงใกล้แต่งงานดีที่สุด “องค์หญิงสาม ท่านนอนแล้วหรือ” อินเหยาเดินออกมาจากกระโจมพักของตัวเองและสามี ยามนี้อันหลานของนางหลับไปแล้ว เนื่องจากเดินทางตลอดทั้งวันทำให้เขาอ่อนเพลีย นางจึงเดินมาดูองค์หญิงสามเสียหน่อย “ยังหรอก เจ้าเข้ามาเถอะ” ซานลู่รู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย ที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน บ้านที่นางเล่นซนแต่กลับไม่เคยมีใครดุด่านางจริงจัง นอกเสียจากเสด็จแม่ บ้านที่นางดื้ออย่างไรก็ได้ แต่ไปแคว้นฉินคราวนี้ นางไปในฐานะว่าที่ชายาองค์ชายรอง ไม่รู้ว่าที่นั่นจะต้อนรับนางหรือไม่ ในใจยังกังวลไม่น้อย “เจ้ากลัวหรือไม่” อินเหยานั่งด้านข้างจับมือสหายของตนเพื่อให้กำลังใจ “บอกไม่กลัวข้าคงโกหก วางใจเถอะข้าน่ะต้องอยู่ให้ได้” ซานลู่บอกสหายอย่างเข้มแข็ง ทั้งที่ใจอ่อนยวบ ไม่รู้

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 13 ปักปิ่นหลิงหยวน

    งานปักปิ่นของลูกสาวคนที่สามของตระกูลฟู่จัดยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และครั้งนี้ดูเหมือนเหล่าพี่เขยของหลิงหยวนต่างเอาใจนางถึงขนาดหาของขวัญอันแสนงดงามมาให้นางจนเต็มเรือน “พี่สามท่านชอบหรือไม่” อินจื้อหาของขวัญล้ำค่าจากชายแดนที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง เป็นผ้าทอจากเส้นไหมทองคำที่สิบปีจะเกิดสักครั้ง และนั่นย่อมนำมาตัดชุดที่งดงามได้แน่นอน “ย่อมชอบ ขอบใจเจ้ามากที่ยังคงนึกถึงพี่สาม” ส่วนคนอื่น ๆ ก็ให้ปิ่นล้ำค่า ไข่มุกหายากเครื่องประดับสวยงาม แต่มีชิ้นหนึ่งที่นางคงจะละเลยไม่ได้ก็คือของขวัญจากว่าที่สามี ที่เป็นเชือกถักที่เขาทำด้วยตัวเองพร้อมกับกระซิบบอกนาง “เชือกถักนี้ถือเป็นของที่ใช้ถือในวันแต่งงาน นั่นหมายถึงว่าข้าพร้อมรักใคร่กลมเกลียวกับเจ้าแล้ว” ใบหน้าของหลิงหยวนแดงก่ำทันทีที่ฟังจบ พลันในหัวคิดถึงเพียงแต่วันนั้นที่นางได้แตะสวรรค์ชั้นเซียนเป็นครั้งแรกด้วยปากของเขา ใช่ด้วยปาก เขาก็ยังคงอยากเก็บส่วนที่สำคัญที่สุดเอาไว้ในคืนเข้าหอสินะ เมื่อนั่งอมยิ้มอยู่ในห้องลำพังได้เพียงชั่วครู่ เสียงคนเดินเข้ามาด้านในจนทำให้นางหยุดคิดและไปดูว่าด้านนอกมีอะไรก

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 12 เมื่อหลิงหยวนโตเป็นสาว

    สองปีผ่านไป น้องชายคนเล็กของอินเหยาเป็นพ่อค้าที่น่าจับตามอง แม้ว่าเขาอายุเพียง 12 หนาว แต่ทว่าด้วยรูปร่างสูงใหญ่จนโตเป็นหนุ่มแล้ว จึงทำให้เขาดูน่าเกรงขาม เป็นคุณชายที่ทำการค้าได้เก่งกาจ และไม่มีใครกล้าเอาเปรียบด้วยความละเอียดรอบคอบ ตอนนี้ทั้งอินเหยาและปี้ถังต่างเป็นแม่คนแล้ว ปี้ถังมีลูกสาวหนึ่งคน ส่วนอินเหยามีลูกชายหนึ่งคน และใบหน้าคลับคล้ายกับอินจื้อเป็นพิเศษ โดยเฉพาะดวงตาเจ้าเล่ห์ “อันหลาน เจ้าจะเหมือนท่านน้าเล็กเจ้าไม่ได้นะ” ฉินอันจวินที่รับตำแหน่งอ๋องแล้วมาหยอกล้อกับบุตรชายอันหลาน เป็นนามที่เสด็จแม่ของเขาตั้งให้ และลุ่มหลงหลานชายคนแรกนี้ที่สุด “ท่านพี่ท่านก็เอาแต่ต่อว่า ยิ่งว่าก็ยิ่งเหมือนเห็นหรือไม่ น้าชายของเขาฉลาดปราดเปรื่อง เหมือนน้าจื้อย่อมเป็นเรื่องมงคล” ฉินอันจวินไร้คำจะกล่าว อีกไม่นานก็ต้องพบเจ้าอ้วนตัวแสบแล้วสินะ “อาจื้อของเจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่กัน ข้าจะได้พาลูกชายไปที่อื่น” “ก็อีกวันน่าจะถึง” อินเหยาตอบสามี เพราะว่าถึงงานปักปิ่นของหลิงหยวนแล้ว เหล่าบุรุษตระกูลฟู่ที่ออกไปอยู่ชายแดนต้องกลับมาร่วมงาน “เห

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 11 เมื่อน้องชายต้องไปชายแดน

    อินจ้านและอินจื้อ เดิมบิดาอยากให้ทั้งสองรับหน้าที่เป็นแม่ทัพต่อจากตน แต่ทว่านางห้ามปรามเอาไว้ คิดว่าให้น้องชายทั้งสองเป็นผู้เลือกเองเถิดว่าอยากเป็นบัณฑิต เป็นพ่อค้า หรือเป็นทหาร แต่สามีของนางนี่สิมันน่าตีนักบอกให้ลองไปฝึกดูก่อน หากไม่ชอบก็ไม่สาย และนางต้องห่างจากอินจื้อและอินจ้านชั่วคราวทำให้นางเจ็บปวดใจนัก “พี่ใหญ่ พี่เขยรังแกข้า ให้ท่านพ่อส่งข้าไปห่างไกลท่าน อย่างไรท่านควรสั่งสอนเขาให้ดีกว่านี้สักหน่อย” อินจื้อ คือบุรุษเจ้าสำอาง แน่นอนว่าเขาไม่อยากเดินทางห่างจากจวนเลยสักนิด “พี่ใหญ่ไปคุยกับท่านพ่ออีกทีดีหรือไม่” เมื่อต้องห่างจากน้องชายที่เลี้ยงมากับมือ ใจของอินเหยาก็เริ่มสั่นไหว ทั้งเป็นห่วง ทั้งคิดถึง ไม่รู้ว่าอยู่ชายแดนจะเป็นเช่นไร “พี่ใหญ่อย่าดีกว่า” อินจื้อแม้ไม่อยากไป แต่พี่เขยตัวแสบน่ะสิปรามาสเขาไว้ว่า อยู่ได้แค่วันเดียวก็ต้องวิ่งกลับเมืองหลวงแล้ว คอยดูเขาจะอยู่ให้ครบสามเดือนให้ได้ “พี่ว่าเจ้าคิดดี ๆ อีกทีก็ไม่สาย” อินเหยาเกลี้ยกล่อมน้องชาย แต่กลับโดนสามีห้ามเอาไว้ “เหยาเอ๋อร์ปล่อยให้เขาไปเผชิญความลำบากบ้าง จะได้ฝึกความอดทน

  • ย้อนอดีตมาพลิกชะตามารดาตัวประกอบ   ตอนพิเศษ 10 ข้าไม่อยากมีลูกชายแบบอินจื้อ

    หนึ่งคำนับฟ้าดิน... สองคำนับบิดามารดา... สามเจ้าบ่าวเจ้าสาวคำนับกันและกัน... เสร็จพิธีเข้าหอได้.... เสียงสิ้นสุดพิธีการแต่งงานที่จัดยิ่งใหญ่ โดยจัดรวมกันที่วังหลวง เพราะว่าสามารถรับรองคนได้เยอะ รวมทั้งรักษาความปลอดภัยของคนสำคัญของแคว้นทั้งสอง เพราะมีทั้งฮ่องเต้แคว้นฉินและฮองเฉา รวมทั้งองค์ชายอีกสองคนมาร่วมงาน แต่เข้าหอก็ยังมาเข้าหอที่เรือนหอที่สร้างเอาไว้ โดยอินเหยาจะไปรออยู่ห้องหอของเรือนหอหลังใหม่ ส่วนปี้ถังจะเข้าหอที่เรือนหอของตระกูลเหลียง เนื่องจากมีบุตรชายเพียงคนเดียว ทำให้เสนาบดีเหลียงกับฮูหยินอยากให้อยู่ที่ตระกูลเหลียงเป็นบ้านหลัก ส่วนเจ้าบ่าวทั้งสองนั้น...ถูกเหล่าบุรุษกักตัวเอาไว้ในงานเลี้ยงที่วังหลวง “พี่เขย...ดื่ม! วันนี้ไม่เมาไม่เลิก” อินจื้อต้องมอมพี่เขยให้เมาจะได้ขัดขวางความสุขของพี่เขยสักเล็กน้อย แม้ว่าหลายวันที่ผ่านมาเขารีดไถไปเยอะแล้ว แต่นั่นยังไม่พอหรอกนะ “อินจื้อข้าจะไปหาพี่สาวเจ้า” ฉินอันจวินปวดขมับทีเดียว เมื่อเจ้าน้องชายตัวแสบของภรรยาคิดจะมอมเหล้าเขาให้ตายไปข้างหนึ่ง ทั้งที่เขาหลบเลี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status