LOGINซีอวิ๋นแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาส่อประกายเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที ก่อนจะนึกถึงสตรีที่ยืนอยู่ไม่ไกล พระองค์รีบหันไปหานางอย่างรีบร้อน”หว่านหรง เสด็จแม่จำต้องรับสนมเข้ามา เพราะความเหมาะสม เจ้าวางใจข้าไม่เคยร่วมหอกับผู้ใด!!“ ความกังวลในแววตาฉายชัดจนเหล่าข้ารับใช้ก้มหน้าซ่อนยิ้ม รวมถึงห่าวหรานเองก็ด้วยเฉิงหว่านหรงทอดถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “แล้วเหตุใดนางถึงเลือกที่จะลงมือในตอนนี้ และเจาะจงเป็นตัวหม่อมฉันเล่าเพคะ ทั้งที่หม่อมฉันยังไม่ได้ตบแต่งเข้าวังด้วยซ้ำ?”องครักษ์รีบก้มศีรษะลงต่ำแล้วทูลตอบ “เรียนคุณหนูเฉิง จากการเค้นสอบคนสนิทของสนมซู พบว่านางมีความทะเยอทะยานอย่างยิ่งยวด นางหวังว่าหากกำจัดคุณหนูเฉิงให้พ้นทางได้ ฝ่าบาทจะไม่ทรงแต่งตั้งใครขึ้นเป็นฮองเฮา และด้วยความที่ตระกูลของนางแอบติดต่อกับกลุ่มขุนนางเก่าที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงในราชสำนัก” ทหารคนที่หนึ่งรีบรายงานด้วยความสัจจริง“พวกเขาวางแผนกันว่า หากคุณหนูเฉิงตายที่ชายแดนเป่ยโจว ฝ่าบาทจะทรงกริ้วและเกิดความวุ่นวายทางการเมือง จนไม่มีแก่ใจจะอภิเษกสมรสกับใครอีก ยิ่งไปกว่านั้น… นางยังหวังลึกๆ ว่า หากสถานการณ์ใ
ความตระหนักถึงภัยร้ายแผ่ขยายไปในจิตใจของทุกคน หว่านหรงเพิ่งเข้าใจว่าการก้าวเข้ามาสู่จุดสูงสุดเคียงข้างบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่เต็มไปด้วยคมดาบและยาพิษที่พร้อมจะปลิดชีพลอบกัดได้ทุกเมื่อ แม้ตัวนางจะยังไร้ซึ่งตำแหน่งฮองเฮาอย่างเป็นทางการ แต่ภัยมืดกลับพุ่งเป้ามาที่นางอย่างไร้ความปรานี"หว่านหรง... เจ้านั่งลงฟังให้ดี นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครหน้าไหนที่บังอาจคิดร้ายต่อเจ้า มันผู้นั้นจะไม่มีแผ่นดินให้กลบฝังศพ!" ซีอวิ๋นกุมมือบางของหญิงสาวไว้แน่น ตรัสด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ประกาศกิตติศักดิ์แห่งความเด็ดเดี่ยวหว่านหรงมองลึกลงไปในดวงเนตรที่เต็มไปด้วยความรักและความเดือดดาลของชายหนุ่ม นางสูดลมหายใจเข้าลึก ความลังเลใจทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่จะจับมือเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา”หม่อมฉัน…จะอยู่เคียงข้างพระองค์เพคะ!!“หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกือบคร่าชีวิตของไป๋รั่วซีและบุตรชายในครรภ์ผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในตำหนักหลวงแห่งเป่ยโจวก็มิได้หลงเหลือความอบอุ่นผ่อนคลายอีกเลย ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันหนทึบและเย็นเยียบราวน้ำแข็งยามค่ำคืน “ล
เสียงร้องไห้จ้าอันทรงพลังของทารกน้อยดังทะลุผ่านประตูไม้แกะสลักชั้นดีออกมา ท่ามกลางความโล่งอกโล่งใจจนแทบเข่าทรุดขององค์ชายใหญ่ อดีตรัชทายาทห่าวหรานที่ยืนรออยู่ด้านนอก เขาผวาเข้าไปผลักประตูกระโจมเปิดออกทันทีด้วยความดีใจระคนตื่นตระหนก หมอหลวงชราเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง "ทูลท่านโหวซีอ๋องคลอดบุตรชายออกมาอย่างปลอดภัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทั้งแม่และเด็กปลอดภัยดีเยี่ยม!"ห่าวหรานแทบไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไป เขารีบก้าวเท้าเข้าไปโอบกอดภรรยาและบุตรชายตัวน้อยที่นอนซบอยู่บนอกของไป๋รั่วซี ”เอาถ้วยน้ำแกงบัวหิมะนั่นไปตรวจสอบ!!“ ถ้วยน้ำแกงที่วางอยู่บนโต๊ะ ถูกหว่านหรงสังเกตุเห็น เพราะสิ่งนี้ไม่เคยมีในตำหนักหลวงแห่งเป่ยโจวน้ำตาแห่งความโล่งอกของบุรุษผู้เกรียงไกรหลั่งรินออกมาอย่างไร้ความอาย ขณะที่ซีอวิ๋นรีบเดินเข้ามาสวมกอดและดึงหว่านหรงเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยด้วยความเป็นห่วง“มีสิ่งใดหรือ?” เพราะใบหน้างามำม่คลายความกังวล ซีอวิ๋นจึงกระซิบถาม“อาการที่รั่วซีเป็น คล้ายกับ…”"ฝ่าบาท ท่านโหว มีพิษพ่ะย่ะค่ะ!" หมอหลวงคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดทว่า ความสุขที่ควรจะอบอวลกลับถูกกระชากให้หายไปในพ
“ไปเถอะ ความปลอดภัยของรั่วซีและเด็กสำคัญที่สุด เราร่วมตามเสด็จเจ้าไปดูด้วย!” ซีอวิ๋นเองแม้จะเสียดายช่วงเวลาที่กำลังจะได้คำตอบจากหญิงสาวเพียงใด แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องความเป็นความตายของพี่สะใภ้และทายาทองค์แรกของพี่ชาย พระองค์ย่อมรู้ดีว่าไม่ใช่เวลามาเหนี่ยวรั้ง พระองค์พยักพระพักตร์ด้วยความเข้าใจทันทีทั้งสองคนจึงไม่รอช้า รีบสาวเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินฝ่าความหนาวเย็นมุ่งหน้าไปยังเรือนพักส่วนในของตำหนักหลวงซีอ๋องทันทีณ ตำหนักซีอ๋องบรรยากาศภายในบัดนี้ช่างโกลาหลและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของไป๋รั่วซีดังเล็ดลอดออกมาจากบานประตูไม้เป็นระยะ ผสมผสานกับเสียงสั่งการอย่างลนลานของหมอหลวงชราที่วิ่งวุ่นถือถังน้ำร้อนเข้าออกห้องกันให้ควั่กที่หน้าห้องโถงใหญ่ อดีตรัชทายาทห่าวหราน ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าองอาจกล้าหาญ เผชิญหน้ากับกองทัพนับหมื่นไม่เคยสะทกสะท้าน บัดนี้กลับยืนกระสับกระส่าย สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด สองมือประสานกันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เดินวนไปวนมาเป็นเลขแปดอยู่หน้าประตูด้วยความกระวนกระวายใจอย่างถึงที่สุด“โธ่เว้ย!!!เหตุใดจึงใช้เวลานานนัก! รั่วซี เจ็บมากหรือไม่… ข
ท่ามกลางความหนาวเหน็บนี้ ไม่อาจใช้ความเย็นฉุดรั้งหัวใจที่ร้อนรุ่มได้ ดวงเนตรคมกริบของฮ่องเต้หนุ่มแห่งต้าเซี่ยจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างเว้าวอน ฝ่าพระหัตถ์หนายังคงกุมมือเรียอบางของนางเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด นางจะสลายหายไปกับสายลมหนาว รอยยิ้มเจือความคาดหวังปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ที่ปกติมักจะเรียบเฉยและเปี่ยมด้วยอำนาจ“ฝ่าบาท…”“เราทรมานในทุกวันที่ใช้ชีวิตโดยไม่มีเจ้า มันำม่ได้พึ่งเป็นแต่เป็นมานานแล้ว หว่านหรง…สงสารข้าเถอะ!!”เฉิงหว่านหรงยืนนิ่งงัน ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกในอกตีรวนกันจนแทบแยกไม่ออก ระหว่างความน้อยเนื้อต่ำใจในอดีตกับความจริงใจที่อีกฝ่ายเพิ่งเปิดเผยออกมาจนหมดเปลือก นางสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากฝ่ามือของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน ผู้ซึ่งบัดนี้มิได้วางตัวเหนือใคร หากแต่เป็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังรอคอยคำตอบเปลี่ยนชีวิตจากนางความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ หัวใจของหว่านหรงเต้นระรัวราวกับกลองศึก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า ริมฝีปากเรียวสวยกำลังจะขยับเปล่งถ้อยคำสำคัญที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจออกมา ซึ่งเป็นคำต
“โอ๊ยยย แสบตาเหลือเกิน นี่ข้าต้องมาทนดูพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้เกี้ยวกันตั้งแต่หัววันเลยหรือเนี่ย? รู้อย่างนี้ข้าไม่น่าควบม้าฝ่าหิมะมาเยี่ยมพวกท่านถึงเป่ยโจวหรอก!” เขาเดินทางมาถึงเป่ยโจวแล้ว แต่ต้องมาเจอพี่ชายและพี่สะใภ้แสดงความรักกันที่ตำหนักด้านในด้วยความอิจฉาเสียงโวยวายดังขึ้นจากลานกว้างเบื้องล่าง ห่าวหรานและไป๋รั่วซีชะโงกหน้าลงไปมอง ก็พบกับร่างของ ซีอวิ๋น ฮ่องเต้หนุ่มแห่งต้าเซี่ยองค์ปัจจุบัน ที่บัดนี้สวมชุดนักเดินทางธรรมดาๆ ไร้ซึ่งราชาภรณ์สูงศักดิ์ แต่ข้างกายกลับมีกององครักษ์ติดตามมานับสิบ และสีหน้าเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลอย่างเห็นได้ชัด“ซีอวิ๋น? เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” ห่าวหรานเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ราชสำนักต้าเซี่ยเพิ่งผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ขุนนางเก่ายังไม่เข้าที่เข้าทาง เหตุใดฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจ้าถึงทิ้งบัลลังก์หนีมาเที่ยวเล่นชายแดนได้?””อย่าพูดถึงเลย ข้า…ก็แค่อยากมาเที่ยวเล่นที่เป่ยโจว!!“ค่ำคืนที่หิมะหยุดตกไปแล้วเหมือนต้อนต้อนรับโอรสสวรรค์ ห่าวหรานรินสุราหมักพื้นเมืองลงในจอก ก่อนจะยื่นส่งให้กับน้องชาย ทั้งสองคนยกจอกเหล้ายกดื่มพร้อมกัน จนเวลาล่วงเลยไประยะนึง ทุกอย่างตกอยู







