Partager

ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน
ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน
Auteur: เฟยเทียน / เงาจันทราสีหมึก / กัญญ์ญาภัค

บทที่ 1

ในห้องพักขนาดเล็กบนชั้นสองของอาคารสำนักงานตำรวจ เสียงพัดลมเก่าบนเพดานกำลังหมุนไปอย่างเชื่องช้าเติมเต็มความเงียบของยามค่ำคืน

โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารหลากชนิดตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง ด้านข้างมุมขวามีถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่เพียงครึ่งและกลิ่นหอมจาง ๆ ของมันลอยฟุ้งในอากาศ

“หยุนจิง! ดูนี่สิ!” เสียงของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นจากโต๊ะอีกฝั่ง หญิงสาวในชุดเครื่องแบบตำรวจเจ้าของชื่อวางเอกสารในมือก่อนจะเดินเข้ามาดูจอคอมพิวเตอร์ที่เพื่อนกำลังจ้องอย่างตื่นเต้น

“มีอะไร คราวนี้ใครเป็นสามีของเธออีก? ฉันหวังว่าคงจะไม่ใช่หนึ่งในพระเอกของนิยายที่เธอชอบอ่านอีกหรอกนะ?” หยุนจิงถามพลางถอนหายใจ ถึงปากจะพูดออกไปแบบนี้ทว่าเธอก็ยังเดินเข้าไปหาเพื่อนอย่างไม่ปฏิเสธ

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏภาพหน้าปกนิยายจีนโบราณที่วาดอย่างประณีต พร้อมกับชื่อเรื่องตัวอักษรสีทองสะดุดตา (พยัคฆ์ล่มราชวงศ์)

“เธอรู้ทันฉันตลอด แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้หลงพระเอกนะ ฉันจะบอกเธอว่า นิยายเรื่องนี้มันสนุกมาก ตัวเอกที่เป็นนางร้ายเนี่ย ทั้งฉลาดและเก่งมากเลย แต่น่าเสียดายที่ต้องมาตายเพราะถูกสามีชั่วใส่ร้ายพร้อมกับครอบครัวทางแม่ แถมเธอยังมีลูกติดด้วย!" เพื่อนของเธอพูดพลางจิ้มหน้าจอ

หยุนจิงส่ายหน้า “ต่อให้เก่งแค่ไหนสุดท้ายก็ยังแพ้ใช่ไหม? ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าเธออ่านเรื่องพวกนี้ไปทำไม”

“เพราะมันมีปมที่น่าสงสารน่ะสิ!” เหม่ยหลินตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“ลองคิดดูสิ ถ้าเราได้เป็นนางเอกแทนตัวร้ายคนนี้ แล้วเปลี่ยนทุกอย่างให้ดีขึ้น มันจะยอดเยี่ยมมากขนาดไหน?”

หยุนจิงส่งเสียงหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของเพื่อนก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ

“ถ้ามีโอกาสแบบนั้นจริง ฉันคงเอาชีวิตรอดไม่พ้นสองวัน”

เหม่ยหลินหันกลับมามองหยุนจิงดวงตาเบิกกว้าง “ก็จริง แต่ว่ามันก็ไม่แน่นะ...แม้ว่าเธอจะดูไม่ค่อยมีเซนส์เรื่องความร้ายกาจ แต่ถ้าเป็นเรื่องแผนการ ฉันว่าเธอเอาอยู่!”

หยุนจิงส่งเสียงหัวเราะอีกครั้ง “เอาล่ะ ๆ หยุดเพ้อเจ้อแล้วกลับไปทำงานเถอะ พรุ่งนี้เรายังต้องไปตรวจสอบคดีอีกตั้งหลายที่”

“อืม” เหม่ยหลินตอบรับอย่างว่าง่าย จากนั้นไฟในห้องของหญิงสาวทั้งสองจึงค่อย ๆ ดับลง เหลือเพียงแสงจากจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดหน้าปกนิยายเรื่องนั้นทิ้งเอาไว้

เสียงลมหายใจของหยุนจิงที่หลับใหลไม่ทันได้รู้เลยว่า นี่อาจเป็นคืนสุดท้ายที่เธอจะได้ตื่นขึ้นในโลกนี้...

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่นในห้องพักแคบ ๆ ของสถานีตำรวจ หยุนจิงขยับตัวขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงียสายตาของเธอมองไปยังเหม่ยหลินเพื่อนร่วมห้องที่ยังหลับสนิทพร้อมเสียงกรนเบา ๆ

หญิงสาวไม่ได้ปลุกเพื่อนเนื่องจากทั้งสองคนนั้นต่างไม่ได้ทำงานพร้อมกัน ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นจากเตียงและคว้าชุดเครื่องแบบจากราวแขวน

หลังจากเตรียมตัวเสร็จ หยุนจิงสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจเดินลงบันไดไปยังลานจอดรถตำรวจ เธอรับหน้าที่ดูแลคดีปล้นร้านทองที่มีผู้ต้องสงสัยหลบหนีในย่านใจกลางเมือง

“วันนี้ต้องจับมันให้ได้!” เธอบอกกับตัวเองด้วยความมุ่งมั่นขณะสตาร์ตรถ

การจราจรบนถนนยังไม่หนาแน่นมากในช่วงเช้าแต่ในจังหวะที่เธอกำลังเปลี่ยนเลนเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นหลัก มีรถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งออกมาจากทางแยกด้วยความเร็วสูง เสียงแตรดังสนั่นขณะที่หยุนจิงพยายามหักพวงมาลัยหลบ

“ไม่ทันแล้ว!” เสียงในใจของเธอหวีดร้องก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำสนิท

เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งหยุนจิงได้ยินเสียงคล้ายคนพูดคุยแว่วมาแต่ทุกอย่างยังดูพร่ามัว เธอรู้สึกเจ็บแปลบทั่วร่างกายเหมือนถูกบีบอัดด้วยแรงมหาศาล ก่อนที่ความเจ็บปวดนั้นจะค่อย ๆ จางลง

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูของบ่าว!" เสียงใครบางคนร้องเรียกเธอด้วยความโศกเศร้า

เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ เปิดออกอย่างอ่อนแรง ดวงตาเธอมองเห็นเพดานไม้เก่า ๆ และโคมไฟน้ำมันที่ห้อยอยู่ เสียงจอแจรอบตัวบ่งบอกว่าเธอไม่ได้อยู่ในที่เดิม

“ที่นี่คือที่ไหน” หยุนจิงพึมพำก่อนที่เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่กลับรู้สึกว่าร่างกายเล็กลงอย่างผิดปกติ

เสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นข้างเตียง “คุณหนู! ฟื้นแล้ว ไข้คุณหนูเพิ่งจะลดอย่าเพิ่งรีบลุกขึ้นมาเลยนะเจ้าคะ บ่าวจะรีบไปบอกฮูหยิน” ไป่ซินรีบเดินออกไปสั่งกับเด็กรับใช้ด้านนอก “เถาจูรีบไปบอกฮูหยินว่าคุณหนูฟื้นแล้ว”

“เจ้าค่ะ” เด็กหญิงวัยเจ็ดปีรีบทำตามคำสั่งอย่างว่องไว

ที่โถงกลางของจวน ในตอนนี้กำลังจะเป็นทะเลเพลิงเนื่องจากฮูหยินเอกของจวนไม่ยินยอมที่ลูกสาวของตนถูกทำร้าย

“จื่อเซียว! (นามรองของพ่อนางเอก) ท่านจะต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกของข้า” น้ำเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความเฉียบขาด

“เหม่ยจู (นามรองแม่นางเอก) เจ้าจะมากเกินไปแล้วนะ เจ้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่เหตุใดไม่รู้ธรรมเนียมกล้ามาขึ้นเสียงใส่สามีอย่างข้า” ชายหนุ่มสะบัดชายชุดของตนก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์

“ท่านเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นสามีอย่างนั้นเหรอ จื่อเซียวข้าขอถามท่านสักประโยคเถอะ มีครั้งไหนบ้างที่ท่านให้ความเป็นธรรมแก่เราแม่ลูก” น้ำเสียงของหลิวเหม่ยจูเต็มไปด้วยความขมขื่น เธอก้าวไปข้างหน้าสองก้าวเผชิญหน้ากับสามีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ย่อท้อ

หลี่เจี้ยนเฉิงขมวดคิ้วแต่กลับหัวเราะเยาะเย้ย “เหม่ยจู เจ้าไม่รู้หรือว่าในจวนนี้ข้าคือผู้ตัดสินใจสูงสุด ลูกของข้าก็คือลูกของข้า จะเป็นลูกของใครก็ตามล้วนต้องได้รับการปกป้องจากข้า! แต่เจ้า...เจ้าไม่เคยสอนลูกของเจ้าดี ๆ ให้รู้จักนอบน้อมบ้างเลย เจ้าต่างหากที่ผิด!”

“ผิดงั้นหรือ? ลูกของข้าต่างหากที่ถูกทำร้าย แต่ท่านกลับปกป้องคนที่ผิดเพียงเพราะเขาเป็นลูกของเมียสุดที่รักของท่าน!” เหม่ยจูตวาดเสียงดัง สายตาของเธอเต็มไปด้วยไฟโทสะ

“เจ้าก็แค่ผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวเอง เหม่ยจู เจ้าควรเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างสงบเสงี่ยมให้สมกับเกิดมาในตระกูลใหญ่บ้าง!” ผู้เป็นสามีลุกขึ้นยืนและชี้นิ้วใส่นางตวาดขึ้นอย่างถืออำนาจ ถึงกระนั้นคำพูดของเขาก็ไม่อาจสั่นคลอนความตั้งใจของเหม่ยจูได้

“สงบเสงี่ยมอย่างนั้นหรือ? จื่อเซียวข้าทนมานานแล้ว ข้าจะไม่ยอมอีกต่อไป! หากท่านไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ลูกของข้า ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของข้าเอง!” เหม่ยจูพูดพลางจ้องสามีของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด

บรรยากาศในโถงกลางเริ่มตึงเครียดจนคนรับใช้ที่แอบดูอยู่มุมหนึ่งต่างสะดุ้งเฮือก ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมา

“เหม่ยจู เจ้าคิดจะทำอะไร? เจ้ากล้าท้าทายข้าอย่างนั้นหรือ?” หลี่เจี้ยนเฉิงคำรามเสียงต่ำ

“ใช่ ข้ากล้า! ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกของข้าอีกต่อไป ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม!”

คำประกาศกร้าวของเหม่ยจูดังก้องไปทั่วโถงกลาง จนแม้แต่ลมที่พัดผ่านก็เหมือนหยุดนิ่ง มือของผู้เป็นใหญ่ในจวนกำเข้าหากันแน่นได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ของนางอย่างอดทน

ย้อนกลับไปในวันวาน หากว่าเขาไม่ต้องการทางลัดเพื่อตำแหน่งหน้าที่การงาน...

หลี่เจี้ยนเฉิงหวนคิดถึงอดีตด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในใจ จากเสมียนประจำอำเภอเล็ก ๆ ผู้ไม่มีวาสนาใด เขากลับไต่เต้าจนได้เป็นเจียงจวิ้นซื่อ (เสมียนฝ่ายโยธา) และในเวลาเพียงห้าปี ก็สามารถนั่งในตำแหน่งกงปู้ซื่อหลางได้สำเร็จ เขารู้ดีว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

หากไม่ได้การช่วยเหลือจากไท่โสว่ผู้เป็นขุนนางปกครองท้องถิ่น และที่สำคัญ คือ การแต่งงานกับหลิวอวี้เฟย คุณหนูตระกูลหลิวที่ในตอนนั้นมีอำนาจและอิทธิพลสูงสุด

แต่แล้ว...อย่างไร?

ในเมื่อหน้าที่การงานของเขามั่นคง ลูกเมียที่เสียสละเพื่อให้เขาได้ก้าวหน้าต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ แม้เขาจะส่งหนังสือหย่ากลับไปยังบ้านเกิดเพื่อบอกเลิกกับจงเสวี่ยเหม่ย ญาติผู้น้องที่เคยเป็นทั้งภรรยาและมารดาของลูกทั้งสองของเขา

เขากลับไม่อาจลบเลือนความผิดที่เคยหลอกล่อให้ชื่อเสียงของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์อย่างหลิวอวี้เฟยต้องเสียหายเพื่อบีบนางให้แต่งงาน

เขาหลอกหลิวอวี้เฟยว่าตัวเองยังไม่ได้แต่งงาน ทั้งที่ความจริงแล้วเขาได้ใช้เล่ห์กลส่งข่าวลวงกลับไปบ้านเกิดเพื่อหย่ากับจงเสวี่ยเหม่ย และขอให้นางเข้าใจเหตุผลที่เขาต้องทำเช่นนี้

จงเสวี่ยเหม่ยยอมรับความจริงอย่างอดทน นางพยายามประคับประคองชีวิตตัวเองและลูก ๆ ภายใต้เสียงนินทาว่าร้ายอยู่เจ็ดปีเต็ม จนในที่สุดเขาก็พานางกับลูกมาเปิดตัวในเมืองหลวง

ทว่าชีวิตของครอบครัวที่เขาหวังจะสร้างกลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด...

“ท่านพ่อ...” เสียงเรียกแผ่วเบาของหลี่อี้เฉินลูกชายคนโตดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขา เด็กชายวัยสิบปีมองพ่อด้วยแววตากังวล

“เจ้ามีอะไรหรือ?” หลี่เจี้ยนเฉิงพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดในใจ เขาลูบศีรษะของลูกชายเบา ๆ

“ท่านแม่รองให้ข้ามาแจ้งท่านว่า ท่านแม่ใหญ่กล่าวหาว่าท่านแม่รองขโมยข้าวของของนางอีกแล้วขอรับ...” น้ำเสียงเด็กชายเจือความกดดัน

หลี่เจี้ยนเฉิงถอนหายใจยาว “แม่ใหญ่เจ้าเอาอีกแล้วหรือเมื่อสักครู่ยังมาด่าทอข้าเรื่องที่ว่าน้องสาวเจ้าผลักลูกของนางตกน้ำอยู่เลยแล้วตอนนี้มันเรื่องอะไรอีก”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 253

    บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคฮั่นตะวันตกจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (หลิวเช่อ) ครองราชย์ 141 - 87 ปีก่อนคริสตกาลเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และเป็นหนึ่งในจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่และครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน (54 ปี)ความสำคัญ: รัชสมัยของพระองค์ถือเป็นยุคทองของราชวงศ์ฮั่น มีการขยาย

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 252

    การเดินทางบนเส้นทางสายไหมในครั้งนั้นของคณะหลิวหยุนจิงใช้เวลาหลายปีในการบุกเบิก สำรวจ และสร้างสัมพันธ์ทางการค้า มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานจากที่หลิวหยุนจิงเคยคาดไว้พวกเขาล้วนผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านอันตรายนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งจากธรรมชาติอันโหดร้าย โจรป่า และความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า แต่ด้วยความรู้ ความสาม

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 251

    "เจ้ามีเรื่องใดในใจเช่นนั้นหรือ" ฮั่วหยุนถามพลางโอบนางเข้ามาในวงแขนอย่างแผ่วเบา"ท่านจำเรื่องที่ข้าเคยเกริ่นไว้เนิ่นนานมาแล้วถึงเรื่องขององค์รัชทายาทได้หรือไม่เจ้าคะ" คำกล่าวของคนในอ้อมแขนทำให้ฮั่วหยุนมองนางพลางพยักหน้ารับ"จำได้ ว่าแต่เจ้าเอ่ยเรื่องนี้มาเพราะเหตุใดหรือว่ามีข่าวจากทางเมืองหลวงว่าฝ่า

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 250

    ในระหว่างที่พวกเขาเคลื่อนขบวนลึกเข้าไปในดินแดนทางตะวันตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทะเลทรายแสนเวิ้งว้างและแนวเขาหินสีน้ำตาลแดงมากกว่าเดิมอากาศในตอนกลางวันเองก็ร้อนระอุขึ้นแต่ทว่าในตอนกลางคืนกลับหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ พวกเขาต้องเดินทางผ่านเมืองน้อยใหญ่รวมถึงโอเอซิสขนาดเล็กและ

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 249

    ห้าปีผ่านไปไวราวสายลมพัด... ฤดูใบไม้ผลิอีกคราได้เวียนมาเยือน ทุ่งหญ้าชายแดนเริ่มผลิดอกออกใบขับไล่ความแห้งแล้งของฤดูหนาวให้จางหายไปขบวนเดินทางขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ประกอบด้วยทหารคุ้มกันหลายสิบนายและรถม้าขนสัมภาระกำลังเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองนอกด่านของเมืองเตี้ยนหวงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเส้นทางเบื้อ

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 248

    แม้จะมีบางคำถามที่เขาลังเลไปบ้าง ถึงกระนั้นเขาก็ผ่านด่านสุดท้ายไปได้ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"เอาละ ๆ ข้ายอมให้ผ่านก็ได้!" หลิวหานซินกับซูอันหัวเราะร่าเปิดประตูให้เจ้าบ่าวเข้าไปแต่โดยดี ซึ่งฮั่วหยุนไม่ได้เอะใจกับสองพี่น้องที่กำลังยักคิ้วให้แก่กันฮั่วหยุนถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางปา

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 82

    “ร้อนแรงสมชื่อ” เขากล่าวชม ก่อนจะลองชิมสุราเหม่ยฮวาต่อ รสชาติหอมหวานละมุนละไมต่างจากจอกแรกโดยสิ้นเชิง“อืม… สุรานี้กลับให้รสชาติอ่อนโยนกว่าที่ข้าคิดไว้ นี่เป็นสูตรของใครหรือ”หลิวหยุนจิงยิ้มกว้าง “เป็นสูตรที่ข้าและท่านตาช่วยกันปรับปรุงเจ้าค่ะ สุราเหม่ยฮวาเน้นความนุ่มละมุนเหมาะกับสุภาพบุรุษและสุภาพสต

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 81

    “ท่านลุงกล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าว่าพวกเรามานั่งดูการแสดงของเขากันเถอะ” หลิวหยุนจิงเผยรอยยิ้มบางเอ่ยเสียงอ่อนก่อนจะขยับกายเล็กน้อยสองตามองลงไปทางด้านล่างบุรุษบนเวทีโค้งตัวให้กับแขกก่อนจะเริ่มต้นการแสดง เสียงพัดกระดาษที่ถูกสะบัดดังขึ้นเมื่อเขาใช้มือข้างหนึ่งโบกสะบัดพัดสีขาวเพียงครั้งเดียวดอกเหมยส

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 80

    พนักงานย่อกายลงอย่างสง่างามก่อนจะนำชามาเสิร์ฟในถ้วยกระเบื้องเคลือบลวดลายงดงาม กลิ่นหอมของใบชา อ่อน ๆ ลอยคลุ้งชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย“นี่คือชาที่ข้าลองคิดค้นนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเจ้าค่ะ” หลิวหยุนจิงกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า “ข้าเรียกมันว่าชาหอมหมื่นลี้ เป็นช

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 77

    “ท่านลุงคงไม่คิดจะถอดใจใช่หรือไม่เจ้าคะ” หลิวหยุนจิงหรี่ตามองเขาเอ่ยถามตามตรง“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า เจ้ารู้หรือไม่ไม่มีวันไหนที่ข้าลืมแม่ของเจ้าได้เลย อีกทั้งข้ายังโทษเรื่องราวทั้งหมดเป็นความผิดของตนด้วย ในเมื่อตอนนี้นางไร้ซึ่งพันธะข้ายิ่งมีแต่ต้องเดินหน้าให้สุดเท่านั้นเอง ว่าแต่เยว่ฮวาเจ้าค

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status