LOGIN"ตายเพราะเวรเยินไม่พอ ยังต้องมาเกิดใหม่ในร่าง 'เมิ่งจินเจียว' ตัวประกอบที่ถูกเนรเทศเพราะป้าหาเรื่องให้! เมื่อย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ขอใช้ตำแหน่งหลานสาวตัวร้าย... ป่วนนิยายเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด"
View Moreนิยายเรื่อง : สวมบทหลานสาวของนางร้าย ก็จะขอร้ายให้ถึงที่สุด 身为恶女孙女,我要坏到底!
Author : 爱飛 อ้ายเฟย
วาดปก : KA Ze
** เรื่องย่อ **
ไม่รู้จะถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าตลกขบขัน หรือน่าสมเพชเวทนาก็สุดที่จะพรรณนาได้ เมื่อจิ้นกั๋วรัวซีสาวสวยจากศตวรรษที่ 21 ต้องตกเขาตายจากการเหนื่อยจนหน้ามืดวูบหมดสติ เนื่องจากเข้าเวรเช้าบ่าย เช้าดึก ติดกันมาหลายวันแล้ว
ใช่แหล่ะ เธอสวย เธอรวย เธอเริ่ด แต่เธอเป็นโสดไง หลังจากลงเวรดึกวันนี้จึงได้ถ่อขับรถหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อมาขอพรยังวัดเปิดใหม่ชื่อดังนี่ ให้ได้มีเนื้อคู่ดีๆ กับเขาสักคน อย่างน้อยๆ ก็ต้องดูหล่อเหลาน่าคบหาอย่างท่านอ๋องจิ้น พระเอกในนิยายเรื่อง พรนับพัน ฉันรักเธอ หว่ออ้ายหนี่ หวางเฟย ที่เธอพึ่งอ่านเนื้อหาในนิยายมาได้หมาดๆ ยังไงกันล่ะ
ในนิยายเรื่องนี้พระนางรักกันปานจะกลืนกิน แต่ดันมีฮองเฮาตัวร้ายสารเลวเข้ามาแทรกกลางไปเสียอย่างนั้น เนื่องจากอยากผลักดันหลานสาวตัวเอง นามเมิ่งจินเจียวให้ได้แต่งกับท่านอ๋องจิ้นแทน
แต่สุดท้ายนางร้ายตัวประกอบอย่างเมิ่งจินเจียวกลับถูกเนรเทศไปเพราะตนเองก็ประพฤติชั่วไม่ต่างไปจากฮองเฮา
ผู้เป็นป้ายังอารามป่าไผ่ ทำให้ผู้อ่านอย่างจิ้นกั๋วรั่วซีรู้สึกสะใจอยู่ไม่น้อยแต่ทว่าเฟิ่งขั่วชี่เหริน นักเขียนนามปากกานี้ก็ยังคงไม่หยุดเขียนยัดเยียดบทร้ายกาจมาให้ตัวละครฮองเฮานี่เลยแม้แต่เพียงนิด ถึงขั้นทำอ๋องจิ้นของเธอบาดเจ็บ ทำเอาเธอรู้สึกอยากบีบคอฮองเฮาตัวร้ายนี่ขึ้นมาเต็มแก่ อีกทั้งยังอยากจะตั้งกระทู้ด่านักเขียนนามปากกานี้ขึ้นมาอีกด้วย หรือเห็นว่าตัวเองเป็นนักเขียนขนนกสีทองชื่อดังหรืออย่างไร ถึงจะทำตัวสร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างไรก็ได้
เมื่อตนเองตายแล้ว จิ้นกั๋วรั่วซีกลับได้มาเกิดใหม่ในร่างหลานสาวของฮองเฮาตัวร้ายเองเสียนี่ อีกทั้งยังถูกเนรเทศไปแล้วด้วย แล้วจิ้นกั๋วรั่วซีจะทำยังไงต่อไปดี ในนิยายเรื่องนี้ของ 爱飛 อ้ายเฟย มีคำตอบค่ะ
** จากใจผู้เขียน
สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วนะคะ กับนิยาย set ที่เขียนร่วมกันกับนักเขียนตัวมัมทั้งสี่ท่าน ในชื่อ Set อยู่ในนิยายที่นางร้ายคือฮองเฮา โดยผลงานของนักเขียนนามปากกา 爱飛 อ้ายเฟย จะอยู่ในนิยายเรื่องสวมบทหลานสาวของนางร้าย ก็จะขอร้ายให้ถึงที่สุด ฝากทุกคนติดตามและสนับสนุนผลงานของไรท์กันด้วยนะคะ (◠‿◕) ♥️
หลังกลับจากทำบุญ จิ้นกั๋วรั่วซีก็นั่งหลับตาพิงไหล่สามีมาเรื่อยๆ นางกอบกุมมือของเขาเอาไว้ พร้อมเอ่ยให้กำลังใจเขาขึ้นมาว่า“ท่านโหวเจ้าคะ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรปล่อยวางจากอดีต และอยู่กับปัจจุบันพร้อมทำมันให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”“ข้าเองก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น วันที่ไม่ต้องเจ็บปวดเพราะเรื่องราวในอดีตตามมาหลอกหลอนอีกต่อไปแล้ว เพราะนับจากนี้ไป ข้าจะมีฮูหยินและลูกของเราอยู่เคียงข้างกายข้าตลอดไป ฮูหยินข้ารักเจ้านะ” เขาเอ่ยคำรักให้นางได้ฟัง“เจ้าค่ะ ข้าเองก็รักท่านโหวมากมายเช่นกัน ท่านโหวดูแลปกป้องข้ามานานมากแล้ว นับจากนี้ไปให้ข้าได้ดูแลและปกป้องท่านโหวนะเจ้าคะ”ไม่พูดเปล่า จิ้นกั๋วรั่วซียังได้จัดแจงให้เขามานอนหนุนตักของเธอเอาไว้อีกด้วย“ข้าอยากให้ท่านโหวได้นอนหลับสบายไร้ซึ่งความกังวลใด ท่านโหวหลับตานอนเถิดเจ้าค่ะ เมื่อถึงบ้านของเราแล้วข้าจะปลุกท่านโหวเอง”จิ้นกั๋วรั่วซีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงนุ่ม ก่อนจะนวดคลึงขมับทั้งสองข้างให้กับเขาและจับมือของเขาเอาไว้“ขอบคุณมากฮูหยิน”ฉู่จวินเหยียนพูดขึ้นด้วยความเบาสบายใจ พร้อมก้มหน้าลงจุมพิตเข้าที่หลังมือเล็กแผ่วเบาด้วยความรักทั้งคู่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จนกร
จนกระทั่งเวลาแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ การเข้าหออันแสนหวานผ่านไปได้สองเดือนเต็ม จิ้นกั๋วรั่วซีก็มีอาการแพ้ท้องให้ได้เห็น แม้ว่าในชาติภพปัจจุบันเธอจะเป็นพยาบาลสาวผู้มากล้นไปด้วยความรู้ เปี่ยมไปด้วยความสามารถมากมายหลากหลาย แต่ในยุคจีนโบราณนี่เธอก็ยังต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยันจากหมอหลวงที่ฉู่จวินเหยียนหามาจนได้ เธอไม่ได้บอกให้เขาได้รับรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้ว เพราะคิดว่าหากให้หมอหลวงที่มาตรวจอาการเป็นผู้แจ้งข่าวดีอันเป็นมงคลนี้ให้เขาทราบ น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมมากกว่าจนกระทั่ง หมอหลวงได้มาตรวจดูชีพจรของนางแล้ว เขาจึงได้กล่าวถ้อยคำแสดงความยินดีออกมาว่า“ขอแสดงความดีใจด้วยท่านโหว ขณะนี้ฮูหยินของท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว”นั่นแหล่ะจึงทำให้ฉู่จวินเหยียนใบ้กินไปชั่วขณะก่อนในเบื้องต้น หลังจากนั้นเขาจึงฉีกยิ้มกว้างขวางให้ประดับอยู่บนใบหน้า หลังจากนั้นจึงได้หัวเราะสลับกับยิ้มร่าอย่างคนที่ดีใจเกินเหตุแล้วจึงสั่งตบรางวัลอย่างงามให้หมอหลวง และตบรางวัลให้ข้ารับใช้ในจวนโหวต่อ เรื่องราวอันเป็นมงคลนี้เขาและจิ้นกั๋วรั่วซียังไม่ได้แจ้งให้ผู้ใดทราบ ด้วยถือคติต้องรอให้ทารกในครรภ์แข็งแ
“เดิมทีข้าต้องได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากเสด็จพ่อ แต่ด้วยหัวใจที่แสนเจ็บปวดบอบช้ำของข้าที่มิอาจต้านรับต่อความสูญเสียได้ไหว ข้าจึงยอมสละราชบัลลังก์ให้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันต่อ วันที่เสด็จแม่ของข้าจากข้าไปนั้น ข้าคิดโทษตัวเองมาตลอดว่าข้ามิดี มิมีความสามารถมากพอที่จะปกป้องเสด็จแม่ได้ เช่นนั้นเสด็จแม่คงมิถูกพวกมันฆ่าตาย ข้ามันแย่อาเจียว อาคนนี้มันแย่มากเหลือเกิน หรือในตอนนี้ข้าควรที่จะต้องถึงเวลาติดตามเสด็จแม่ไปแล้ว อีกทั้งเสด็จพ่อของข้าเองก็กำลังรอคอยข้าอยู่ใช่หรือไม่ ยามนี้”ฉู่จวินเหยียนตัดพ้อถึงอดีตที่แสนเจ็บปวดของเขาด้วยน้ำเสียงปวดร้าวระกำใจ“ท่านโหวเจ้าคะ อดีตที่เจ็บปวดมันผ่านไปแล้วเจ้าค่ะ นับจากนี้ไปจะมิมีผู้ใดมาทำร้ายท่านโหวได้อีกแล้วนะเจ้าคะ ท่านโหวยังมีข้า มีสกุลฉู่ สกุลเมิ่ง และสกุลเจิ้งที่พร้อมจะเคียงข้างท่านโหวไปตลอด อีกทั้งลูกของเราที่กำลังจะลืมตามาเกิดในอนาคตนั้นเล่าเจ้าคะ ท่านโหวอยากจะให้ลูกกำพร้าบิดาอย่างที่ท่านโหวเคยพบเจอและเป็นมาหรือเจ้าคะ” จิ้นกั๋วรั่วซีกล่าวให้กำลังใจ และให้สติสามี“ใช่แล้วอาเจียว ข้ายังมีเจ้าและลูกของเราอีกด้วย”“ท่านโหวต้องเข้มแข็งเพื่อข้ากับลูกนะเจ้าคะ หา
แต่ก็นับได้ว่ายังดี ที่ท่านโหวผู้นี้ยังเมตตาให้นางได้พัก หลังจากการร่วมรักกันครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นไป จิ้นกั๋วรั่วซีก็สลบไปคาอกของเขา จนกระทั่งดวงดาราพร่างพราวประกายเต็มฟ้า เธอจึงลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นอยู่บ้าง“ฮูหยินเจ้าฟื้นแล้ว” ฉู่จวินเหยียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ แววตาของเขาสั่นระริกราวกับคนได้พบเจอของรักที่ตามหามานานแสนนานอย่างไรก็อย่างนั้น“ท่านโหวเองก็ตื่นนอนนานแล้วหรือเจ้าคะ?”จิ้นกั๋วรั่วซีกล่าวถามพร้อมระบายรอยยิ้มน้อยๆ ส่งไปให้กับเขา“เหตุใดข้าจึงต้องพัก ข้าหาได้เหนื่อยล้าอะไรเลยแม้แต่เพียงนิด อีกทั้งยังรู้สึกมีกำลังวังชามากขึ้นอีกด้วย ฮูหยินในเมื่อตื่นแล้วก็มากินอาหารเลิศรสพวกนี้ก่อนเถิด ข้าสั่งให้พ่อครัวปรุงอย่างสุดฝีมือเพื่อเจ้าเลยนะ”เขากล่าวเชื้อเชิญพร้อมรินชาใส่ลงจอกให้จิ้นกั๋วรั่วซีด้วยความเอาใจใส่ ซึ่งในยามนี้เองจิ้นกั๋วรั่วซีก็รู้สึกหิวมากจนจะกินม้าลายเข้าไปได้ทั้งตัวได้แล้วกระมัง นางจึงลุกขึ้นเดินไปกินอาหารด้วยกันกับเขาด้วยความเอร็ดอร่อย หลังจากกินอาหารจนรู้สึกอิ่มแปล้ไปด้วยกัน ฉู่จวินเหยียนจึงพานางออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศภายนอกและย่อยอาหารเขาตั้งใจซื้อเสื้อผ
และแล้ว เวลาที่จิ้นกั๋วรั่วซีรอคอยก็ได้มาถึง ในวันพระจันทร์เต็มดวงนี้ นางต้องได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงชมพระจันทร์ของพระสนมกุ้ยเฟยแล้วสาวงามในชุดสีชมพูสดใส ปักเย็บด้วยลวดลายนกยูงสีทองรำแพนหางชมดอกไม้งาม สวมใส่รองเท้าไข่มุก พร้อมเครื่องประดับล้ำค่ามากมาย จึงได้ออกมายืนรอรถม้าจากจวนโหวอยู่ทางด้านนอกพ
จิ้นกั๋วรั่วซีเอง เมื่อได้อยู่กับตนเองลำพัง เธอก็รีบทรุดตัวนั่งลงกอดเข่าตัวเองเอาไว้แน่นดูจากท่าทีของเขาแล้ว ด้วยท่าทีโหดเหี้ยมอำมหิตตัดมือคนสดๆ ไปต่อหน้าต่อตา เกรงว่าท่านโหวผู้นี้คงจะมิใช่ฮั่วจงหยางทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างของเขาเป็นแน่ เขาน่าจะเป็นท่านโหวปีศาจตัวจริง เสียงจริงเอาเสียมากกว่าในขณะ
ไม่ผิดเขาคือฮั่วจงหยาง หมอหนุ่มในยุคปัจจุบันที่ติดตามเธออย่างบ้าคลั่งมาเนิ่นนานหลายปีคนนั้นนั่นเองไม่ทราบว่าเกิดอาการผีผลัก หรือนรกส่งคนอย่างเขาให้มาตามรังควานเธออีกก็มิรู้ได้ ในยามนี้เองเธอถึงได้มาพบเจอกับเขาเข้าอีกในสถานการณ์และสถานที่เช่นนี้แล้วจิ้นกั๋วรั่วซีโอดครวญขึ้นมาในใจ“คุณชายฉู่ เอ่อ ท
“เจ้าค่ะ ขอบคุณแม่ชีไท่ไท่ที่ให้การช่วย เหลือพวกเราทั้งสอง บุญคุณครั้งนี้ข้าจะมิมีวันลืมแน่นอนเจ้าค่ะ หากอนาคตข้างหน้าแม่ชีไท่ไท่ประสงค์สิ่งใดก็ให้แจ้งกับข้าได้ทุกเมื่อ มิว่าจะบุกน้ำลุยไฟ ข้าย่อมยินดีทำให้โดยมิมีอะไรบิดพลิ้ว”จิ้นกั๋วรั่วซีพูดขึ้นน้ำเสียงขึงขัง“เอาล่ะๆ เด็กดี เจ้าและผู้ติดตามของเจ