مشاركة

กลับสู่บ้าน...

مؤلف: lianlian
last update تاريخ النشر: 2025-07-04 06:53:14

1

หานฉงหรงลืมตาตื่นขึ้นในที่สุด ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยเหงื่อผุดพราย ผสมผสานกับน้ำตาที่ไหลทะลักออกจากดวงตาจนมิอาจคาดเดาได้ว่าจะเหือดแห้งลงเมื่อใด

ฉงหรงยกมือขึ้นทาบที่ทรวงอกตนเองเพื่อปลอบมิให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งสงบลง หลังจากตั้งสติได้ นางเหลียวมองซ้ายขวารอบตัว ทั้งเตียงตั่ง ฟูกไหม เครื่องเรือนเรียบง่ายทุกชิ้นที่ประดับประดาอยู่ในห้อง ทั้งหน้าต่างประตูที่เปิดรับอากาศบริสุทธิ์และกลิ่นดอกล่าเหมยที่ปลูกเอาไว้ตรงลานบ้านเข้ามา ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งทวีความคุ้นเคย จนรู้สึกว่ากลิ่นควันไฟและกลิ่นเนื้อไหม้นี่วนเวียนอยู่ที่ปลายจมูกเป็นสิ่งที่นางอุปาทานไปเอง

ที่นี่มิใช่เรือนหลังน้อยที่อยู่ในจวนราชบุตรเขยเลวบัดซบผู้นั้น มิใช่เรือนหลังน้อยที่นางจุดไฟเผาจนตัวตายพร้อมลูกน้อยที่ยังแบเบาะ

ที่นี่คือห้องพักส่วนตัวของนาง...เรือนหลังเก่าที่นางเคยอาศัยอยู่และเติบโตมา

แสดงว่าสิ่งที่นางอธิษฐานก่อนสิ้นลมนั้นฟ้าดินรับรู้ จึงได้ให้นางย้อนเวลากลับมาแก้ไขความผิดพลาด

ถ้า ณ ช่วงเวลานี้คืออดีต...ถ้าเช่นนั้น...

“หรงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์”

เสียงอบอุ่นอ่อนโยนนั้นปลุกหานฉงหรงให้ตื่นจากนิทรา ก็พบว่าอีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคนไว้หนวดเคราสีดำแซมขาวสวมชุดสีเขียวไข่กาท่าทางสุขุมทรงภูมิ หานฉงหรงเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเต็มสองตาพลันน้ำตาเอ่อรื้น ก่อนโผเข้ากอดอีกฝ่ายแน่นราวกับโหยหาอาวรณ์มาทั้งชีวิต

“ท่านพ่อ หรงเอ๋อร์คิดถึงท่าน...คิดถึงเหลือเกิน”

บิดาของหานฉงหรงหรืออีกนามหนึ่งคือ หานเซียงอวิ๋นที่จู่ๆ ถูกบุตรสาวก็ลุกพรวดพราดขึ้นมากอดเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวพลันเบิกตาน้อยๆ ก่อนลูบศีรษะบุตรสาวอย่างรักใคร่เมตตา “คิดถึงอันใด เมื่อวานพวกเราก็ยังอยู่ด้วยกันมาตลอด เจ้าพูดเหมือนกับว่าพวกเราจากไปยังที่ๆ ไกลแสนไกลกระนั้น”

ฉงหรงส่ายหน้าแรงๆ พร้อมกลืนก้อนสะอื้นลงคอ จะมิให้นางคิดถึงได้อย่างไรกัน ภาพจำสุดท้ายของคนตรงหน้า คือใบหน้าซูบซีดที่เกิดจากโรคระบาดค่อยๆ หมดลมหายใจไปต่อหน้าของนาง เสี้ยวเวลานั้นความรู้สึกนางปานเขาไท่ซานถล่ม เศร้าเสียใจแทบล้มประดาตาย และเป็นสายใยสุดท้ายที่เหนี่ยวรั้งนางไว้ที่เมืองจี๋หลินแห่งนี้ก่อนที่จะได้รับจดหมายเรียกตัวจากสามีที่กลายเป็นจอหงวนให้มายังเมืองหลวงอันเป็นจุดจบในชีวิตในอนาคต

"เอาล่ะ นิ่งซะ นิ่งเสีย ร้องไห้ตั้งแต่เช้าย่อมมิเป็นลางดี" หานเซียงอวิ๋นใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว "พ่อมาปลุกเจ้าเพราะเห็นว่าสายมากแล้วเจ้ายังไม่ตื่น เกรงว่าจะไม่สบาย"

"ฉงหรงสบายดี ขอโทษที่ทำให้ท่านพ่อเป็นห่วงเจ้าค่ะ" หานฉงหรงรีบเช็ดน้ำตาจนแห้ง แล้วคลี่ยิ้มให้อีกฝ่ายสบายใจ

"ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว พ่อทำข้าวเช้าไว้ให้ รีบลุกมากินเสีย เดี๋ยวพ่อจะไปยังสถานศึกษาแล้ว" บิดาของนางกล่าวอย่างอารมณ์ดี บ้านอื่นอาจจะให้บุตรสาวหรือภรรยาตื่นขึ้นมาต้มน้ำและเตรียมอาหารเช้าไว้ให้บิดาหรือสามีรับประทาน แต่สำหรับบ้านที่มีอยู่กันเพียงสองพ่อลูกเช่นบ้านสกุลหานนั้น จะแบ่งวันกันทำหน้าที่ในบ้าน ไม่เคยคิดว่างานบ้านงานเรือนนั้นเป็นหน้าที่จำเพาะเจาะจงของผู้ใด

หานฉงหรงพยักหน้า จากนั้นจึงลุกขึ้นไปล้างหน้าหวีผมแต่งตัวเรียบร้อยแล้วรีบเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีโจ๊กข้าวฟ่างใส่ไข่ขาวไข่เค็มลอยหน้าร้อนกรุ่น กับขนมจ้างไส้พุทราแดงที่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานอีกคนละลูก ไม่ถึงอึดในสองพ่อลูกก็ร่วมกันรับประทานอาหารเช้าจนอิ่มหนำ บรรยากาศที่อบอุ่นคุ้นเคยเช่นนี้ทำให้ฉงหรงที่เพิ่งผ่านชะตากรรมอันโหดร้ายและความตายเมื่อครั้งก่อนนั้นต้องพยายามสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความดีใจมิให้ไหลออกมา

ขณะที่หานเซียงอวิ๋นกำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอก หานฉงหรงที่กำลังเก็บถ้วยชามที่กินเสร็จเรียบร้อยก็อดถามออกมามิได้ "ท่านพ่อ เวลานี้คือรัชสมัยใดเจ้าคะ"

หานเซียงอวิ๋นขมวดคิ้ว ทั้งฉิวทั้งขัน "บุตรสาวพ่ออายุไม่เท่าใดก็หลงลืมเสียแล้ว เวลานี้คือรัชสมัยเสวียนจิ้งที่สิบสี่"

กล่าวจบก็เดินออกไปจากบ้าน ทิ้งให้ฉงหรงจ่อมจมกับสิ่งที่ได้รู้จากปากบิดา

รัชสมัยเสวียนจิ้งที่สิบสี่...เวลานี้คือช่วงที่นางกับฉางซื่อหลางคบหาดูใจกระทั่งหมั้นหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของชะตาวิบัติของนางในอีกสองปีต่อมา

เมื่อคิดได้ดังนั้น หานฉงหรงจึงรีบกลับไปที่ห้องของตน รื้อกล่องใส่เครื่องประดับบนโต๊ะประทินโฉมของตนออกมา แล้วหยิบปิ่นเงินรูปดอกเหมยประดับทับทิมแดงที่ห่อด้วยผ้าเนื้อนุ่มและเก็บแยกไว้ในกล่องอีกใบเพื่อไม่ให้กระทบกับเครื่องประดับอื่นเกิดรอย บ่งบอกว่านางทะนุถนอมปิ่นชิ้นนี้มากเพียงใด

นี่คือของหมั้นหมายที่ฉางซื่อหลางมอบให้นางในวันหมั้น และใช้มันประดับมวยผมนางในพิธีหมายตาเจ้าสาว...และยังคงประดับเรือนผมเรื่อยมาตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ยิ่งหญิงสาวคิดถึงกระกระทำสุดชั่วช้าของผู้ที่มอบปิ่นให้มาก็ยิ่งกำปิ่นในมือแน่นขึ้น กำแน่นจนมือสั่นระริก กระทั่งรู้สึกเจ็บเพราะดอกไม้ไหวที่ประดับปิ่นทิ่มแทงฝ่ามือก็ไม่คิดผ่อนแรงลง ราวกับปิ่นชิ้นนั้นเป็นตัวแทนของความแค้นที่นางคอยย้ำเตือนไม่ให้ตนเองได้หลงลืมไป

"เมื่อได้โอกาสแก้ไข ก็อย่าได้เดินผิดพลาดอีก"

กล่าวจบนางก็โยนปิ่นในมือทิ้งไปราวกับสลัดผ้าขี้ริ้วเก่าขาดผืนหนึ่ง ทั้งยังใช้แขนเสื้อเช็ดมืออีกครั้งราวกับยังมีสิ่งสกปรกติดค้าง หลังจากสงบสติอารมณ์ได้สักพักนางก็เริ่มเรียบเรียงความคิดของตน

สองปีก่อนที่นางจะตายจากพร้อมเลือดในอกของตนยังมีเวลาอีกสองปี เวลาเหล่านี้มากพอที่จะศึกษาหาวิธีรับมือกับโรคระบาดและเขี่ยฉางซื่อหลางออกไปจากชีวิต

เรื่องโรคระบาด ถ้ารู้อาการและสาเหตุย่อมรับมือไม่ยาก ทว่าฉางซื่อหลางเป็นบุรุษสับปลับ ต่อหน้ามะพลับลับหลังตะโก ถ้าเกิดนางป่าวประกาศถึงโฉมหน้าที่แท้จริงไปในตอนนี้ก็คงไม่มีใครเชื่อถือ

นางต้องรอบคอบให้มากกว่านี้...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   เพลิงผลาญ 5

    ฉางซื่อหลางกัดฟันกรืดกรอด ในใจสบถด่าคนทุกผู้ที่ทำให้เขาต้องมีสภาพอย่างทุกวันนี้ ทั้งนางหญิงรับใช้ต่ำต้อยที่ล่อลวงเขาให้ลงไปเกลือกกลั้ว! นางองค์หญิงสารเลวที่โง่เขลา! ตัวบัดซบชั่วชาติสารเลวอวิ๋นรุ่น! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางแพศยาหานฉงหรง พวกมันสมควรตาย สมควรตายให้หมด! ต่อให้เขาตกตายเป็นผีเขาก็จะหาทางกลับมาแก้แค้นให้จงได้!สิ่งเหล่านี้คือห้วงคำนึงสุดท้ายของฉางซื่อหลางก่อนที่สติสัมปชัญญะจะถูกกระชากจนหลุดลอยไปพร้อมกับชั่ววิบตาที่อวิ๋นรุ่นดึงทวนออกจากหัวไหล่ของตนอย่างรุนแรงจนเป็นแผลเหวอะหวะผิดรูปมิอาจจับดาบต่อสู้ได้อีกต่อไปไฟไหม้ที่เรือนบรรทมของพระชายาสกุลหานนั้นรุนแรงยิ่ง ทว่าโชคยังดีที่กรมดับเพลิงมาพร้อมกับเครื่องไม้เครื่องมือครบครัน และได้มังกรพ่นน้ำจากในวังหลวงที่เหวินซิ่วและหลีรั่วเร่งรุดไปทูลขอฝ่าบาท คราแรกฝ่าบาทก็มีท่าทีอิดออด แต่เมื่อทั้งสองรีบทูลตามที่อวิ๋นรุ่นสอนกอปรกับหานลู่ที่เป็นสนมเอกคอยทูลเร่งเร้า จึงทำให้ดับไฟที่เรือนบรรทมได้ทันท่วงทีก่อนที่จะลามไปยังส่วนอื่นของจวนเมื่ออวิ่นรุ่นมาถึงที่จวนเป่ยหนานในยามรุ่งสาง เขาพบเพียงเศษซากเรือนบรรทมที่มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน เหล่าข้ารับใช้ล้อม

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   เพลิงผลาญ 4

    “เรียนท่านอ๋อง เรือนบรรทมของพระชายาเกิดเพลิงไหม้พ่ะย่ะค่ะ!” เหวินซิ่วที่ได้รับรายงานจากจวนเป่ยหนานรีบเข้ามารายงานอวิ๋นรุ่นอย่างรวดเร็วกระชับ ขณะที่สองมือน้าวสายธนูปล่อยเกาทัณฑ์ที่เดียวสามดอก ทุกดอกล้วนเข้าทะลวงเกราะทะลุผ่านเนื้อหนังสู่จุดสำคัญของทหารสามนายอย่างไม่พลาดเป้า“หรงเอ๋อร์กับหย่งหรงเล่า” อวิ๋นรุ่นเอ่ยโดยไม่หันมามอง“ท่านชายน้อยมีผู้พบว่าเสี่ยวมี่ช่วยเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้คนของเรากำลังคุ้มกันนางไปที่จวนองค์หญิงใหญ่เผิงเฉิง ส่วนพระชายา...” เขาส่ายหน้าช้าๆ แทนคำตอบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ออกมาจากเรือนบรรทมด้วย“ข้ารู้แล้ว”“อ้อ ยังมีอีกเรื่อง มีผู้พบเห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้าไปในเรือนบรรทมก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ แต่งตัวหรูหรางดงาม คิดว่าน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์”ทว่าข่าวที่ชวนให้ตระหนกนั้นกลับไม่ทำให้ทวนยาวในมือสั่นคลอน เสือกแทงคราหนึ่งก็ยกนายกองที่อยู่บนหลังม้าลอยสูงข้ามศีรษะตกลงพื้นด้วยกำลังมหาศาล ก่อนจะออกคำสั่งกับคนสนิทของตนเสียงเรียบ “เหวินซิ่ว เจ้าเข้าวังหลวงพร้อมหลีรั่ว กราบทูลฝ่าบาทว่าข้าขอยืมเครื่องมังกรพ่นน้ำของวังหลวงมาช่วยดับไฟที่จวนเป่ยหนานและบ้านเรือนในเมืองหลวง อย่าลืมกำ

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   เพลิงผลาญ 3

    ชายแขนเสื้อยาวประณีตของเวินอี๋ไล้ผ่านพวงแก้มขาวเนียนของหานฉงหรงทั้งกึ่งหยอกล้อทั้งเยาะหยัน กระทั่งปลายแขนเสื้อผ่านฝ่ามือของอีกฝ่าย แรงดึงอันมหาศาลของพระชายาเอกแห่งจวนเป่ยหนานก็ทำให้นางหยุดชะงัก เวินอี๋หันไปเพียงแค่นยิ้มหยามเย้ย “โอ ยังมีเรี่ยวแรงรั้งข้าไว้ได้อีกหรือ ข้าขอบอกไว้ว่าไม่มีประโยชน์...”นางกล่าวได้เพียงแค่นั้นใบหน้าของโฉมสะคราญพลันบิดเบี้ยวเมื่อความรู้สึกปวดแปลบบาดลึกจากข้อเท้าแล่นจู่โจมถึงหัวใจ ไม่ถึงชั่วอึดใจร่างนั้นกลับทรุดเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่ง เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าในมือของหานฉงหรงถือเศษกระเบื้องชุ่มเลือดพร้อมสายตาที่จับจ้องเวินอี๋ด้วยสายตาดุดันเราวกับมังกรที่ถูกแตะต้องเกล็ดย้อน และเมื่อมองขึ้นไปอีกก็เห็นว่าข้อเท้าของนางถูกกรีดเฉือนจากนั้นก็ไม่รอให้อีกฝ่ายดิ้นรน ใช้เศษแจกันกรีดซ้ำลงไปยังตำแหน่งเดิม เรียกเสียงหวีดร้องจากเวินอี๋ดังก้องเรือนบรรทมเศษผ้าม่านติดไฟปลิวว่อนตกต้องที่ไหล่ของหานฉงหรงพลันความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนแสนสาหัสจู่โจมมายังที่นางอย่างไม่หยุดหย่อน ทว่าแทนที่จะหวาดกลัวนางกลับยิ่งฮึกเหิมลำพอง มิรู้เอาเรี่ยวแรงมาจากที่ใดดึงลากอีกฝ่ายมิให้หลบหนี ทั้งยังทิ้งน้ำหน

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   เพลิงผลาญ 2

    หานฉงหรงอ้าปากจะอธิบายแต่เมื่อเห็นเวินอี๋กำลังลุกขึ้นมาตั้งหลักได้ก็ให้ใจหายวาบด้วยรู้ว่าไม่มีเวลาแล้ว นางดึงตัวเสี่ยวมี่มาก่อนนำลูกของนางส่งให้เด็กหญิงอุ้ม “ทางกำแพงตรงข้ามกับเรือนบรรทมมีช่องสุนัขลอดอยู่ช่องหนึ่ง เจ้าพาซื่อหวังไปจากที่นี่ เร็วเข้า!”“แต่ว่าท่าน...”“ไป!” นางผลักเสี่ยวมี่ให้ออกหาก เด็กหญิงลนลานวิ่งออกจากห้องจังหวะเดียวกับที่เวินอี๋พุ่งเข้าไปหา หญิงสาวรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือ กัดฟันอดกลั้นต่อความเจ็บปวดจากการคลอดบุตรที่ยังไม่หายดีนักรวบกอดเอวอีกฝ่ายไว้จนล้มลงไปด้วยกัน นางคร่อมร่างอีกฝ่ายไว้ สองมือออกแรงบีบที่ลำคอขาวเนียนนั้นด้วยพละกำลังที่มีอยู่ ด้วยอย่างไรเสียก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายแตะต้องตัวบุตรชายจนนางต้องเสียเขาไปเหมือนในชาติก่อนเป็นอันขาด หานฉงหรงเหลือบตามอง เห็นเสี่ยวมี่ที่ตัวเล็กว่องไว้รีบวิ่งผ่านไปยังประตูหน้า จังหวะที่กำลังจะมีคนร้ายกำลังยกดาบขึ้นฟาดฟัน ทหารของจวนก็เข้ามากันได้ทันท่วงที ทำให้เสี่ยวมี่หนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิดจนกระทั่งนางเห็นเสี่ยวมี่ลอดช่องสุนัขนั้นออกไปโดยไร้รอยขีดข่วน นางจึงค่อยเบาใจลงเล็กน้อยทว่าการที่เวินอี๋ถูกนางตอบโต้ไปเช่นนั้นจะไปกระตุ้นโทสะใ

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   เพลิงผลาญ 1

    “เวินอี๋ เจ้ามาทำอันใดที่นี่” หานฉงหรงเอ่ยขณะที่สองแขนโอบกอดลูกน้อยไว้แนบอก พลางจับจ้องสายตามุ่งร้ายขององค์หญิงคนงามที่บัดนี้ใบหน้าเริ่มปรากฏรอยยิ้มบิดเบี้ยวไม่น่าดูอย่างยิ่ง“จะอย่างไรกันเล่า อาสะใภ้ของข้าเพิ่งให้กำเนิดบุตรชาย เป็นท่านชายน้อยที่เสด็จอารักดั่งแก้วตาดวงใจ เป็นพระนัดดาที่เสด็จพ่อรักใคร่เอ็นดูจนพระราชทานของขวัญให้มากมาย ข้าที่เป็นหลานสาวของเสด็จอาไฉนจึงจะไม่มาเยี่ยมกันเล่า” เวินอี๋พยายามแย้มยิ้มหยาดเยิ้มให้สมกับที่เป็นสาวงามที่เคยได้รับคำชื่นชมจากใต้หล้า ทว่าเจตนาร้ายที่ปิดไม่มิดขณะที่มือไล้ไปตามม่านไหมโปร่งบางที่อยู่ใกล้กับเชิงเทียนสำริดยิ่งทำให้ใบหน้านั้นชวนสะพรึงยิ่งนัก “อีกทั้งข้าจะแวะมาขอบคุณเจ้า ที่ข้ามีชะตาชีวิตเช่นนี้ได้ ทุกอย่างล้วนเพราะได้เจ้าส่งเสริม”หานฉงหรงแค่นเสียงเหอะ อาจเพราะอากาศในเรือนบรรทมนี้อบอ้าวเกินไปเนื่องจากมีเตียงเตาสำหรับอยู่ไฟ จึงทำให้นางวิงเวียนเล็กน้อยจนต้องเอามือข้างหนึ่งวางลงบนฟูกเพื่อยันตนเองไว้ “เจ้าถูกฝ่าบาทริบราชทินนาม แล้วปลดจากตำแหน่งเป็นองค์หญิงเป็นเสี้ยนจู่ พฤติกรรมที่ทำให้ตนเองตกต่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ ต่อให้ข้าขวัญกล้าเทียมฟ้าเพ

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   หย่งหรง 6

    ทว่าใบหน้าขุ่นเคืองที่ไม่อาจปิดมิดของเป่ยหนานอ๋องอีกทั้งน้ำเสียงที่ขุ่นเขียวไม่ต่างกันทำเอาเหวินซิ่วต้องเงียบปาก “อย่าพูดมาก เจ้าแบ่งกำลังพลของเราส่วนหนึ่งไป อารักขาองค์หญิงใหญ่กับเหล่าสตรีบรรดาศักดิ์ ส่วนหนึ่งอารักขาเรือนของพระชายา ส่วนหนึ่งติดตามข้ามา! ข้าอยากรู้นักว่าพวกนั้นกินดีหมีหัวใจเสือจากที่ใด ถึงกล้ามาก่อเรื่องในวันนี้!”เหวินซิ่วพยักหน้ารับ ท่าทางอกสั่นขวัญแขวนไม่น้อย คนพวกนั้นช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าโดยแท้ หมอดูประจำกลุ่มมิได้ดูฤกษ์ยามเคลื่อนกำลังพลหรือ บุกตอนไหนไม่บุก มาบุกในวันที่บุตรชายของท่านอ๋องของเขาครบเดือน!วันคืนชื่นมื่นสุขสันต์เช่นนี้กลับถูกทำลายเสียสิ้น ต่อให้ผู้บงการมีร้อยตัวก็ไม่พอให้เจ้านายของเขาบั่นเพื่อคลายโทสะ!หานฉงหรงที่สะลึมสะลืออยู่บนเตียงเตาร้อนระอุลืมตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากที่ไกลๆ อีกทั้งเมื่อมองไปยังหน้าต่างก็พบว่าด้านนอกยังสว่างราวทิวากาล นางรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีว่าด้านนอกกำลังเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นนอกเรือนบรรทมที่นางอยู่ตอนนี้ยังเงียบสงบ ทว่าสงบเกิดไปจนน่าวิตก หลานชุ่ยนำแม่นมไปที่ห้องเนื่องจากนางมอบขาหมูต้มไม่ใส่เกลือชามหนึ่งให้นางรับป

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   ยับเยิน

    ไม่ช้าไม่นานเพียงชั่วเวลาลัดนิ้วมือก็ถึงตรอกหย่งเชี่ยน อาศัยกำลังแยกย้ายดูบรรยากาศในบ้านทีละหลัง ไม่นานเหวินซิ่วก็พบบ้านหลังหนึ่งที่ประดับโคมแดงภายใน มีทหารราชองครักษ์ระดับต่ำจำนวนหนึ่งเฝ้าอยู่หน้าเรือน เหวินซิ่วหันมาทำสัญญาณ ทหารที่ติดตามจึงเร่งรุดบุกเข้ามา ทั้งรวดเร็วและเงียบกริบ ไม่ช้าประตูเรือน

    last updateآخر تحديث : 2026-04-05
  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   ลอบพบ 2

    “เชื้อพระวงศ์หญิงที่รับมือยากเช่นนั้นหรือ...” อวิ๋นรุ่นหลับตาครุ่นพลางลอบกระชับวงแขนที่เอวกลม คืนนี้เนื่องจากหานฉงหรงกำลังจะเข้านอน เสื้อผ้าที่สวมใส่จึงเนื้อบางอย่างยิ่ง จนนางรู้สึกได้ถึงไออุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาผ่านเอวคอดหานฉงหรงเห็นเขาลูบเอวนางไปพลางทำท่าใช้ความคิดไปพลางก็ให้รู้สึกปั่นป่วนในอกอย

    last updateآخر تحديث : 2026-04-02
  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   ก่อนงานเลี้ยง 1

    “พี่สาว ท่านกลับมาแล้ว” เสี่ยวมี่รีบวิ่งมาหาเมื่อเห็นรถม้าของจวนเป่ยหนานมาจอดเทียบหน้าประตูใหญ่พร้อมกับร่างของหานฉงหรงที่ก้าวลงมาอย่างระมัดระวัง หญิงสาวเห็นเช่นนั้นก็อ้าแขนรับเด็กหญิงตัวน้อยที่โถมร่างเข้ามากอดนางเต็มรักก่อนเอ่ยถาม“องค์ชายไปอยู่ไหนเสียแล้วเล่า”“ท่านอ๋องเห็นว่าช่วงนี้องค์ชายมีเวลาไ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-20
  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   งานเลี้ยงหงเหมิน 1

    เนื่องจากองค์หญิงเวินอี๋เป็นแม่งานในการจัดงานเลี้ยงฉลองพระราชสมภพของฮ่องเต้ ดังนั้นการหารือเกี่ยวกับงานเลี้ยงสังสรรค์ในตอนเย็นวันนั้นจึงจัดขึ้นที่จวนขององค์หญิงเพื่อให้สมเกียรติของตัวแทนจากจวนเป่ยหนานหวังอวิ๋นรุ่น จึงได้ให้หานฉงหรงใช้รถม้าประจำตัวของเขาเดินทางมายังจวนองค์หญิงต่างจากเหลียงเจียนางอื

    last updateآخر تحديث : 2026-03-20
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status