Masuk“เล่อลี่หลิน” นางร้ายผู้เลอโฉมลูกสาวนายอำเภอที่แม่ตาย พ่อไม่รัก เกลียดชังฮูหยิน อนุภรรยา และเหล่าน้องชายน้องสาวต่างมารดาที่เอาแต่จ้องจะแย่งของของนาง แม้กระทั่งคู่หมั้นที่นางหมายมั่นปั้นมือ จึงวางแผนให้น้องสาวตัวดีมีสามีเป็นชายยากจน แต่ดันผิดแผน!!! คนที่ได้สามีเป็นเพียงพรานป่ายากจนนามว่า “หยางหนิงเฉิง” กลับเป็นนาง แถมยังถูกตัดขาดจากตระกูลต้องระหกระเหินเดินทางมาอยู่บ้านของสามีจนคุณหนูแสนบอบบางอย่างนางต้องล้มป่วยและได้เจอกับอีกโลกที่แตกต่าง มาลุ้นกันว่านางร้ายอย่างนางจะนำความรู้ที่ได้มาช่วยให้ครอบครัวผ่านพ้นความยากจนและเป็นคนที่มีความสุขที่สุดจนผู้อื่นต้องอิจฉาได้อย่างไร
Lihat lebih banyak今日は私の誕生日だった。
手の込んだものではないけれど、彼の好きな料理を作ってテーブルに並べていた。 朝は何も言われなかったけれど、誕生日だから早めに仕事を切り上げて帰ってきてくれるはず。 そのとき、テーブルの上に置いたスマートフォンが小さく震える。 何気なく画面を覗き込むと、差出人不明のメッセージ通知。 開いてみると、一枚の写真が添付されていた。 「…なにこれ」 そこに写っていたのは、私の婚約者だった。そして彼の隣には、別の名家の令嬢。 ヨットの上で、二人はためらうことなく唇を重ねていた。 指先から力が抜け、スマートフォンを落としそうになる。 頭が真っ白になる。 信じたくない。信じられない。 けれど、写真は残酷なほど鮮明で、私の心を容赦なく切り裂いた。 私は震える手で電話をかける。 「…もしもし」 「もしもし。どちら様でしょうか?」 受話器の向こうから返ってきたのは、聞き慣れない女性の声だった。 私は確かに彼の番号を押したのに。 「……すみません。間違えました」 そう言って、私は慌てて電話を切った。 胸の奥に広がるのは、言いようのない不安と恐怖だった。写真に写っていた光景と、今の女の声が重なり合い、私の心を容赦なく締め付ける。 二年間、私は彼を信じ続けてきた。 「家の事情」や「家族の圧力」と言われて、婚約していることを周りに打ち明けられなくても、私の心が揺らぐことはなかった。 彼を信じることが、私にできる唯一の愛だったから。 それなのに。 夕暮れ時、玄関の扉が乱暴に開く音が響いた。 肩にかけたジャケットを雑にソファへ投げ、私の顔を見ても一言の挨拶すらない。 「…亮介。これ、どういうこと?」 そう言って写真を突きつけると、あっさりと浮気を認めたうえで言い放った。 「あぁ、俺の婚約者だよ」 その言葉を聞いた瞬間、胸の奥が冷たく凍りついた。 写真の中の光景はただの誤解であってほしいと願っていたのに、彼自身の口から肯定されることで、希望は無惨に打ち砕かれる。 私の存在は、彼にとって婚約者ではなかったのだと突きつけられ、足元の世界が崩れていく感覚に襲われる。 「婚約者…?じゃあ私は?」 自分でも情けないほど弱々しい問いかけだった。けれど、聞かずにはいられなかった。 二年間、彼を信じて待ち続けた私の立場は何だったのか。 「仕方ないだろ。親が勝手に結婚相手を決めたんだから」 仕方ない。その一言で、私との二年間を切り捨てるのか。 彼にとっては、親の決定がすべてで、私との時間はただの余白に過ぎなかったのだろう。 「どうして……私じゃだめなの?」 涙に濡れた声で問い詰めると、彼は冷酷に私の頬を打った。 「まさか、本気で俺と結婚できると思っていたのか?何もないお前が、俺と…?はっ。身の程知らずにも程がある」 頬の痛みよりも、心の奥に突き刺さるその言葉が、私を深い絶望へと突き落とした。 二年間、信じて待ち続けた日々が一瞬で嘲笑に変わった。 涙がこぼれそうになるのを必死に堪えながら、私は自分に問いかける。 「……じゃあ、私との二年間は何だったの?」 胸の奥から言葉がこぼれ落ちる。 医療研究の仕事に苦しんでいたあの頃、彼は優しく囁いた。 "仕事なんて無理して続けなくていい。それより、ずっと俺のそばにいてよ" あのときは、私を思っての言葉だと信じていた。 でも、それは愛からの言葉じゃなかった。 気づけば、仕事も居場所も失い、今の私は何も持っていない。 彼だけが支えだと思っていたのに、その支えすら幻だったのだ。 「思い出してみろよ。俺が本気で未来を語ったことなんて、一度でもあったか?」 確かに、彼は未来を具体的に語ったことはなかった。けれど私は、彼の曖昧な言葉や優しい仕草を未来への約束だと信じていた。 「私は…言葉がなくても、隣にいてくれるだけで未来を信じられた」 信じたいから、信じてしまった。 二年間のすべてを、彼の一言一言に縋って生きてきた。 「未来を信じる?お前が勝手に夢見てただけだ」 「私は本気であなたを愛してた。あなたも、同じ気持ちだったと思ってたのに」 私が辛くて泣いていた夜、彼は黙って隣に座り、背中を撫でてくれた。その温もりに救われ、孤独から解放された。 過ぎ去った瞬間にすぎないけれど、確かに愛はあった。 「まさか。ただの遊びだよ。お前は俺の退屈を紛らわせてくれただけだ」 涙が頬を伝うが、必死に声を絞り出す。 「……あなたを信じていたのに」 未来が、音を立てて崩れていく。วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ในที่สุดเทศกาลขึ้นปีใหม่ที่ทุกคนรอคอยก็เวียนมาถึงอีกครั้ง สมาชิกตัวน้อยของตระกูลหยางตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้กันมาก นอกจากอั่งเปาซองสีแดงแล้วพวกยังได้ของเล่นชิ้นใหม่จากท่านอาด้วย“หยางลู่เสียน หยางลี่อิน พวกเจ้าสองคนเลิกก่อกวนแม่ได้หรือไม่” ลี่หลินถอนหายใจยืดยาวครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างเบื่อหน่าย วันนี้มื้อค่ำสำหรับปีใหม่ของนางยังไม่ไปไหนเลย ผู้ช่วยตัวน้อยสองคนเอาแต่แย่งเตรียมอาหารทั้งวัน“ท่านแม่ข้าอยากช่วยนี่ขอรับ” ลูกชายตัวดีตอบกลับเร็วพลันจนลี่หลินท้อใจ“เจ้าพาลี่อินไปช่วยท่านพ่อจัดสถานที่สำหรับปิ้งย่างดีกว่า อยู่กับแม่ในครัวน่าเบื่อจะตาย” ลี่หลินหาข้ออ้างให้ลูกสาวกับลูกชายยอมจากไปแต่โดยดี“จะดีหรือขอรับ” ลู่เสียนมีท่าทีลำบากใจเล็กน้อย“ข้าอยากอยู่กับท่านแม่” ลี่อินปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไม่คิด“เฮ้อ พวกเจ้าไม่รู้อะไร ทำงานในสวนสนุกมากนะ ได้วิ่งเล่นจับแมลงด้วย เมื่อเช้าดอกโม่ลี่ฮวาพึ่งผลิบาน หากนำมาจัดใส่แจกันคงส่งกลิ่นหอมไปทั่ว” ลี่หลินหลอกล่อไม่หยุด นางรู้ว่าลูกสาวตัวน้อยชื่นชอบการจัดดอกไม้มากแค่ไหน“ว้าว ข้าอยากไปเล่นในสวนกับท่านพ่อเจ้าค่ะ” ลี่อินอุท
“พวกเราเข้านอนกันเถอะดึกมากแล้ว”หยางหนิงเฉิงปลุกลี่หลินให้ตื่นจากภวังค์ เขาถอดเสื้อตัวนอกมาพาดไว้ข้างเตียงเพื่อระบายความร้อนโดยไม่สนใจนางสักนิด“อะ อืม”ลี่หลินเลื่อนลอยไปชั่วขณะ สายตาไม่รักดีของนางเหลือบไปเห็นมัดกล้ามเนื้อวับๆ แวมๆ ที่โผล่พ้นเสื้อตัวในของหยางหนิงเฉิงออกมาพาให้เลือดสูบฉีดทั่วทั้งกาย ลี่หลินพยายามกลืนน้ำลายเหนียวฝืดคอลงไปอย่างยากลำบาก วันนี้หยางหนิงเฉิงวางแผนหลอกล่อนางหรืออย่างไร“หลินเออร์เจ้าไม่สบาย”หยางหนิงเฉิงตกใจมาก เขารีบพุ่งตัวมาประคองใบหน้าของลี่หลินเอาไว้อย่างแผ่วเบา“หะ หะ หืม ข้าสบายดี”ลี่หลินขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย นางไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรสักนิด“สบายดีอะไร จมูกของเจ้ามีเลือดไหลออกมา”หยางหนิงเฉิงใช้ปลายนิ้วเช็ดเลือดบนจมูกลี่หลินเล็กน้อยก่อนหงายมือให้นางดู“ห๊า ละ เลือด ให้ตายเถอะ”ลี่หลินอุทานออกมาอย่างสิ้นหวัง นางเลือดกำเดาไหลเพราะแอบมองกล้ามเนื้อวับๆ แวมๆ ของสามีเนี่ยนะ อยากจะบ้าตาย รู้ถึงไหนอายถึงนั่นเลยเชียว“เจ้ารอก่อน เดี๋ยวข้าไปตามหมอมารักษา”หยางหนิงเฉิงร้อนรน“ไม่ต้อง ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก น้ำลายไม่ไหลออกมาด้วยก็ดีเท่าไหร่แล้ว”ลี่หลินดึงแขนเขาไว้ก่อนปร
“พะ พ่อขอโทษ” นายอำเภอเล่อมู่ขอโทษลี่หลินด้วยน้ำตา ในบรรดาลูกสาวลูกชายของเขาไม่มีใครสามารถพึ่งพาได้เลย หลังจากหมดตัวทุกคนต่างพากันทยอยทิ้งเขา“การให้อภัยท่านเป็นเรื่องยากสำหรับข้า” ลี่หลินเบือนหน้าหนีอีกครั้ง น้ำตาของนางไหลรินออกมาหลังได้ยินคำขอโทษจากคนเป็นพ่อ“เจ้าไม่ให้อภัยพ่อก็ไม่เป็นไร แต่ได้โปรดช่วยเหลือพวกเราสักครั้ง หากไม่มีเงินไปใช้หนี้บ่อนพนันข้ากับนางต้องถูกจับตัดแขนตัดขาเป็นขอทานข้างถนนแน่นอน” นายอำเภอเล่อมู่หันไปมองภรรยาสุดที่รักอย่างเป็นห่วง“เฮอะ ข้าเกลียดนางแทบเข้ากระดูกดำ ทำไมข้าต้องช่วย ท่านพ่อเคยรักข้าบ้างไหมเจ้าคะ เหตุใดถึงกล้าขอร้องออกมาอย่างไม่อาย” ลี่หลินตะโกนเสียงดังอย่างเหลืออด ผู้หญิงคนนี้ทำให้ชีวิตนางกับท่านแม่ต้องตกต่ำ“พะ พ่อ เอ่อ” นายอำเภอเล่อมู่เงียบงันไปพักใหญ่ เขาไม่แน่ใจว่าตนเองรักลี่หลินหรือไม่ ความผูกพันธ์ระหว่างพ่อลูกของเขากับนางมีเพียงน้อยนิด“ข้าขอโทษ ข้าไม่ดีเอง ข้ามันชั่วช้า ข้าไม่เคยทำหน้าที่แม่ให้เจ้าเลยตั้งแต่ฮูหยินใหญ่จากไป เป็นข้าที่ละเลยเจ้าและกีดกันความสัมพันธ์พ่อลูก ข้าเห็นแก่ตัวเองที่ไม่อยากแบ่งปันคนรักกับใคร ท่านแม่ของเจ้าสวยมาก นางเป็
หยางหนิงเฉิงกับหยางอี้เฉินเดินทางเข้าอำเภออยู่หลายเดือนเพื่อเตรียมตัวทำการค้า พวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบดูแลหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อหน้าร้าน การตกแต่ง การตั้งราคา การหาลูกจ้าง และอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องจัดการ ลี่หลินแค่คอยให้คำแนะนำในบางครั้งเท่านั้น อีกไม่กี่วันร้านค้าตระกูลหยางก็พร้อมเปิดให้บริการแล้วหลังจากวางแผนขยายกิจการหยางหนิงเฉิงกับหยางอี้เฉิน ก็เดินทางเข้าออกอำเภอเป็นว่าเล่น พวกเขาต้องเดินทางไปจัดการธุระบ่อยมาก การเดินทางเข้าอำเภอแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานถึงสองวัน ลี่หลินเลยต้องหอบผ้าหอบผ่อนมาช่วยอ้ายฉิงดูแลร้านค้า ในตำบลแทน“พี่สะใภ้ข้าเลือกชุดไหนดีเจ้าคะ” อ้ายฉิงเดินถือเสื้อผ้าเข้ามาในห้องนอนของลี่หลินอย่างต้องการความช่วยเหลือ“อืม ไหนดูซิ” ลี่หลินเพ่งสายตามองเสื้อผ้าหลากหลายแบบตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด“ข้าควรใส่สีแดงเข้ม แดงอ่อน แดงทอง หรือแดงอมชมพูดีเจ้าคะ” อ้ายฉิงคาดคั้นเอาคำตอบ นางนั่งเลือกอยู่นานแล้วแต่ยังเลือกไม่ได้สักที“สีแดงอมชมพูเหมาะกับเจ้า ใส่แล้วดูไม่แก่จนเกินไป” ลี่หลินแนะนำ“พี่สะใภ้ตาแหลมนัก ข้าเลือกชุดนี้เจ้าค่ะ” อ้ายฉิงพึงพอใจมาก นางเองก็คิดว่าใส่แล้ว
“พวกเจ้าอยากดูที่ดินแปลงไหน” ผู้ใหญ่ลู่จิวนำโฉนดที่ดินว่างเปล่าออกมากางให้ลี่หลินกับหยางหนิงเฉิงเลือก“ข้าขอดูที่ดินแปลงติดกับผู้เฒ่าซูได้หรือไม่เจ้าคะ” ลี่หลินเอ่ยขอ“ได้สิ แต่ที่ดินแปลงนี้ขนาดใหญ่เกินไปแถมยังติดภูเขาเพาะปลูกสิ่งใดก็ลำบาก หากเจ้าอยากได้ข้าจะแบ่งขายแล้วออกโฉนดใหม่ให้” ผู้ใหญ่ลู่จิว
ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัวไม่กี่วัน ลี่หลินให้หยางหนิงเฉิงไปเก็บหัวหัวไชเท้า พริก หอมหัวใหญ่ และแตงกวาชุดสุดท้ายมาไว้ นางแบ่งให้ครอบครัวผู้เฒ่าซูไปส่วนหนึ่งและอีกส่วนนำมาทำกิมจิหัวไชเท้า หัวไชเท้าดองเค็ม หัวไชเท้าดองหวาน“พี่สะใภ้ หิมะตกแล้วเจ้าค่ะ”อ้านฉิงวิ่งมารายงานหน้าตาตื่น“หืม เข้าสู่ฤดูห
ร้านค้าขายของแห้งที่พึ่งเปิดได้ไม่นานตอนนี้มีชาวบ้านหลั่งไหลมาซื้อของกันไม่ขาดสาย ทำให้อ้ายฉิงต้องวุ่นวายอยู่หน้าร้านจนแทบไม่เหลือเวลาทำสิ่งใด นางวิ่งวุ่นไปมาทั้งวัน แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มเสมอ ลี่หลินมองภาพตรงหน้าด้วยความสุขใจ นางไม่เคยเห็นเด็กขยันขันแข็งอย่างอ้ายฉิงมาก่อนเลย“
บ้านผู้เฒ่าซูตั้งอยู่ใจกลางของหมู่บ้าน เป็นบ้านอิฐขนาดกลางไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป ลี่หลินทราบมาว่าครอบครัวของผู้เฒ่าซูค่อนข้างมีฐานะอยู่บ้าง เนื่องจากลูกชายสองคนได้เป็นทหารและลูกสาวก็ได้แต่งงานกับพ่อค้าในตำบล พวกเขามีความเป็นอยู่ค่อนข้างสุขสบายไม่น้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปโชคร้ายก็มาเยือน ลูกชายสองคนขอ


















Ulasan-ulasan