Share

พบหน้า

Author: lianlian
last update Last Updated: 2025-07-05 07:50:58

โบราณว่า "พบศัตรูบนทางแคบ" ไม่ว่าจะเกลียดคนผู้นั้นมากเพียงใดจะหลบเลี่ยงเพียงไหนก็ยังมีโอกาสพบเจอ แล้วประสาอะไรกับฉางซื่อหลางที่ตอนนี้ยังเป็นคู่หมั้นคู่หมายของนาง

"คุณหนู คุณชายฉางมาขอพบเจ้าค่ะ" เด็กสาวผูกมวยผมสองข้างหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเดินเข้ามาในบ้านด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก นางคือ หลินหลาง สาวใช้ที่บิดาของนางซื้อตัวมาในขณะหลินหลางคุกเข่าข้างศพมารดา ประกาศตนว่าจะขอขายตัวเป็นข้ารับใช้หรือเป็นม้าเป็นวัวจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ทั้งนางและหลินหลางสนิทสนมรักใคร่ราวกับพี่น้องร่วมอุทรก็ไม่ปาน

ทว่าหลังจากที่หานฉงหรงถูกเรียกตัวมายังเมืองหลวง ในระหว่างที่นางตั้งครรภ์ซื่อหลางจึงเรียกหลินหลางมาเพื่ออยู่ปรนนิบัติรับใช้นางระหว่างตั้งครรภ์ แต่ใครจะคาดคิดว่า วันหนึ่งของการตั้งครรภ์ในเดือนที่ห้า หลินหลางกลับมาที่ห้องด้วยสภาพที่บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ หลังจากที่หานฉงหรงคาดคั้นอยู่นานนางจึงยอมสารภาพว่า ฉางซื่อหลางเมามาย องค์หญิงเวินอี๋สุขภาพมิสู้ดีไม่ยินยอมปรนนิบัติ ส่วนนางตั้งครรภ์มิอาจร่วมอภิรมย์บนเตียงได้ ซื่อหลางจึงฉุดคร่านางเข้าห้อง ใช้กำลังบังคับนางด้วยแรงกำหนัดกล้าโดยที่หลินหลางมิยินยอม ตอนนั้นฉงหรงหมายไปเอาเรื่องแต่ถูกอีกฝ่ายห้ามเอาไว้ทั้งน้ำตาเพราะไม่อยากให้สองสามีภรรยาต้องมีนางเป็นต้นเหตุของความบาดหมาง จากนั้นไม่นานนักหลินหลางก็กระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่บ่อน้ำหลังจวน โดยที่นางยังไม่ได้พูดคุยกับซื่อหลางที่จะเลื่อนหลินหลางขึ้นเป็นเผยฝาง (เผยฝาง (陪房) หมายถึงสาวใช้ของภรรยาเอกที่ติดตามมาและช่วยปรนนิบัติเรื่องบนเตียงให้ฝ่ายชายตามคำสั่งของภรรยาเอก)

นั่นคือฉากหน้าที่นางล่วงรู้...

หลังจากรู้ว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน นางสงสัยมาพักหนึ่งแล้วว่า ตัวนางตอนที่อยู่ในจวนราชบุตรเขยระมัดระวังเรื่องหยูกยาและอาหารการกินแทบทุกอย่างจนแทบเข้าขั้นหวาดระแวง ไฉนนางถึงยังได้ถูกลอบวางยาพิษจนอาการป่วยทรุดหนักเช่นนั้น

นอกจากจะมีเกลือเป็นหนอน...

"คุณหนูเจ้าคะ" น้ำเสียงหวานใสของหลินหลางดังขึ้นอีกครั้ง

ครานี้หานฉงหรงจึงขานรับเบาๆ ทีหนึ่ง ท่าทางเกียจคร้านอย่างยิ่ง "ซื่อหลางมาหรือ ก็ให้เขามาสิ"

หลินหลางเลิกคิ้วท่าทางประหลาดใจ ปกติเวลาที่นางมารายงานคุณหนูของนางว่าฉางซื่อหลางมาหา ยังมิทันได้เห็นหน้าฉงหรงก็ยิ้มกว้างเสียยิ่งกว่ากว้าง ตั้งหน้าตั้งตารอคอยด้วยใจจดจ่อ ไม่มีทางมีท่าทีเช่นนี้ให้เห็นมาก่อนเด็ดขาด

หานฉงหรงเมินท่าทีของหลินหลาง พลางโบกมือเบาๆ ให้เด็กสาวไปพาอาคันตุกะคนใหม่เข้ามา หลินหลางทำตามคำสั่งอย่างคล่องแคล่วว่องไว ปล่อยให้หานฉงหรงจมจ่อมกับความคิดตนเอง

ปลายเล็บสีชมพูอ่อนจากน้ำคั้นดอกเทียนบ้านเขี่ยขอบถ้วยชาเบาๆ จนเกิดเสียงก้องกังวานใส คล้ายต้องการให้เสียงนั้นทำให้นางจิตใจสงบลง

ก่อนที่นางจะกลับมายังอดีต เทพเซียนที่ทำให้นางสมความปรารถนาถามย้ำกับนางครั้งหนึ่งว่านางทำใจที่จะเผชิญหน้ากับฉางซื่อหลางโดยไม่กระโดดเข้าบีบคออีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้นได้หรือไม่

นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะทดสอบตนเอง

เนื่องจากหลินหลางบอกนางเพิ่มว่าวันนี้เป็นวันหยุดของฉางซื่อหลาง ทำให้หานฉงหรงได้เห็นอีกฝ่ายในชุดธรรมดาสามัญที่มิใช่ชุดมือปราบเหมือนที่เคยเห็นในทุกๆ วัน ชายหนุ่มสวมชุดหลันผาวสีน้ำเงินเข้ม พร้อมหมวกสีดำครอบมวยเรียบร้อยเหมาะสมเข้ากับหน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ที่เอวประดับด้วยถุงหอมปักลายนกสาลิกาเคียงกิ่งหลานฮวาที่หานฉงหรงมอบให้เพื่อสื่อถึงความรักที่หอมหวานสดชื่นของพวกนาง

แต่ในยามนี้นางอยากตีมือคู่นี้ของตนให้หัก ฐานไม่รักดีไปนั่งหลังขดหลังแข็งปักถุงหอมให้ชายชั่วตรงหน้าพรรค์นี้ทำไมกัน!

แม้ในใจจะคิดเช่นนี้ แต่คำพูดที่เอ่ยออกมาหลังจากลอบถอนหายใจยาวเหยียดกลับเป็นคำพูดที่แฝงเร้นด้วยความปีติยินดีพร้อมทั้งใบหน้างามที่ปรับเป็นแช่มชื่นหลังจากที่งอง้ำไม่น่าดู “ซื่อหลาง เจ้ามาแล้วหรือ”

“ข้าเองก็มาหาเจ้าก่อนไปทำงานทุกวัน ยังทำท่าดีอกดีใจถึงปานนี้ ยังไม่คุ้นชินอีกหรือ” ซื่อหลางจับมือหานฉงหรงพลางดุเสียงอ่อน แต่ก็จับได้ถึงความรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องที่มีหญิงรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อเช่นนี้

“เจ้าอย่าได้ดุข้านักเลย ข้าดีใจที่เจอเจ้าทุกวัน จะให้ทำอย่างไรก็ไม่คุ้นชินหรอก” หานฉงหรงตอบเสียงอ่อนหวานพร้อมชักมือตนเองกลับคืนโดยไม่ลืมลอบเช็ดมือของตนกับกระโปรงสีฟ้าอ่อนปักลายปุยดอกหลิ่วพลิ้วพรายพร้อยไปทั้งผืน ทว่าพอทิ้งมือของตนตกลงข้างตัว ฉางซื่อหลางก็รีบคว้ามือนางไปอีกครั้งพร้อมกับของบางอย่างในมือ

เมื่อฉงหรงยกมือขึ้นมองก็พบว่าในมือนางเป็นปิ่นอวิ๋นเหยาทำจากเงินแท้มากราคาประดับด้วยพลอยและหยกเม็ดจิ๋ว ดูกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง

แม้จะรู้สึกอยากขว้างไปให้พ้นตาไม่ต่างจากปิ่นของหมั้นที่นางโยนทิ้งอย่างไม่แยแสอยู่ในห้อง แต่หานฉงหรงเองก็ต้องทำหน้าซาบซึ้งเหมือนจะร้องไห้ “งดงามยิ่ง เจ้าซื้อมาเพื่อข้าเช่นนั้นหรือ”

ฉางซื่อหลางส่ายหน้า “ไม่ใช่ของที่หาซื้อได้จากตลาด หากแต่เป็นของที่สั่งทำเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ”

ถึงในใจจะนึกเคลือบแคลง แต่หานฉงหรงก็จำใจเล่นไปตามน้ำ ตรงเข้าสวมกอดฉางซื่อหลางอย่างอ่อนโยน “ซื่อหลาง เจ้าดีกับข้ายิ่ง ข้าโชคดีนักที่จะได้แต่งงานเป็นภรรยาของเจ้า”

ฉางซื่อหลางคลี่ยิ้มอ่อนโยนก่อนกอดตอบหญิงสาวอย่างเปี่ยมรัก ทว่าในชั่วเสี้ยววิบตานั้นหานฉงหรงกลับเห็นความผิดปกติอย่างหนึ่ง

หลินหลาง...สาวใช้ของนางกำลังทำหน้าบึ้งตึงคล้ายไม่รู้สึกยินดี มือบอบบางยกขึ้นขยำสาบเสื้อแน่นจนสิ่งที่ซ่อนอยู่โผล่แพลมออกมา เป็นโลหะเงินแวววาวลายเมฆขดแบบเดียวกับปิ่นอวิ๋นเหยาที่หานฉงหรงเพิ่งได้รับมา...หานฉงหรงเห็นดังนั้นจึงอดลอบถอนใจอย่างสมเพชไม่ได้

ตัวบัดซบฉางซื่อหลาง...แท้จริงของที่สั่งทำนั้นมิใช่เพื่อข้าโดยเฉพาะ...

นอกจากข้าแล้ว แม้แต่สาวใช้ หญิงชาวบ้านร้านตลาด หรือแม้แต่นางคณิกาในย่านเริงรมย์ คงมีปิ่นอวิ๋นเหยาแบบเดียวกันนี้ประดับเรือนผมทั่วเมืองแล้วกระมัง...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   คืนแต่งงาน 4

    ภายในจวนที่ยังคงครึกครื้น ย่อมตระหนกไม่น้อยเมื่อเห็นเกี้ยวเจ้าสาวตรงไปยังเรือนหลัง หานเซี่ยงอวิ๋นที่เห็นเพียงแว่บหนึ่งจึงเอ่ยถามหลีรั่วที่เดินเข้ามาในโถงจัดเลี้ยง “แม่นางหลี เกิดอันใดขึ้นหรือ หรงเอ๋อร์เป็นอันใดไป”หลีรั่วอธิบายเสียงนุ่ม “มิมีอันใดร้ายแรง คุณหนูเพียงพักผ่อนน้อย เลยไม่ค่อยสบาย ตอนนี้เรียกท่านหมอมาดูอาการแล้ว ให้พักผ่อนสักชั่วยามสองชั่วยามก็ดีขึ้นเจ้าค่ะ เพียงแต่ว่าฤกษ์นี้คงไม่สะดวกเสียแล้ว ไว้ท่านอ๋องจะไปทูลขออภัยทางจากฝ่าบาทและพระนางไทโฮ่วภายหลัง”“ข้าอยากไปดูว่าหรงเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง” กล่าวจบหานเซี่ยงอวิ๋นทำท่าจะลุกขึ้นยืน ทว่าอารามรีบร้อนจึงซวนเซจะล้ม ดีที่มือยังยันเก้าอี้ไม้หนานเนื้อทองที่นั่งอยู่เอาไว้ได้ หลีรั่วรีบประคอง ท่าทางร้อนใจ “หานปั๋วซื่อ ท่านเองก็สุขภาพไม่แข็งแรง ควรถนอมร่างกายของตนเองก่อนเถิดเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านหมอรักษาคุณหนูแล้ว ท่านปล่อยให้นางพักผ่อนก่อน ไว้นางตื่นเมื่อใดข้าจะพาท่านไปหาคุณหนูด้วยตนเอง”หานเซี่ยงอวิ๋นยังคงกังวลมิคลาย ทำท่าจะลุกขึ้นอีกครั้ง ทว่าอวิ๋นรุ่นที่เข้ามาเห็นพอดีจึงเอ่ย “ท่านพ่อตา ท่านไม่ต้องกังวล หรงเอ๋อร์ยังสาว ร่างกายแข็งแรง เ

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   คืนแต่งงาน 3

    “ขบวนเจ้าสาวมาถึงแล้ว!” เสียงของเหวินซิ่วดังกังวานกลบเสียงปะทัดที่ถูกจุดดังสนั่นหน้าจวนเป่ยหนานอ๋อง ท่าทีของเขายินดีปรีดาอย่างไม่มิด ในขณะที่อวิ๋นรุ่นผู้เป็นนายในชุดเจ้าบ่าวกลับเพียงอมยิ้มน้อยๆ เพื่อรักษาท่าทีสุขุมสง่างามของท่านอ๋องผู้ทรงเกียรติ ทว่าดวงตาที่เป็นประกายอิ่มเอมในความสุขนั้นกลับมิอาจปกปิดได้เลยแม่สื่อที่นำขบวนเจ้าสาวมีใบหน้าอวบกลมอิ่มเอิบแย้มยิ้มด้วยริมฝีปากแต้มชาดสีแดงสดก่อนจีบปากจีบคอร้องบอกคนในเกี้ยว “ฉงหรงจวิน ลงจากเกี้ยวได้แล้วเจ้าค่ะ”ทว่าภายในเกี้ยวกับไร้เสียงขานรับหรือการขยับตัวที่ทำให้รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างใน คราแรกแม่สื่อคิดว่าอีกฝ่ายอย่างกลั่นแกล้งเจ้าบ่าว จึงเรียกซ้ำอีกครั้ง พอครั้งที่สามสีหน้าของแม่สื่อรวมไปถึงเหล่าผู้ที่มายืนรอหน้าจวนก็เริ่มเลิ่กลั่ก เหวินซิ่วหันไปกระซิบกับอวิ๋นรุ่น “ท่านอ๋อง หรือว่าหรงเอ๋อร์จะไม่สบาย เรารีบไปดูนางกันเถิด”อวิ่นรุ่นขมวดคิ้ว สังหรณ์ร้ายแล่นขึ้นเป็นริ้ว ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้เกี้ยวเจ้าสาว พลันเห็นของเหลวสีเข้มจนเกือบดำไหลซึมมาจากประตูเกี้ยว อารามร้อนใจดั่งไฟลนทำให้อวิ๋นรุ่นกระชากม่านเกี้ยวเจ้าสาวออกอย่างแรง ม่านเกี้ยวเจ้

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   คืนแต่งงาน 2

    ยามซี่หวีละเอียดหวีที่เรือนผมของหานฉงหรงแต่ละครั้งพร้อมคำอวยพรที่ขอให้ชีวิตสมรสราบรื่นเป็นสุข มีบุตรหลานสืบสกุล นางหวนระลึกถึงบิดามารดาของตน แม้ท่านแม่จะสิ้นบุญไปตั้งแต่หานฉงหรงยังเป็นเด็ก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักของทั้งสองสามีภรรยาที่รักใคร่ปรองดอง ได้แต่หวังอย่างเต็มหัวใจว่าชีวิตสมรสของตนในภายภาคหน้านี้ก็จะราบรื่นสดใสเช่นเดียวกับบุพการีทั้งสององค์หญิงใหญ่เผิงเฉิงมองไทโฮ่วหวีผมเงียบๆ ก่อนเอ่ยถามเสียงเรียบ “ก่อนที่ข้ากับไทโฮ่วเสด็จมา ข้าเห็นว่าหานไฉเหรินเพิ่งออกจากตรงนี้ไป นางมาทำอันใดที่นี่หรือ”หวงไทโฮ่วหยุดมือเล็กน้อย “นางมาที่นี่หรือ”หานฉงหรงพยักหน้า สบตาหวงไทโฮ่วพลางเอ่ยเสียงซื่อ “เพคะ เมื่อครู่หานไฉเหรินมาที่นี่ บอกว่านำของขวัญของหานฟูเหรินและจวงหมิ่นกั๋วฟูเหรินมามอบให้ จวงหมิ่นกั๋วฟูเหรินกับหม่อมฉันเคยช่วยเหลือองค์หญิงเวินอี๋จัดงานเลี้ยงฉลองพระราชสมภพให้กับฝ่าบาทเมื่อหลายเดือนก่อน จึงอาศัยโอกาสนี้แสดงความยินดีที่หม่อมฉันแต่งงานและขอบคุณหม่อมฉันไปพร้อมๆ กันเท่านั้นเพคะ”องค์หญิงใหญ่เผิงเฉิงคลี่ยิ้ม “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็แล้วไปเถิด ตอนนี้พวกเจ้าผูกมิตรกันได้ แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้เจ้าก

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   คืนแต่งงาน 1

    วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งผ่านช่วงเทศกาลฉงหยางไปหลายวัน รสชาติหวานล้ำของสุราเบญจมาศยังอวลในปากและหัวใจของประชาชนไม่ทันจาง วังหลวงและจวนเป่ยหนานก็ได้เปิดไหสุรานารีแดง ดื่มฉลองพิธีเสกสมรสของเป่ยหนานอ๋อง อวิ๋นรุ่นและฉงหรงจวิน หานฉงหรง สองหนุ่มสาวที่หนึ่งบุรุษนั้นเป็นพระอนุชาที่ฮ่องเต้ไว้วางพระทัยมากที่สุด ส่วนหนึ่งสตรีนั้นก็เป็นที่โปรดปรานเอ็นดูของหวงไทโฮ่วทางฝ่ายในเลือกวันดีวันหนึ่งในช่วงเวลาที่อากาศหนาวเย็นไม่มากเตรียมงานเสกสมรสตั้งแต่เช้าตรู่ ตำหนักไท่หยางเต็มไปด้วยอักษรมงคลและสีแดงชาดของแถบแพรที่ประดับตกแต่งโดยรอบ หานฉงหรงตื่นมาแต่เช้ามืดเพื่อให้เหล่ากูกูช่วยเกล้าผมประทินโฉม โดยมีหลานชุ่ยที่หวงไทโฮ่วมอบให้เป็นนางกำนัลส่วนตัวของนางคอยส่งเครื่องประดับให้พลางส่งเสียงเจื้อยแจ้ว “คุณหนู ท่านทราบหรือไม่ กองสินเดิมที่หวงไทโฮ่วประทานให้แต่แรกตอนนี้มีมากขึ้นเป็นเท่าตัวจากสินเดิมที่องค์หญิงใหญ่เผิงเฉิงร่วมประทานให้ ทำให้ในห้องโถงกลางของตำหนักไท่หยางดูคับแคบลงไปถนัดตาเลยเจ้าค่ะ และข้ายังได้ยินว่าจะมีของขวัญมากมายจากเหล่าเชื้อพระวงศ์ส่งไปยังจวนอ๋องเป่ยหนานด้วย”“นั่นเพราะว่าท่านอ๋องเป็นที่รักของทุ

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   หลังพุ่มเฟื่องฟ้า 2

    “รีบไปที่ตำหนักหลักเถิด อย่าปล่อยให้เสด็จแม่รอนาน” ชายหนุ่มสำทับกับนางอีกคราพร้อมกุมมือนางเอาไว้แน่น ท่าทีสนิทสนมชิดใกล้พาให้ข้ารับใช้ที่พบเห็นพลอยอมยิ้มอย่างมีความสุขตามเนื่องจากมีการทำความสะอาดลานตำหนักไท่หยาง ทำให้มีการเปิดกระตูตำหนักเช็ดถูทำความสะอาด ขันทีน้อยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดบานประตูสีแดงชาดอย่างตั้งอกตั้งใจ กระทั่งหมุดทองเหลืองที่ประดับประตูก็ขัดเสียเงาวับ ทอประกายรังรองสะท้อนแสงตะวัน รับกับแมกไม้ที่ประดับอยู่ด้านนอก เนื่องจากเป็นฤดูใบไม้ร่วง ทางฝ่ายคัดสรรพืชพรรณจึงสร้างร้านขึ้นมาแล้วนำต้นเฟื่องฟ้าสายพันธุ์จากหนี่ปั๋ว[1] มาปลูกตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน ปล่อยให้มันเลื้อยพันขึ้นเป็นพุ่มใหญ่แล้วหมั่นให้คนตกแต่งมิให้เลื้อยระพื้นจนเสียรูปทรง พอเข้าฤดูใบไม้ร่วงจึงผลิดอกเบ่งบานสะพรั่ง ปลิวไสวไปตามสายลมดุจม่านไหมทองในห้องหอของดรุณีแรกรุ่น“เจ้าหยุดอันใด” อวิ่นรุ่นเห็นนางหยุดเดินจึงเอ่ยถาม เมื่อมองตามก็ร้องอ้อ “เฟื่องฟ้าสายพันธุ์นี้นอกจากสีดอกเป็นสีทองอมส้มคล้ายกับสีอาภรณ์พิธีการของเสด็จแม่ งดงามหาใดเปรียบ ยังไร้หนามให้ทิ่มตำเนื้อหรือเกี่ยวเสื้อผ้าให้รำคาญใจ ไม่ว่าจะสนมนางในหรือฮ่องเต้ที่ได้มาเ

  • ย้อนเวลามากำจัดสามีสับปลับกับองค์หญิงบัวขาว   หลังพุ่มเฟื่องฟ้า 1

    เหตุการณ์ในงานเลี้ยงผ่านไปไม่กี่วัน ตำหนักไท่หยางก็ได้ต้อนรับอาคันตุกะมาใหม่อีกสองคน เสียงของทั้งสองเจื้อยแจ้วสดใสขนาดที่ทำให้ตำหนักปีกที่หานฉงหรงกำลังนั่งอ่านตำราอยู่เงียบกลายเป็นรังนกกระจอกขึ้นมาทันที“พี่สาว! ข้าคิดถึงท่านยิ่งนัก”เป็นหย่งเยี่ยกับเสี่ยวมี่นั่นเอง พวกเขาสองคนแข่งกันวิ่งมาหาข้าที่ตำหนักปีกอย่างไม่มีใครยอมใคร หานฉงหรงรีบเดินออกมาต้อนรับพอดีกับที่เด็กชายตัวแสบพุ่งมากอดนางเต็มรัก หญิงสาวแม้จะดีใจที่มีคนรู้จักมาเยี่ยมเยียนแต่ก็อดเอ็ดเสียงอ่อนมิได้ “องค์ชาย ที่นี่เป็นพระราชฐานชั้นใน อีกทั้งยังเป็นที่ประทับของพระนางไทโฮ่ว ส่งเสียงดังเช่นนี้จะเป็นการรบกวนพระนางนะเพคะ”หย่งเยี่ยใช้ใบหน้าซุกหน้าท้องของหญิงสาวพลางเอ่ยอู้อี้ “เสด็จย่าอนุญาตให้ข้าเสียงดังได้แล้ว อีกทั้งพี่สาวเอาแต่อ่านหนังสือ ข้าวิ่งเสียงดังขนาดนี้ยังไม่สนใจจะเงยหน้ามอง ข้าเลยต้องส่งเสียงดังเช่นนี้”หานฉงหรงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “แล้วกัน ไฉนกลายเป็นหม่อมฉันที่ผิดไปได้เล่า”ว่าจบก็พินิจร่างเล็กๆ ที่ดูจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะลูบแก้มยุ้ยๆ นั้นเล่น “ไม่พบเพียงหนึ่งเดือน ทั้งองค์ชายและเสี่ยวมี่ก็สูงขึ้นอีกห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status