LOGIN"เป็นผีเนี่ย... มันกินของคนไม่ได้จริงๆ ด้วย"
มู่หานจวินที่นั่งมองอยู่ขมวดคิ้วแน่น เขามองอาการของชิงเฟยแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ต้องจุดธูปเซ่นไหว้ส่งไปให้เจ้าก่อนหรือไม่ข้าจะได้ช่วยจัดการให้"
ชิงเฟยหันกลับมามองเขา ดวงตากลมโตพลันทอประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันตา อมยิ้มกวนๆ แล้วตอบเสียงเบา
"จริงๆ แล้ว...ข้า มีวิธีที่ง่ายและไวกว่าจุดธูปเยอะเลยนะท่าน..."
มู่หานจวินเป็นคนฉลาด มีหรือจะไม่เข้าใจความหมายในคำพูดนั้น ใบหน้าคมคายพลันบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขารีบขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยแล้วเอ่ยดักคอเสียงเข้ม
"อย่าคิดแม้แต่จะ..."
"ขอโทษนะท่านมือปราบ ข้าขอกินให้อิ่มแค่แป๊บเดียวจริงๆ"
วูบ
ยังไม่ทันที่มู่หานจวินจะได้ยกมือขึ้นห้าม ร่างวิญญาณของชิงเฟยก็พุ่งวูบสิงเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ พลางสะบัดคอไปมาให้เข้าที่เข้าทาง
มู่หานจวินที่โดนแทรกแซงการควบคุมร่างทำได้เพียงส่งเสียงประท้วงอยู่ในจิตใต้สำนึก (เจ้าผีร้ายจอมตะกละออกไปเดี๋ยวนี้นะ)
"ฮื่อออ ขอโทษจริงๆ น้า ท่านมือปราบรูปหล่อมู่หานจวิน ข้าสัญญาว่าจะกินแป๊บเดียว"
ชิงเฟยในร่างของมือปราบหนุ่มสุดหล่อหน้าเข้ม รีบยกมือประสานไหว้ขอโทษตัวเองในใจอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนจะรีบคว้าขนมเปี๊ยะอบกุหลาบเข้าปากยัดทันที
หมับ คำแรกผ่านไป...
"โอ้โหหหหห อร่อยมากกกก สัมผัสกุหลาบหวานนุ่มละมุนลิ้นสุดๆ อือหือน้ำตาจะไหลข้าที่ยังไม่ทันอิ่มก็ตายคราวนี้สมใจแล้ว"
ภาพที่ปรากฏในห้องส่วนตัวยามนี้ คือมือปราบหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่านิ่งขรึมและเฉียบขาดที่สุดในเมืองหลวง กำลังนั่งเคี้ยวขนมแก้มตุ้ย นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความฟินขั้นสุด พลางเอ่ยพึมพำขอโทษขอโพยอากาศไปพร้อมๆ กับการสวาปามอาหารบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว
"ขอโทษนะมู่หานจวิน คำนี้เนื้อนุ่มมากเลย ขอชิมเนื้อตุ๋นนี่อีกคำเดียวนะ อื้มมมม ละลายในปาก เจ้าอย่าเพิ่งโกรธข้านะ ข้าขอขนมถั่วแดงปิดท้ายอีกชิ้นเดียวเท่านั้นจริงๆ"
มู่หานจวินที่ทำได้เพียงมองดูร่างกายของตนเองโดนใช้เป็นพาหนะในการกินอย่างหมดท่า ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียดในจิตใจด้วยความอนาถจิต...
เห็นเจ้าผีตัวป่วนนี่... ข้าละอยากจะบ้าตายจริงๆ
มู่หานจวินที่ยังไม่ได้กลับมาควบคุมร่างของตัวเอง ทำได้เพียงอยู่ในความมืดและฟังเสียงชิงเฟยเรอออกมาอย่างไม่เกรงใจ
“เอิ้กกกกกกกกอิ่มสุดๆ”
“เจ้านี่...กินอิ่มจนเกินงาม”
ชิงเฟยลูบท้องตัวเองอย่างสบายใจ
“หญิงงามกินเพียงน้อยเพื่อรักษารูปร่าง อย่างน้อยเจ้าก็ควรจะรู้ข้อนี้”
“แต่ข้าไม่ใช่หญิงงามนี่ ท่านก็รู้ เพราะฉะนั้นข้าไม่ได้อยู่ในกฎข้อนั้นกฎสำหรับข้าคือไม่อิ่มห้ามตาย”
มู่หานจวินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงเย็น
“ในเมื่อกินอิ่มแล้ว ก็ออกจากร่างข้าได้แล้ว” ชิงเฟยยิ้ม
“รีบอะไรข้ายังดื่มด่ำกับความอิ่มยังไม่พอ”
“ชิงเฟย…. ออกไป”
“ฮือออ...” ยกมือขึ้นลูบที่หน้าท้องที่มีแต่กล้าม ก่อนจะก้มมองร่างของเขาอย่างพิจารณา ดวงตาเป็นประกายวาววับ
“ว้าววววววว่าแต่...อกของท่านนี่แน่นจริงๆ”
มู่หานจวินชะงัก
“เจ้าอย่าคิดทำอะไร”
"อืม... เอาจริงๆ นะมู่หานจวิน..." ชิงเฟยลากเสียงยาวอย่างสยิว
"แผงอกของท่านนี่กล้ามเป็นมัดๆ แน่นปั๋งเลยนะเนี่ย จัดว่าดูแลตัวเองดีไม่เบาเลยนะ"
พูดจบ ชิงเฟยก็จัดการล้วงมือผ่านเสื้อตัวนอกเข้าไปสัมผัสผิวกายแน่นตึงใต้ร่มผ้า ลูบไล้รอยหยักซิกส์แพ็กของมือปราบหนุ่มอย่างอารมณ์ดี
“หืออออออออแน่นปั๋ง น่ากัดฮือออคนที่กล้ามแน่นขนาดนี้เป็นของเจ้าแล้วนะชิงเฟย”
“อย่าทำแบบนี้นะออกไปจากร่างข้าเดี๋ยวนี้” มู่หานจวินร้องลั่นในหัวด้วยความขวัญผวา ลมหายใจเริ่มติดขัดอย่างควบคุมไม่ได้
“หุบปากเจ้าเสียงในหัวเจ้ามีสิทธิ์อะไร”
“หากเจ้ายังกล้าเล่นพิเรนทร์กับร่างกายข้า คราวหน้าข้าจะไม่ยินยอมให้เจ้าสิงร่างอีกเป็นอันขาด”
"หือกล้า..ข่มขู่ข้าหรือไอ้สองงง" ชิงเฟยเอียงคอทำหน้าตาย
"เลิกลวนลามข้า"
"นี่ข้าต้องรอให้ท่านอนุญาตด้วยหรือไงกันละจ๊ะ"
มู่หานจวินกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดบนขมวดเต้นตุ้บๆ ทว่า ในวินาทีถัดมา... ชิงเฟยกลับเลิกคิ้วสูง นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
"อะ... อะ... อ้าว ตายแล้วแย่แล้วไม่น้าาาาาาาาา"
ชิงเฟยร้องอุทานเสียงหลงดวงตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น ทำหน้าสยิวววว
"ท่านนี่มันพวกไฟแรงสูงจริงๆ ด้วย แค่ข้าเอาฝ่ามือตัวเองลูบหน้าอกตัวเองแท้ๆ ท่านกลับเกิดอารมณ์ขึ้นมาได้ซะอย่างนั้นหรือเนี่ย ฮ่าๆๆ"
ชิงเฟยสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและปฏิกิริยาของร่างกายส่วนสำคัญที่เริ่มขยับขยายตื่นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชิงเฟยหลุบสายตามองต่ำลงไปยังเบื้องล่างอย่างไม่เชื่อสายตา
"อุ๊ยตาย น้องชายของท่านมัน... บะละหึ่มขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยดันผ้าขึ้นมาแล้ววววววว ข้าขอจับเล่นสักนิดได้ไหม"
“หุบปาก”
“ดูเหมือนจะ ห้ามไ่อยู่จริงๆ ยิ่งห้ายิ่งขึ้นฮ่าาาาาข้าจะจับแล้วน้าาาาาาาาา”
“หญิงไร้ยางอายไมไ่ด้นะอย่าทำแบบนั้น”
“ข้าขอจับเล่น”
“อย่านะ” เสียงตะโกนดังลั่นในหัวของชิงเฟย แล้วในวินาทีนั้นเอง
ฟึ่บชิงเฟยหัวเราะคิก ก่อนออกจากร่างของเขาในทันที มู่หานจวินกลับมาควบคุมร่างตัวเองและลืมตาขึ้น เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นค่อยๆ กำมือแน่น
“ชิงเฟย” ผีสาวยืนลอยอยู่ตรงหน้า ยิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจ
“เจ้าคะ ฟินใช่ไหม เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีของเราสอง”
มู่หานจวินสูดลมหายใจลึกพูดด้วยเสียงทุ้มลึก
“ห้ามเข้าสิงข้าอีก” ชิงเฟยเอียงหน้า
“อ้าว”
“เด็ดขาด”
“แต่เมื่อครู่ท่านสนุกออก”
“ออกไปให้พ้นหน้าข้า”
เสียงหัวเราะของชิงเฟยดังขึ้นทันทีส่วนมู่หานจวิน...เริ่มคิดอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกว่า
บางทีการไปหาซินแสมาไล่ผี อาจเป็นเรื่องที่จำเป็นกว่าที่คิดไว้มากนัก
ภายในตำหนักขององค์หญิงเก้า ม่านหนี่ ร่างบอบบางยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงมานานนับปี ใบหน้างดงามซีดเซียวแทบไร้สีเลือด แม้ลมหายใจยังคงสม่ำเสมอ แต่ดวงตาคู่นั้นไม่เคยเปิดขึ้นมาอีกเลยขันทีหนุ่มผู้ดูแลองค์หญิงมาตลอดเดินเข้ามาพร้อมถาดไม้เล็กๆ บนถาดมีเตากำยานใบหนึ่ง เขาวางมันไว้ไม่ไกลจากเตียง ก่อนจะจุดกำยาน กลิ่นหอมอ่อนๆ ค่อยๆ ลอยกระจายไปทั่วห้อง ช่วยขับความอับชื้นของตำหนักที่แทบไม่มีผู้ใดเข้าออกฮองเฮานั่งอยู่ข้างเตียง จับมือของม่านหนี่เอาไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำจากการเฝ้ามองบุตรสาวที่ไม่เคยตอบสนองมานานถึงหนึ่งปี “หนึ่งปีแล้ว...ม่านหนี่ยังไม่ฟื้น มีวิธีไหนหรือไม่ที่จะทำให้นางกลับมาได้?”ขันทีหนุ่มก้มหน้าลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่วิธีที่ว่าค่อนข้างจะต้องอาศัยเวลา และไม่มีผู้ใดรับรองได้ว่าจะได้ผลเมื่อใด”ฮองเฮาหันขวับไปมอง “วิธีไหน”ขันทีหนุ่มเหลือบมององค์หญิงที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้และลดเสียงลงอีก “มีวิธีหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องทุกคืนพระจันทร์เต็มดวง และต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน...หากทำสำเร็จ อาจช่วยเรียกสต
มู่หานจวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คุยกับตัวเองพ่ะย่ะค่ะ”หลงเหวินมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา “เจ้านี่เป็นเอามากจริงๆ ผีองค์หญิงเก้าคงตามหลอกหลอนเจ้าจนเสียสติไปแล้วสินะ มู่หานจวิน”มู่หานจวินไม่ได้ตอบ เพียงถอนหายใจเบาๆ แล้วเหลือบมองชิงเฟยที่กำลังยืนกุมท้องอยู่ข้างโต๊ะหลงเหวินกลับทำท่าครุ่นคิดขึ้นมา ก่อนจะตบโต๊ะเบาๆ “เดี๋ยวก่อน ความจริงแล้ว...พวกเราควรเดินทางไปแคว้นเซี่ยสักครั้ง”มู่หานจวินเลิกคิ้ว ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ก็ดีพ่ะย่ะค่ะ จะได้ไขข้อข้องใจเสียที”ชิงเฟยที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง หันขวับมองมู่หานจวิน “เดี๋ยวนะ...นี่ท่านไม่ปฏิเสธหรือ”มู่หานจวินเหลือบมองนาง ชิงเฟยรีบพูดต่อ “ปกติถ้าฝ่าบาทพูดเรื่องข้า ท่านต้องรีบปฏิเสธทุกอย่างไม่ใช่หรือ คราวนี้กลับเห็นด้วยเสียอย่างนั้น”มู่หานจวินถอนหายใจ “เพราะครั้งนี้ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าคือใครกันแน่”ชิงเฟยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”มู่หานจวินเงียบไปครู่หนึ่งแล้วตอบ “กระหม่อมก็คิดเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”ชิงเฟยยกมือขึ้นอย่างร่าเริง “ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
ทันทีที่มู่หานจวินก้าวเข้ามาในวังหลวง หลงเหวินก็รีบลุกจากบัลลังก์เดินลงมาหาอย่างรวดเร็ว ราวกับรอเขามานานแล้ว “ท่านมือปราบมาแล้วหรือ เร็วเข้า ขันที นางกำนัล ยกเครื่องเสวยมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”มู่หานจวินชะงัก “ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมาเพราะเรื่องหญิงในภาพมิใช่หรือ”“เรื่องนั้นก็สำคัญ แต่เจ้ามาถึงทั้งทีต้องกินอะไรเสียหน่อย” หลงเหวินตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพามู่หานจวินไปยังศาลาริมน้ำที่อยู่ไม่ไกลนัก ขันทีและนางกำนัลรีบยกอาหารตามมาเป็นพรวนชิงเฟยที่ลอยตามมาเงียบๆ สังเกตตั้งแต่เมื่อครู่ว่าหลงเหวินไม่ได้หันมามองทางตนแม้แต่น้อย จึงลองโบกมือผ่านหน้าเขาไปหนึ่งครั้ง อีกครั้ง แล้วอีกครั้ง ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ชิงเฟยเบิกตากว้างอย่างโล่งใจ “เห็นไหมล่ะ ตอนนี้มองไม่เห็นข้าแล้วจริงๆ”เมื่อเห็นว่าปลอดภัย ชิงเฟยจึงรีบลอยตามมู่หานจวินไปยังศาลาริมน้ำทันที แต่พอเห็นโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร นางกลับชะงักอยู่กลางอากาศ ดวงตาจับจ้องจานอาหารตรงหน้าอย่างไม่วางตาหลงเหวินไม่รอช้า รีบหันมาพูดกับมู่หานจวินทันที “ท่านมือปราบ ข้าพบนางแล้ว”มู่หานจวินขมวดคิ้ว “พบใครหรือ”“หญิงงามที่ติดตามท่านอย่างไล่าท่านมือปราบ” ” หลงเหวินลด
“ข้าน้อยจำได้พ่ะย่ะค่ะ” ชายผู้นั้นรีบกล่าว หลงเหวินชะงัก “ที่แคว้นเซี่ย องค์หญิงเก้าแว่าแต่ทำไมข้าไม่เคยรู้เรื่องนี้”“พ่ะย่ะค่ะ หญิงผู้นี้คือองค์หญิงเก้าแห่งแคว้นเซี่ย...องค์หญิงม่านหนี่จริงๆ นางงดงามเกินใครอาจเพราะงดงามเกินใครจึงถูกซ่อนไว้ในวังพ่ะย่ะค่ะ”หลงเหวินขมวดคิ้วแน่น พลางหยิบภาพวาดขึ้นมามองอีกครั้ง “องค์หญิงเก้าอย่างนั้นหรือ แล้วเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ปรากฏกายให้ข้าเห็นได้”“เรื่องนั้นข้าน้อยไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าน้อยจำไม่ผิดแน่นอน ใบหน้าขององค์หญิงเก้ากับหญิงในภาพเหมือนกันทุกประการ”หลงเหวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งขันทีเสียงดัง “ส่งทูตไปแคว้นเซี่ยเดี๋ยวนี้ แล้ว ให้เขาวาดภาพเหมือนขององค์หญิงม่านหนี่มาให้ข้า ข้าต้องการเห็นด้วยตาตัวเองว่าเป็นคนเดียวกับหญิงในภาพหรือไม่”“พ่ะย่ะค่ะ”“แล้วให้รีบไปรีบกลับ ข้าแทบจะอดใจไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นใบหน้าขององค์หญิงเก้า” หลงเหวินกำภาพวาดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้ชายผู้ให้ข้อมูลรีบก้มหน้าลง ขณะที่หลงเหวินยังคงจ้องภาพหญิงงามไม่วางตา ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “อ้อ จริงสิ ส่งคนไปแจ้งท่านมือปราบมู่หานจวินด้วย”ขันทีชะงัก “แจ้ง
ด้านหลังจวนตระกูลหลี่ในยามเย็น ชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีเข้มเดินลัดเลาะมาตามกำแพงด้วยท่าทีมีพิรุธ เขาหยุดมองซ้ายทีขวาทีหลายครั้ง พอแน่ใจว่าไม่มีใครจึงเคาะประตูเล็กด้านหลังเบาๆ สามครั้งเหมือนการส่งซิกไม่นานประตูก็เปิดออก ฮูหยินหลี่ก้าวออกมา นางเหลียวมองไปรอบด้าน ก่อนรีบยื่นห่อผ้าสีน้ำตาลขนาดพอดีมือให้ชายคนนั้น “เอาไป แล้วรีบไปเสีย อย่าให้ใครเห็นเจ้า”ชายคนนั้นรับห่อมาอย่างลนลาน “ฮูหยิน เรื่องที่ท่านสั่ง...”“ข้าบอกให้รีบไปพูดมากอยู่ได้” ฮูหยินหลี่ตวาดเสียงต่ำ “หากเรื่องนี้ถูกเปิดโปง ไม่ใช่แค่เจ้าที่เดือดร้อน ข้าเองก็หนีไม่พ้น”ชายคนนั้นหน้าซีด รีบเก็บห่อผ้าไว้ในอกเสื้อแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว แต่เพิ่งพ้นมุมกำแพงไปไม่กี่ก้าว ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืด“จะรีบไปไหนหรือ”ชายคนนั้นชะงักกึก หลัวเฟิงก้าวออกมาจากด้านหน้า ขณะที่ฉินอู๋ปรากฏตัวด้านหลัง ปิดทางหนีเอาไว้พอดี ทั้งสองคนได้รับคำสั่งให้เฝ้าตระกูลหลี่ไว้เห็นชายคนนี้ลอบมาที่หลังจวนตั้งแต่แรก จึงซ่อนตัวเฝ้าดูอยู่เงียบๆชายคนนั้นหน้าถอดสี รีบหันกลับจะวิ่ง แต่ฉินอู๋คว้าคอเสื้อไว้ได้ก่อน“ปล่อยข้า ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย”ห
กรมมือปราบแทบกลายเป็นสนามรบย่อมๆ ไปแล้ว หญิงสองคนยืนประจันหน้ากันกลางกรม คนหนึ่งคือฮูหยินหลี่ สตรีร่างอวบที่ยังหอบจากการปะทะเมื่อครู่ ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียว แต่งกายงดงาม แม้เส้นผมจะยุ่งไปเล็กน้อยก็ยังเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับสมบัติของสามีข้า” ฮูหยินหลี่ตวาด “ท่านพี่แต่งข้าเข้าบ้านอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ข้าคือภรรยาของเขา เจ้าต่างหากที่เป็นใครก็ไม่รู้!”หญิงสาวหัวเราะเย็นๆ “ใครก็ไม่รู้หรือ ก่อนเขาจะตาย สามีเจ้าสัญญาว่าจะยกบ้านหลังนี้กับร้านค้าให้ข้า เขายังบอกด้วยว่าจะไม่ปล่อยให้ข้ากับลูกต้องลำบาก เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เจ้ากวาดทรัพย์สินทั้งหมดไปคนเดียวหรือ ก่อนนั้นข้ากับลูกติดตามเขาไปแคว้นเซียบ่อยๆ เจ้าเคยได้รับโอกาสนั้นไหม”“ลูก” ฮูหยินหลี่ตาโต “เจ้าพูดถึงลูกของใคร”“ลูกของท่านพี่ต้าฟู่สิ จะลูกของใครได้อีก”เสียงฮือฮาจากชิงเฟยดังขึ้นทันทีชิงเฟยที่ลอยอยู่ระหว่างหญิงทั้งสองถึงกับเบิกตากว้าง นางรีบวนรอบคนหนึ่งที รอบอีกคนที ราวกับกำลังนั่งดูละครสนุกที่สุดในชีวิต “เดี๋ยวนะ...มีลูกด้วย แล้วทำไมเพิ่งรู้กันตอนคนตายไปแล้ว หรือว่าคนตายมีความลับเยอะก







