공유

เตรียมตัวสอบ

last update 최신 업데이트: 2025-12-14 21:17:45

สองคนปลายแถวเปลี่ยนทิศทางเดินตามหยางหมิงเช่อและฟางอวี่จึงมาถึงห้องประชุมก่อนคนอื่นตามมาด้วยอาจารย์ใหญ่และอาจารย์ทั้งสำนักศึกษา จากนั้นคนอื่น ๆ ก็ทยอยมา ส่วนกลุ่มของหลี่เอ้อเหลียนมาถึงเป็นลำดับสุดท้าย อาจารย์ใหญ่กวาดตามองไปทั่วทั้งห้องกล่าวขึ้น

"ไม่รักษาเวลากันเลยเรียนมากี่ปีแล้ว"

ทั้งห้องเงียบกริบไม่มีใครกล้าแก้ตัว หลี่เอ้อเหลียนได้แต่มองหยางหมิงเช่อด้วยความขุ่นเคือง มิใช่ว่าเขาไม่รู้ตัวเพียงแต่เป็นคนพูดน้อยจึงเพียงนั่งฟังอาจารย์เงียบ ๆ เท่านั้น

บัณฑิตในสำนักศึกษามาเตรียมตัวสำหรับการสอบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทุกคนคร่ำเคร่งอ่านท่องตำรา ห้องทุกห้องเงียบกริบ ข้างนอกมีคนอยู่ตามใต้ร่มไม้บ้าง อยู่ศาลาบ้างแต่ไม่มีการส่งเสียงดัง อาจารย์ใหญ่ลู่เซียวก็คอยเดินตรวจตราตลอดเวลาบางครั้งก็คอยตอบคำถามเหล่าบัณฑิตให้เข้าใจเนื้อหาถ่องแท้มากขึ้น

หยางหมิงเช่อยังคงโดดเด่นท่ามกลางบัณฑิตเป็นร้อยคนที่จะเข้าสอบแข่งขันในรอบนี้ เป็นความหวังของอาจารย์ใหญ่และอาจารย์อีกหลายคน

"หยางหมิงเช่อเรียนเก่งที่สุดทั้งยังฉลาดล้ำลึก ดูบทกวีของเขาสิขนาดข้าเป็นอาจารย์ของเขาก็ยังต้องหันมาทบทวนตัวเอง"

อาจารย์ลู่เซียวพูดกับผู้ช่วยระหว่างกลับจากการให้คำปรึกษาแก่บัณฑิต

"เรื่องนี้อาจมีการพลิกผันเกิดขึ้นได้ขอรับท่านอาจารย์ ยังมีศิษย์จากสำนักอื่นทั่วสารทิศที่มีความสามารถไม่แพ้กัน"

เขาไม่อยากให้อาจารย์ใหญ่คาดหวังกับหยางหมิงเช่อมากเกินไป

"ข้าผ่านโลกมามาก ผ่านการเล่าเรียนและสอนมาหลายแคว้น หยางหมิงเช่อเป็นคนแรกในชีวิตที่แตกต่างจากผู้อื่นชัดเจน เขาไม่เหมือนผู้ใดแม้แต่คนเดียว ล้ำลึกแต่กล้าแกร่งบอกไม่ถูก"

อาจารย์ใหญ่ลู่เซียวยกมือลูบหนวดเคราสีขาวเบา ๆ มองไปยังเบื้องหน้า ยังจำวันแรกที่หยางหมิงเช่อมาสมัครเรียนเมื่อห้าปีก่อนได้เป็นอย่างดี ครั้งนั้นเขามากับบิดาในวัยเพียงสิบสามปี หยางเซินไม่รู้หนังสือแววตาอบอุ่นซื่อตรงแบบคนชนบททั่วไป หยางหมิงเช่อเปิดเผยตั้งแต่ครั้งแรกว่าเป็นบุตรบุญธรรมของตระกูลหยาง ทว่าแววตาของเขามีความหลากหลายสุดคาดเดา ทั้งกล้าหาญ ล้ำลึก บางครั้งเย็นชาและว่างเปล่า หลายครั้งมีความเจ็บปวดเจือปนที่คนภายนอกสังเกตได้ยาก ที่สำคัญครั้งหนึ่งที่ได้สนทนากันเขามองเห็นความเหี้ยมโหดและเจ้าเล่ห์ในคราวเดียวกันเพียงชั่วพริบตาเดียว

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจึงจับตาดูเด็กคนนี้และเอาใจใส่เป็นพิเศษด้วยความแตกต่างจากผู้อื่น หยางหมิงเช่อไม่ไว้ใจคนนอกง่าย ๆ แม้แต่กับอาจารย์ใหญ่ ในระยะเวลาร่วมปีกว่าจะสร้างความไว้วางใจจากเขาได้ นับว่าเป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิตของอาจารย์คนหนึ่ง

ศิษย์คนอื่น ๆ มักประจบอาจารย์แต่หยางหมิงเช่อหากไม่จำเป็นเขาจะไม่รบกวนเด็ดขาดยกเว้นมีเรื่องสงสัยที่ต้องการพบจริง ๆ

"ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า"

อาจารย์ใหญ่ลู่เซียวบอกกับหยางหมิงเช่อหลังจากพักจากการอ่านตำราในช่วงหัวค่ำ เขาคำนับอาจารย์ด้วยความนอบน้อมจากใจจริง

"ศิษย์ยังไม่นับว่าเป็นความหวังที่ดีได้แต่จะพยายามให้ดีที่สุดขอรับ"

อาจารย์มักภูมิใจที่เขาไม่เคยโอ้อวดตนเองทั้งต่อหน้าและลับหลัง

"ขอให้เจ้าโชคดีนะ"

"ขอบคุณท่านอาจารย์"

ส่งอาจารย์เข้าห้องพักผ่อนหยางหมิงเช่อจึงกลับเข้าห้อง พบฟางอวี่นอนไขว่ห้างนับดาวอยู่ริมหน้าต่าง พอหันมาเห็นสหายเขาก็ลุกขึ้นทักทาย

"หมิงเช่อเจ้าไปไหนมาหรือ"

หยางหมิงเช่อนั่งลงตอบเสียงราบเรียบไม่สื่ออารมณ์ใด ๆ

"ไปหาอาจารย์ เจ้าไม่อ่านตำราหรือ"

ฟางอวี่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ

"ข้าสอบไม่ได้หรอก รอแสดงความยินดีกับเจ้าดีกว่า ข้าไม่ได้อยากเป็นขุนนางแต่แรกแล้ว"

"อืม"

เพราะฟางอวี่เพียงแค่มาเรียนเอาความรู้ไม่เคยหวังถึงตำแหน่งขุนนางใด หยางหมิงเช่อเข้าใจดีไม่ได้เซ้าซี้หรือเจ้ากี้เจ้าการสหายสนิทให้เขาลำบากใจ

"ข้าน่ะมาเรียนเพื่อรู้เอาไปต่อยอดกิจการ ความหวังจอหงวนต้องฝากไว้ที่เจ้าแล้ว"

ฟางอวี่ยิ้มแฉ่งพูดจากใจจริง หยางหมิงเช่อพูดต่อไป

"แสดงว่าเจ้าจะไม่เข้าสอบแข่งขัน"

ฟางอวี่พยักหน้ายอมรับ

"ใช่แล้ว ข้าแค่มาเป็นเพื่อนเจ้าคอยเป็นไม้กันหมาพวกก่อกวน"

หยางหมิงเช่อกระตุกยิ้ม ฟางอวี่เป็นคนที่แปลกเช่นนี้ถึงไม่มีใครคบหาเขาแต่เขาก็ไม่เคยคิดมากและยังมีความสุขในแบบของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร บางครั้งหากหยางหมิงเช่อทำได้สักครึ่งหนึ่งของฟางอวี่ก็คงดีกว่านี้

แต่ทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตต่างกันเขาจึงต้องตั้งหน้าตั้งตาอ่านตำรา ดิ้นรนต่อสู้ให้มากขึ้น

"เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถิด"

ฟางอวี่รู้ว่ามันเป็นคำพูดแทนคำขอบคุณ คนปากหนักอย่างหยางหมิงเช่อก็เป็นเช่นนี้หากคนอื่นไม่เข้าใจคงขุ่นเคืองไม่น้อยทว่าฟางอวี่ไม่เคยสนใจเข้าใจสหายรักดี

ตระกูลหยาง

หยางเซินและเซียวถงปรึกษากันหลังกินข้าวมื้อเย็นเสร็จ

"พี่เซิน เจ้าว่าลูกเราจะสอบติดหรือไม่"

หากบุตรชายสอบเป็นขุนนางได้บ้านสกุลหยางคงเงียบเหงาลงไปมาก หยางเซินจับมือภรรยาปลอบใจนางให้คลายความกังวล

"ข้ามั่นใจว่าลูกทำได้ ถึงวันนั้นเราก็ต้องทำใจ"

แม้จะพูดออกไปเช่นนั้นทว่าในใจเขาก็หวั่นไหวเช่นเดียวกัน หยางหมิงเช่อมาอยู่ที่บ้านสกุลหยางตั้งแต่อายุแปดขวบ เขาเป็นเด็กชายที่ไม่พูดไม่จา ใบหน้าและแววตามีแต่ความเย็นชา กว่าทั้งคู่จะสามารถทลายกำแพงในใจของเขาได้ก็ใช้เวลาถึงสามปี เท่ากับว่าเขามีบุตรชายแท้ ๆ ได้เพียงเจ็ดปีเท่านั้น

เซียวถงเป็นสตรีที่สุภาพอ่อนโยน มีความรักและเสียสละเพื่อครอบครัว นางมอบความอบอุ่นให้หยางหมิงเช่อจนเข้าไปนั่งในใจของเขาได้สำเร็จ พอวันเวลาผ่านไปไม่กี่ปีนางต้องเสียบุตรชายที่รักไปแล้วหรือ นางซบใบหน้าลงกับไหล่ของสามี เหม่อมองขึ้นไปบนฟ้าที่มีแสงดาวระยิบระยับราวกับกำลังปลอบใจที่กำลังทุกข์ตรมของนางให้กลับมาแข็งแรง

"ข้าคงจะคิดถึงเขามาก"

เสียงของนางสั่นเครือ เด็กชายคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในครอบครัวให้นางได้ทุ่มเทความรักความเอาใจใส่จนหมดหัวใจ ยังไม่ทันได้สัมผัสกับความรักเต็มอิ่มเด็กชายที่เติบโตมาท่ามกลางความรักเต็มเปี่ยมกำลังจะจากไปไม่รู้เมื่อใดจะได้พบกัน

"หมิงเช่อเป็นเด็กดีเขาไม่มีทางลืมพวกเราแน่นอน"

หยางเซินกอดเซียวถงเอาไว้ถ่ายทอดกำลังใจสู่ตัวภรรยาที่อยู่กินกันมายี่สิบปี เมื่อนึกถึงวันที่จากลาเขาก็ใจหายไม่ต่างจากนางเช่นกัน เพราะหยางเซินมั่นใจในตัวหยางหมิงเช่อมาก เด็กคนนี้มีความมุ่งมั่นสูงมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนแม้จะไม่เคยเอ่ยออกมา เขาสัมผัสได้ผ่านพฤติกรรมที่แสดงออกถึงได้รับรู้ความจริงข้อนี้

เขาต้องสอบเป็นขุนนางได้สักตำแหน่งอย่างแน่นอนในราชสำนักหากไม่ใช่อันดับหนึ่ง ทว่าดูแค่ผิวเผินค่อนข้างมั่นใจว่าบุตรชายคนนี้จะคว้าตำแหน่งสูงสุดมาครอบครองได้ สิ่งนี้ที่ทำให้ภรรยาของเขาต้องเป็นกังวล มีคำพูดของใครบางคนผุดขึ้นมาในมโนสำนึกเมื่อนานมากแล้ว

"จงจำไว้ว่าต้องเลี้ยงเขาให้ดี เมื่ออายุสิบแปดปีเขาต้องสอบเป็นขุนนาง ถึงวันนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพวกเจ้าต้องปล่อยเขาไป"

이 책을.
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ตอนจบ

    หลังจากเรื่องราวส่วนรวมจบลงทางราชสำนักได้มีการสะสางงานเก่าเร่งด่วนก่อนโดยการฟื้นฟูเมืองหลวงหลังการทำสงครามพร้อมกับระดมกำลังมากขึ้นในการสร้างเขื่อนที่ใกล้เสร็จสิ้น ข่าวการก่อกบฏยึดอำนาจของแคว้นต้าฉวนเผยแพร่ไปยังแคว้นต่าง ๆ สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย แคว้นน้อยใหญ่ต่างอยากเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับต้าฉวนแสดงความยกย่องให้ต้าฉวนเป็นผู้นำในทุกด้านเพราะความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของกองทัพ อีกทั้งยังมีฮ่องเต้ที่มาจากจอหงวนอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงสุดเป็นคนแรก เรื่องที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือเขาเป็นทายาทอดีตราชองครักษ์ของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ถูกชิงอำนาจไปถึงสองรุ่น นับว่าเป็นความสำเร็จที่รอคอยมายาวนานถึงสิบกว่าปี ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเหอกลับมาโด่งดังอีกครั้งในฐานะใหม่ เรื่องสำคัญของฮ่องเต้เหอเจี้ยนฉวนที่ต้องจัดการต่อจากนี้ไปคือพิธีอภิเษกสมรสที่วางแผนไว้นานแล้วทว่าด้วยความจำเป็นจึงเลื่อนออกไปจนงานของราชสำนักเสร็จสิ้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้ป่าวประกาศและถูกลืมไปแล้ว "ใต้เท้ามู่เรื่องที่เราเคยคุยกันเอาไว้ข้ายังไม่ลืม ตอนนี้งานก็ถูกปล่อยให้ฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบไปแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของคุณหนูมู่เหยียน"

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   แย่งชิงอำนาจคืนมา

    ความปลอดภัยของประชาชนได้รับความคุ้มครองอยู่แล้วการก่อกบฏครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่คนเพียงกลุ่มเดียวและพวกพ้องเท่านั้น การทำงานในวังหลวงไม่เสียเปล่าเขาได้วางแนวทางการยึดอำนาจเอาไว้แล้วและรู้ละเอียดว่าขุนนางคนใดบ้างที่รับใช้ฝั่งไทเฮาเต็มตัว นึกไปถึงมู่เหยียนที่นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเขาก็ปล่อยให้นางใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยต่อไปจึงจะเป็นเรื่องของนางทั้งหมด เวลาผ่านไปครึ่งเดือนความสงบเงียบของแคว้นต้าฉวนยังอยู่ในภาวะปกติแม่ทัพเจินลั่วและแม่ทัพเหยาเดินทางเข้าปิดล้อมแคว้นต้าฉวนคนละด้านโดยไม่มีการให้ฝั่งฮ่องเต้ได้เตรียมการทัน "แม่ทัพเจินพากองทัพเดินทางมาที่ต้าฉวนเพื่ออะไร เขาทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นศัตรูกัน" กองทัพของไทเฮาหารือกันถึงความผิดปกติของแม่ทัพเจินและกระจายข่าวออกไปทั่วต้าฉวน "เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมกระชั้นชิดอย่างนี้" ฮองเฮาที่มารวมตัวกันที่ท้องพระโรงกับฮ่องเต้และราชวงศ์มีอาการตื่นตระหนก "มีหนอนบ่อนไส้น่ะสิ น่าเจ็บใจนักแม่ทัพเจินกำลังคิดแปรพักตร์" ฮ่องเต้ตรัสอย่างโกรธแค้น พระองค์ประมาทเรื่องที่ชายแดนมากเกินไปปล่อยให้แม่ทัพเจ

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ทุกฝ่ายเตรียมตัว

    หยางหมิงเช่อได้พบกับเหอหยวนทั้งคู่ต่างเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบมาและเริ่มหารือกัน "แม่ทัพเจินรู้เรื่องแล้ว เวลานี้เป็นโอกาสเหมาะ ทุกอย่างก็มีพร้อมหมดแล้ว" "ได้ท่านอาแต่ขอข้าไปช่วยชาวจงหยวนเสียก่อนถ้าทำสำเร็จเราจะได้มีเพิ่มอีกหนึ่งกองทัพและได้พันธมิตรไปด้วย" เหอหยวนขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจการกระทำของหลานชาย "เจ้าต้องทุ่มเทขนาดนั้นเลยหรือ" "หากเราต้องการคนเหล่านี้กลับมาเป็นพวกควรซื้อใจพวกเขาก่อน ข้าลองเสี่ยงดูขอรับแม่ทัพก็รับปากเอาไว้แล้ว" หยางหมิงเช่ออธิบายถึงแนวคิดของตัวเอง "หากไม่ได้ผลเล่า" "ข้ามีวิธีรับมือเตรียมไว้แล้วขอรับ" เหอหยวนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ สิ่งที่เขาเป็นห่วงในตัวหยางหมิงเช่อถูกหลานชายจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาละเอียดรอบคอบเช่นนี้เองฮ่องเต้ถึงได้โปรดปราน หยางหมิงเช่อให้คนส่งข่าวลับไปตามหาหมอมากฝีมือจากเมืองต่าง ๆ รวมถึงหมอสมุนไพรระดับอาจารย์เข้าไปที่เมืองจงหยวน ด้วยความอยากรู้สถานการณ์เหอหยวนจึงเดินทางไปด้วย "ข้าไม่เคยมาจงหยวนเคยได้ยินข่าวมาว่าที่นี่แร้นแค้นประชาชนลำบากมาก" ประเมินดูแล้วก็นึกชื่นชมแม่ทัพจงหยวนที่กล้าเดิมพันกับหยางหมิงเช่อด้วยการเอาชีวิตครอบครัวต

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ข้อแลกเปลี่ยน

    มู่เหยียนรู้สึกตัวอีกทีนางก็อยู่ในห้องโดยมีซวงซวงนั่งอยู่ข้าง ๆ "คุณหนูฟื้นแล้ว" นางจำได้ว่าเมื่อคืนนางเห็นการเข่นฆ่าจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว "ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่" ซวงซวงยิ้มเอียงอายตอบขึ้นว่า "ใต้เท้าหยางอุ้มคุณหนูเข้ามาส่งในห้องนี้เจ้าค่ะ เห็นนายท่านบอกว่าทางวังหลวงตามหาคุณหนูกับนายท่านกันวุ่นวายมาก นายท่านเป็นห่วงคุณหนูพาคนออกตามหาไปทุกที่จนกระทั่งเจอใต้เท้าหยางพากลับมาที่จวนเจ้าค่ะ" พวงแก้มของมู่เหยียนแดงระเรื่อนางทั้งอับอายทั้งตื่นตระหนก หยางหมิงเช่ออุ้มนางอย่างนั้นหรือ มู่หลวนเฟิง จางเหยาและมู่หลินเข้ามาเยี่ยมมู่เหยียนในห้อง "ได้รับบาดเจ็บหรือไม่" มู่หลวนเฟิงถามอย่างเป็นห่วง มู่หลินผละจากมารดาเข้ามานั่งบนเตียงข้างมู่เหยียน "พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" นางยิ้มบางให้ทั้งสองคนตอบว่าไม่เป็นอะไรมาก มู่หลวนเฟิงพูดคุยไม่นานก็กลับออกไปทำงานต่อ มีเพียงสองแม่ลูกที่เฝ้านางแทนเพราะซวงซวงออกไปเอาอาหารกับยาบำรุงมาให้ "คราวนี้ได้มีข่าวลืออีกแล้ว ทำอะไรควรรู้จักคิดบ้าง" จางเหยาตำหนิมู่เหยียนที่ไม่รู้จักระมัดระวังตัว หายตัวไปจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้ มู่หลินเห็นมารดาพูด

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   สะสางงานสำคัญ

    มู่เหยียนออกมาทำธุระส่วนตัวด้านหลังเพียงคนเดียวเพราะลี่หนิงอวี่พบปะผู้ใหญ่เพื่อฝากเนื้อฝากตัวกับลี่เจี๋ย นางไม่อยากรบกวนจึงปลีกตัวออกมาเพียงลำพัง หยางหมิงเช่อไม่เห็นนางเขาเดินตามหาไปยังจุดต่าง ๆ ก็ไม่พบถามมู่หลินก็บอกว่าไม่เห็น "พี่ใหญ่คงไปทำธุระส่วนตัวเจ้าค่ะ" อีกด้านที่มู่เหยียนเดินออกมานางเห็นบุรุษคนหนึ่งยืนโดดเด่นมองดูท้องฟ้าก่อนหันมาส่งยิ้มให้นาง "มางานเลี้ยงหรือ" เขาถามขึ้นส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "เจ้าค่ะ ใต้เท้าคงมางานเหมือนกันใช่หรือไม่เจ้าคะ" เขาพยักหน้ายิ้มอีกครั้ง "ถ้าเช่นนั้นเชิญด้านในเจ้าค่ะ" นางเชิญเขากลับเข้าไปในงานเพราะบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทหารองครักษ์หายไปไหนหมด "ยินดีด้วยที่เจ้าจะได้แต่งงานนะ แต่ว่าคิดดีแล้วหรือ" เกออี้หานถามความคิดเห็นของมู่เหยียน "ใต้เท้าถามเช่นนี้เพราะอะไรเจ้าคะ" "หึ ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่อยากให้เจ้าคิดให้ดีว่ามั่นใจในตัวราชเลขาแค่ไหนถึงยินยอมร่วมชีวิตด้วย หากวันหนึ่งเขาต้องจากเจ้าไปเจ้าจะไม่เสียใจหรือ" ตาเฒ่าคนนี้เป็นใครเจอนางครั้งแรกก็ถามไร้มารยาทนางผ่านความเป็นความตายมาแล้วถ้าต้องสูญเสียอะไรในชีวิตไปอีกครั้งนา

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   เลื่อนตำแหน่ง

    "ถ้ารอถึงสองวันกว่าจะถึงบ้านท่านพ่อท่านแม่การเดินทางก็คงค่ำเส้นทางไม่ค่อยราบเรียบไปมาลำบาก" หยางหมิงเช่อไม่อยากสร้างความลำบากให้บิดามารดาการเดินทางข้ามวันข้ามคืนอาจจะเหนื่อยเกินไป "พรุ่งนี้เดินทางไปรับได้เลยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" นอกจากเป็นห่วงเรื่องการเดินทางก็มีความปลอดภัยที่วางใจไม่ได้ การเคลื่อนไหวของตระกูลหยางคนทางจงหยวนต้องจับจ้องอยู่แล้ว เขาวางใจไม่ได้เลยว่าเกออี้หานจะปล่อยให้สองคนนั้นหลุดมือไปได้ คนของหยางหมิงเช่อกลับไปเตรียมตัวเขาก็นั่งทำงานต่อก่อนเข้าห้องไปพักผ่อน ถึงวันไปรับสองสามีภรรยาเตรียมตัวไม่ทัน คนที่หยางหมิงเช่อจัดเอาไว้สี่คนช่วยกันเก็บของและพาออกด้านหลังหมู่บ้านไปเงียบ ๆ บ้านของเขาอยู่ท้าย ๆ ของหมู่บ้านจึงไม่มีคนพบเห็นและเป็นวันทำงานที่คนอื่นออกไปทำไร่ทำนากันหมด สามีภรรยานั่งเงียบตลอดการเดินทางไม่กล้าซักถามออกไป หยางเซินค่อนข้างหวั่นเกรงกลัวว่าจะไม่มีความปลอดภัยตลอดการเดินทางแต่ไม่พูดออกมาให้เซียวถงตื่นตระหนกเพียงจับมือภรรยาเอาไว้แน่นภายในรถม้าเท่านั้น "อะไรนะมันย้ายไปแล้วรึ พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่!" เกออี้หานได้รับฟังข่าวสำคัญที่ไม่อยากเชื่อหูตัวเองเขาสั่งให้จัด

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 책을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 책을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status