Share

บุตรชายตระกูลหยาง

last update Dernière mise à jour: 2025-12-14 21:17:40

ตระกูลหยาง

หยางหมิงเช่ออ่านตำราในห้องมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางจวบจนตอนนี้ก็พลบค่ำแล้ว

"หมิงเช่อมากินข้าวก่อนเถิด"

เซียวถงเรียกบุตรชายคนเดียวสายตาของนางเต็มไปด้วยความห่วงใย หยางหมิงเช่อเงยหน้าขึ้น แพขนตายาวกระพริบสม่ำเสมอสองครั้ง

"ขอรับท่านแม่"

เขาละสายตาจากตำราลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกตามหลังมารดา ที่มีหยางเซินผู้เป็นบิดาตักข้าวใส่ชามรอด้วยใบหน้าเบิกบาน

"มากินข้าวก่อนลูกมา หักโหมเกินไปสุขภาพจะแย่เอาได้"

เขาพูดอย่างกระตือรือร้นชักชวนให้หยางหมิงเช่อกินอาหารบำรุงร่างกายเสียก่อนค่อยไปอ่านตำราต่อ มารดาของเขาคอยคีบอาหารให้อย่างเอาใจใส่มองดูแล้วเป็นครอบครัวที่อบอุ่นไม่น้อย

หยางหมิงเช่ออยู่กับครอบครัวตระกูลหยางมาตั้งแต่อายุแปดขวบ ในฐานะลูกบุญธรรมของบ้านหลังนี้ เนื่องจากสองสามีภรรยาไม่มีบุตรจึงรับเลี้ยงโดยไม่ลังเล

เซียวถงผู้มีจิตใจอ่อนโยนนางให้ความรักและเอาใจใส่บุตรชายคนเดียวไม่ขาดตกบกพร่อง หยางเซินก็เป็นคนขยันขันแข็งเป็นหัวหน้าครอบครัวที่รักภรรยาและลูกเป็นอันดับหนึ่ง เขาทำงานหนักทุ่มเทสุดตัวเพื่อให้หยางหมิงเช่อได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด

ใช่ว่าชายหนุ่มไม่รับรู้เขาเป็นเด็กกตัญญูต่อบิดามารดามาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในตระกูลหยางงานในบ้านช่วยมารดาไม่เคยเกี่ยงงอน ขึ้นเขาหาของป่าล่าสัตว์หาฟืนก็ไม่เคยบกพร่องถึงแม้ว่าหยางเซินจะคอยห้ามทำงานหนักอยากให้ท่องอ่านตำราเพียงอย่างเดียว

หยางหมิงเช่อเป็นคนพูดน้อย เย็นชาและดื้อเงียบคำห้ามปรามของหยางเซินมักใช้ไม่ค่อยได้ผล ถึงกระนั้นการเรียนของเขาก็ไม่เคยตกอันดับและไม่เคยขาดเรียนแม้แต่ครั้งเดียว

"อีกไม่นานก็จะสอบแล้ว เจ้าพร้อมหรือไม่"

หยางเซินถามอย่างเป็นห่วงช่วงนี้อากาศหนาวจัดเกรงว่าจะไม่มีสมาธิอ่านตำรา

"ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ประมาทขอรับ"

เสียงทุ้มและมั่นคงเอ่ยตอบ หยางเซินยิ้มกว้างพยักหน้าว่าเข้าใจแล้วกินข้าวต่อ เสร็จแล้วเขาจึงช่วยมารดาเก็บจานไปล้างจึงกลับเข้าห้องของตัวเอง

ปีนี้อากาศหนาวจัดเมื่อไม่กี่วันมานี้หิมะตกโปรยปรายเป็นเรื่องค่อนข้างลำบากในการเดินทางของหมู่บ้านชนบท ถึงวันนี้หิมะจะหยุดตกแล้วแต่อากาศก็ยังเย็นเยียบราวกับจะกลายเป็นน้ำแข็ง หยางหมิงเช่อจึงต้องมีเตาฟืนไว้ในห้องเพิ่มความอบอุ่นไม่เคยขาด

ช่วงเช้าหยางหมิงเช่อออกไปตักน้ำพบเจอกับชาวบ้านหลายคน แววตาของพวกเขาชื่นชมบัณฑิตหนุ่มอยู่เสมอ หญิงสาวในหมู่บ้านทอดสายตามองชายหนุ่มรูปงามพลันพวกนางก็เขินอายขึ้นมา ขึ้นชื่อว่าชายหนุ่มรูปงามก็คืองามไปทุกส่วนประกอบกับร่างกายกำยำดูแข็งแกร่งจากการช่วยงานที่บ้านมาตั้งแต่เด็กมิหนำซ้ำยังเป็นบัณฑิตหนุ่มท่าทางสง่างาม ความสมบูรณ์แบบเช่นนี้มีครบถ้วนในตัวของคนเพียงคนเดียวได้อย่างไร

เขาพบหน้าใครก็เพียงยิ้มบางเท่านั้นท่าทางไม่เย่อหยิ่งแต่ก็ไม่ทำตัวสนิทสนมกับผู้ใดจึงไม่มีใครกล้าสนทนากับเขาหากไม่จำเป็น

วันนี้หยางหมิงเช่อเข้าสำนักศึกษาไปพบอาจารย์และเตรียมตัวอีกหลายวันโดยมีฟางอวี่สหายคนสนิทขี่ม้ามารับถึงบ้าน

ฟางอวี่เป็นบุตรชายเศรษฐีมีกิจการสองสามแห่งในเมือนต้าฉวน เขาชื่นชอบการขี่ม้าเที่ยวนอกเมืองจึงอาสามารับหยางหมิงเช่อ แม้จะดูเป็นคนหยิ่งยโสในสายตาเพื่อนร่วมชั้นเรียนหลายคนแต่ในสายตาฟางอวี่ หยางหมิงเช่อกลับเป็นชายหนุ่มที่ดูอ้างว้างคนหนึ่ง เขาชอบชวนไปขี่ม้าเล่นผ่อนคลายความเครียดยามว่างบ่อยครั้งและฟางอวี่เป็นคนอารมณ์ดีแม้จะโง่ไปบ้างก็มีหยางหมิงเช่อคอยช่วยเรื่องการเรียนมาตลอด

เขาไม่หวังกับตำแหน่งขุนนางใดเพราะที่บ้านอยากให้ดูแลกิจการมากกว่า การร่ำเรียนของฟางอวี่จึงเหมือนมาเข้าสังคมมากกว่าและเขาไม่เคยคิดมากหรือประชันขันแข่งกับผู้ใด

"เดินทางระวังกันด้วยนะฟางอวี่"

เซียวถงกำชับพร้อมกับห่อซาลาเปาให้ไว้กินระหว่างทาง ฟางอวี่ยื่นมือไปรับท่าทางนอบน้อม

"ขอบคุณขอรับท่านแม่ พวกเราจะระวังตัว"

จากนั้นบัณฑิตทั้งคู่จึงขี่ม้าร่ำลาบ้านตระกูลหยางมุ่งหน้าสู่สำนักศึกษาก่อนพระอาทิตย์ตก

การเดินทางด้วยม้ารวดเร็วกว่าเกวียนแน่นอนว่าเร็วกว่าการเดินเท้า หยางหมิงเช่อฐานะค่อนข้างยากจนแต่มีมิตรที่ดีเขาจึงโชคดีกว่าบัณฑิตจากชนบทอีกหลายคนที่ใช้วิธีเดินทางต่างกันไปและถึงช้ากว่า

มาถึงสำนักศึกษาก็เข้าห้องพักที่จองเอาไว้ล่วงหน้าแล้วหยางหมิงเช่อนอนห้องเดียวกันกับฟางอวี่ วันนี้ยังไม่ได้เข้าเรียนต้องพบอาจารย์ใหญ่เสียก่อน เมื่อจัดของเสร็จทุกคนจึงเดินไปตามระเบียงเข้าสู่ห้องประชุมใหญ่

"ข้านึกว่าเจ้าจะไม่มาเสียอีก"

หลี่เอ้อเหลียนทักทายหยางหมิงเช่อ สายตามองสำรวจเพื่อนร่วมชั้นตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูแคลน หยางหมิงเช่อรูปร่างสูงกว่ายืนตัวตรงไม่หวั่นเกรงแต่อย่างใด ถึงแม้หลี่เอ้อเหลียนจะเป็นถึงบุตรชายของขุนนางขั้นสามในราชสำนักก็ตาม

ฟางอวี่ทนสายตาเหยียดหยามของหลี่เอ้อเหลียนไม่ไหวทำตาถมึงทึงก้าวออกมายืนด้านหน้าหยางหมิงเช่อ หากมีเรื่องเกิดขึ้นจะได้ตั้งรับได้ทัน

"ข้าย่อมมาอยู่แล้ว"

น้ำเสียงราบเรียบแฝงไปด้วยความหยิ่งยโสตอบขึ้น หลี่เอ้อเหลียนชักสีหน้าไม่พอใจ ที่นี่เขาเปรียบเหมือนหัวหน้ากลุ่มทุกคนต่างเคารพยำเกรงเพราะเป็นถึงลูกหลานตระกูลขุนนางใหญ่โตทว่าบัณฑิตบ้านนอกอย่างหยางหมิงเช่อกลับเพิกเฉยต่อเขา

ความจองหองของหยางหมิงเช่อประจักษ์แก่สายตาคนทั่วไปทั้งที่ไม่มีสิ่งใดทำให้เขาสมควรทำเช่นนี้ แต่บุรุษร่างสูงคนนี้กลับเลือกเป็นอริกับศิษย์รักของอาจารย์ในสำนักศึกษาเช่นหลี่เอ้อเหลียน

เดินไปที่ใดก็มีแต่คนนบนอบอยากจะสมัครเข้าเป็นพรรคพวก มีเพียงสองคนหน้าไม่อายนี่ที่กล้าทำตัวแปลกแยกมันจึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกเกลียดชัง

"เอ้อเหลียน เจ้าก็ต้องเข้าพบอาจารย์ด้วยใช่หรือไม่ มายืนขวางทางเช่นนี้พวกเราทั้งหมดจะเข้าห้องช้าโดนผู้อาวุโสตำหนิ เจ้าไม่ละอายใจหรือ"

หยางหมิงเช่อเตือนเขา หลี่เอ้อเหลียนมองดูสหายกลุ่มใหญ่ด้านหลังที่มองมายังเขาเป็นตาเดียวก็พูดไม่ออก เขาก้าวขาไปข้างหน้าจงใจชนไหล่หยางหมิงเช่อกระแทกเท้านำทางทุกคนไป

ฟางอวี่ย่นจมูกอย่างไม่พอใจมองใบหน้าเย็นชาของหยางหมิงเช่อก็พลันขนลุก สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวในแววตาล้ำลึกคู่งาม พลางมองเลยไปยังหลี่เอ้อเหลียนและคนอื่น ๆ ที่เดินตามเขาเหมือนลูกเป็ดก็ส่งเสียงหัวเราะคิก

"เป็นถึงบัณฑิตสำนักศึกษาชื่อดังแต่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง เขาพาเดินเข้าห้องผิดพวกเจ้าก็ไม่คัดค้านหรือ"

บัณฑิตท้ายแถวสองคนได้ยินดังนั้นต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก ขณะที่ฟางอวี่แลบลิ้นใส่พวกเขาแล้วเดินตามหยางหมิงเช่อไปห้องประชุมใหญ่ที่อยู่อีกด้าน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ตอนจบ

    หลังจากเรื่องราวส่วนรวมจบลงทางราชสำนักได้มีการสะสางงานเก่าเร่งด่วนก่อนโดยการฟื้นฟูเมืองหลวงหลังการทำสงครามพร้อมกับระดมกำลังมากขึ้นในการสร้างเขื่อนที่ใกล้เสร็จสิ้น ข่าวการก่อกบฏยึดอำนาจของแคว้นต้าฉวนเผยแพร่ไปยังแคว้นต่าง ๆ สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย แคว้นน้อยใหญ่ต่างอยากเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับต้าฉวนแสดงความยกย่องให้ต้าฉวนเป็นผู้นำในทุกด้านเพราะความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของกองทัพ อีกทั้งยังมีฮ่องเต้ที่มาจากจอหงวนอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงสุดเป็นคนแรก เรื่องที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือเขาเป็นทายาทอดีตราชองครักษ์ของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ถูกชิงอำนาจไปถึงสองรุ่น นับว่าเป็นความสำเร็จที่รอคอยมายาวนานถึงสิบกว่าปี ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเหอกลับมาโด่งดังอีกครั้งในฐานะใหม่ เรื่องสำคัญของฮ่องเต้เหอเจี้ยนฉวนที่ต้องจัดการต่อจากนี้ไปคือพิธีอภิเษกสมรสที่วางแผนไว้นานแล้วทว่าด้วยความจำเป็นจึงเลื่อนออกไปจนงานของราชสำนักเสร็จสิ้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้ป่าวประกาศและถูกลืมไปแล้ว "ใต้เท้ามู่เรื่องที่เราเคยคุยกันเอาไว้ข้ายังไม่ลืม ตอนนี้งานก็ถูกปล่อยให้ฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบไปแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของคุณหนูมู่เหยียน"

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   แย่งชิงอำนาจคืนมา

    ความปลอดภัยของประชาชนได้รับความคุ้มครองอยู่แล้วการก่อกบฏครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่คนเพียงกลุ่มเดียวและพวกพ้องเท่านั้น การทำงานในวังหลวงไม่เสียเปล่าเขาได้วางแนวทางการยึดอำนาจเอาไว้แล้วและรู้ละเอียดว่าขุนนางคนใดบ้างที่รับใช้ฝั่งไทเฮาเต็มตัว นึกไปถึงมู่เหยียนที่นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเขาก็ปล่อยให้นางใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยต่อไปจึงจะเป็นเรื่องของนางทั้งหมด เวลาผ่านไปครึ่งเดือนความสงบเงียบของแคว้นต้าฉวนยังอยู่ในภาวะปกติแม่ทัพเจินลั่วและแม่ทัพเหยาเดินทางเข้าปิดล้อมแคว้นต้าฉวนคนละด้านโดยไม่มีการให้ฝั่งฮ่องเต้ได้เตรียมการทัน "แม่ทัพเจินพากองทัพเดินทางมาที่ต้าฉวนเพื่ออะไร เขาทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นศัตรูกัน" กองทัพของไทเฮาหารือกันถึงความผิดปกติของแม่ทัพเจินและกระจายข่าวออกไปทั่วต้าฉวน "เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมกระชั้นชิดอย่างนี้" ฮองเฮาที่มารวมตัวกันที่ท้องพระโรงกับฮ่องเต้และราชวงศ์มีอาการตื่นตระหนก "มีหนอนบ่อนไส้น่ะสิ น่าเจ็บใจนักแม่ทัพเจินกำลังคิดแปรพักตร์" ฮ่องเต้ตรัสอย่างโกรธแค้น พระองค์ประมาทเรื่องที่ชายแดนมากเกินไปปล่อยให้แม่ทัพเจ

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ทุกฝ่ายเตรียมตัว

    หยางหมิงเช่อได้พบกับเหอหยวนทั้งคู่ต่างเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบมาและเริ่มหารือกัน "แม่ทัพเจินรู้เรื่องแล้ว เวลานี้เป็นโอกาสเหมาะ ทุกอย่างก็มีพร้อมหมดแล้ว" "ได้ท่านอาแต่ขอข้าไปช่วยชาวจงหยวนเสียก่อนถ้าทำสำเร็จเราจะได้มีเพิ่มอีกหนึ่งกองทัพและได้พันธมิตรไปด้วย" เหอหยวนขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจการกระทำของหลานชาย "เจ้าต้องทุ่มเทขนาดนั้นเลยหรือ" "หากเราต้องการคนเหล่านี้กลับมาเป็นพวกควรซื้อใจพวกเขาก่อน ข้าลองเสี่ยงดูขอรับแม่ทัพก็รับปากเอาไว้แล้ว" หยางหมิงเช่ออธิบายถึงแนวคิดของตัวเอง "หากไม่ได้ผลเล่า" "ข้ามีวิธีรับมือเตรียมไว้แล้วขอรับ" เหอหยวนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ สิ่งที่เขาเป็นห่วงในตัวหยางหมิงเช่อถูกหลานชายจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาละเอียดรอบคอบเช่นนี้เองฮ่องเต้ถึงได้โปรดปราน หยางหมิงเช่อให้คนส่งข่าวลับไปตามหาหมอมากฝีมือจากเมืองต่าง ๆ รวมถึงหมอสมุนไพรระดับอาจารย์เข้าไปที่เมืองจงหยวน ด้วยความอยากรู้สถานการณ์เหอหยวนจึงเดินทางไปด้วย "ข้าไม่เคยมาจงหยวนเคยได้ยินข่าวมาว่าที่นี่แร้นแค้นประชาชนลำบากมาก" ประเมินดูแล้วก็นึกชื่นชมแม่ทัพจงหยวนที่กล้าเดิมพันกับหยางหมิงเช่อด้วยการเอาชีวิตครอบครัวต

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   ข้อแลกเปลี่ยน

    มู่เหยียนรู้สึกตัวอีกทีนางก็อยู่ในห้องโดยมีซวงซวงนั่งอยู่ข้าง ๆ "คุณหนูฟื้นแล้ว" นางจำได้ว่าเมื่อคืนนางเห็นการเข่นฆ่าจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว "ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่" ซวงซวงยิ้มเอียงอายตอบขึ้นว่า "ใต้เท้าหยางอุ้มคุณหนูเข้ามาส่งในห้องนี้เจ้าค่ะ เห็นนายท่านบอกว่าทางวังหลวงตามหาคุณหนูกับนายท่านกันวุ่นวายมาก นายท่านเป็นห่วงคุณหนูพาคนออกตามหาไปทุกที่จนกระทั่งเจอใต้เท้าหยางพากลับมาที่จวนเจ้าค่ะ" พวงแก้มของมู่เหยียนแดงระเรื่อนางทั้งอับอายทั้งตื่นตระหนก หยางหมิงเช่ออุ้มนางอย่างนั้นหรือ มู่หลวนเฟิง จางเหยาและมู่หลินเข้ามาเยี่ยมมู่เหยียนในห้อง "ได้รับบาดเจ็บหรือไม่" มู่หลวนเฟิงถามอย่างเป็นห่วง มู่หลินผละจากมารดาเข้ามานั่งบนเตียงข้างมู่เหยียน "พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" นางยิ้มบางให้ทั้งสองคนตอบว่าไม่เป็นอะไรมาก มู่หลวนเฟิงพูดคุยไม่นานก็กลับออกไปทำงานต่อ มีเพียงสองแม่ลูกที่เฝ้านางแทนเพราะซวงซวงออกไปเอาอาหารกับยาบำรุงมาให้ "คราวนี้ได้มีข่าวลืออีกแล้ว ทำอะไรควรรู้จักคิดบ้าง" จางเหยาตำหนิมู่เหยียนที่ไม่รู้จักระมัดระวังตัว หายตัวไปจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้ มู่หลินเห็นมารดาพูด

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   สะสางงานสำคัญ

    มู่เหยียนออกมาทำธุระส่วนตัวด้านหลังเพียงคนเดียวเพราะลี่หนิงอวี่พบปะผู้ใหญ่เพื่อฝากเนื้อฝากตัวกับลี่เจี๋ย นางไม่อยากรบกวนจึงปลีกตัวออกมาเพียงลำพัง หยางหมิงเช่อไม่เห็นนางเขาเดินตามหาไปยังจุดต่าง ๆ ก็ไม่พบถามมู่หลินก็บอกว่าไม่เห็น "พี่ใหญ่คงไปทำธุระส่วนตัวเจ้าค่ะ" อีกด้านที่มู่เหยียนเดินออกมานางเห็นบุรุษคนหนึ่งยืนโดดเด่นมองดูท้องฟ้าก่อนหันมาส่งยิ้มให้นาง "มางานเลี้ยงหรือ" เขาถามขึ้นส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "เจ้าค่ะ ใต้เท้าคงมางานเหมือนกันใช่หรือไม่เจ้าคะ" เขาพยักหน้ายิ้มอีกครั้ง "ถ้าเช่นนั้นเชิญด้านในเจ้าค่ะ" นางเชิญเขากลับเข้าไปในงานเพราะบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทหารองครักษ์หายไปไหนหมด "ยินดีด้วยที่เจ้าจะได้แต่งงานนะ แต่ว่าคิดดีแล้วหรือ" เกออี้หานถามความคิดเห็นของมู่เหยียน "ใต้เท้าถามเช่นนี้เพราะอะไรเจ้าคะ" "หึ ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่อยากให้เจ้าคิดให้ดีว่ามั่นใจในตัวราชเลขาแค่ไหนถึงยินยอมร่วมชีวิตด้วย หากวันหนึ่งเขาต้องจากเจ้าไปเจ้าจะไม่เสียใจหรือ" ตาเฒ่าคนนี้เป็นใครเจอนางครั้งแรกก็ถามไร้มารยาทนางผ่านความเป็นความตายมาแล้วถ้าต้องสูญเสียอะไรในชีวิตไปอีกครั้งนา

  • ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช   เลื่อนตำแหน่ง

    "ถ้ารอถึงสองวันกว่าจะถึงบ้านท่านพ่อท่านแม่การเดินทางก็คงค่ำเส้นทางไม่ค่อยราบเรียบไปมาลำบาก" หยางหมิงเช่อไม่อยากสร้างความลำบากให้บิดามารดาการเดินทางข้ามวันข้ามคืนอาจจะเหนื่อยเกินไป "พรุ่งนี้เดินทางไปรับได้เลยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" นอกจากเป็นห่วงเรื่องการเดินทางก็มีความปลอดภัยที่วางใจไม่ได้ การเคลื่อนไหวของตระกูลหยางคนทางจงหยวนต้องจับจ้องอยู่แล้ว เขาวางใจไม่ได้เลยว่าเกออี้หานจะปล่อยให้สองคนนั้นหลุดมือไปได้ คนของหยางหมิงเช่อกลับไปเตรียมตัวเขาก็นั่งทำงานต่อก่อนเข้าห้องไปพักผ่อน ถึงวันไปรับสองสามีภรรยาเตรียมตัวไม่ทัน คนที่หยางหมิงเช่อจัดเอาไว้สี่คนช่วยกันเก็บของและพาออกด้านหลังหมู่บ้านไปเงียบ ๆ บ้านของเขาอยู่ท้าย ๆ ของหมู่บ้านจึงไม่มีคนพบเห็นและเป็นวันทำงานที่คนอื่นออกไปทำไร่ทำนากันหมด สามีภรรยานั่งเงียบตลอดการเดินทางไม่กล้าซักถามออกไป หยางเซินค่อนข้างหวั่นเกรงกลัวว่าจะไม่มีความปลอดภัยตลอดการเดินทางแต่ไม่พูดออกมาให้เซียวถงตื่นตระหนกเพียงจับมือภรรยาเอาไว้แน่นภายในรถม้าเท่านั้น "อะไรนะมันย้ายไปแล้วรึ พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่!" เกออี้หานได้รับฟังข่าวสำคัญที่ไม่อยากเชื่อหูตัวเองเขาสั่งให้จัด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status