Se connecterเถาซินหรูยืนมองพี่สาวอยู่ด้านข้าง รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงดงาม ทว่าเล็บกลับจิกลงกลางฝ่ามือจนเกิดรอยแดง
เมื่อพิธีบนเวทีเริ่มขึ้น เธอจึงขอตัวออกมาเงียบ ๆ แล้วเดินไปยังมุมเครื่องดื่มด้านหลังห้องจัดเลี้ยง บริกรชายคนหนึ่งเห็นเธอก็รีบก้มหน้า เถาซินหรูหยุดข้างรถเข็นและพูดด้วยเสียงเบาจนไม่มีใครรอบข้างได้ยิน “แก้วนี้ ต้องส่งให้ผู้หญิงชุดสีน้ำเงินเท่านั้น เข้าใจไหม” บริกรลังเลเล็กน้อย “แต่ถ้ามีคนรู้...” บริกรถามเสียงสั่น “ไม่มีใครรู้หรอก หลังจากส่งเครื่องดื่มแล้ว นายแค่บอกเธอว่าหัวหน้าฝ่ายบุคคลรออยู่ที่ห้องรับรองชั้นสิบแปด ที่เหลือไม่ใช่เรื่องของนาย” ชายหนุ่มมองซองเงินในมือ ก่อนพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ เถาซินหรูจึงเดินกลับเข้าไปในงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอไม่ได้ต้องการชีวิตของพี่สาว แค่ต้องการให้เถาเยี่ยนถูกพบอยู่ในสภาพที่อธิบายไม่ได้กับผู้ชายแปลกหน้า ภาพถ่ายไม่กี่ภาพก็เพียงพอทำลายทั้งชื่อเสียงและความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นของพวกเขา หลังประธานกล่าวเปิดงานจบลง แขกทั้งหมดก็ยกแก้วขึ้นร่วมแสดงความยินดี บริกรคนเดิมถือถาดเครื่องดื่มเดินผ่านฝูงชนมาอย่างระมัดระวัง “คุณเถาครับ” เขาหยุดตรงหน้าเถาเยี่ยนและยื่นแก้วแชมเปญให้ “เครื่องดื่มสำหรับแขกพิเศษครับ” เถาเยี่ยนมองแก้วด้วยความประหลาดใจ งานเลี้ยงของบริษัทไม่เคยแบ่งเครื่องดื่มสำหรับแขกพิเศษเช่นนี้ เธอจึงยังไม่ยื่นมือรับในทันที ลู่จิ่งเซิงซึ่งยืนอยู่ข้างกายสังเกตเห็นความลังเล เขาหยิบแก้วนั้นจากถาดเสียเอง “เธอไม่ค่อยดื่ม” ชายหนุ่มบอก ก่อนส่งแก้วในมือของตนซึ่งเป็นน้ำเปล่าให้เถาเยี่ยน “แก้วนี้ดีกว่า” ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนบริกรไม่ทันห้าม ลู่จิ่งเซิงยกแชมเปญขึ้นจิบตามธรรมเนียม ขณะที่เสียงปรบมือดังทั่วห้อง สีหน้าของเถาซินหรูเปลี่ยนไปทันที เธอไม่คิดว่าท่านประธานลู่จะรับแก้วแทนพี่สาว และยิ่งไม่กล้าเข้าไปแย่งเครื่องดื่มต่อหน้าคนมากมาย สิ่งเดียวที่ทำได้คือมองชายหนุ่มดื่มไปเกือบครึ่งแก้วด้วยหัวใจที่เต้นแรง เถาเยี่ยนหันไปเห็นน้องสาวหลบสายตาอย่างผิดปกติ ความระแวงพลันเกิดขึ้นในใจ เธอกวาดตามองบริกรคนเดิม แต่พบว่าเขารีบหายออกไปทางประตูด้านข้างแล้ว “แก้วนั้นมีอะไรงั้นเหรอ” เธอถามเสียงเบา ลู่จิ่งเซิงวางแก้วลง กลิ่นและรสชาติแทบไม่ต่างจากแชมเปญทั่วไปมีเพียงรสขมจาง ๆ ติดอยู่ปลายลิ้น “ยังไม่แน่ใจ” เขาตอบ ก่อนเรียกเฉินอี้โจวเข้ามา “เก็บแก้วนี้ไว้ ตรวจกล้องวงจรปิดและตามตัวบริกร ห้ามให้ใครออกจากโรงแรมจนกว่าจะพบเขา” คำสั่งสั้น ๆ ทำให้เลขาหนุ่มเข้าใจทันที เฉินอี้โจวใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบแก้วใส่ถุงเก็บหลักฐานแล้วเรียกฝ่ายรักษาความปลอดภัย “คุณดื่มไปแล้ว เราไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ” เถาเยี่ยนบอก “ยังไม่ต้องทำให้คนในงานแตกตื่น” แม้น้ำเสียงของลู่จิ่งเซิงยังคงสงบนิ่ง แต่เถาเยี่ยนเห็นเส้นเลือดบริเวณขมับของเขาเต้นชัดขึ้น แค่ไม่กี่นาทีใบหน้าที่เคยเย็นเฉยก็เริ่มมีสีแดงผิดปกติ ชายหนุ่มปลดกระดุมคอเสื้อหนึ่งเม็ด ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเล็กน้อย ทว่าแผ่นหลังยังคงเหยียดตรงเช่นเดิมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เถาเยี่ยนเคยได้ยินเรื่องยาชนิดนี้จากข่าวฉาวในแวดวงธุรกิจ อาการที่เกิดขึ้นรวดเร็วทำให้เธอเข้าใจว่าแก้วนั้นถูกเตรียมไว้เพื่ออะไร และเดิมทีคนที่ต้องดื่มมันควรเป็นเธอ ความเย็นวาบแล่นไปทั่วร่าง หากลู่จิ่งเซิงไม่หยิบแก้วไป คืนนี้เธออาจถูกพาไปที่ใดสักแห่งในโรงแรมโดยไม่มีโอกาสป้องกันตัว “ท่านประธานลู่ เราต้องออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” คราวนี้ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธ เขาพยักหน้าให้เธอเดินนำไปยังทางออกด้านหลัง เฉินอี้โจวรีบตามมา ก่อนได้รับรายงานว่าพบตัวบริกรอยู่ใกล้ลานจอดรถ แต่ตอนนี้เธอต้องพาเขาไปพักเสียก่อน “ให้คนเตรียมรถ และติดต่อหมอหลี่มาที่ห้องรับรองชั้นบน” ลู่จิ่งเซิงสั่ง “อีกอย่าง ปิดทางออกทุกชั้น คนวางแผนยังอยู่ในงาน” เถาเยี่ยนประคองแขนเขาเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว เมื่อประตูปิดลงและเหลือกันเพียงสองคน ร่างสูงที่พยายามรักษาท่าทีมาตลอดก็เซไปด้านหลัง “ระวังค่ะ” หญิงสาวรีบยื่นมือไปรับ น้ำหนักตัวของเขาทำให้เธอเกือบเสียหลัก ลู่จิ่งเซิงใช้มือข้างหนึ่งยันผนังไว้ ขณะที่อีกข้างรีบปล่อยจากไหล่เธอราวกับกลัวทำให้เธอเจ็บ “อยู่ห่างจากผมหน่อย” เขาพูดเสียงแหบพร่าจัด คำเตือนนั้นไม่ได้ทำให้เถาเยี่ยนหวาดกลัว ตรงกันข้าม หัวใจของเธอกลับบีบรัดอย่างรุนแรง ในขณะที่กำลังทรมาน ชายหนุ่มยังเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอก่อนตัวเอง “คุณยืนแทบไม่ไหวแล้ว จะให้ฉันปล่อยได้ยังไงคะ” “ผมควบคุมตัวเองได้” ลู่จิ่งเซิงขยับออกห่าง ทั้งที่ลมหายใจร้อนจัดและฝ่ามือซึ่งกดอยู่บนผนังกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น เขาไม่แตะต้องเธอเกินกว่าที่จำเป็นแม้แต่น้อย เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นบนสุด เถาเยี่ยนใช้บัตรของเขาเปิดห้องรับรองส่วนตัว แล้วพาชายหนุ่มไปนั่งบนโซฟา “หมอกำลังมา คุณอดทนอีกหน่อยนะคะ ลู่จิ่งเซิงพยักหน้า เขาถอดเสื้อสูทออกวางไว้ข้างกาย ก่อนยกมือกดหว่างคิ้ว เหงื่อเม็ดเล็กปรากฏบนหน้าผากทั้งที่เครื่องปรับอากาศภายในห้องเย็นจัด เถาเยี่ยนเดินไปหยิบน้ำเย็น แต่ทันทีที่เธอยื่นแก้วให้ ชายหนุ่มกลับไม่รับ เขามองมือของตนเองครู่หนึ่งแล้วเอ่ยอย่างยากลำบาก “วางไว้บนโต๊ะ แล้วคุณออกไปรอด้านนอก” “ฉันจะอยู่จนกว่าหมอจะมา” “เถาเยี่ยน” น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น แม้จะยังแหบพร่า “ยานี้ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรเสี่ยง ผมไม่อยากทำให้คุณกลัว” เธอยืนนิ่ง ความซาบซึ้งและความเจ็บปวดจากอดีตผสมปนเปกันอยู่ในอก จนดวงตาร้อนผ่าวโดยไม่รู้ตัว “คุณรู้หรือเปล่า แก้วนั้นตั้งใจส่งให้ฉัน” “รู้แล้ว”“แต่ผมดีใจที่ตอนนี้คุณรู้จักปกป้องตัวเอง เพราะผมคงไม่ได้อยู่ปกป้องคุณทุกนาที” เถาเยี่ยนหันกลับมามองชายหนุ่ม ชาติก่อนเธอมองความหวังดีของเขาเป็นการก้าวก่าย แต่ชาตินี้ทุกคำพูดกลับทำให้หัวใจอบอุ่น “ถึงคุณไม่อยู่ ฉันก็จะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายอีกแล้วค่ะ” “เก่งมากครับ” เขาบีบมือเธอเบา ๆ “แต่ถ้าเหนื่อยก็กลับมาหาผมได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งอยู่คนเดียวตลอดเวลา” เมื่อกลับถึงบ้าน ป้าหลิวเตรียมอาหารเย็นไว้เต็มโต๊ะ เถาเยี่ยนเพิ่งนั่งลงลู่จิ่งเซิงก็ตักปลาและคีบก้างออกให้จนหมด ก่อนวางลงในถ้วยของเธอ “ฉันทำเองได้ค่ะ” “ผมอยากทำให้” “ถ้าคุณตามใจฉันมากเกินไป เดี๋ยวฉันเคยตัวนะคะ” “ผมก็อยากให้คุณเคยตัวเหมือนกัน” เธอเงยหน้ามองเขา “ถ้าคุณเคยชินกับการมีผม ต่อไปคุณจะได้ไปจากผมได้ยากขึ้น” คำพูดเหมือนล้อเล่น แต่แววตาของเขาจริงจังจนนางเอกใจสั่น หลังอาหารเย็นเถาเยี่ยนกลับขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำ ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ด้านนอกพร้อมแก้วนม
“ฉันหมายถึง พี่ควรแจ้งตำรวจ ไม่ควรยั่วโมโหคนร้าย” เถาซินหรูแก้ตัวด้วยท่าทางแสนไร้เดียงสาไม่ต่างจากอดีตเลยเลยสักนิด เถาเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “ฉันยังไม่ได้บอกเลย ว่าคนที่ปล่อยข่าวให้ฉันทำอะไร แล้วเธอรู้ได้ยังไงหึ เถาซินหรูน้องสาวผู้แสนดี” ใบหน้าของน้องสาวต่างแม่ซีดลง ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง เถาเยี่ยนมองเห็นความหวาดระแวงซ่อนอยู่ใต้ท่าทางอ่อนหวานชัดเจน เถาซินหรูไหวตัวทัน รีบหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา “ฉันคงรบกวนเวลาทำงานของพี่มากเกินไป งั้นฉันกลับก่อนนะคะ” “เดี๋ยวสิ” เถาเยี่ยนเรียกให้เธอหยุด ก่อนหยิบภาพที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องปริ้นวางลงในถุงผลไม้ ก่อนนำมันส่งให้เถาซินหรู “เอาภาพนี้กลับไปให้คุณพ่อดูด้วย บอกเขาว่าฉันจะหาคนปล่อยข่าวให้เจอ ถ้าฉันพบว่าเป็นคนในครอบครัว ฉันจะไม่ยอมให้เขาใช้เงินปิดเรื่องนี้เหมือนครั้งที่แล้วแน่” เถาซินหรูกำถุงผลไม้ที่เอามาฝากเถาเยี่ยนแน่น “ฉันไม่เข้าใจว่าพี่กำลังพูดอะไร” “ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร อีกไม่นานเธอคงเข้าใ
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ประธานสั่งว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณต้องรายงานครับ” เถาเยี่ยนถอนหายใจ ลู่จิ่งเซิงคงกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนผู้ช่วยของตัวเองให้เป็นคนคอยเฝ้าเธอโดยไม่รู้ตัว “อย่างนั้นก็ตามใจเขาค่ะ” หลังวางสาย เถาเยี่ยนเปิดข้อความข่มขู่ขึ้นมาอีกครั้ง บัญชีปริศนายังไม่มีการตอบกลับ เธอจึงส่งข้อความเพิ่ม ‘ทำไมยังไม่ปล่อยคลิปอีกล่ะ’ คนปล่อยข่าวต้องการให้เธอกลัว แต่คนอย่างเถาเยี่ยนไม่กลัวอยู่แล้ว ยังไงคนที่คิดทำร้ายต้องได้รับกรรมอย่างสาสม ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์ เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังมาจากหน้าประตู กลิ่นน้ำหอมหวานจัดลอยเข้ามา เถาซินหรูยืนอยู่ตรงนั้นสวมชุดสีขาวสะอาด มือหนึ่งถือถุงผลไม้ อีกมือกอดช่อดอกไม้เล็ก ๆ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยความกังวลราวกับน้องสาวที่กำลังเป็นห่วงพี่สาวอย่างแท้จริง สร้างภาพเสียเหลือเกิน “พี่เถาเยี่ยน ฉันเพิ่งเห็นข่าว เลยรีบมาหาพี่ค่ะ” คำพูดดังพอให้คนในแผนกได้ยิน เถาซินหรูเดินเข้ามาใกล้ ก่อนวางของบนโต๊ะ “พี่ไม่เป็นไรใช่
ภายในห้องทำงาน เถาเยี่ยนเพิ่งนั่งลง โทรศัพท์ก็มีข้อความจากบัญชีที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา ‘ถ้าไม่อยากให้คลิปเมื่อคืนถูกปล่อย เลิกกับลู่จิ่งเซิงซะ’ ด้านล่างแนบภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของลู่จิ่งเซิง เป็นภาพที่เธอเดินเข้าไปในห้องของเขาด้วยตัวเอง เวลาบนภาพตรงกับคืนที่จัดงานเลี้ยง เถาเยี่ยนจ้องภาพนั้นนิ่ง คนส่งข้อความไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายจากหน้าโรงแรม แต่สามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดภายในชั้นพักของผู้บริหารได้ ถ้าภาพนี้ถูกตัดต่อและปล่อยออกไปพร้อมเรื่องโกหก คนทั่วไปย่อมเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายเข้าไปยั่วยวนลู่จิ่งเซิงจริง ๆ เธอกดบันทึกภาพและส่งต่อให้เฉินอี้ตรวจสอบ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว ‘ถ้ามีคลิปจริงก็ปล่อยเลย ฉันกำลังรอดูอยู่’ อีกฝ่ายอ่านแล้ว แต่ไม่ตอบ เถาเยี่ยนกำลังคิดว่าจะใช้ข้อความนี้ล่อคนที่อยู่เบื้องหลังออกมายังไง จู่ ๆ เสียงคนในแผนกก็เงียบลงคล้ายโลกกำลังหยุดหมุน กลิ่นหอมเย็นที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ตรงนั้นต่อหน้าพนักงานทุกค
“เยี่ยนเยี่ยน ผมมารับคุณกลับบ้าน” พนักงานรอบข้างหยุดดูทันที พลางมองมายังเธอและหานจวิ้นเหาด้วยความสงสัยและอยากรู้ เถาเยี่ยนมองดอกไม้ในมือเขา ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าที่เคยหลงรักมาหลายปี ชาติก่อนเธอใจอ่อนแค่เห็นเขามารอ ตอนนี้เถาเยี่ยนคิดว่าเขาเหมาะกับการเป็นนักแสดงมากกว่าเป็นแฟนเก่าเธอเสียอีก แสดงเก่งเสียจริง “บ้าน” น้ำเสียงของเถาเยี่ยนสูงเล็กน้อย พลางเลิกคิ้วมองใบหน้าของเขาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนยกยิ้มมุมปาก “บ้านของเราไง ผมรู้ว่าคุณยังโกรธ ผมยอมรับว่าผมผิด แต่คุณไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับผู้ชายอื่น” คำพูดของเขาดังพอให้ทุกคนได้ยินราวกับต้องการประกาศให้คนอื่นรับรู้ว่า ข่าวลือที่ผ่านมาเกี่ยวกับเธอ คือเรื่องจริง หานจวิ้นเหาเจ้าเล่ห์ไม่เคยเปลี่ยน “ผมไม่โกรธที่คุณทำผิด ขอแค่คุณกลับมา ผมพร้อมให้อภัยทุกอย่าง” เถาเยี่ยนเกือบหัวเราะออกมา คนที่ควรพูดคำพูดนั้นออกมาควรเป็นเธอมากกว่า เธอแค่ตาสว่างเลือกสิ่งที่เหมาะกับเธอมากกว่าผู้ชายเฮงซวยอย่างหานจวิ้นเหา “คุณให้อภัยฉันเรื่องอะไร” “เยี่ยนเยี
“ฉันดูเป็นคนชอบใช้กำลังขนาดนั้นเลยหรือไง” “ถ้าคุณอยากตบจริง ๆ บอกผมก่อน ผมจะให้คนเตรียมน้ำแข็งประคบมือไว้ให้” หญิงสาวหลุดหัวเราะ ก่อนผลักแขนเขาเบา ๆ “ไปทำงานได้แล้วค่ะ” เมื่อมาถึงแผนกการตลาด หลินเสี่ยวถงก็รีบวิ่งเข้ามาหา “หัวหน้าเถา คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” “ฉันสบายดี” “มีคนส่งข่าวเข้ากลุ่มบริษัทตั้งแต่ตีห้า แล้วก็ส่งอีเมลร้องเรียนถึงฝ่ายบุคคลด้วยค่ะ เขาบอกว่าคุณมีความสัมพันธ์กับผู้บริหารและได้รับตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม” หลินเสี่ยวถงรีบรายงาน เถาเยี่ยนรับโทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาดู บัญชีที่ส่งข่าวเข้ากลุ่มเป็นบัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่รายชื่อผู้รับอีเมลถูกเลือกอย่างจงใจ ทั้งฝ่ายบุคคล ฝ่ายตรวจสอบ และกรรมการของบริษัทในเครือ คนลงมือไม่ได้ต้องการแค่ทำให้เธอเสียชื่อ แต่ต้องการให้เธอถูกพักงานด้วยอย่างนั้นหรือ “เก็บภาพหน้าจอทั้งหมดไว้ อย่าตอบโต้ และอย่าให้ใครในทีมทะเลาะกับคนอื่นเพราะเรื่องนี้” “แต่พวกเขาพูดถึงหัวหน้าแย่มากเลยนะคะ” “ย







