LOGIN&ldquo
ทางด้านเฉินอวี้หลันที่มาถึงที่หมายก็ถูกผลักให้มาอยู่ในที่แห่งหนึ่งที่แสนอับชื้น มีกลิ่นสาปสางที่เหม็นเน่าและกลิ่นเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วจนนางอยากจะอาเจียรออกมา จนกระทั่งเชือกที่อบู่บนข้อมือของนางถูกตัดออก นางถึงได้รู้สึกถึงความเป็นอิสระของมือทั้งสองข้างอีกครั้ง “ถือว่าเจ้าโชคดีไปที่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาตายของเจ้า” บุรุษท่าทางน่ากลัวคนเดิมพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “ขอให้เจ้ามีความสุขกับที่นี่ล่ะ” สิ้นคำของเขา ก็มีเสียงโลหะกระทบกันอย่างแรงดังขึ้นหลายครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ออกห่างไปเรื่อยๆ&nb
การที่มีคนนอกบุกเข้ามาในหอบุปผาแดงเพื่อตามหาคนที่ตนเองถูกตาต้องใจมิใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่การที่คนเช่นนั้นมีวรยุทธ์สูงส่งจนสามารถฝ่าพวกบ่าวรับใช้เข้ามาได้ถึงขนาดนี้กลับเป็นครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น บุรุษผู้นั้นมองหวงเหม่ยเซียนด้วยสายตาดุดันพักหนึ่ง ก่อนจะหยิบของออกมาจากอกเสื้อและโยนให้นางอย่างไม่ค่อยพอใจนัก “สิ่งนั้นคงจะพอยืนยันฐานะของข้าได้” เขาพูดด้วยเสียงที่แหบแห้งเช่นเดิม หวงเหม่ยเซียนจ้องมองสิ่งนั้นด้วยสายตาเหลือเชื่อ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย “ไม่ใช่ว่าเจ้าของสิ่งนี้ตายในสนามรบไปแล้วหรือ?”
“คุณหนูไม่อยู่เจ้าค่ะ” สาวใช้ลอบปาดเหงื่อ ดูจากสีหน้าของฮูหยินตอนที่สั่งนางแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงยิ่งนัก จริงอย่างที่นางว่า เพราะทันทีที่นางบอกออกไป เฉินฮูหยินก็ได้แต่ตกใจจนเกือบล้ม หากไม่ได้บุรุษที่ยืนอยู่ช่วยพยุงเอาไว้ “นางหายไปไหน?” การหายตัวไปของบุตรสาวไม่อยู่ในความคิดของนางมาก่อนเลย แม้ก่อนหน้านี้นางจะอนุญาตกลายๆ ว่าให้ออกไปข้างนอกได้ แต่นางก็ไม่คิดว่าบุตรสาวจะออกไปในวันนี้พอดี บุรุษที่ยืนอยู่ก็มีสีหน้าที่ย่ำแย่เช่นกัน แต่เขาก็ยังรักษาท่าทีเยือกเย็นไว้ได้ “นางออกไปนานแล้วหรือยัง?” 
ทางด้านจิ้งผิงที่ถูกเล่นงานมาอย่างหนักเบิกตาขึ้นโพลง หากจะว่ากันตามตรงแล้ว ด้วยฝีมือของนาง นางสามารถรับมือกับเหล่าคนชุดดำได้อย่างแน่นอน แต่นางก็ประมาทเกินไปเพราะไม่คิดว่าฝีมือของนางกับบุรุษท่าทางน่ากลัวผู้นั้นต่างกันถึงขนาดนี้ แต่สิ่งที่นางคิดไม่ถึงคืออีกฝ่ายไม่สังหารนางให้ตาย แต่กลับรีบออกตามล่าเฉินอวี้หลันเสียอย่างนั้น นางกำหมัดแน่นก่อนจะชกใส่พื้นอย่างแรงไปหนึ่งทีด้วยความโมโห ดูจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่ไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิม นางก็พอจะคาดเดาได้ว่าเวลาผ่านไปพักใหญ่แล้ว ดังนั้นนางจึงปรับลมหายใจให้เย็นลง เพราะนางมั่นใจว่าเฉินอวี้หลันถูกลักพาตัวไปแล้วอย่างแน่นอน&nb
โลหิตที่แดงพุ่งออกมาจากบาดแผล ไหลอาบแขนซ้ายของนางอย่างรวดเร็ว แต่ก็โชคดีที่แผลไม่ได้ลึกมากนัก “ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้าถึงมั่นใจว่าข้าจะไม่สังหารเจ้า” สีหน้าของเขาแสดงถึงความไม่เข้าใจ “ทั้งๆ ที่ไม่ว่าอย่างไรเป้าหมายของพวกเราก็คือสังหารเจ้าอยู่แล้ว” “เจ้ารู้จักการสับเปลี่ยนตัวเพื่อลวงศัตรูหรือไม่?” เฉินอวี้หลันคลี่ยิ้ม แม้จะแต่งใบหน้าจนคล้ายบุรุษ แต่ก็ยังมีเค้าของความงามเหลืออยู่ “บางทีคนที่นอนอยู่ในบ้านร้างอาจจะเป็นเฉินอวี้หลันตัวจริงก็ได้” นางไม่รอให้เขาพูดอะไร รีบก้าวเดินเข้าไปใกล้เขาโดยไม่สนใจแขนซ้ายที่เจ็บปวดแม้แต่น้อย “หรือบางที เฉินอวี้หลันตัวจริงอ
เฉินอวี้หลันจับมือของซางไห่ให้วิ่งไปตรงไปเรื่อยๆ แม้หยดเลือดของเขาจะไหลออกมาตามทางนางก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย เนื่องจากบ้านร้างหลังนี้อยู่นอกเมืองหลวง ด้านหลังจึงเป็นป่าทึบที่สามารถใช้ซ่อนตัวได้เป็นอย่างดี “ท่านหนีไปคนเดียวเถิด” ซางไห่ใช้มือกดบาดแผลของตัวเอง ในใจรู้ดีว่าเขากำลังถ่วงให้อีกฝ่ายช้าลง “หากพาข้าไปด้วยก็มีแต่จะเสียเวลาเท่านั้น” เฉินอวี้หลันหันกลับมามองตาขวาง “หากเจ้ายังมีแรงพูดก็รีบเดินให้เร็วขึ้นเถอะ” ก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ซางไห่มองสตรีข้างหน้าด้วยสายตา







