LOGINระหว่างทางกลับบ้านรพีไม่ได้พูดอะไรเลย นภัสวรรณได้แต่ชวนเพียงขวัญคุยจุกจิกสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เที่ยวในดอยสะเก็ดหรือแม้กระทั่งอาหารการกิน เมนูอาหาร เมนูขนมที่สองสาวริจะทำเมื่อกลับไปอยู่บ้าน น่าแปลกที่เพียงขวัญสามารถเข้ากับนภัสวรรณได้เป็นอย่างดี ทั้งสองคนคุยกันจนกระทั่งถึงบ้านของรพีที่เป็นรีสอร์ทด้วย
“ถึงแล้วจ้า รพีให้คนเตรียมห้องนอนให้น้องแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยแล้วครับ”
รพีประคองแม่ลงจากรถ เพียงขวัญหันรีหันขวางสำรวจรีสอร์ทของรพี ที่นี่เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ เน้นความเป็นส่วนตัว บรรยากาศเรียบหรูตกแต่งกลมกลืนกับวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้าน สถาปัตยกรรมโบราณถูกนำมาก่อสร้างเป็นบ้านพักหลังเล็ก หลังกลาง และหลังใหญ่ ตามแต่ความต้องการของผู้ที่เข้ามาพัก นอกจากนี้ยังมีบริการห้องพักที่เป็นอาคาร 3 ชั้นอีกด้วย เธอรู้มาว่ายามค่ำคืนที่นี่จะมองเห็นดาวและเดือนชัดเจน จึงได้ชื่อว่าเดือนดารารีสอร์ท
เธอแปลกใจอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในเมื่อที่บ้านมีแม่ครัวคนรับใช้แล้วทำไมต้องให้เธอมาเป็นนางพยาบาลและคอยทำอาหารเช้าให้อีก เหตุผลที่บอกว่าแม่ไม่สามารถทำอาหารเช้าและเย็นให้กินได้นั้นฟังดูแล้วไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่นัก ครั้นจะเอ่ยถามไปตรงๆ แต่พอเห็นสายตาของรพีและชนักที่ปักหลังอยู่ก็ทำให้ต้องหุบปากลงไปโดยปริยาย
“แม่ครับ วันนี้อยู่กับป้าอ่อน ป้ากระถินก่อนนะครับ ผมจะพาเพียงขวัญไปเก็บของที่หอพักและที่บ้าน” รพีบอกกับมารดา นภัสสรรณพยักหน้า
“จ้ะ ไปเถอะไม่ต้องเป็นห่วงแม่ แล้วขับรถขับราให้ดี ระมัดระวังด้วยล่ะ”
“แม่ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ผมไม่ตีนผีเหมือนคนแถวนี้หรอก” รพีอดใจที่จะแขวะคนข้างกายไม่ได้เลยจัดหนึ่งดอก เพียงขวัญค้อนหน้าคว่ำ
“เจ้ารพี!”
“ไปแล้วคร้าบบบ”
ระหว่างอยู่ในรถ เพียงขวัญอยากจะเอามืออุดหูนัก พ่อคุณเล่นเปิดเพลงร็อกดังกระหึ่ม รอบนี้เขาใช้รถกระบะขับมา แถมยังเปิดกระจกสูบบุหรี่อีกด้วย
ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว!
เธอจามเป็นรอบที่สามสิบแล้ว แต่เขายังไม่สนใจ สูบบุหรี่อยู่นั่น กระดาษทิชชูบนรถหมดไปเกือบสองห่อแล้ว จามจนจมูกแดง จามจนเกินทนเธอเลยปิดวิทยุแล้วหันไปมองเขาตาเขียวปั้ด
“หยุดสูบบุหรี่สักทีเถอะค่ะ!” เธอเหวขึ้นเสียงดัง รพียักคิ้วขึ้น ปากยังคาบบุหรี่ไว้แน่น
“ทำไม”
“พี่รพีก็รู้ว่าหนูแพ้บุหรี่”
“เธออยู่กับฉัน เธอก็ต้องปรับตัวให้ชินสิ ได้กลิ่นมากๆ เดี๋ยวก็เลิกแพ้เอง” เขาพูดหน้าตาเฉย ส่วนคนฟังควันออกหูไปเรียบร้อยแล้ว
“คนทุเรศ! พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน นอกจากจะฉุนแล้วยังส่งควันบุหรี่มือสองมาให้หนูอีก ถ้าหนูเป็นมะเร็งปอดพี่จะรับผิดชอบหนูไหม แล้วการเปิดกระจกสูบบุหรี่นี่พี่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนักหรือไง คนอื่นที่เขารักษาสุขภาพไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยก็ต้องมารับกลิ่นบุหรี่จากพี่เนี่ยนะ คนเขาอุตส่าห์รักษาดูแลสุขภาพตัวเอง แต่กลับต้องมาสุขภาพเสียเพราะคนมักง่ายไม่รับผิดชอบต่อสังคมมันไม่ใช่เรื่อง จอดค่ะจอด! จอดเดี๋ยวนี้ หนูจะลง!” เพียงขวัญโวยวายอย่างสติแตก พอโวยวายเสร็จก็จามไปอีกสามที รพีจอดรถเอี๊ยดตามที่เธอต้องการแต่พอเธอจะลงเขากลับคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน
“ปล่อยนะ!”
“ไม่ปล่อย”
“พี่รพีจะทำอะไรหนู” เธอเริ่มเสียสั่น หน้าตาตื่นตระหนก ไร้วี่แววอวดดีเหมือนเมื่อครู่ รพียื่นหน้าเข้าไปใกล้ ลมหายใจที่มีกลิ่นบุหรี่เจือปนลอยคลุ้งเข้ามาในจมูกเล็กๆ ของเธอ เพียงขวัญเบือนหน้าหลบ ทำหน้าตาขยะแขยง
“แค่กลิ่นบุหรี่ ขยะแขยงขนาดนั้นเชียว” เขาเอ่ยถามเสียงขรึม เพียงขวัญพยักหน้า
“ก็คนมันเหม็น!”
“ลองสักมวนไหม เผื่อจะได้หายเหม็น แล้วมาติดด้วยกัน” เขาหยอก แต่เธอกลับคิดเป็นจริงเป็นจัง พยายามจะผลักเขาออก
“ไม่ลอง! ถ้าหนูจะสูบ หนูสูบไปเองตั้งนานแล้ว ไม่ต้องรอให้พี่รพีมาชวนหรอก ต่อให้พี่จุดแล้วเอายัดใส่ปากหนูหนูก็ไม่ดูด!”
“ฉันไม่เอาบุหรี่ยัดใส่ปากเธอหรอก แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นนี่ก็ไม่แน่” เขาพูดค้างไว้แค่นั้น สายตาเขาพราวระยิบระยับเหลือทน แน่นอนว่าเด็กสาววัย 21 ไม่เข้าใจคำพูดสองแง่สามง่ามจากเขา ยังคงทำหน้ามึนอึนเอ๋ออยู่เช่นเดิม
“พูดอะไร ไม่เห็นจะเข้าใจ!”
“เป็นเด็กเป็นเล็ก ไม่เข้าใจน่ะดีแล้ว”
“ออกไปให้ห่างหนูได้แล้วค่ะ หนูเหม็น แล้วถ้าพี่ยังไม่เลิกสูบบุหรี่บนรถ หนูจะจ้างรถคันอื่นไปขนของเอง” เธอบอก รพีเหล่ตามองหญิงสาวแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
“ทำเหมือนตัวเองรวยนักนี่”
“หนูไม่ได้รวยค่ะ แต่ถ้าจะต้องมาทนดมกลิ่นบุหรี่มือสองจากพี่ หนูยอมเสียเงินดีกว่า”
“อะ... ยอมก็ได้ ไม่สูบแล้วก็ได้” เขาว่า ก่อนจะออกรถขับไปตามทางเรื่อยๆ เพียงขวัญถอนหายใจโล่งอก แต่ยังไม่ให้เขาปิดกระจกเปิดแอร์ เนื่องจากกลิ่นบุหรี่ยังฉุนกึกติดจมูกอยู่
“ปิดกระจกได้หรือยัง เหม็นควันรถ!” เขาตะโกนถามท่ามกลางเสียงลมที่พัดเข้ามาในรถดังวี๊ดวิ๊ว
“เหม็นควันรถก็ยังดีกว่าเหม็นควันบุหรี่ หนูไม่ปิดกระจกหรอกค่ะ!” เธอยืนยัน รพีสบถเสียงดัง ตะบึงขับรถต่อไปจนกระทั่งถึงหน้าหอพัก
เพียงขวัญรีบลงจากรถแล้วขึ้นไปยังหอพักที่อยู่ด้านบนอาคารทันที รพีเห็นร้านสะดวกซื้อ จึงเดินเข้าไปซื้อหมากฝรั่งมาเคี้ยว แล้วซื้อสเปย์ดับกลิ่นในรถมาด้วย จัดการฉีดสเปย์ในรถจนมั่นใจว่ากลิ่นบุหรี่หมดแล้วจึงเดินขึ้นช่วยเธอขนของลงมา
ห้องพักขนาดเล็ก ไม่มีแอร์ มีเพียงพัดลมเพดานตัวเก่าทำให้เขาต้องพิจารณาเธอใหม่ เธอคงเลือกหอพักที่เสียค่าเช่าต่อเดือนน้อยที่สุด แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ภายในห้องนั้นกลับเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยว่าเธอจัดของไว้เสียดิบดี แถมยังสะอาดสะอ้านอีกด้วย เธอเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบขนาดกลาง ส่วนใหญ่มักจะเป็นชุดนางพยาบาลสีขาว และเสื้อผ้า หนังสืออีกกองใหญ่ รพีช่วยเธอยกของเดินลงบันไดมาจากชั้น 4 เนื่องจากหอพักแห่งนี้ไม่มีลิฟต์
พอขนของขึ้นรถเสร็จ เพียงขวัญเปิดประตูเข้าไปในรถ ได้กลิ่นหอมสดชื่นก็รู้สึกดีขึ้น เธอมองเสี้ยวหน้าของรพีที่นั่งประจำที่คนขับแล้วก็ยิ้ม แต่เขายังคงเก๊กหน้าขรึม เคี้ยวหมากฝรั่งจนคางยาน
“พอใจเธอแล้วใช่ไหม กลิ่นสะอาดหอมสดชื่น”
“ค่ะ”
“ไม่ต้องเปิดกระจกแล้วนะ มันร้อน”
“ค่ะ”
“นอกจากค่ะแล้วพูดอะไรเป็นอีกไหม” รพีหันไปถาม เพียงขวัญนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วบอก
“พี่รพีเลิกบุหรี่เถอะค่ะ มันไม่ดีต่อสุขภาพเลย พ่อกับแม่พี่รพีก็แก่แล้ว ต้องมาได้กลิ่นบุหรี่จากพี่อีก แล้วติดบุหรี่แบบนี้แฟนพี่ไม่ว่าเหรอ ต่อไปมีลูกเล็ก ลูกพี่ก็ต้องมาดมกลิ่นบุหรี่จากพี่อีก กลิ่นบุหรี่มันอันตรายมาก ติดเสื้อก็เหม็น มีละอองคลุ้งไปหมด ต่อไปในอนาคตพี่อาจจะเป็นมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ...”
“พอๆๆๆ ไม่ต้องเทศนาฉัน ฉันไม่มีแฟนจบไหมไอ้ประเด็นแฟนจะว่าหรือไม่ว่าแล้วก็ไอ้ประเด็นมีลูกเล็กเนี่ย พ่อแม่แก่ เป็นมะเร็งนี่ฉันไม่เถียง แต่ไอ้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศนี่ฉันขอเถียงหัวชนฝา หรือเธอจะอยากพิสูจน์...” เขาหันมาทำหน้าจริงจัง เพียงขวัญหน้าขึ้นสีแดงแปร๊ด
“ไม่ค่ะ!”
“ตอบไม่มีลังเลเลยนะแม่คุณ”
“ใครจะอยากไปพิสูจน์กัน คนบ้า!”
“หึหึ” รพีไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่หัวเราะในลำคออย่างรู้สึกเป็นผู้ชนะ เพียงขวัญกอดอกหันมองออกนอกหน้าต่างแล้วเงียบไป เงียบจนเขาเอ่ยทัก
“ไม่ต้องมานั่งเงียบ บอกทางด้วยว่าบ้านอยู่ที่ไหนจะได้ไปถูก”
“ค่ะ!”
รพีปล่อยให้เพียงขวัญนอนหลับพักผ่อน เพราะเธอต้องเหนื่อยหลายอย่าง ไหนจะให้นมลูก ไหนจะพาอุ้มเดินในตอนกลางวัน รพีจึงเสียสละดูแลลูกตอนกลางคืน เธอมีหน้าที่แค่ถลกเสื้อแล้วเอาลูกเข้าเต้าเท่านั้นเองปัจจุบันนี้รพียังคงทำงานสอนหนังสือเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืนนอนน้อยลงกว่าแต่ก่อน แต่ละวันนอนติดกันได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงเท่านั้น เขาคิดอย่างเศร้าๆ เพราะลูกชายเพิ่งจะมานอนยาวไม่กี่วันที่ผ่านมา“เดี๋ยวอีกพักเดียวลูกเราก็โตแล้วค่ะ ถ้าพี่รพียังไม่พร้อม หนูว่าเราควรคุมกำเนิดนะคะ เอาอย่างนี้ไหม หนูจะไปฝังยาคุม...”“ไม่ๆๆๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น” รพีรีบแทรกก่อนที่ภรรยาจะเสนอไอเดียมากกว่านี้“ก็พี่รพีบอกว่ายังไม่พร้อม แต่ตอนนี้เราก็ไม่ได้ป้องกัน” เธอเปรยขึ้น พอมดลูกเข้าอู่สามีก็จัดหนักทุกคืน ปากก็บ่นว่าไม่ค่อยมีเวลานอน แต่พอสบโอกาสลูกหลับก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ทุกวี่ทุกวัน เพียงขวัญชักเริ่มงงกับชายหนุ่มแล้ว“ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น เฮ้อ... อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยดีกว่า เอ้า! เฮ้ย! เจ้าพัฒน์!” รพีวิ่งปราดไปที่ลูกชายตัวแสบ เขากำลังจะคลานลงบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยกอบัวเสียแล้ว รพีวิ่งหน้าต
เพียงขวัญนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ตอนนี้อายุครรภ์เธอย่างเข้า 35 สัปดาห์แล้ว ใกล้คลอดเต็มทน เธอเอามือลูบท้องตัวเองไปมาแล้วเล่นกับลูกชายที่ชอบตื่นกลางดึก แรงเตะถีบทำให้เพียงขวัญยิ้มกว้าง พูดคุยกับลูกชายเล่น“เป็นยังไง ตื่นแล้วเหรอจ๊ะลูก” เธอถามเสียงหวาน รพีเดินออกมากห้องน้ำ ได้ยินเสียงเมียก็อดอมยิ้มไม่ได้ เขาชอบดูเวลาที่เธอเล่นกับลูกในท้อง“เจ้าตัวแสบดิ้นเหรอ”“ค่ะ วันนี้ดิ้นแรงด้วย”“ไหน... มาให้พ่อดูหน่อยสิว่าเป็นยังไง อยู่ในท้องเมื่อยเหรอ โอ้ว... ดูสิ ท้องเธอเขยื้อนเป็นลูกคลื่นเลย เอ... ตรงนี้เข่าหรือข้อศอกกันแน่เนี่ย” รพีเอามือลูกท้องขนาดใหญ่ เพียงขวัญหัวเราะคิก“น่าจะเป็นข้อศอกนะคะ”“อืม... นั่นสินะ ไหนเรามาจุ๊บกันหน่อยเป็นไง ขอเหม่งหน่อย โหม่งมาเลยพ่อจะจุ๊บ” รพีเอาสองมือกุมหน้าท้องแล้วจรดริมฝีปากลงไปยังท้องนูนเด่น เด็กในท้องดิ้นหยุบหยับไปหมด รพีเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่แสนอัศจรรย์เหลือเกินที่เด็กตัวน้อยดิ้นอยู่ในท้องอย่างนี้ รพีนอนหนุนตักเมียแล้วกุมมือเล็กไว้แน่น“เหนื่อยไหมที่ต้องอุ้มท้องแบบนี้” เขาถามหลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เพียงขวัญส่ายหน้า“ไม่เลยค่ะ หนูชอบด้วยซ้ำที่ตัวเองตั
เพียงขวัญนั่งดูคลิปวีดิโอผ่านเฟซบุ๊กแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ดีใจเหลือเกิน ในที่สุดเตชินท์กับวิมลรัตน์ก็คืนดีกันได้เสียที แต่เป็นการคืนดีที่มีฟางเส้นสุดท้ายเป็นเดิมพัน หลังจากนี้คงต้องแล้วแต่การกระทำของเตชินท์เท่านั้น หากก้าวพลาดไปสักก้าวเดียว เตชินท์คงหมดโอกาสที่จะดูแลลูกเมีย และคงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันอีกเป็นแน่แท้“ดูอะไรอยู่” รพีเดินเข้ามาหาเมียสาว เธอหันมายิ้มให้กับเขา“นั่งดูผลงานของนักการทูตจำเป็นไงคะ พี่รพีทำได้ดีมาก ในที่สุดพี่หมอก็ได้คืนดีกับภรรยา” เธอเอ่ยปากชม รพียิ้มกว้าง หยิกแก้มของเพียงขวัญเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว“ไม่ใช่เพราะพี่คนเดียวหรอก สองคนนั้นเขารักกันมาก ทั้งรักและผูกพันมาตั้งแต่ต้น เลยทำให้อะไรๆ ง่ายดายขึ้น ว่าแต่เราเถอะ กินข้าวหรือยัง”“ยังค่ะ รอพี่รพีอยู่”“จะรอทำไม ก็รู้อยู่ว่าพี่กลับค่ำ ไม่หิวหรือไง” รพีมองระอา เธอส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่ค่ะ รู้สึกอิ่มด้วยซ้ำ วันนี้กินผลไม้ไปเยอะมาก”“เธอจะกินแต่ผลไม้อย่างเดียวไม่ต้อง ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลูกเราจะได้แข็งแรง” เขาบ่น เพียงขวัญพยักหน้ารับ“รู้แล้วค่ะ พี่รพีอย่างลืมสิคะว่าหนูเป็นพยาบาลนะ”“ไม่ได้ลืม แต่เธอนั่นแหละชอบลืมท
“คุณทราบใช่ไหมว่าผมเป็นสามีของเพียงขวัญ” รพีถาม ทำเอาวิมลรัตน์ชะงักหยุดใช้ความคิดไปเล็กน้อย“ดิฉันไม่แน่ใจ ช่วงนั้นดิฉันกำลังวุ่นวายกับหลายๆ เรื่อง” เธอตอบแบบไม่หลบสายตา“คงเป็นเรื่องเตรียมหลักฐานฟ้องหย่ากับคุณหมออยู่สินะครับ” เขาเปรย วิมลรัตน์ไม่ตอบ เธอยกน้ำเปล่าขึ้นดื่ม“เข้าเรื่องเถอะค่ะ ฉันมีเวลาไม่มากนัก”“ตอนนี้คุณหมอเตชินท์คิดถึงคุณกับลูกมาก เขาอยากให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม อยากใช้ชีวิตครอบครัวกับคุณและน้องลูกตาล”“หึ! คุณมาพูดกับฉันแบบนี้คงไม่รู้สินะคะว่าเขาทำอะไรกับฉันไว้บ้าง” วิมลรัตน์กระแทกเสียงใส่ รพีแย้มรอยยิ้ม แววตามีแต่ความเห็นอกเห็นใจคู่สนทนา“ผมทราบทุกอย่างครับว่าคุณต้องเผชิญกับความเลวร้ายต่างๆ ที่คุณหมอเตชินท์มอบให้กับคุณ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของคุณขาด แต่ผมอยากบอกคุณว่าที่เขาทำแบบนั้น เป็นเพราะเขาต้องการแก้แค้นคุณ จริงๆ แล้วเขาไม่ได้รักเพียงขวัญ เขารู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าเพียงขวัญเป็นของผม และไม่มีวันที่เพียงขวัญจะไปแต่งงานกับเขา แต่ก็อยากจะลองเล่นกับความรู้สึกเพียงขวัญ เขาแค่ปลาบปลื้มชื่นชอบที่เพียงขวัญเป็นเด็กขยัน กตัญญู และรู้สึกเอ็นดูเหมือนน้
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางเบื่อเธอเป็นอันขาด” รพียืนยัน จับข้อมือทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นแล้วถลกกระโปรงชุดนอนออกจากร่าง เธอนอนเปล่าเปลือยตรงหน้าชายหนุ่ม รพีไล่สายตามองด้วยความปรารถนา ท้องนูนเด่นทำให้เขาต้องก้มลงไปจูบปลอบใจเจ้าลูกชายที่อยู่ในท้องให้ไม่ตื่นตระหนกเวลาที่เขากับเธอร่วมรักและส่งเสียงร้องครวญครางกันอย่างดัง รพีจูบหน้าท้องแล้วไล่เรื่อยลงมายังกลีบกายสาว“อะ... อื้อ...”เพียงขวัญขยุ้มกลุ่มผมดกดำของรพี เธอบิดกายกระเส่า ท้องน้อยเสียวมวนไปหมด รพีเร่งปลายลิ้นฉกาจฉกเจ้าดอกไม้งามที่เต็มตื้นไปด้วยน้ำหวานหอมกรุ่นเรื่อยๆ แถมยังสอดนิ้วเข้าหาอีกต่างหาก เพียงขวัญครางไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งเสร็จไปหลายรอบ แต่เขายังไม่หยุดเลีย จนเธอต้องกระเถิบกายหนี แต่เขารั้งสะโพกเอาไว้แน่น เรียวขาทั้งสองข้างบีบรัดศีรษะชายหนุ่มเอาไว้ เด้งกายขึ้นจนตัวลอยแผ่นหลังไม่ติดที่นอน“อ่าส์...”เสียงครางผะแผ่วเป็นสัญญาณบอกได้ว่าเธอได้เสร็จอีกครั้งแล้ว รพีผละใบหน้าออก เขาลุกขึ้นเปลื้องผ้าตัวเองแล้วเอาความเป็นชายไปจ่อยังริมฝีปากของหญิงสาว เพียงขวัญกลืนกินตัวตนอันใหญ่โตเข้าไปในปาก ดูดเลียจนต้นขาสั่นสะท้าน รพีเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ
เพียงขวัญมองคนข้างกายอย่างใช้ความคิด กลับมาคราวนี้เขามีเหตุผลและใจเย็นขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง เพียงขวัญนั่งเงียบๆ จนกระทั่งเขาพาเธอมากินมื้อเย็นที่ร้านโปรดของเธอ รพีอยากให้เธอได้กินอาหารทะเลมากๆ กลับไปเชียงใหม่ก็ไม่ค่อยมีอาหารพวกนี้ให้กินแล้ว ถึงมีก็ไม่อร่อยเท่าชายทะเลแบบนี้“หรือว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่หนูควรจะต้องกลับไปอยู่เชียงใหม่” หญิงสาวเปรย รพีหันขวับ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ ในใจตื่นเต้นเหลือคณา เขาพยายามหลบซ่อนความดีใจไว้ในอกไม่ให้เธอสังเกตเห็น“เธอคิดว่ายังไงล่ะ”“หนูคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่หนูจะต้องกลับไปเชียงใหม่ กลับไปดูแลครอบครัว กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง” เพียงขวัญตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่รพีต้องการมาก่อนหน้านี้ เขาหันไปลอบยิ้มให้กับตัวเองแล้วหันกลับมาหาเธอด้วยความเป็นห่วง“ตัดสินใจแบบนี้ แน่ใจแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” เธอตอบอย่างเด็ดเดี่ยว แววตามั่นคงไม่สับสนเลยแม้แต่น้อย“โอเค ฉันจะโทรไปบอกแม่บัวพรุ่งนี้ แล้วเธอจะเอายังไงกับงานต่อ”“หนูจะต้องเข้าไปคุยกับคุณหมอเบญ คุณหมอให้โอกาสหนูมากมายเหลือเกิน จนหนูรู้สึกติดหนี้บุญคุณหลายเรื่อง หากมีโอกาสหนูคงจะต้องตอบแทนบุญคุณ อ้อ... รวมทั้






![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
