INICIAR SESIÓNรพีปล่อยให้เพียงขวัญนอนหลับพักผ่อน เพราะเธอต้องเหนื่อยหลายอย่าง ไหนจะให้นมลูก ไหนจะพาอุ้มเดินในตอนกลางวัน รพีจึงเสียสละดูแลลูกตอนกลางคืน เธอมีหน้าที่แค่ถลกเสื้อแล้วเอาลูกเข้าเต้าเท่านั้นเอง
ปัจจุบันนี้รพียังคงทำงานสอนหนังสือเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืนนอนน้อยลงกว่าแต่ก่อน แต่ละวันนอนติดกันได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงเท่านั้น เขาคิดอย่างเศร้าๆ เพราะลูกชายเพิ่งจะมานอนยาวไม่กี่วันที่ผ่านมา
“เดี๋ยวอีกพักเดียวลูกเราก็โตแล้วค่ะ ถ้าพี่รพียังไม่พร้อม หนูว่าเราควรคุมกำเนิดนะคะ เอาอย่างนี้ไหม หนูจะไปฝังยาคุม...”
“ไม่ๆๆๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น” รพีรีบแทรกก่อนที่ภรรยาจะเสนอไอเดียมากกว่านี้
“ก็พี่รพีบอกว่ายังไม่พร้อม แต่ตอนนี้เราก็ไม่ได้ป้องกัน” เธอเปรยขึ้น พอมดลูกเข้าอู่สามีก็จัดหนักทุกคืน ปากก็บ่นว่าไม่ค่อยมีเวลานอน แต่พอสบโอกาสลูกหลับก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ทุกวี่ทุกวัน เพียงขวัญชักเริ่มงงกับชายหนุ่มแล้ว
“ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น เฮ้อ... อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยดีกว่า เอ้า! เฮ้ย! เจ้าพัฒน์!” รพีวิ่งปราดไปที่ลูกชายตัวแสบ เขากำลังจะคลานลงบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยกอบัวเสียแล้ว รพีวิ่งหน้าตั้งไปคว้าลูกเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น
“เกือบไปแล้ว!” เพียงขวัญวิ่งตามมาติดๆ
“คุณพระคุณเจ้าช่วย! โชคดีที่หันมาทัน ไม่อย่างนั้นได้คลานตกบ่อบัวแน่ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะ” รพีหอมแก้มซ้ายขวาลูกชายตัวน้อย เพียงขวัญใจหายไปด้วยเลย
“เลี้ยงเด็กนี่เผลอไม่ได้เลยจริงๆ นะคะ นี่ขนาดเราแค่หันมาคุยกันแป้บเดียวเอง”
“อืม หลังจากนี้เราต้องระวังเพิ่มมากขึ้น อ่ะ... ว่าแต่... คุณแม่ทั้งสองกับคุณพ่อไปไหนหมด” รพีหันไปมองรอบบ้าน วันนี้รู้สึกว่าบ้านเงียบเชียบไปหมด
“ไปทำบุญค่ะ เป็นเจ้าภาพทอดกฐินที่วัด”
“อ่อ... กิจกรรมตามประสาคนแก่”
“ตอนแรกแม่จะชวนหนูกับพี่รพีและลูกไปด้วย แต่หนูเห็นว่าพี่รพีเพิ่งหยุดงาน อยากให้พักผ่อน ก็เลยปฏิเสธไป” เพียงขวัญบอก เธอรับลูกจากชายหนุ่มมาอุ้มไว้กับตัว เดินกล่อมไปรอบๆ สนามหญ้า
“ดีแล้วล่ะ ดูท่าเจ้าหนูนี่จะง่วงแล้วนะ เราพาเข้าไปนอนดีไหม”
“ก็ดีนะคะ”
เพียงขวัญพารพีพัฒน์ไปนอน ส่วนรพีเก็บของต่างๆ ที่วางไว้ในสนามหญ้าตามเข้าไปในบ้าน ปกติเวลาที่บ้านเขาทำบุญมักจะยกกันไปทั้งบ้าน ทิ้งไว้แค่กับข้าวกลางวันเท่านั้น รพีมองดูหญิงสาวที่ถลกเสื้อให้ลูกเข้าเต้าตาวาว เพียงขวัญมีเต้านมที่ใหญ่โตอยู่แล้ว แต่พอมีลูก มีน้ำนม เต้านมกลับขยายใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่าตัวจนมันมหึมา ซึ่งเขาก็ชอบมากเสียด้วย
“พี่รพี” เธอเรียกชายหนุ่มที่ยังคงจ้องมองเต้านมของเธอตาไม่กระพริบ
“หืม... ว่าไงนะ” รพีละสายตาจากเต้านมอย่างแสนเสียดาย เธอส่ายหน้าระอาใจกับสามีจอมหื่น
“ลูกหลับแล้ว ช่วยอุ้มไปนอนเปลหน่อยได้ไหมคะ ช่วงนี้หนูปวดหลัง”
“ได้สิ”
เขาพาลูกชายไปนอนเปล เพียงขวัญจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วจะเอนกายนอนบ้าง รพีรีบเข้ามานั่งข้างๆ แล้วดันตัวเธอลงนอน เธอเบิกตากว้าง มองเขาด้วยความไม่ไว้ใจ
“พี่รพีจะทำอะไรคะ”
“ลูกหลับแล้ว สักหน่อยไหม” เขากระซิบข้างใบหู เพียงขวัญดันหน้าอกเต็มแรง
“พักก่อนไหมคะ เราทำแบบนี้ติดกันทุกวันเลยนะคะ”
“ไม่ดีหรือไง”
“พี่รพีไม่เบื่อบ้างเหรอคะ” เธอเอียงคอถาม รพีคิดในใจว่าเธอคงไม่รู้ว่าท่าทางแบบนั้นทำให้เขาใจลอยมากแค่ไหน แม่เจ้าประคุณมีลูกหนึ่งแล้ว แต่เสน่ห์ แรงดึงดูดต่อเพศตรงข้ามยังล้นเหลือ แถมมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“ไม่เบื่อเลยสักนิด แล้วเธอล่ะ เบื่อแล้วเหรอ” เขาย้อนถามกลับ เพียงขวัญส่ายหน้าอย่างอายๆ
“เปล่าค่ะ” เธอตอบพลางหลบสายตา รพีได้ใจ พรมจูบไปทั่วใบหน้า
“เห็นไหม เธอเองก็ไม่ได้เบื่อ ถ้าให้ฉันทาย เธอก็น่าจะชอบด้วยซ้ำที่มีสามีตื่นตัวกับเรื่องบนเตียงขนาดนี้” ชายหนุ่มขบเม้มติ่งหูเธอเล่น เพียงขวัญหลับตาลงช้าๆ คิ้วขมวดขึ้นเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วเรือนกาย ขนลุกซู่ชูชันไปหมด
“ค่ะ”
“เร็วเถอะ เดี๋ยวเจ้าตัวแสบจะตื่นมาอาละวาดก่อนที่จะได้สนุกกัน”
สนุก... เขาใช้คำว่าสนุก เพียงขวัญไม่กล้ามองสบตาเขาเลยแม้แต่น้อย สองมือหนาสาละวนกับเต้านมอวบอิ่ม ตอนที่เธอคลอดลูกใหม่ๆ รพีอยากลองลิ้มรสชาติน้ำนมสดๆ จากเต้านัก อยากรู้จนของลองดูดนมของเธอ รสชาติมันก็ไม่ได้แย่ แค่มีความอุ่นๆ ละมุนลิ้นมากกว่านมวัว มิแปลกใจเลยว่าทำไมลูกถึงชอบนัก ทั้งอร่อย ทั้งอุ่น จากอ้อมกอดและเต้านมขนาดใหญ่
รพีเปลื้องผ้าของเธอออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็จัดการเสื้อผ้าของตัวเองต่อ จนทั้งสองร่างเปล่าเปลือยด้วยกันทั้งคู่ เขาชวนเธอเล่นท่า 69 ผลัดกันทำออรัลให้กันและกันจนพอใจ ยามเธอเดินทางสู่สรวงสวรรค์ เขาก็จัดแจงให้นอนอ้าขา สอดแท่งเนื้อเข้าไปในร่างกายพลางขยับโยกตามอารมณ์ร้อนระอุ
รพีเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างเธอกับเขาใครจะเร่าร้อนมากกว่ากัน เธอผลักให้เขานอนราบแล้วเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมโยกเสียเอง เขามองเธอด้วยสายตาฉ่ำปรือ ตอนเธอเด้งเข้าเด้งออก เต้านมกระเพื่อมไหวแบบสุดๆ มันใหญ่มาก เวลากระเพื่อมทีเขาละลานตาไปหมด สองมือหนาบีบเคล้นเต้านม เคล้นคลึงนิดเดียวน้ำนมก็กระฉูดออกมาจนเปียกมือ เขาเลยลดแรงลง เน้นสะกิดปลายถันมากกว่า แค่นี้ก็ทำให้เธอร้องครวญครางไม่ได้ศัพท์แล้ว
“อ๊า... อ๊าย... อ๊ะๆๆๆ”
“นมใหญ่มากเลยเมียจ๋า โอย... อูย... อย่าเพิ่งโยกแรง โยกแรงแบบนี้เดี๋ยวแตก” รพีร้องห้าม แต่เพียงขวัญไม่ฟังเสียง เธอขยับเขยื้อนร่างกายเด้งเข้าเด้งออกจนกระทั่งรพีทนไม่ไหว กระแทกกายสวนขึ้นไปตามจังหวะของเธอ เพียงครู่เดียวน้ำรักก็แตกพร่ากระจายอยู่ในช่องทางสวาท เธอฟุบกายนอนบนแผ่นอกกว้างของเขา ร่างบางเกร็งกระตุกวูบวาบ ด้วยความเพลียทำให้เพียงขวัญผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าบทรักร้อนครั้งนี้จะทำให้เธอตั้งท้องลูกอีกคน
จบบริบูรณ์
รพีปล่อยให้เพียงขวัญนอนหลับพักผ่อน เพราะเธอต้องเหนื่อยหลายอย่าง ไหนจะให้นมลูก ไหนจะพาอุ้มเดินในตอนกลางวัน รพีจึงเสียสละดูแลลูกตอนกลางคืน เธอมีหน้าที่แค่ถลกเสื้อแล้วเอาลูกเข้าเต้าเท่านั้นเองปัจจุบันนี้รพียังคงทำงานสอนหนังสือเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืนนอนน้อยลงกว่าแต่ก่อน แต่ละวันนอนติดกันได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงเท่านั้น เขาคิดอย่างเศร้าๆ เพราะลูกชายเพิ่งจะมานอนยาวไม่กี่วันที่ผ่านมา“เดี๋ยวอีกพักเดียวลูกเราก็โตแล้วค่ะ ถ้าพี่รพียังไม่พร้อม หนูว่าเราควรคุมกำเนิดนะคะ เอาอย่างนี้ไหม หนูจะไปฝังยาคุม...”“ไม่ๆๆๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น” รพีรีบแทรกก่อนที่ภรรยาจะเสนอไอเดียมากกว่านี้“ก็พี่รพีบอกว่ายังไม่พร้อม แต่ตอนนี้เราก็ไม่ได้ป้องกัน” เธอเปรยขึ้น พอมดลูกเข้าอู่สามีก็จัดหนักทุกคืน ปากก็บ่นว่าไม่ค่อยมีเวลานอน แต่พอสบโอกาสลูกหลับก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ทุกวี่ทุกวัน เพียงขวัญชักเริ่มงงกับชายหนุ่มแล้ว“ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น เฮ้อ... อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยดีกว่า เอ้า! เฮ้ย! เจ้าพัฒน์!” รพีวิ่งปราดไปที่ลูกชายตัวแสบ เขากำลังจะคลานลงบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยกอบัวเสียแล้ว รพีวิ่งหน้าต
เพียงขวัญนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ตอนนี้อายุครรภ์เธอย่างเข้า 35 สัปดาห์แล้ว ใกล้คลอดเต็มทน เธอเอามือลูบท้องตัวเองไปมาแล้วเล่นกับลูกชายที่ชอบตื่นกลางดึก แรงเตะถีบทำให้เพียงขวัญยิ้มกว้าง พูดคุยกับลูกชายเล่น“เป็นยังไง ตื่นแล้วเหรอจ๊ะลูก” เธอถามเสียงหวาน รพีเดินออกมากห้องน้ำ ได้ยินเสียงเมียก็อดอมยิ้มไม่ได้ เขาชอบดูเวลาที่เธอเล่นกับลูกในท้อง“เจ้าตัวแสบดิ้นเหรอ”“ค่ะ วันนี้ดิ้นแรงด้วย”“ไหน... มาให้พ่อดูหน่อยสิว่าเป็นยังไง อยู่ในท้องเมื่อยเหรอ โอ้ว... ดูสิ ท้องเธอเขยื้อนเป็นลูกคลื่นเลย เอ... ตรงนี้เข่าหรือข้อศอกกันแน่เนี่ย” รพีเอามือลูกท้องขนาดใหญ่ เพียงขวัญหัวเราะคิก“น่าจะเป็นข้อศอกนะคะ”“อืม... นั่นสินะ ไหนเรามาจุ๊บกันหน่อยเป็นไง ขอเหม่งหน่อย โหม่งมาเลยพ่อจะจุ๊บ” รพีเอาสองมือกุมหน้าท้องแล้วจรดริมฝีปากลงไปยังท้องนูนเด่น เด็กในท้องดิ้นหยุบหยับไปหมด รพีเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่แสนอัศจรรย์เหลือเกินที่เด็กตัวน้อยดิ้นอยู่ในท้องอย่างนี้ รพีนอนหนุนตักเมียแล้วกุมมือเล็กไว้แน่น“เหนื่อยไหมที่ต้องอุ้มท้องแบบนี้” เขาถามหลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เพียงขวัญส่ายหน้า“ไม่เลยค่ะ หนูชอบด้วยซ้ำที่ตัวเองตั
เพียงขวัญนั่งดูคลิปวีดิโอผ่านเฟซบุ๊กแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ดีใจเหลือเกิน ในที่สุดเตชินท์กับวิมลรัตน์ก็คืนดีกันได้เสียที แต่เป็นการคืนดีที่มีฟางเส้นสุดท้ายเป็นเดิมพัน หลังจากนี้คงต้องแล้วแต่การกระทำของเตชินท์เท่านั้น หากก้าวพลาดไปสักก้าวเดียว เตชินท์คงหมดโอกาสที่จะดูแลลูกเมีย และคงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันอีกเป็นแน่แท้“ดูอะไรอยู่” รพีเดินเข้ามาหาเมียสาว เธอหันมายิ้มให้กับเขา“นั่งดูผลงานของนักการทูตจำเป็นไงคะ พี่รพีทำได้ดีมาก ในที่สุดพี่หมอก็ได้คืนดีกับภรรยา” เธอเอ่ยปากชม รพียิ้มกว้าง หยิกแก้มของเพียงขวัญเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว“ไม่ใช่เพราะพี่คนเดียวหรอก สองคนนั้นเขารักกันมาก ทั้งรักและผูกพันมาตั้งแต่ต้น เลยทำให้อะไรๆ ง่ายดายขึ้น ว่าแต่เราเถอะ กินข้าวหรือยัง”“ยังค่ะ รอพี่รพีอยู่”“จะรอทำไม ก็รู้อยู่ว่าพี่กลับค่ำ ไม่หิวหรือไง” รพีมองระอา เธอส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่ค่ะ รู้สึกอิ่มด้วยซ้ำ วันนี้กินผลไม้ไปเยอะมาก”“เธอจะกินแต่ผลไม้อย่างเดียวไม่ต้อง ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลูกเราจะได้แข็งแรง” เขาบ่น เพียงขวัญพยักหน้ารับ“รู้แล้วค่ะ พี่รพีอย่างลืมสิคะว่าหนูเป็นพยาบาลนะ”“ไม่ได้ลืม แต่เธอนั่นแหละชอบลืมท
“คุณทราบใช่ไหมว่าผมเป็นสามีของเพียงขวัญ” รพีถาม ทำเอาวิมลรัตน์ชะงักหยุดใช้ความคิดไปเล็กน้อย“ดิฉันไม่แน่ใจ ช่วงนั้นดิฉันกำลังวุ่นวายกับหลายๆ เรื่อง” เธอตอบแบบไม่หลบสายตา“คงเป็นเรื่องเตรียมหลักฐานฟ้องหย่ากับคุณหมออยู่สินะครับ” เขาเปรย วิมลรัตน์ไม่ตอบ เธอยกน้ำเปล่าขึ้นดื่ม“เข้าเรื่องเถอะค่ะ ฉันมีเวลาไม่มากนัก”“ตอนนี้คุณหมอเตชินท์คิดถึงคุณกับลูกมาก เขาอยากให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม อยากใช้ชีวิตครอบครัวกับคุณและน้องลูกตาล”“หึ! คุณมาพูดกับฉันแบบนี้คงไม่รู้สินะคะว่าเขาทำอะไรกับฉันไว้บ้าง” วิมลรัตน์กระแทกเสียงใส่ รพีแย้มรอยยิ้ม แววตามีแต่ความเห็นอกเห็นใจคู่สนทนา“ผมทราบทุกอย่างครับว่าคุณต้องเผชิญกับความเลวร้ายต่างๆ ที่คุณหมอเตชินท์มอบให้กับคุณ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของคุณขาด แต่ผมอยากบอกคุณว่าที่เขาทำแบบนั้น เป็นเพราะเขาต้องการแก้แค้นคุณ จริงๆ แล้วเขาไม่ได้รักเพียงขวัญ เขารู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าเพียงขวัญเป็นของผม และไม่มีวันที่เพียงขวัญจะไปแต่งงานกับเขา แต่ก็อยากจะลองเล่นกับความรู้สึกเพียงขวัญ เขาแค่ปลาบปลื้มชื่นชอบที่เพียงขวัญเป็นเด็กขยัน กตัญญู และรู้สึกเอ็นดูเหมือนน้
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางเบื่อเธอเป็นอันขาด” รพียืนยัน จับข้อมือทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นแล้วถลกกระโปรงชุดนอนออกจากร่าง เธอนอนเปล่าเปลือยตรงหน้าชายหนุ่ม รพีไล่สายตามองด้วยความปรารถนา ท้องนูนเด่นทำให้เขาต้องก้มลงไปจูบปลอบใจเจ้าลูกชายที่อยู่ในท้องให้ไม่ตื่นตระหนกเวลาที่เขากับเธอร่วมรักและส่งเสียงร้องครวญครางกันอย่างดัง รพีจูบหน้าท้องแล้วไล่เรื่อยลงมายังกลีบกายสาว“อะ... อื้อ...”เพียงขวัญขยุ้มกลุ่มผมดกดำของรพี เธอบิดกายกระเส่า ท้องน้อยเสียวมวนไปหมด รพีเร่งปลายลิ้นฉกาจฉกเจ้าดอกไม้งามที่เต็มตื้นไปด้วยน้ำหวานหอมกรุ่นเรื่อยๆ แถมยังสอดนิ้วเข้าหาอีกต่างหาก เพียงขวัญครางไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งเสร็จไปหลายรอบ แต่เขายังไม่หยุดเลีย จนเธอต้องกระเถิบกายหนี แต่เขารั้งสะโพกเอาไว้แน่น เรียวขาทั้งสองข้างบีบรัดศีรษะชายหนุ่มเอาไว้ เด้งกายขึ้นจนตัวลอยแผ่นหลังไม่ติดที่นอน“อ่าส์...”เสียงครางผะแผ่วเป็นสัญญาณบอกได้ว่าเธอได้เสร็จอีกครั้งแล้ว รพีผละใบหน้าออก เขาลุกขึ้นเปลื้องผ้าตัวเองแล้วเอาความเป็นชายไปจ่อยังริมฝีปากของหญิงสาว เพียงขวัญกลืนกินตัวตนอันใหญ่โตเข้าไปในปาก ดูดเลียจนต้นขาสั่นสะท้าน รพีเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ
เพียงขวัญมองคนข้างกายอย่างใช้ความคิด กลับมาคราวนี้เขามีเหตุผลและใจเย็นขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง เพียงขวัญนั่งเงียบๆ จนกระทั่งเขาพาเธอมากินมื้อเย็นที่ร้านโปรดของเธอ รพีอยากให้เธอได้กินอาหารทะเลมากๆ กลับไปเชียงใหม่ก็ไม่ค่อยมีอาหารพวกนี้ให้กินแล้ว ถึงมีก็ไม่อร่อยเท่าชายทะเลแบบนี้“หรือว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่หนูควรจะต้องกลับไปอยู่เชียงใหม่” หญิงสาวเปรย รพีหันขวับ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ ในใจตื่นเต้นเหลือคณา เขาพยายามหลบซ่อนความดีใจไว้ในอกไม่ให้เธอสังเกตเห็น“เธอคิดว่ายังไงล่ะ”“หนูคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่หนูจะต้องกลับไปเชียงใหม่ กลับไปดูแลครอบครัว กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง” เพียงขวัญตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่รพีต้องการมาก่อนหน้านี้ เขาหันไปลอบยิ้มให้กับตัวเองแล้วหันกลับมาหาเธอด้วยความเป็นห่วง“ตัดสินใจแบบนี้ แน่ใจแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” เธอตอบอย่างเด็ดเดี่ยว แววตามั่นคงไม่สับสนเลยแม้แต่น้อย“โอเค ฉันจะโทรไปบอกแม่บัวพรุ่งนี้ แล้วเธอจะเอายังไงกับงานต่อ”“หนูจะต้องเข้าไปคุยกับคุณหมอเบญ คุณหมอให้โอกาสหนูมากมายเหลือเกิน จนหนูรู้สึกติดหนี้บุญคุณหลายเรื่อง หากมีโอกาสหนูคงจะต้องตอบแทนบุญคุณ อ้อ... รวมทั้







