LOGINรพีมองเพียงขวัญยืนคุยอยู่ที่ระเบียง เขาจึงเดินไปเข้าห้องน้ำ หวังอาบน้ำให้ชื่นใจสักหน่อย พอเคลียร์งานเสร็จก็เก็บเสื้อผ้ารีบบึ่งมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะเป็นห่วงแม่ กลัวว่าเพียงขวัญจะเพลียจากงานจนผล็อยหลับลึกแล้วไม่มีใครดูแลแม่ยามดึกต่างหาก
“แม่คะ ยังไงหนูก็ยืนยันนะคะว่าหนูจะไม่แต่งงานกับพี่วีร์” เสียงเพียงขวัญดังเล็ดลอดเข้ามาในห้องน้ำ รพีชะงักมือที่กำลังฟอกสบู่
“ต่อให้เขาเอาสินสอดมากองไว้สักห้าล้านหนูก็ยังไม่แต่งค่ะ ไม่ใช่ว่าหนูรังเกียจพี่เขานะคะ แต่หนูเพิ่งคุยกับเขาได้ไม่นาน เพิ่งคุยได้ไม่ถึงเดือนเลย หนูยังไม่รู้จักนิสัยใจคอเขา ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนยังไงกันแน่ หนูเลยอยากจะใช้เวลาศึกษาดูใจเขาอีกสักระยะ เพราะหนูเองก็ได้ยินมาว่าพี่เขาคุยกับผู้หญิงหลายคนอยู่ด้วย” เพียงขวัญบอกแม่ด้วยเสียงหงุดหงิด
“ค่ะๆ เอาเป็นว่าถ้าพี่วีร์ไปหาแม่ที่บ้านแล้วคุยเรื่องแต่งงานอีก แม่บอกกับพี่วีร์ไปเลยนะคะว่าหนูยังไม่พร้อมแต่ง ให้พี่วีร์มาคุยกับหนูก่อน แค่นี้นะคะแม่”
เพียงขวัญวางสายโทรศัพท์ไปแล้ว เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ไปหลายครั้งจนจิตใจสงบลง จึงหันหลังจะเข้ามาดูแลนภัสวรรณต่อ แต่ดันเจอรพีเข้าให้ เขาอาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว รพีเปิดประตูออกมายืนที่ระเบียง สายตาจับจ้องหญิงสาวไม่ห่าง
“พี่รพี...”
“มันมาขอเธอแต่งงานหรือไง”
“พี่รพีรู้ได้ยังไงคะ”
“เธอคุยเสียงดังขนาดนั้น ป่านนี้คงได้ยินไปทั้งตึกทั่วโรงพยาบาลแล้ว” รพีบอก ทำให้เพียงขวัญหน้าม้านไปทันที
“เฮ้อ...”
“ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จะคบกับใครจะแต่งงานกับใครต้องดูให้ดีๆ ไม่อย่างนั้นจะเสียใจไปตลอดชีวิต แล้วอย่างไอ้เบื๊อกนั่นน่ะ ได้ไปมีแต่น้ำตาเช็ดหัวเข่า มันไม่หยุดที่เธอคนเดียวหรอก”
” ทำไมพี่รพีถึงคิดอย่างนั้นล่ะคะ”
“หรือจะปฏิเสธว่าเธอไม่คิดแบบฉันล่ะ” เขาย้อน เพียงขวัญอึกอัก
“เอ่อ... คือ...”
“ถ้าเธอมั่นใจป่านนี้เธอตอบตกลงกับมันไปแล้ว มันคงยื่นข้อเสนอให้สินสอดหลายล้านน่ะสิ คงหวังให้เธอเอาเงินมาใช้หนี้ฉันด้วย ฉลาดอยู่นะ เลือกจังหวะตอนที่เธอกำลังลำบาก”
“หนูเคยได้ยินข่าวมาว่าพี่วีร์เป็นคนเจ้าชู้ หนูเลยไม่มั่นใจในตัวพี่เขา พี่เขามีเงินเลยมีสิทธิเลือกผู้หญิงสวยๆ ดีๆ ได้หลายคน หนูกลัวว่าถ้าหนูตัดสินใจแต่งงานกับเขาแล้วเขาจะทิ้งหนูไป” เพียงขวัญสารภาพ เพราะยังไงตอนนี้รพีก็รู้เรื่องเธอแทบหมดทุกอย่างแล้ว แถมเขายังอ่านเกมขาดอีกด้วย
“ดีแล้ว ค่อยๆ เลือก ค่อยๆ ดูไป ถ้าไม่มั่นใจก็อย่า... แล้วก็อย่าเห็นแก่เงิน เงินที่เห็นว่าหลายล้านแท้จริงแล้วมันก็แค่เศษขนหน้าแข้งมันเท่านั้นแหละ เลือกคนที่รักเราจริงแล้วเราก็รักเขา แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง” รพีวางมือหนาบนศีรษะเธอแล้วโยกเบาๆ เพียงขวัญใจเต้นแรงดังตุบตับไปหมด แววตาอบอุ่นแบบนั้นเธอไม่ค่อยเห็นจากเขาเลย รพีเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กต่อ ส่วนเธอก็ได้แต่ปลีกตัวไปดูแลความเรียบร้อยของนภัสวรรณ แล้วจึงขอตัวนอน
จริงอย่างที่รพีคิด ในคืนนั้นเพียงขวัญค่อนข้างเหนื่อยมากกว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะนอนดึกสะสมด้วย แม่เขาต้องการจะเข้าห้องน้ำในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม แต่เพียงขวัญไม่ตื่น เขาเลยเป็นคนพาแม่เข้าห้องน้ำแทน แต่ไม่คิดจะตำหนิหญิงสาว เธอคงเหนื่อยมาก ให้พักไปนั่นแหละน่าจะดีที่สุด
ในที่สุดก็ถึงวันที่นภัสสรรณออกจากโรงพยาบาล ตลอดระยะเวลาร่วม 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงขวัญดูแลหล่อนเป็นอย่างดี จนตอนนี้อาการทุกอย่างเกือบจะหายเป็นปกติดีแล้ว ยกเว้นแข้งขาที่ยังหักต้องเข้าเฝือกอยู่ เพียงขวัญคำนวนเวลาที่จะต้องอยู่บ้านเดียวกับรพีก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ไม่มากไปกว่านั้น
นภัสวรรณบอกกับเธอว่าจะให้เงินเดือนค่าดูแลตนเองและจะให้ค่าจ้างที่ช่วยหุงหาข้าวให้ลูกชายกินระหว่างที่หล่อนเข้าเฝือก คราแรกเพียงขวัญปฏิเสธหัวชนฝา แต่ไปๆ มาๆ ความจนมันบีบรัดตัว จึงต้องตกปากรับคำไป ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องทำอยู่แล้วเพราะเธอไม่มีปัญญาจะหาเงินซ่อมรถให้รพี รถโฟร์คราคาแพงแบบนั้นใครจะมีปัญญาจ่ายค่าซ่อมไหวกันเล่า คิดคำนวนเงินค่าจ่ายแล้วน่าจะได้ทั้งหมดสองเดือนราว 4 หมื่นบาท เธอจะเก็บเงินก้อนนี้ไว้ใช้สำหรับพายายไปหาหมอ ตอนนี้เงินในบัญชีเริ่มร่อยหรอ ไม่ค่อยพอกิน แต่ถ้าไปอยู่บ้านรพี น่าจะประหยัดค่าเช่าห้องและค่ากินไปได้มาก แถมยังไม่ไกลจากโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย
“คิดอะไรอยู่” รพีเดินเข้ามาได้พักใหญ่แล้ว เห็นหญิงสาวมัวแต่นั่งพับผ้าหน้านิ่วคิ้วขมวด จนไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้ว
“ปละ... เปล่าค่ะ”
“เธอโกหกไม่เก่ง” เขาว่า จนเพียงขวัญต้องยอมรับ
“ค่ะ”
“มีอะไรหรือเปล่า ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอก” รพีนั่งลงข้างๆ เพียงขวัญขยับกายถอยห่างแล้วทำท่าอึกอัก
“วันนี้กลับไปที่บ้านของพี่รพีแล้ว หนูขอกลับมาเก็บของที่หอพักนะคะ แล้วก็จะขอกลับบ้านไปเอาของด้วย” เพียงขวัญบอก รพีพยักหน้ารับ
“ได้สิ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
เมื่อเพียงขวัญเก็บของทั้งของตนเองและของนภัสวรรณเสร็จ เวรเปลก็เข้ามาเข็นนภัสวรรณออกจากห้อง ดีที่หล่อนออกจากบ้านในวันหยุดงานพอดี
“นี่แม่น้องเพียงเหรอ” เวรเปลถาม เพียงขวัญได้แต่ยิ้มแล้วก็ส่ายหน้า
“เปล่าค่ะ”
“อ้าว... เห็นมาเฝ้ามาดูแลกันทุกวัน นึกว่าเป็นแม่น้องเพียงขวัญ ไม่อย่างนั้นพี่จะได้ฝากเนื้อฝากตัว เผื่ออนาคตจะได้เป็นลูกเขย” เวรเปลพูดแซวเล่นเหมือนปกติในทุกๆ วัน จะเป็นที่รู้กันในโรงพยาบาลว่าหนุ่มๆ ที่ทั้งโสดและไม่โสดจะชอบพูดเล่นแซวเล่นกับพยาบาลสาวๆ สวยๆ โดยเฉพาะเพียงขวัญ เนื่องจากเธอไม่มีปากมีเสียง ได้แต่ทำหน้าอึนๆ มึนๆ เท่านั้น
“พี่ก็...”
“ไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่ถ้าเป็นแม่ผัวนี่ก็ไม่แน่” รพีแหวกขึ้นกลางบทสนทนา แถมยังทำหน้ายักษ์แววตาหาเรื่องอีกต่างหาก นภัสวรรณได้ยินคำของลูกชายถึงกับเงยหน้าขวับ เช่นเดียวกับเพียงขวัญที่กำลังเรียบเรียงคำพูดของรพีอยู่ ส่วนพี่เวรเปลนี่ไม่ต้องพูดถึงเพราะช็อกไปเรียบร้อยแล้ว
“ผมขอโทษครับ ไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นแม่ของแฟนน้องเพียงขวัญ” เวรเปลรีบยกมือไหว้ขอโทษ หวิดโดนบาทาเข้าให้แล้ว
“มะ... ไม่ใช่สักหน่อย พี่เขาไม่ใช่... อุ้ย!” เพียงขวัญพูดยังไม่ทันจบ รพีก็กระชากแขนเข้าไปใกล้ตัวเอง เวรเปลจึงก้มหน้าก้มตาเข็นนภัสวรรณไปหน้าโรงพยาบาล รพีเดินไปเอารถที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถ ทิ้งให้เพียงขวัญยืนอยู่กับมารดาเขาเพียงลำพัง ส่วนเวรเปลคนนั้นไม่กล้าสู้หน้า สลับเอาคนอื่นเข้ามาดูแลแทน
“อย่าไปถือสาเจ้ารพีเลย เขาก็ปากเสียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว”
“ค่ะ”
รพีปล่อยให้เพียงขวัญนอนหลับพักผ่อน เพราะเธอต้องเหนื่อยหลายอย่าง ไหนจะให้นมลูก ไหนจะพาอุ้มเดินในตอนกลางวัน รพีจึงเสียสละดูแลลูกตอนกลางคืน เธอมีหน้าที่แค่ถลกเสื้อแล้วเอาลูกเข้าเต้าเท่านั้นเองปัจจุบันนี้รพียังคงทำงานสอนหนังสือเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืนนอนน้อยลงกว่าแต่ก่อน แต่ละวันนอนติดกันได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงเท่านั้น เขาคิดอย่างเศร้าๆ เพราะลูกชายเพิ่งจะมานอนยาวไม่กี่วันที่ผ่านมา“เดี๋ยวอีกพักเดียวลูกเราก็โตแล้วค่ะ ถ้าพี่รพียังไม่พร้อม หนูว่าเราควรคุมกำเนิดนะคะ เอาอย่างนี้ไหม หนูจะไปฝังยาคุม...”“ไม่ๆๆๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น” รพีรีบแทรกก่อนที่ภรรยาจะเสนอไอเดียมากกว่านี้“ก็พี่รพีบอกว่ายังไม่พร้อม แต่ตอนนี้เราก็ไม่ได้ป้องกัน” เธอเปรยขึ้น พอมดลูกเข้าอู่สามีก็จัดหนักทุกคืน ปากก็บ่นว่าไม่ค่อยมีเวลานอน แต่พอสบโอกาสลูกหลับก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ทุกวี่ทุกวัน เพียงขวัญชักเริ่มงงกับชายหนุ่มแล้ว“ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น เฮ้อ... อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยดีกว่า เอ้า! เฮ้ย! เจ้าพัฒน์!” รพีวิ่งปราดไปที่ลูกชายตัวแสบ เขากำลังจะคลานลงบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยกอบัวเสียแล้ว รพีวิ่งหน้าต
เพียงขวัญนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ตอนนี้อายุครรภ์เธอย่างเข้า 35 สัปดาห์แล้ว ใกล้คลอดเต็มทน เธอเอามือลูบท้องตัวเองไปมาแล้วเล่นกับลูกชายที่ชอบตื่นกลางดึก แรงเตะถีบทำให้เพียงขวัญยิ้มกว้าง พูดคุยกับลูกชายเล่น“เป็นยังไง ตื่นแล้วเหรอจ๊ะลูก” เธอถามเสียงหวาน รพีเดินออกมากห้องน้ำ ได้ยินเสียงเมียก็อดอมยิ้มไม่ได้ เขาชอบดูเวลาที่เธอเล่นกับลูกในท้อง“เจ้าตัวแสบดิ้นเหรอ”“ค่ะ วันนี้ดิ้นแรงด้วย”“ไหน... มาให้พ่อดูหน่อยสิว่าเป็นยังไง อยู่ในท้องเมื่อยเหรอ โอ้ว... ดูสิ ท้องเธอเขยื้อนเป็นลูกคลื่นเลย เอ... ตรงนี้เข่าหรือข้อศอกกันแน่เนี่ย” รพีเอามือลูกท้องขนาดใหญ่ เพียงขวัญหัวเราะคิก“น่าจะเป็นข้อศอกนะคะ”“อืม... นั่นสินะ ไหนเรามาจุ๊บกันหน่อยเป็นไง ขอเหม่งหน่อย โหม่งมาเลยพ่อจะจุ๊บ” รพีเอาสองมือกุมหน้าท้องแล้วจรดริมฝีปากลงไปยังท้องนูนเด่น เด็กในท้องดิ้นหยุบหยับไปหมด รพีเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่แสนอัศจรรย์เหลือเกินที่เด็กตัวน้อยดิ้นอยู่ในท้องอย่างนี้ รพีนอนหนุนตักเมียแล้วกุมมือเล็กไว้แน่น“เหนื่อยไหมที่ต้องอุ้มท้องแบบนี้” เขาถามหลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เพียงขวัญส่ายหน้า“ไม่เลยค่ะ หนูชอบด้วยซ้ำที่ตัวเองตั
เพียงขวัญนั่งดูคลิปวีดิโอผ่านเฟซบุ๊กแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ดีใจเหลือเกิน ในที่สุดเตชินท์กับวิมลรัตน์ก็คืนดีกันได้เสียที แต่เป็นการคืนดีที่มีฟางเส้นสุดท้ายเป็นเดิมพัน หลังจากนี้คงต้องแล้วแต่การกระทำของเตชินท์เท่านั้น หากก้าวพลาดไปสักก้าวเดียว เตชินท์คงหมดโอกาสที่จะดูแลลูกเมีย และคงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันอีกเป็นแน่แท้“ดูอะไรอยู่” รพีเดินเข้ามาหาเมียสาว เธอหันมายิ้มให้กับเขา“นั่งดูผลงานของนักการทูตจำเป็นไงคะ พี่รพีทำได้ดีมาก ในที่สุดพี่หมอก็ได้คืนดีกับภรรยา” เธอเอ่ยปากชม รพียิ้มกว้าง หยิกแก้มของเพียงขวัญเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว“ไม่ใช่เพราะพี่คนเดียวหรอก สองคนนั้นเขารักกันมาก ทั้งรักและผูกพันมาตั้งแต่ต้น เลยทำให้อะไรๆ ง่ายดายขึ้น ว่าแต่เราเถอะ กินข้าวหรือยัง”“ยังค่ะ รอพี่รพีอยู่”“จะรอทำไม ก็รู้อยู่ว่าพี่กลับค่ำ ไม่หิวหรือไง” รพีมองระอา เธอส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่ค่ะ รู้สึกอิ่มด้วยซ้ำ วันนี้กินผลไม้ไปเยอะมาก”“เธอจะกินแต่ผลไม้อย่างเดียวไม่ต้อง ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลูกเราจะได้แข็งแรง” เขาบ่น เพียงขวัญพยักหน้ารับ“รู้แล้วค่ะ พี่รพีอย่างลืมสิคะว่าหนูเป็นพยาบาลนะ”“ไม่ได้ลืม แต่เธอนั่นแหละชอบลืมท
“คุณทราบใช่ไหมว่าผมเป็นสามีของเพียงขวัญ” รพีถาม ทำเอาวิมลรัตน์ชะงักหยุดใช้ความคิดไปเล็กน้อย“ดิฉันไม่แน่ใจ ช่วงนั้นดิฉันกำลังวุ่นวายกับหลายๆ เรื่อง” เธอตอบแบบไม่หลบสายตา“คงเป็นเรื่องเตรียมหลักฐานฟ้องหย่ากับคุณหมออยู่สินะครับ” เขาเปรย วิมลรัตน์ไม่ตอบ เธอยกน้ำเปล่าขึ้นดื่ม“เข้าเรื่องเถอะค่ะ ฉันมีเวลาไม่มากนัก”“ตอนนี้คุณหมอเตชินท์คิดถึงคุณกับลูกมาก เขาอยากให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม อยากใช้ชีวิตครอบครัวกับคุณและน้องลูกตาล”“หึ! คุณมาพูดกับฉันแบบนี้คงไม่รู้สินะคะว่าเขาทำอะไรกับฉันไว้บ้าง” วิมลรัตน์กระแทกเสียงใส่ รพีแย้มรอยยิ้ม แววตามีแต่ความเห็นอกเห็นใจคู่สนทนา“ผมทราบทุกอย่างครับว่าคุณต้องเผชิญกับความเลวร้ายต่างๆ ที่คุณหมอเตชินท์มอบให้กับคุณ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของคุณขาด แต่ผมอยากบอกคุณว่าที่เขาทำแบบนั้น เป็นเพราะเขาต้องการแก้แค้นคุณ จริงๆ แล้วเขาไม่ได้รักเพียงขวัญ เขารู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าเพียงขวัญเป็นของผม และไม่มีวันที่เพียงขวัญจะไปแต่งงานกับเขา แต่ก็อยากจะลองเล่นกับความรู้สึกเพียงขวัญ เขาแค่ปลาบปลื้มชื่นชอบที่เพียงขวัญเป็นเด็กขยัน กตัญญู และรู้สึกเอ็นดูเหมือนน้
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางเบื่อเธอเป็นอันขาด” รพียืนยัน จับข้อมือทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นแล้วถลกกระโปรงชุดนอนออกจากร่าง เธอนอนเปล่าเปลือยตรงหน้าชายหนุ่ม รพีไล่สายตามองด้วยความปรารถนา ท้องนูนเด่นทำให้เขาต้องก้มลงไปจูบปลอบใจเจ้าลูกชายที่อยู่ในท้องให้ไม่ตื่นตระหนกเวลาที่เขากับเธอร่วมรักและส่งเสียงร้องครวญครางกันอย่างดัง รพีจูบหน้าท้องแล้วไล่เรื่อยลงมายังกลีบกายสาว“อะ... อื้อ...”เพียงขวัญขยุ้มกลุ่มผมดกดำของรพี เธอบิดกายกระเส่า ท้องน้อยเสียวมวนไปหมด รพีเร่งปลายลิ้นฉกาจฉกเจ้าดอกไม้งามที่เต็มตื้นไปด้วยน้ำหวานหอมกรุ่นเรื่อยๆ แถมยังสอดนิ้วเข้าหาอีกต่างหาก เพียงขวัญครางไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งเสร็จไปหลายรอบ แต่เขายังไม่หยุดเลีย จนเธอต้องกระเถิบกายหนี แต่เขารั้งสะโพกเอาไว้แน่น เรียวขาทั้งสองข้างบีบรัดศีรษะชายหนุ่มเอาไว้ เด้งกายขึ้นจนตัวลอยแผ่นหลังไม่ติดที่นอน“อ่าส์...”เสียงครางผะแผ่วเป็นสัญญาณบอกได้ว่าเธอได้เสร็จอีกครั้งแล้ว รพีผละใบหน้าออก เขาลุกขึ้นเปลื้องผ้าตัวเองแล้วเอาความเป็นชายไปจ่อยังริมฝีปากของหญิงสาว เพียงขวัญกลืนกินตัวตนอันใหญ่โตเข้าไปในปาก ดูดเลียจนต้นขาสั่นสะท้าน รพีเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ
เพียงขวัญมองคนข้างกายอย่างใช้ความคิด กลับมาคราวนี้เขามีเหตุผลและใจเย็นขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง เพียงขวัญนั่งเงียบๆ จนกระทั่งเขาพาเธอมากินมื้อเย็นที่ร้านโปรดของเธอ รพีอยากให้เธอได้กินอาหารทะเลมากๆ กลับไปเชียงใหม่ก็ไม่ค่อยมีอาหารพวกนี้ให้กินแล้ว ถึงมีก็ไม่อร่อยเท่าชายทะเลแบบนี้“หรือว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่หนูควรจะต้องกลับไปอยู่เชียงใหม่” หญิงสาวเปรย รพีหันขวับ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ ในใจตื่นเต้นเหลือคณา เขาพยายามหลบซ่อนความดีใจไว้ในอกไม่ให้เธอสังเกตเห็น“เธอคิดว่ายังไงล่ะ”“หนูคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่หนูจะต้องกลับไปเชียงใหม่ กลับไปดูแลครอบครัว กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง” เพียงขวัญตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่รพีต้องการมาก่อนหน้านี้ เขาหันไปลอบยิ้มให้กับตัวเองแล้วหันกลับมาหาเธอด้วยความเป็นห่วง“ตัดสินใจแบบนี้ แน่ใจแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” เธอตอบอย่างเด็ดเดี่ยว แววตามั่นคงไม่สับสนเลยแม้แต่น้อย“โอเค ฉันจะโทรไปบอกแม่บัวพรุ่งนี้ แล้วเธอจะเอายังไงกับงานต่อ”“หนูจะต้องเข้าไปคุยกับคุณหมอเบญ คุณหมอให้โอกาสหนูมากมายเหลือเกิน จนหนูรู้สึกติดหนี้บุญคุณหลายเรื่อง หากมีโอกาสหนูคงจะต้องตอบแทนบุญคุณ อ้อ... รวมทั้







