INICIAR SESIÓNเพียงขวัญบอกทางไปบ้าน รพีขับรถมาจอดเทียบหน้าบ้านแห่งหนึ่ง มองเข้าไปในตัวบ้านแล้วรู้สึกหดหู่เป็นที่สุด บ้านไม้สองชั้นค่อนข้างเก่าทรุดโทรม เพียงแต่ยังคงความสะอาดสอ้านไม่สกปรก บ่งบอกให้เห็นว่าผู้อาศัยยังคงใส่ใจดูแลเป็นอย่างดี ข้างบ้านมีมอเตอร์ไซด์คันเก่าจอดอยู่สองคัน มีรถเข็นอีกหนึ่งคัน
“นี่บ้านเธอเหรอ”
“ค่ะ” เธอตอบก่อนจะลงจากรถไป รพีลงจากรถแล้วเดินตามเข้าไปยังตัวบ้าน เงยหน้ามองหลังคาพอจะรู้ว่าผ่านการอุดรูรั่วน้ำฝนมาพอสมควร หลังคาสังกะสีขึ้นสนิมผุหลายชิ้น เขาเดินตามเข้าไปในบ้าน
บ้านไม้สองชั้นหลังค่อนข้างใหญ่ มีฝั่งหนึ่งที่ยกสูงมีใต้ถุนไว้ให้ตั้งแคร่นั่งเล่น รพีเดินเข้าไปในตัวบ้าน เห็นเพียงขวัญทรุดกายนั่งข้างหญิงชราที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง มือเล็กกำแน่นที่มือเหี่ยวย่น
“ยายจ๋า หนูมาหายายแล้วนะคะ เป็นยังไงบ้างคะ หนูคิดถึงยายเหลือเกินค่ะ” เพียงขวัญน้ำตาซึม ภาพที่เห็นทำให้รพีรู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก
“อายอะอายอี” หญิงชราพยายามจะพูด แต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นได้ยินไม่ชัดสักเท่าไหร่ ยืนอยู่ครู่หนึ่งก็มีหญิงวัยกลางคนเดินออกมาพร้อมกะละมังใส่น้ำและผ้าขนหนู
“สวัสดีค่ะ” หล่อนเอ่ยทักเขา รพียกมือไหว้
“สวัสดีครับ”
หล่อนหันไปมองเพียงขวัญเป็นเชิงถาม เพียงขวัญจูบที่แผ่นหลังมือยายแล้วลุกขึ้นยืน แนะนำตัวอาคันตุกะแปลกหน้าสำหรับคนที่บ้านแห่งนี้
“พี่รพีค่ะ คนที่หนูขับรถชนแม่ของเขา”
“อ๋อ...”
“วันนี้เขามาช่วยหนูขนของที่หอพักแล้วก็ขนของที่นี่ค่ะ” เพียงขวัญบอก รพีแย้มรอยยิ้ม ซึ่งหญิงวัยกลางคนค่อนข้างมีไมตรีจิตกับเขา แววตาซื่อๆ ดูไม่มีพิษมีภัยทำให้รพีรู้สึกวางใจ
“กินข้าวกันมาหรือยัง วันนี้แม่ทำน้ำพริกหนุ่มไว้ กินข้าวกันก่อน”
“ยังเลยค่ะแม่” เพียงขวัญรีบบอกแล้วเดินไปแย่งกะละมังจากมือแม่ เธอจัดการปิดม่านที่เป็นผ้าสีทึบแล้วเช็ดตัวให้ยาย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้เลยโผล่หน้ามาหารพี
“พี่รพีไม่รีบใช่ไหม หนูขอเช็ดตัวให้ยายก่อนนะ”
“อืม... วันนี้ฉันว่างทั้งวัน” เขาตอบ คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวยิ้มกว้าง รอยยิ้มของเธอนั้นทำให้ใจเขากระตุกเล็กน้อย
“หิวหรือยังคะ รอหน่อยนะ แม่กำลังนึ่งข้าวเหนียวไว้อยู่เลย อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้ว” บัวระวงบอก รพีเอามือลูบท้องเล็กน้อย
“เริ่มหิวแล้วครับ ยังไงเย็นนี้ผมต้องรบกวนแม่ด้วยนะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้า บ้านนี้ถึงจะไม่รวยแต่ไม่เคยขาดของกิน อีกอย่าง... แม่ต้องขอโทษแทนลูกสาวแม่ด้วยที่ขับรถไปชนแม่ของคุณรพี”
“ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณหรอกครับ” รพียกมือขึ้นเกาท้ายทอยแกรกๆ
“อ่า... งั้นก็ได้จ้ะ แม่ต้องขอโทษแทนเพียงขวัญด้วยแล้วกันนะคะ ยายเพียงยังขับรถไม่ค่อยแข็ง ยังไม่ได้ทำใบขับขี่เลย แต่เร่งร้อนออกรถมาก่อนเพราะว่าจะต้องพายายไปหาหมอที่โรงพยาบาลในตัวเมือง จะเรียกรถรับจ้างก็ไม่ไหวจะจ่าย ในแต่ละสัปดาห์จะต้องพายายไปหาหมอหลายรอบ รอบนึงไปกลับก็เกือบพันบาท เลยตัดสินใจซื้อรถ พอซื้อมายังขับไม่ค่อยแข็งเลยไปชนเข้าให้” บัวระวงให้เหตุผล รพีจึงเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่าง
“ครับ”
“แม่ก็ขอบคุณรพีกับแม่ของรพีมากนะที่ไม่เอาเรื่อง แถมยังให้โอกาสไปทำงานเสริมอีกด้วย ถ้าเพียงขวัญเกเร ออกนอกลู่นอกทางก็บอกแม่ได้เลยนะ” บัวระวงบอกขณะรินน้ำเปล่าเย็นๆ ใส่แก้วให้ชายหนุ่ม รพีได้แต่ยิ้มรับ ไม่ได้พูดอะไรออกไป เรื่องนี้เขาเองก็เพิ่งรู้ว่าแม่ของเขาจ้างเพียงขวัญไปดูแล ไม่ใช่การรับผิดชอบค่าเสียหายเรื่องซ่อมรถอย่างที่เขาคิดไว้ตั้งแต่แรก แม่เขานี่ก็แสบใช่เล่น มีแผนการแพรวพราวไปหมด แต่ก็ช่างเถอะ... เห็นสภาพครอบครัวเพียงขวัญแล้วเขายอมจ่ายให้มากกว่าที่แม่จ่ายอีก
บัวระวงเดินเข้าไปในครัว กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแตะจมูกชวนให้ท้องไส้ร้องโครกคราก เขาเองคิดถึงฝีมือทำอาหารของแม่ไม่น้อย แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้กินอาหารรสมือแม่มากว่าสองสัปดาห์แล้ว รพีนั่งรถที่โต๊ะอาหาร เมนูแรกที่มาเสิร์ฟคือน้ำพริกหนุ่ม ตามด้วยข้าวเหนียวร้อนๆ ที่เพิ่งผ่านการนึ่งมา ผัก ปลาย่าง เนื้อทอด และหมกหน่อไม้ อาหารบ้านๆ แต่หน้าตาน่ากินนัก
“กินก่อนได้เลยนะจ๊ะ ไม่ต้องรอเพียงขวัญหรอก”
“ไม่เป็นไรครับ รอกินพร้อมกันดีกว่า”
“งั้นก็ตามใจจ้ะ อ้อ... ถ้าเพียงขวัญไปอยู่บ้านรพี รบกวนคุณรพีช่วยดูแลด้วยนะคะ อย่าให้คุณวีร์มาเกาะแกะ แม่บอกตามตรงว่าแม่เองก็เป็นห่วง ไม่ค่อยไว้ใจคุณวีร์สักเท่าไหร่”
“ทำไมล่ะครับ” เขาถาม เคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ
“แม่ไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ เขาดูคุกคามยังไงก็ไม่รู้ วันนั้นมาที่บ้าน มาขอลูกสาวแม่ แต่พาลูกน้องมาเป็นโขยง ที่บ้านนี้เองก็มีแต่แม่กับยาย ลูกชายสองคนไปเรียน มีแต่ผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ทั้งนั้น แม่เลยกลัวว่าเขาจะไปยุ่มย่ามกับเพียงขวัญ” บัวระวงกระซิบบอก ไม่อยากให้เพียงขวัญได้้ยิน
“แต่เรื่องแบบนี้มันก็ต้องแล้วแต่ลูกสาวแม่นะครับ ผมไม่รู้ว่าลูกสาวแม่มีใจให้เขาหรือเปล่า”
“แม่คิดว่าเพียงขวัญคงจะไม่เล่นด้วยหรอก”
“คุยอะไรกันเหรอคะ” เพียงขวัญเดินเข้ามาพร้อมกับกะละมังในมือ เธอเอ่ยปากถามไปอย่างนั้นเพราะเห็นว่ารพีกับแม่ตนเองดูเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว บัวระวงปลีกตัวไปหยิบน้ำหวานมาชงให้รพี เขาหันไปยิ้มแล้วเอ่ยปาก
“บอกว่ากับข้าวแม่น่ากิน ตอนนี้หิวแล้วขอกินก่อนเลยแล้วกัน” เขาบอกแล้วจกข้าวเหนียวจิ้มกับน้ำพริกหนุ่ม เพียงขวัญนิ่วหน้า
“เพียงเป็นลูกคนโต ไม่ได้มีพี่ชายสักหน่อย” เธอบอกหน้าบูด เหมือนกับตอนที่เขาพูดกับเธอตอนที่เธอเรียกนภัสวรรณว่าแม่
“เพียงขวัญ!” คนเป็นแม่เอ็ด เพียงขวัญทำหน้างอ พอจัดการกับกะละมังเสร็จก็มานั่งโต๊ะร่วมกินข้าวพร้อมกับรพี
“อร่อยมากเลยครับแม่ รสชาติอาหารคล้ายๆ กับที่แม่ผมทำเลย” รพีบอกแล้วกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย
“คุณรพีชอบแม่ก็ดีใจจ้ะ เพียงขวัญจะเอาไปกินที่บ้านโน้นไหม แม่จะได้ตักใส่กล่องให้”
“เอาค่ะแม่ ขอน้ำพริกหนุ่มเยอะๆ เลยค่ะ” เพียงขวัญบอกแล้วกินข้าวด้วยความหิว บัวระวงจัดการกับข้าวให้ลูกเสร็จแล้วก็ไปดูแลยายต่อ เพียงขวัญนั่งกินเงียบๆ รพีจึงชวนคุย
“น้องชายสองคนของเธอล่ะ”
“ไปรับจ้างทำงานที่ร้านอาหารของรีสอร์ทในหมู่บ้านนี้แหละ เย็นๆ น่าจะกลับ”
“ที่บ้านเธอทำงานกันตั้งแต่เด็กเลยเหรอ” เขาถามต่อด้วยความสนใจ
“ก็ตั้งแต่จำความได้ค่ะ”
“แล้วพ่อเธอล่ะ” เขาเอ่ยปากถาม เพียงขวัญชะงักไปนิดหน่อยโคลงศีรษะเล็กน้อย
“เขาทิ้งไปตั้งแต่แม่คลอดน้องคนสุดท้องแล้วค่ะ”
“ไม่กลับมาดูแลบ้างเลยเหรอ” คำถามนี้เหมือนจี้ใจดำ เพียงขวัญส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ”
“ส่งเงินมาให้บ้างไหม”
“ไม่ค่ะ แม่หนูทำงานหาเลี้ยงครอบครัวด้วยตัวคนเดียว”
รพีปล่อยให้เพียงขวัญนอนหลับพักผ่อน เพราะเธอต้องเหนื่อยหลายอย่าง ไหนจะให้นมลูก ไหนจะพาอุ้มเดินในตอนกลางวัน รพีจึงเสียสละดูแลลูกตอนกลางคืน เธอมีหน้าที่แค่ถลกเสื้อแล้วเอาลูกเข้าเต้าเท่านั้นเองปัจจุบันนี้รพียังคงทำงานสอนหนังสือเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืนนอนน้อยลงกว่าแต่ก่อน แต่ละวันนอนติดกันได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงเท่านั้น เขาคิดอย่างเศร้าๆ เพราะลูกชายเพิ่งจะมานอนยาวไม่กี่วันที่ผ่านมา“เดี๋ยวอีกพักเดียวลูกเราก็โตแล้วค่ะ ถ้าพี่รพียังไม่พร้อม หนูว่าเราควรคุมกำเนิดนะคะ เอาอย่างนี้ไหม หนูจะไปฝังยาคุม...”“ไม่ๆๆๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น” รพีรีบแทรกก่อนที่ภรรยาจะเสนอไอเดียมากกว่านี้“ก็พี่รพีบอกว่ายังไม่พร้อม แต่ตอนนี้เราก็ไม่ได้ป้องกัน” เธอเปรยขึ้น พอมดลูกเข้าอู่สามีก็จัดหนักทุกคืน ปากก็บ่นว่าไม่ค่อยมีเวลานอน แต่พอสบโอกาสลูกหลับก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ทุกวี่ทุกวัน เพียงขวัญชักเริ่มงงกับชายหนุ่มแล้ว“ฉันไม่ได้ไม่พร้อมขนาดนั้น เฮ้อ... อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยดีกว่า เอ้า! เฮ้ย! เจ้าพัฒน์!” รพีวิ่งปราดไปที่ลูกชายตัวแสบ เขากำลังจะคลานลงบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยกอบัวเสียแล้ว รพีวิ่งหน้าต
เพียงขวัญนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง ตอนนี้อายุครรภ์เธอย่างเข้า 35 สัปดาห์แล้ว ใกล้คลอดเต็มทน เธอเอามือลูบท้องตัวเองไปมาแล้วเล่นกับลูกชายที่ชอบตื่นกลางดึก แรงเตะถีบทำให้เพียงขวัญยิ้มกว้าง พูดคุยกับลูกชายเล่น“เป็นยังไง ตื่นแล้วเหรอจ๊ะลูก” เธอถามเสียงหวาน รพีเดินออกมากห้องน้ำ ได้ยินเสียงเมียก็อดอมยิ้มไม่ได้ เขาชอบดูเวลาที่เธอเล่นกับลูกในท้อง“เจ้าตัวแสบดิ้นเหรอ”“ค่ะ วันนี้ดิ้นแรงด้วย”“ไหน... มาให้พ่อดูหน่อยสิว่าเป็นยังไง อยู่ในท้องเมื่อยเหรอ โอ้ว... ดูสิ ท้องเธอเขยื้อนเป็นลูกคลื่นเลย เอ... ตรงนี้เข่าหรือข้อศอกกันแน่เนี่ย” รพีเอามือลูกท้องขนาดใหญ่ เพียงขวัญหัวเราะคิก“น่าจะเป็นข้อศอกนะคะ”“อืม... นั่นสินะ ไหนเรามาจุ๊บกันหน่อยเป็นไง ขอเหม่งหน่อย โหม่งมาเลยพ่อจะจุ๊บ” รพีเอาสองมือกุมหน้าท้องแล้วจรดริมฝีปากลงไปยังท้องนูนเด่น เด็กในท้องดิ้นหยุบหยับไปหมด รพีเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่แสนอัศจรรย์เหลือเกินที่เด็กตัวน้อยดิ้นอยู่ในท้องอย่างนี้ รพีนอนหนุนตักเมียแล้วกุมมือเล็กไว้แน่น“เหนื่อยไหมที่ต้องอุ้มท้องแบบนี้” เขาถามหลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เพียงขวัญส่ายหน้า“ไม่เลยค่ะ หนูชอบด้วยซ้ำที่ตัวเองตั
เพียงขวัญนั่งดูคลิปวีดิโอผ่านเฟซบุ๊กแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ดีใจเหลือเกิน ในที่สุดเตชินท์กับวิมลรัตน์ก็คืนดีกันได้เสียที แต่เป็นการคืนดีที่มีฟางเส้นสุดท้ายเป็นเดิมพัน หลังจากนี้คงต้องแล้วแต่การกระทำของเตชินท์เท่านั้น หากก้าวพลาดไปสักก้าวเดียว เตชินท์คงหมดโอกาสที่จะดูแลลูกเมีย และคงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันอีกเป็นแน่แท้“ดูอะไรอยู่” รพีเดินเข้ามาหาเมียสาว เธอหันมายิ้มให้กับเขา“นั่งดูผลงานของนักการทูตจำเป็นไงคะ พี่รพีทำได้ดีมาก ในที่สุดพี่หมอก็ได้คืนดีกับภรรยา” เธอเอ่ยปากชม รพียิ้มกว้าง หยิกแก้มของเพียงขวัญเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว“ไม่ใช่เพราะพี่คนเดียวหรอก สองคนนั้นเขารักกันมาก ทั้งรักและผูกพันมาตั้งแต่ต้น เลยทำให้อะไรๆ ง่ายดายขึ้น ว่าแต่เราเถอะ กินข้าวหรือยัง”“ยังค่ะ รอพี่รพีอยู่”“จะรอทำไม ก็รู้อยู่ว่าพี่กลับค่ำ ไม่หิวหรือไง” รพีมองระอา เธอส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่ค่ะ รู้สึกอิ่มด้วยซ้ำ วันนี้กินผลไม้ไปเยอะมาก”“เธอจะกินแต่ผลไม้อย่างเดียวไม่ต้อง ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลูกเราจะได้แข็งแรง” เขาบ่น เพียงขวัญพยักหน้ารับ“รู้แล้วค่ะ พี่รพีอย่างลืมสิคะว่าหนูเป็นพยาบาลนะ”“ไม่ได้ลืม แต่เธอนั่นแหละชอบลืมท
“คุณทราบใช่ไหมว่าผมเป็นสามีของเพียงขวัญ” รพีถาม ทำเอาวิมลรัตน์ชะงักหยุดใช้ความคิดไปเล็กน้อย“ดิฉันไม่แน่ใจ ช่วงนั้นดิฉันกำลังวุ่นวายกับหลายๆ เรื่อง” เธอตอบแบบไม่หลบสายตา“คงเป็นเรื่องเตรียมหลักฐานฟ้องหย่ากับคุณหมออยู่สินะครับ” เขาเปรย วิมลรัตน์ไม่ตอบ เธอยกน้ำเปล่าขึ้นดื่ม“เข้าเรื่องเถอะค่ะ ฉันมีเวลาไม่มากนัก”“ตอนนี้คุณหมอเตชินท์คิดถึงคุณกับลูกมาก เขาอยากให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม อยากใช้ชีวิตครอบครัวกับคุณและน้องลูกตาล”“หึ! คุณมาพูดกับฉันแบบนี้คงไม่รู้สินะคะว่าเขาทำอะไรกับฉันไว้บ้าง” วิมลรัตน์กระแทกเสียงใส่ รพีแย้มรอยยิ้ม แววตามีแต่ความเห็นอกเห็นใจคู่สนทนา“ผมทราบทุกอย่างครับว่าคุณต้องเผชิญกับความเลวร้ายต่างๆ ที่คุณหมอเตชินท์มอบให้กับคุณ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของคุณขาด แต่ผมอยากบอกคุณว่าที่เขาทำแบบนั้น เป็นเพราะเขาต้องการแก้แค้นคุณ จริงๆ แล้วเขาไม่ได้รักเพียงขวัญ เขารู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าเพียงขวัญเป็นของผม และไม่มีวันที่เพียงขวัญจะไปแต่งงานกับเขา แต่ก็อยากจะลองเล่นกับความรู้สึกเพียงขวัญ เขาแค่ปลาบปลื้มชื่นชอบที่เพียงขวัญเป็นเด็กขยัน กตัญญู และรู้สึกเอ็นดูเหมือนน้
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางเบื่อเธอเป็นอันขาด” รพียืนยัน จับข้อมือทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นแล้วถลกกระโปรงชุดนอนออกจากร่าง เธอนอนเปล่าเปลือยตรงหน้าชายหนุ่ม รพีไล่สายตามองด้วยความปรารถนา ท้องนูนเด่นทำให้เขาต้องก้มลงไปจูบปลอบใจเจ้าลูกชายที่อยู่ในท้องให้ไม่ตื่นตระหนกเวลาที่เขากับเธอร่วมรักและส่งเสียงร้องครวญครางกันอย่างดัง รพีจูบหน้าท้องแล้วไล่เรื่อยลงมายังกลีบกายสาว“อะ... อื้อ...”เพียงขวัญขยุ้มกลุ่มผมดกดำของรพี เธอบิดกายกระเส่า ท้องน้อยเสียวมวนไปหมด รพีเร่งปลายลิ้นฉกาจฉกเจ้าดอกไม้งามที่เต็มตื้นไปด้วยน้ำหวานหอมกรุ่นเรื่อยๆ แถมยังสอดนิ้วเข้าหาอีกต่างหาก เพียงขวัญครางไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งเสร็จไปหลายรอบ แต่เขายังไม่หยุดเลีย จนเธอต้องกระเถิบกายหนี แต่เขารั้งสะโพกเอาไว้แน่น เรียวขาทั้งสองข้างบีบรัดศีรษะชายหนุ่มเอาไว้ เด้งกายขึ้นจนตัวลอยแผ่นหลังไม่ติดที่นอน“อ่าส์...”เสียงครางผะแผ่วเป็นสัญญาณบอกได้ว่าเธอได้เสร็จอีกครั้งแล้ว รพีผละใบหน้าออก เขาลุกขึ้นเปลื้องผ้าตัวเองแล้วเอาความเป็นชายไปจ่อยังริมฝีปากของหญิงสาว เพียงขวัญกลืนกินตัวตนอันใหญ่โตเข้าไปในปาก ดูดเลียจนต้นขาสั่นสะท้าน รพีเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ
เพียงขวัญมองคนข้างกายอย่างใช้ความคิด กลับมาคราวนี้เขามีเหตุผลและใจเย็นขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง เพียงขวัญนั่งเงียบๆ จนกระทั่งเขาพาเธอมากินมื้อเย็นที่ร้านโปรดของเธอ รพีอยากให้เธอได้กินอาหารทะเลมากๆ กลับไปเชียงใหม่ก็ไม่ค่อยมีอาหารพวกนี้ให้กินแล้ว ถึงมีก็ไม่อร่อยเท่าชายทะเลแบบนี้“หรือว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่หนูควรจะต้องกลับไปอยู่เชียงใหม่” หญิงสาวเปรย รพีหันขวับ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ ในใจตื่นเต้นเหลือคณา เขาพยายามหลบซ่อนความดีใจไว้ในอกไม่ให้เธอสังเกตเห็น“เธอคิดว่ายังไงล่ะ”“หนูคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่หนูจะต้องกลับไปเชียงใหม่ กลับไปดูแลครอบครัว กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง” เพียงขวัญตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่รพีต้องการมาก่อนหน้านี้ เขาหันไปลอบยิ้มให้กับตัวเองแล้วหันกลับมาหาเธอด้วยความเป็นห่วง“ตัดสินใจแบบนี้ แน่ใจแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” เธอตอบอย่างเด็ดเดี่ยว แววตามั่นคงไม่สับสนเลยแม้แต่น้อย“โอเค ฉันจะโทรไปบอกแม่บัวพรุ่งนี้ แล้วเธอจะเอายังไงกับงานต่อ”“หนูจะต้องเข้าไปคุยกับคุณหมอเบญ คุณหมอให้โอกาสหนูมากมายเหลือเกิน จนหนูรู้สึกติดหนี้บุญคุณหลายเรื่อง หากมีโอกาสหนูคงจะต้องตอบแทนบุญคุณ อ้อ... รวมทั้







